“เย่วซิน!”
เสียงของบุรุษผู้เป็ที่รักดังไล่ตามหลังของนางมา เย่วซินยังคงไม่หันกลับไปหาเพราะยามนี้ดวงตาของนางมีแต่หยาดน้ำเอ่อคลอ คำรักคำหวานเมื่อวันวานคงเป็เพียงมวลอากาศอันว่างเปล่าเสียแล้ว เมื่อได้รู้ความจริงจากปากของท่านพ่อเสิ่นซูฉี จะกล่าวว่าท่านพูดปดย่อมไม่ได้ ในเมื่อคำพูดยกยอสตรีรุ่นลูกเช่นนั้น ท่านมิเคยเอ่ยมันเพื่อชมนาง คำที่ท่านพ่อกล่าวย้ำว่า ‘งดงาม คู่ควร’ คงต่างกับนางที่ไร้หัวนอนปลายเท้า ดังที่เสิ่นฮุ่ยเหมยว่า ตำแหน่งฮูหยินคงไกลเกินกว่าที่นางจะเอื้อมถึงแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่แต่ไม่รู้จะมีโอกาสไหม...นั่นคือตำแหน่งอนุที่คู่ควร
“เย่วซิน มันมิใช่อย่างที่เ้าได้ยิน” เสิ่นซัวหยางวิ่งอ้อมไปดักอยู่เบื้องหน้าสตรีในดวงใจของเขา คำอธิบายพรั่งพรูออกจากปากไม่ได้หยุด “วันนี้พี่แค่ไปดูพื้นที่สำหรับสร้างจวนหลังใหม่ มิได้ตั้งใจจะไปหาคุณหนูซือผู้นั้น”
เย่วซินเม้มปาก พลางหลุบตาลงต่ำเพื่อไล่หยาดน้ำคลอหน่วย นางกล่าวออกมาอย่างเจียมตัว “เ้าค่ะ พี่ซัวหยางมิได้ตั้งใจไปหาคุณหนูซือ แต่ท่านพ่ออยากให้พี่ไป ข้าเข้าใจดีเ้าค่ะ” นางเงยหน้าขึ้นไปยิ้มให้บุรุษอันเป็ที่รัก “ข้าไม่ได้คิดมากหรือกังวลอันใด พี่ซัวหยางอย่าห่วงเลยนะเ้าคะ” และคำพูดนี้มันเป็เพียงแค่คำปลอบโยนหัวใจของนางเองเท่านั้น หรือถ้าหากนางจะกังวลจริงๆ พี่ซัวหยางจะทำอะไรได้นอกจากยืนปลอบนาง
เสิ่นซัวหยางลอบถอนหายใจ ในสายตาของเขายามนี้มองออกว่าเย่วซินกำลังคิดมาก ต่างจากถ้อยคำที่นางบอกไปเมื่อครู่ “ดีแล้วที่เ้าไม่คิดมาก” และเป็เขาที่ต้องตัดสินใจนำเื่สำคัญนี้ไปปรึกษาท่านแม่ สตรีที่รักเย่วซินราวกับบุตรสาวในไส้ของตนเอง ‘เขายังเชื่อว่าเื่นี้มันต้องมีทางออก’
&&&&
จงกวานฮวาผู้มองสามีของตนเองด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก ลึกๆ ในใจครึ่งหนึ่งนางกำลังสงสารที่บุตรบุญธรรมและบุตรชายมาได้ยินคำนี้ คำที่เหมือนกับประกาศว่า เย่วซิน จะไม่มีโอกาสได้เป็ลูกสะใภ้สกุลเสิ่น ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนางกลับดีใจ...ทุกอย่างในหัวมันตีรวนกันไปหมดและมีเพียงนางที่รู้ดีที่สุด “จบแล้วใช่หรือไม่เ้าคะท่านพี่” ตัวนางอยากจะเดินออกไปสวดมนต์ให้จิตใจได้รู้สึกผ่อนคลายและไม่รู้สึกผิด ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด ต่างจากเื่นั้นที่ผันผ่านมานานนับสิบกว่าปี เื่สำคัญที่นางเฝ้ารอ ซึ่งมันช่างนานเกินไปจนนางรู้สึกกลัวและกังวล
“ใช่ วันนี้จบแล้ว พวกเ้าไปพักผ่อนเถอะ” นายอำเภอเสิ่นซัวหยาง นั่งเอนหลังพิงพนักอย่างอ่อนใจ ‘ยามนี้เขากำลังขัดขวางความรักของบุตรชายและบุตรบุญธรรมในปกครอง’ จะกล่าวว่าเขาใจร้ายย่อมไม่ผิด แต่ที่ตัวเขาทำเช่นนี้ย่อมมีเหตุผล หากจะว่าด้วยเื่ของความรักของทั้งสองนั้น จะบอกว่าเป็ไปไม่ได้ย่อมไม่ใช่ ในเมื่อหลังจากที่ซัวหยางผู้เป็บุตรชายมีฮูหยินที่ดีและเหมาะสม เขาก็พร้อมจะมอบเย่วซินให้ไปเป็อนุ แค่อนุเท่านั้นที่ยังให้ได้ “พ่อบ้านจิง”
พ่อบ้านชราตอบรับ “ขอรับนายท่าน”
“วันพรุ่งนี้ในยามอุ้ย (13.00) บอกให้ซัวหยางเดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอ ไปสนทนากับผู้าุโก่อน แล้วข้าจะตามไปทีหลัง อีกเื่” เสิ่นซูฉีเงียบไปเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนจะตัดสินใจอย่างแน่วแน่ “หลังจากซัวหยางออกจากจวนไปแล้ว ให้เรียกเย่วซินมาหาข้า”
“ขอรับ” พ่อบ้านชราได้แต่เดินออกจาห้องโถงด้วยหัวใจอันหนักอึ้ง ตลอดเวลาหลายปีกับความรักอันบริสุทธิ์ของคุณชายและเย่วซิน ครานี้คงถึงเวลาแล้วกระมัง ดวงตาฝ้าฟางแหงนหน้าขึ้นมองบนฟ้า เขากล่าวโทษเบื้องบนว่า ‘เหตุใด์จึงส่งเย่วซินมาให้พบแต่ความทุกข์ระทมเช่นนี้หนอ’
&&&&
วันต่อมาในยามอุ้ย (13.10)
“ท่านพ่อมีสิ่งใดจะสั่งการกับเยว่ซินรึเ้าคะ” สตรีงดงามก้มหน้ามองต่ำ เมื่อเ้าของจวนที่มิเคยจะสนใจใยดีในตัวนางั้แ่แรกนั้นเรียกหา ราวกับนางรู้ชะตาตนเองอยู่แล้วว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นหากมิใช่เื่ของพี่ซัวหยาง
เสิ่นซูฉีมองสตรีตัวน้อยอย่างนึกสงสาร ในอดีตแม้มิคิดเอ็นดูนางเทียบเท่าฮูหยินรัก แต่ก็มิได้ทิ้งขว้างเด็กทารกแรกเกิดในยามนั้นได้ อีกทั้งสกุลของเขาชุบเลี้ยงเย่วซินให้มาเป็สตรีที่เพียบพร้อมไร้ที่ติในวันนี้ก็ถือว่าพวกเขาใจดีที่สุดแล้ว ในวันหน้าหากมีบุรุษสกุลใดต้องตาต้องใจเย่วซิน ตัวเขาก็ย่อมต้องสนับสนุนนางให้แต่งออกแน่! “ยามนี้เ้าก็ผ่านพ้นวันปักปิ่นไปแล้ว เป็สตรีที่พร้อมจะออกเรือน พ่อจะถามเ้าว่ามีบุรุษใดที่เ้าพึงใจบ้างหรือไม่”
ผู้ฟัง ลอบใจหาย คำถามที่ละไว้ในคำตอบคือ ‘ห้ามบอกว่าชมชอบพี่ซัวหยางใช่หรือไม่’ ใยตัวเย่วซินจะไม่เข้าใจ ก้อนสะอื้นถูกกลืนลงคออย่างยากเย็น บุรุษตรงหน้าคือผู้มีพระคุณท่วมหัวยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบได้ เช่นนั้นแล้วหากท่านพ่อไม่้าให้นางมาเป็สะใภ้ ทั้งๆ ที่นางก็เชื่อว่าท่านเองก็รู้เื่ความรักของนางกับพี่ซัวหยางดี ‘แต่หากท่านไม่้า’ นางควรจะตอบไปว่า “ยังไม่มีบุรุษใดที่ลูกพึงใจเ้าค่ะ แต่ถ้าหากท่านพ่ออยากให้เย่วซินแต่งเข้าสกุลใด ท่านพ่อบอกลูกได้นะเ้าคะ ลูกพร้อมจะทำตาม”
เสิ่นซูฉียิ้มรับ “ดีแล้ว มิเสียแรงที่เลี้ยงดูเ้ามาจนเติบโต อย่างไรเสียเื่แรกที่พ่อขอ ก็คือเ้าต้องเว้นระยะห่างจากซัวหยางบ้างเพราะเ้าเป็สตรีและซัวหยางเป็บุรุษ การอยู่ด้วยกันเพียงลำพังย่อมมิสมควรทำ”
"ได้เ้าค่ะ”
“อีกเื่คือ หลังจากที่ทางการประกาศผลสอบขุนนางแล้ว บิดาจะหาฮูหยินที่เหมาะสมให้พี่ซัวหยาง พี่ชายของเ้า” การย้ำสถานะของบุคคลไปตรงๆ เพื่อให้บุตรบุญธรรมได้จำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ว่านางมิสามารถเลื่อนจากสถานะน้องสาวไปเป็ฮูหยินได้ ‘เขาผู้เป็เ้าของจวน ขีดเส้นให้เดินอย่างชัดเจน!’ “ไม่ว่าพี่สะใภ้จะมาจากสกุลใด เ้าก็อย่าได้ตั้งท่ารังเกียจนาง”
“เ้าค่ะ”
“ไม่มีอะไรแล้ว เ้าอยากไปทำสิ่งใดก็ไปเถอะ”
เย่วซินเดินออกมาจากห้องทำงานของบิดาด้วยหัวใจอันเลื่อนลอย ไร้สติสัมปชัญญะ ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะนางเองที่ผิด ผิดที่ไปรักชอบกับบุตรชายของผู้มีพระคุณ ผิดที่นางไม่เจียมตัวเอง ผิดที่หัวใจของนางมันไม่เคยรักดี มายามนี้ได้ฟังคำของเ้าของจวนที่นางอาศัยอยู่ ‘มันเปรียบเสมือนทำลายหัวใจของนางให้แหลกเหลวจนแทบไม่มีชิ้นดี’ เช่นนี้แล้วจะให้นางร่วมอยู่ในจวนสกุลเสิ่นได้อย่างไรต่อไป
“คุณหนู” เสี่ยวเม่า สาวใช้ที่เลี้ยงดูเย่วซินมานานนับสิบปี เอ่ยเรียกร่างบางที่เดินเหมือนไม่มีแรง