เขาเป็นเจ้านายช่วงกลางวัน..
เป็นพี่เขยช่วงเย็นจนตกดึก..
และเป็นเจ้าหนี้ของเธอตลอดเวลา..
ชายหนุ่มให้เพตราโทรศัพท์บอกเธอว่าเธอไม่ต้องเข้าไปทำงาน ให้อยู่จัดการงานศพ แต่ตะวันวาดปฏิเสธ และเข้าไปทำงานในออฟฟิคอยู่ดี.. ทั้งคู่เจอกันแต่ไม่มีใครเอ่ยปากพูดแม้แต่คำเดียวจนกระทั่งตอนนี้.. ชายหนุ่มมักจะโผล่มาที่งานศพช่วงค่อนข้างดึกซึ่งทำให้ตะวันวาดไม่พอใจสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้ยินลุงสินธพคุยกับพ่อแม่ เธอจึงได้ทราบว่าอันธกานต์จะแวะเข้าไปที่โรงพยาบาลเพื่อดูแลวาเลนไทน์ก่อนจะมา.. นั่นทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก
ในวันแรกของงานทั้งภูจินดาและตะวันวาดต่างแอบกลัวว่าภูธเรศและอันธกานต์จะมีปากเสียงกันอีก แต่ปรากฏว่าทั้งคู่สบตามองกันและกันเพียงเสี้ยววินาที และเดินแยกจากกันโดยดี ซึ่งทำให้ภูจินดาและตะวันวาดแปลกใจไม่น้อย
นัยน์ตากลมมองผ่านอันธกานต์ไปพบกับชายหญิงคู่หนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นตามมาติด ๆ ร่างบางจึงรีบเดินพุ่งตรงไปยังพวกเขา
“เพชร น้ำ” ตะวันวาดเรียกชื่อทั้งคู่ ทำให้อันธกานต์หยุดฝีเท้าเล็กน้อย.. นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มตวัดไปมองผู้มาใหม่
เศรษฐวรรษยิ้มกว้างให้กับตะวันวาด ขณะที่สายธารพุ่งตัวไปกอดเพื่อนสาวที่ไม่ได้เจอมาสักพักทันที
“ตะวัน.. พวกเราเสียใจด้วยนะ” หญิงสาวเอ่ย ขณะที่ถอนอ้อมกอดจากตะวันวาด
เศรษฐวรรษทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สายตากลับไปสะดุดอยู่ที่อันธกานต์.. ชายหนุ่มอ้าปากค้างเล็กน้อย ก่อนจะหันมามองหน้าตะวันวาด.. นิ้วชี้เคลื่อนขึ้นมาที่ใบหน้าหวาน ก่อนจะเคลื่อนกลับไปหาอันธกานต์
“คุณอันธกานต์.. ตอนนั้นที่ตะ..”
สายธารรีบใช้มือปิดปากเพื่อนชายคนสนิทก่อนที่เขาจะสามารถพูดอะไรไปมากกว่านี้ หญิงสาวถลึงตามองเศรษฐวรรษ ก่อนชายหนุ่มจะพยักหน้ารัว ๆ เป็นท่าทางเข้าใจ
ตะวันวาดรู้สึกถึงความอึดอัดที่เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาตกอยู่ท่ามกลางสายตาของอันธกานต์
ร่างสูงได้ยินเศรษฐวรรษเรียกชื่อตัวเอง เขาจึงมองอีกฝ่ายเป็นเชิงถาม นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่ช้อนมามองสายธาร ทำให้เธอรีบยกมือออกจากปากชายหนุ่มทันที
“เอ่อ..” เศรษฐวรรษยิ้มแห้ง ๆ อย่างเก้อเขินให้กับกรรมการผู้จัดการของร้านอาหารเครือข่ายที่ตัวเองทำงานอยู่ แม้จะเคยเห็นอันธกานต์เพียงไม่กี่ครั้งตั้งแต่ทำงานมา แต่เขาก็ไม่เคยลืมอีกฝ่ายเลย โดยเฉพาะเมื่อได้ยินว่าตะวันวาดไปเดตกับร่างสูงตรงหน้ามา
“คุณอันธกานต์น่าจะไม่รู้จักผมฮะ.. ผมทำงานอยู่ที่ Jasmin & Gala (จัสมินแอนด์กาล่า) ฝ่ายขยายสาขาในเอเชียครับ” เศรษฐวรรษก้มศีรษะเล็กน้อยเป็นเชิงทักทาย พร้อมกับเอ่ยชื่อร้านอาหารเครือข่ายนั้น อันธกานต์มีสีหน้าถึงบางอ้อ.. เขาผงกศีรษะให้อีกฝ่าย ก่อนนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเคลื่อนมองไปยังตะวันวาดแทน หญิงสาวจึงรู้สึกถึงแรงกดดันที่ต้องเอ่ยปากขึ้น
“สองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทที่มหาลัยของฉันค่ะ” ประโยคแรกที่เธอเอ่ยกับเขาในรอบ 4 วันที่ผ่านมา
สายธารและเศรษฐวรรษมองหน้าซึ่งกันและกัน.. พวกเขาสวัสดีอันธกานต์อย่างเป็นทางการก่อนจะโดนตะวันวาดลากออกมา อันธกานต์เดินไปนั่งข้างบิดาและมารดาของตะวันวาด พอดีกันกับที่พระสงฆ์จำนวน 4 รูปได้ขึ้นมาบนแท่นที่นั่งและเริ่มทำการสวดอภิธรรม
เมื่อบทสวดจบลง เศรษฐวรรษจึงเริ่มต้นพูดคุยกับตะวันวาดอีกครั้ง
“ตะวัน.. คุณอันธกานต์.. สนิทถึงขั้นมางานศพพี่สาวตะวันเลยเหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ พร้อมกับสอดส่ายสายตามองไปยังร่างสูงในชุดสูททำงานสีดำที่ทำให้เขาดูเด่นและมีราศีกว่าคนอื่น ๆ บริเวณงาน
ตะวันวาดมองหน้าสายธาร เมื่อเห็นเพื่อนรักส่ายหน้าไปมาจึงเข้าใจได้ว่าสายธารคงไม่ได้เล่าอะไรให้เศรษฐวรรษฟัง เธอเคารพเพื่อนสาวมากพอที่จะไม่พูดเรื่องตะวันวาด แม้ว่าทั้งคู่จะสนิทกับเศรษฐวรรษเพียงใดก็ตาม
ตะวันวาดสูดลมหายใจเข้าลึก
“คุณธัน.. ตะวันหมายถึงคุณอันธกานต์.. เป็นสามีพี่บุหลันน่ะ” เสียงหวานเอ่ยตอบในที่สุด
เพื่อนชายคนสนิทมีท่าทางตกใจ
“อ้าว.. แล้วไหนแกบอกว่าตะวันไปดะ.. เดต”
เพี๊ยะ!
สายธารตีมือลงบนหน้าตักของเศรษฐวรรษ ทว่าหญิงสาวน่าจะลงมือแรงไปหน่อย ทำให้สายตาหลายคู่ภายในงานมองมายังพวกเธอ รวมถึงอันธกานต์ด้วย
“ใช่เรื่องที่แกจะมาถามตอนนี้ไหม ไอ้คุณเพื่อนเพชร” สายธารกล่าวกระซิบเบา ๆ ก่อนทำท่าทีขอโทษขอโพยแขกคนอื่น ๆ ที่เธอทำเสียงดังขึ้น
เศรษฐวรรษชักสีหน้าใส่เพื่อนสาว พร้อมส่งเสียงจิ๊จ๊ะอย่างเซ็ง ๆ เปลี่ยนความคิดไป..
แปลว่าเขาก็ยังจีบตะวันได้สินะ.. ชายหนุ่มนึกในใจกระยิ้มกระย่อง สายธารชักสีหน้าเมื่อเห็นรอยยิ้มประหลาด ๆ บนใบหน้าเพื่อนชาย แต่เธอเลือกที่จะไม่สนใจ
“ตะวัน ตกลงลาออกหรือยัง” เธอถามความคืบหน้า
ตะวันวาดพยักหน้าลง สายธารจึงกำมือยกนิ้วโป้งให้เธอ
“เก่งมาก ต้องงี้สิ!”
“ลาออก? แล้วตะวันจะไปทำงานที่ไหนต่อ”
คราวนี้หญิงสาวส่ายหน้าไปมา
“ยังไม่รู้เลย.. จริง ๆ พี่จินก็อยากให้ตะวันไปช่วยงาน แต่ตะวันก็ยังอยากหางานด้วยตัวเองก่อน” สายธารพยักหน้าอย่างเข้าใจ ขณะที่เศรษฐวรรษเลิกคิ้วน้อย ๆ
“มีอะไรให้เพชรช่วยก็บอกได้นะตะวัน” เสียงทุ้มกล่าวอย่างจริงใจ เต็มไปด้วยความเป็นห่วง ชายหนุ่มเอื้อมมือไปตั้งใจจะกุมมือตะวันวาด แต่โดนสายธารปัดออกเสียก่อน
“ทำอะไรห้ะ!? ไอ้คุณเพชร เดี๊ยะ ๆ จะแต๊ะอั๋งตะวันเหรอ” หญิงสาวโวยวาย
เหตุการณ์นั้นตกอยู่ภายใต้สายตาของอันธกานต์เช่นกัน.. นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องไปยังเศรษฐวรรษ
“พ่อ” เสียงของภูจินดาดังขึ้น เรียกความสนใจของทุกคนไป
คนเอ่ยเรียกพ่อรีบลุกขึ้นจากข้างกายพี่ชายเธอ ภูธเรศมองตามน้องสาวที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปรับชายสูงวัยที่ปรากฏตัวขึ้น
“นั่นใครอ่ะตะวัน” สายธารสะบัดข้อศอก กระทุ้งสีข้างของเพื่อนรัก
“คุณจินเพิ่งเรียก ‘พ่อ’ ไป ก็ต้องเป็นพ่อเขาสิ” เศรษฐวรรษได้ทีเอะเพื่อนสาวกลับบ้าง
“พ่อพี่จิน” หญิงสาวตอบพร้อมกับพยักหน้าให้ทั้งคู่
“อื้อฮือ.. ครอบครัวแฟนเก่ามาครบทั้งบ้านขนาดนี้.. สามีใหม่จะว่ายังไงนะ” เสียงสายธารแซวเล่น แต่ก็ต้องรีบยกมือกุมปากตัวเองเมื่อเห็นตะวันวาดมองมา
ชาตรี อัศวะนัย เดินเข้ามาภายในงานศพด้วยความนิ่งขรึม.. สายตากวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดสบตากับอันธกานต์ที่นั่งอยู่ ใบหน้าคมนิ่งเรียบ ทว่านัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มนั้นแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ภูธเรศมองบิดาที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาพร้อมกับภูจินดา ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปมองอันธกานต์
มารดาของตะวันวาดลุกขึ้นยืน เดินไปไหว้และรับไหว้บุคคลมาใหม่พร้อมเอ่ยคำทักทายอย่างด้วยความขัดเขิน.. แม้ลูกสาวของเธอจะคบกับภูธเรศมาเป็นสิบปี แต่หล่อนกลับเคยพบกับบิดาของเขาเพียงครั้งเดียว.. นอกจากความเป็นพ่อแม่แล้ว เรื่องสังคม หน้าที่การงาน ชีวิตของพวกเขานั้นช่างต่างกันจนเธอเองไม่รู้ว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรกับบุคคลตรงหน้าจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด
ชาตรีเองรับรู้ได้.. เขาพยายามทำตัวให้ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้.. เสียงทุ้มเอ่ยทักทาย พร้อมกับสอบถามเรื่องเล็กน้อยพอเป็นพิธี เขาเดินไปเคารพศพโดยมีภูจินดาคอยช่วยเหลือตลอดเวลา เมื่อหันกลับมาภายในตัวงาน อันธกานต์ก็ได้หายตัวไปเรียบร้อยแล้ว..
“คุณลุง สวัสดีค่ะ คุณลุงสบายดีนะคะ” ตะวันวาดปรากฏตัวขึ้นข้างชาตรี พร้อมกับก้มตัวลงไหว้อย่างอ่อนน้อม
ชายสูงวัยยิ้มให้หญิงสาวพร้อมยกมือรับไหว้
“สบายดี ขอบใจมาก” ชาตรีเอ่ยตอบ พลางพยักพเยิดไปทางภูจินดา
“จินบอกว่าตะวันจะมาช่วยงาน อาทิตย์หน้านี้”
ตะวันวาดมีท่าทีอ้ำอึ้ง.. เธอยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนั้นเสียทีเดียว
ภูจินดารีบเอ่ยขึ้นบ้าง ทำให้ตะวันวาดมีช่องว่างในการเอาตัวรอด
“เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยดีกว่าค่ะพ่อ รอให้ตะวันจัดการเรื่องทางนี้ให้เสร็จก่อนดีกว่า”
หญิงสาวเองก็สังเกตได้ว่าอันธกานต์ได้หายตัวไป
ชาตรีอยู่ในงานศพไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็กลับออกมา.. ภูจินดาเดินมาส่งบิดาของเธอ ขณะที่ทั้งคู่เดินอยู่ในระหว่างทางไปลานจอดรถ ชายสูงวัยสังเกตเห็นถึงเงาบุคคลหนึ่งที่เขามองหาเสียทั่วงานแต่ก็ไม่พบ
คนเป็นพ่อจึงบอกให้ลูกสาวกลับไปในงานศพก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปถึง..
“ส่งแค่นี้ก็พอ แกกลับไปหาพี่แกที่งานเถอะ”
อันธกานต์สบสายตากับภูจินดา.. คนเป็นลูกสาวหันสบตามองบิดา.. หญิงสาวไม่ต้องเดาก็บอกได้ว่าท่าทางของอันธกานต์นั้นกำลังรอพบพ่อของเธออย่างตั้งใจ
ภูจินดาทำท่าจะค้าน ทว่าชาตรีมองลูกสาวด้วยสีหน้าจริงจัง ภูจินดาจึงได้แต่ก้มหน้าทำตามที่พ่อสั่ง
น่าเสียดายที่บริเวณนั้นเป็นพื้นที่โล่งกว้าง.. ไม่เช่นนั้นภูจินดาต้องหาทางแอบฟังบทสนทนาของทั้งสองคนแน่นอน
ต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่.. ไม่งั้นพ่อเธอไม่มีทางปิดบังเธอแน่นอน.. หญิงสาวคิด ขณะที่เดินกลับไปยังงานศพ