หลินตงเดินผ่านกลุ่มการรับคนของศิษย์แล้ว เบื้องหน้าของเขาตอนนี้ก็คือหอคอยที่สูงตระหง่าน ตรงเข้าประตูใหญ่โตกว่าสิบเมตร มีมวลศิษย์เข้าออกตลอดเวลาจนทำให้เกิดเสียงครึกโครมขึ้น
เมื่อเขาเข้ามาถึงภายในแล้วก็ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นไปอีก ภายในหอภารกิจถูกจัดแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ด้านซ้ายมีป้ายที่เขียนไว้ว่าระดับต่ำ ด้านขวามีเขียนไว้ว่าระดับกลาง ส่วนใจกลางของหอคอยมีเขียนไว้ว่าระดับสูงและแน่นอนว่ามันจะต้องเป็นการบอกระดับของภารกิจ
ตรงบริเวณตามจุดๆต่างก็มีศิษย์มากหน้าหลายตากำลังยืนดูแผ่นกระดาษที่ถูกติดเอาไว้บนกระดานขนาดใหญ่อยู่ แต่ละคนกวาดตามองพวกมันพร้อมกับอ่านรายละเอียดกันอย่างจริงจัง
ขณะเดียวกันบางคนที่ถูกใจกับภารกิจพวกเขาก็จะฉีกมันออกมาพร้อมกับเดินไปยังโต๊ะจุดรับภารกิจเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ภายในหอคอยนี้ พวกเขาถูกคุมด้วยผู้อาวุโสหลายคนของสำนัก
หลินตงที่เห็นมันก็ไม่รอช้าที่จะเดินไปยังทางด้านซ้ายก่อน ป้ายมันถูกเขียนไว้ว่าภารกิจระดับต่ำก็แสดงว่ามันเป็นภารกิจที่ทุกคนภายในสำนักนั้นทำได้อย่างไม่มีเงื่อนไข
ที่ด้านหน้ากระดานขนาดหลายสิบเมตร ชายหนุ่มยืนมองพร้อมกับกวาดตาอ่านภารกิจต่างๆและเมื่อเขาเห็นมันก็รับรู้ถึงระดับได้ในทันที
ภารกิจส่วนใหญ่จะมีระดับเพียงแค่ปรับแต่งร่างกายเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งที่ออกอาละวาด การหาสมุนไพรบริเวณหลังเขาอุดรหรือแม้แต่การช่วยงานชาวบ้านที่อยู่ตามหมู่บ้านต่างๆซึ่งมันเป็นงานง่ายๆ ส่วนแต้มคะแนนสำนักก็ได้เพียงแค่ไม่กี่สิบแต้มเท่านั้น บางงานที่ดูสบายๆก็ได้เพียงแค่สองหรือสามแต้มเลยก็มี
ต้องบอกก่อนว่าแต้มคะแนนภายในสำนักนั้นหายากเป็นอย่างมาก ถ้าจะหาจากภารกิจละก็พวกเขาก็จะต้องทำเก็บสะสมมันเป็นเวลาเนิ่นนานจนกว่าจะได้สักหนึ่งร้อยแต้มและยิ่งภารกิจง่ายๆแต้มคะแนนก็จะลดหย่อนกันไปตามแต่งานที่จะทำและด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ศิษย์หลายๆคนไม่ค่อยจะสนใจภารกิจระดับต่ำซักเท่าไหร่แต่มันก็ยังมีคนที่รับทำเช่นเดียวกัน
ชายหนุ่มเมื่อเห็นภารกิจที่ง่ายและได้แต้มน้อยเช่นนี้ก็ส่ายหัวออกมา
"ไม่น่าสนใจเลย ไอ้การช่วยเก็บอุจจาระของม้าที่หมู่บ้านแห่งนึงนี้มันอะไรกัน ฮ่าฮ่า"
หลินตงพูดจบก็หันหลังเดินไปยังจุดต่อไปในทันที ภารกิจที่ง่ายๆเช่นนี้มันไม่ท้าทายแล้ว ชายหนุ่มจะหาภารกิจที่มันได้แต้มคะแนนเยอะๆและสามารถทำเสร็จได้เร็วที่สุด
ขณะเดียวกันเขาก็ครุ่นคิดว่าไม่มีภารกิจฝึกฝนสัตว์อสูรเลยเหรอ ถ้ามันมีละก็เขาจะรับมันมาอย่างรวดเร็วเลยเชียวละ
และเมื่อเขามาถึงยังบริเวณอีกด้านนึงก็สังเกตเห็นถึงความครื้นเครงที่เกิดขึ้น หน้ากระดานรับภารกิจระดับกลางตอนนี้เต็มไปด้วยสานุศิษย์มากหน้านับร้อยที่กำลังยืนมองภารกิจกันอย่างไม่วางตา
มีบางคนถึงกับทะเลาะเพื่อแย่งชิงภารกิจกันเลยก็มี ต้องบอกก่อนว่าที่จุดภารกิจระดับกลางนี้เป็นที่นิยมมากกว่าอีกสองระดับซะอีก ภารกิจระดับกลางโดยส่วนมากจะเป็นภารกิจที่ท้าทายและให้แต้มคะแนนเยอะมากยิ่งกว่าระดับต่ำถึงหลายสิบเท่าจึงทำให้หลายคนนั้นสนใจกัน
เมื่อหลินตงมาถึงก็ยืนอยู่รอบนอกของฝูงศิษย์พร้อมกับกวาดมองไปยังกระดานนั้น ด้วยการที่เขามีพลังระดับจิตยุทธวิญญาณขั้นที่สี่แล้วต่อให้จะถูกบดบังจากจำนวนมากเพียงใดก็ไม่อาจที่จะหลุดพ้นไปจากห้วงจิตสัมผัสของเขาได้แถมตอนนี้การตรวจสอบของเขาก็ขยายไปไกลถึงหลายสิบเมตรมันจึงทำให้ชายหนุ่มสามารถมองเห็นมันได้อย่างสบายๆ
บนกระดานก็มีภารกิจมากมายให้ค้นหา
"สังหารสัตว์อสูรระดับสอง ตั๊กแตนใบมีดสองตัวและนำซากศพกลับมา ได้รับแต้มคะแนนหนึ่งร้อยแต้ม"
"หาสมุนไพรระดับสอง สิบชนิดให้กับผู้อาวุโสของสำนัก ได้รับแต้มคะแนนห้าร้อยแต้ม"
"ตรวจสอบเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นตรงหมู่บ้านแห่งนึงและเอาข้อมูลกลับมา ได้รับแต้มคะแนนหนึ่งร้อยคะแนน"
"จับสัตว์อสูรระดับสอง หมีภูผากลับมาแบบเป็นๆ ได้รับแต้มคะแนนสามร้อยแต้ม"
หลินตงที่ไล่อ่านไปเรื่อยๆก็ยิ่งประหลาดใจเป็นอย่างมาก ภารกิจแต่ละอย่างสำหรับพวกศิษย์บางภารกิจมันก็ง่ายดายซะจนรับแต้มคะแนนฟรีๆ ส่วนบางภารกิจก็ดูจะต้องใช้หลายคนในการทำมัน
ดูเหมือนว่าภารกิจต่างๆทางสำนักจิตวิญญาณจะเป็นตั้งออกมาเอง โดยปกติแล้วทางสำนักจะไม่ตั้งภารกิจออกมาอย่างมั่วซั่วยกเว้นก็แต่ว่าจะได้รับคำร้องขอจากที่ต่างๆตามหัวเมืองหรือหมู่บ้าน พวกเขาจะตอบแทนให้กับสำนักเป็นพวกเหรียญทองหรือทรัพยากรในการฝึกฝนเพื่อแลกกับการคลี่คลายปัญหาของพวกเขา เรียกง่ายๆว่าทางสำนักคือสื่อกลางในการทำงานเลยก็ว่าได้ สำนักได้ ผู้จ้างวานได้และลูกศิษย์ก็ได้ สำหรับพวกเขาแล้วไม่มีอะไรที่น่ายินดีไปกว่านี้แล้ว
ขณะเดียวกันหลินตงก็ไปเห็นตรงบริเวณนึงของกระดานภารกิจ มันถูกเขียนกฏเอาไว้อยู่ไม่กี่ข้อแต่ข้อสำคัญเลยก็คือถ้ารับภารกิจที่ทำเกิดตัวแล้วไม่สามารถทำมันสำเร็จได้พวกเขาก็จะถูกหักแต้มคะแนนถึงห้าร้อยแต้มแถมและถ้าเกิดมีการเสียชีวิตขึ้นมาทางสำนักก็จะไม่รับผิดชอบเช่นเดียวกันเพราะถึงยังไงทางสำนักจิตวิญญาณก็ประกาศเตือนแล้วว่าอย่าทำอะไรเกินตัวและให้พิจารณาภารกิจของตนเองอย่างรอบครอบ
"กฏเกณฑ์เป็นระเบียบมาก การที่พลังไม่เพียงพอแล้วริอาจจะทำภารกิจที่เกินกำลังกว่าตนเอง ตัวของคนๆนั้นคงจะโลภเป็นอย่างมากที่จะอยากได้แต้มคะแนนเยอะๆละมั้ง"
หลินตงส่ายหัวออกมาพลางบ่นพึมพำขึ้น ใครมันจะโง่พอที่จะไปรับภารกิจที่ตัวของตนเองไม่มีทางทำได้ละ ชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าภารกิจระดับกลางยังไม่ค่อยที่จะสนใจตัวของเขาก็ปลีกไปยังใจกลางหอคอยทันที
ระหว่างนั้นมีหลายคนที่เห็นหลินตงเดินไปยังกระดานภารกิจระดับสูงก็อุทานกันออกมา
ต้องบอกก่อนว่าภารกิจระดับสูงนั้นถูกเก็บไว้ให้กับศิษย์หลักของสำนักเท่านั้น ไม่มีใครที่ไม่รู้ถึงระดับของมัน ภารกิจระดับสูงนั้นไม่ธรรมดา เรียกง่ายๆว่าต่อให้จะเอาศิษย์ระดับสองนับสิบคนรวมกลุ่มกันไปพวกเขาก็ไม่อาจที่จะทำภารกิจได้สำเร็จ มันเพราะอะไรนะหรอ แน่นอนว่าเพราะพลังยังไงละ ภารกิจระดับสูงนั้นยากเย็นยิ่งกว่าระดับกลางเป็นสิบเท่า ขั้นต่ำที่จะสามารถทำภารกิจผ่านได้ก็คือเป็นผู้มีพลังจิตยุทธรวมเป็นหนึ่งและศิษย์หลักหลายสิบคนก็เป็นคนที่มีพลังระดับนั้นนั่นเอง
เวลาผ่านไปหลินตงก็ไม่ได้สนใจถึงเสียงซุบซิบนินทาเลยแม้แต่น้อย ตรงบริเวณภารกิจระดับสูงนี้ต้องบอกเลยว่าไม่มีใครยืนอยู่หน้ากระดานเลยสักคน บนกระดานมีแผ่นกระดาษที่น้อยมากน้อยยิ่งกว่าระดับกลางถึงหลายสิบเท่า มันมีเพียงแค่ไม่กี่สิบแผ่นเท่านั้นแต่ทว่ากลับเป็นภารกิจที่ยากเย็นยิ่งกว่าสิิ่งใด
"หืม? ภารกิจบนกระดานแห่งนี้ไม่ธรรมดาเลย..!!"
ชายหนุ่มเมื่อเห็นมันก็ถึงกับอุทานออกมา ขั้นต่ำในการรับภารกิจคือผู้มีพลังจิตยุทธรวมเป็นหนึ่งยังงั้นเหรอ