“ ก่อนอื่นเราต้องตรวจสภาวะแวดล้อมดูก่อน”
เขามีความจำเป็ต้องตรวจสอบสภาวะแวดล้อมตัวเขาดู ว่ามีพลังหยินพลังหยางพอให้เขาดูดซับหรือไม่ ผลปรากฏว่าในโลกแห่งนี้มีพลังทั้งหยินและหยาง แพร่กระจายไปทั่วและอาจจะหนาแน่นกว่าโลกที่เขาจากมา
“ คงเป็เพราะในโลกนี้อาจจะไม่มีผู้ฝึกตนหรือถ้ามีก็อาจจะน้อย ”
นี้เป็เื่ที่ดีมากสำหรับเขามันทำให้เขาอาจไปถึงระดับ เหนืุ์ ได้โดยใช้เวลาเพียงแค่ครึ่งเดียว ตอนนี้ได้เวลาที่เขาจะสำรวจร่างกายของเขาอย่างละเอียดดูอีกที โดยการชักนำพลังหยางเข้าไปดูตามจุดชีพจรจุดต่างๆว่าตัวของเขามีเส้นชีพจรอย่างไร
“ ไม่เลวๆ ! 5555!! เส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ !!! 5555 !! ”
ตอนนี้เขาหัวเราะอย่างคนบ้า ในชีวิตก่อนหน้านี้ตัวเขามีเส้นชีพจรหยางศักดิ์สิทธิ์ มันทำให้เขาสามารถใช้พลังหยางสุดขั่วโดยไม่ได้ผลกระทบ
มันทำให้เขาแข็งแกร่งจนกลายเป็ 1ใน4 พระเ้าผู้ยิ่งใหญ่ ในโลกผู้ฝึกตนที่เขาจากมา ผู้ที่ไปถึงระดับ พระเ้า ในโลกนั้นไม่ได้มีแค่ 4 คนเท่านั้น
ยังมีคนอื่นๆที่ไปถึงระดับพระเ้าแต่ไม่ได้รับสมญานาม พระเ้าผู้ยิ่งใหญ่ เพราะคนพวกนั้นไม่สามารถต่อกับเหล่าพระเ้าผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 4 ได้
ถ้าเส้นชีพจรหยางศักดิ์สิทธิ์คือพลังหยางสุดขั่วแล้ว เส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ก็คือหยินหยางสุดขั่ว สามารถใช้วิชาร้อนเย็นได้ดั่งใจไม่จำกัดพลกแพลงไม่รู้จบ
พลังหยินหยางเปรียบเหมือนเชื้อเพลิงส่วนร่างกายเปรียบดังกระถ่าง ยิ่งเชื้อเพลิงร้อนแรงหรือเย็นติดลบมากเท่าไร กระถ่างหรือร่างกายต้องมีความแข็งแกร่งพอที่ยอมรับการเผาไหม้หรือ แช่แข็งสุดขั่วมากขึ้นไปเท่านั้น
เขาไม่รอช้าอีกต่อไปรีบส่งพลังหยินเข้าไปเพื่อตรวจสอบร่างกายทันที
“ ไม่จริง ! ์ ! 5555 !! เป็ไปไม่ได้ ! กายบรรพการ !! 555 ”
ในชีวิตก่อนหน้าเขามีกายั ใน 1000 ปี จะมีกายชนิดนี้โผล่มาสักคน แต่ในตอนนี้เขาได้กายามา มันทำให้เส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ดูด้อยค่าไปเลยทันตา
โบราณกาลเคยมีบันทึกไว้ต่อร้อยกายัหาได้ต่อกรกายา ในบันทึกยังมีทักษะบ่มเพราะร่างกายชนิดนี้ทิ้งไว้อย่างละเอียด
ด้วยความที่กายาชนิดนี้หายากขนาดหมื่นปี จะมีสักคน เคล็ดลับวิชาการบ่มเพราะร่างกายจึงตั้งอยู่กลางใจเมืองอย่าโจ่งแจ้ง เพราะต่อให้เขารู้ทักษะก็ไม่สามารถฝึกได้ หากไร้ซึ่งร่างกายพิเศษที่หายากชนิดนี้
ทั้งเส้นชีพจรโลหิตและกายบรรรพกาลมีข้อเสียอีกอย่าง จนกว่าจะถึงระดับ เซียน ต่อให้ผู้เชี่ยวชาญ ระดับ ทหาร์ ก็ไม่สามารถมองออกได้ว่าพวกเขาเป็กายา และ เส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์
และคนจำพวกนี้จะต้องใช้ทรัพยากรในการบ่มเพราะมากกว่าผู้อื่นหลายเท่าตัว เพราะเขาเคยเป็ผู้ฝึกตนระดับพระเ้ามันจึงทำให้เขาตรวจสอบได้ ผู้ฝึกตนทั่วไปจะมองเห็นคนที่มีกายาเป็คนพิการ ไม่สามารถบ่มเพราะร่างกายได้ในเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ก็เช่นกัน
ผู้ฝึกตนทั่วไปจะมองเห็นเขาเป็คนที่มีชีพจรตีบตันไม่สามารถบ่มเพราะได้
" เฮอะเ้าพวกตาถั่ว "
คนที่ร่างกายและชีพจรที่พิเศษมากๆ ส่วนมากจะเป็พวกขมต้นหวานปลาย รอจนมีผู้บ่มเพราะระดับสูงผ่านมาเห็น จึงถูกเก็บกลับไปฝึกปรือให้ทรัพยากรในการบ่มเพราะ จนเก่งกล้าในตอนท้าย กายัในชีวิตก่อนหน้าก็เป็เช่นกัน
ถ้าไม่ได้อาหญิงของเขาผ่านมา ไม่รู้ชะตากรรมตอนนั้นจะเป็เช่นไร แต่ตอนนี้เขาเป็ใครต้องรอให้ใครมาเก็บเขาไปเลี้ยงอย่างนั้นรึ
เขาเป็พระเ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่มีความรู้กว่า หมื่นปี ไม่ว่าจะทักษะระดับพระเ้า ระดับเทพ ระดับเซียน หรือ ระดับมนุษย์ เขาเรียนรู้มันมาหมดแทบทั้งสิ้น ในโลกของผู้ฝึกตนผู้คนต่างเรียกขานเขาว่าเป็ สารานุกรมเคลื่อนที่
“ เราจะต้องรีบแข็งเกร่งขึ้น “
ในเื่ ทักษะบ่มเพราะร่างกายนั้นไม่ต้องเลือกให้ลำบากใจ มีเพียงทักษะกายะเท่านั้นที่จะสามารถบ่มเพราะ กายา ได้
“ เฮ้ออ ”(เสียงถอนหายใจ)
แต่กับเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์นั้นต่างกัน มีทักษะมากกว่า10แขนงวิชาในการบ่มเพาะมัน ในชีวิตที่แล้วเขาได้รับทักษะ 9 สุริยัน มาจากอาหญิงของเขา
ในตอนนั้นเขาคิดแค่มันเป็ทักษะที่เหมาะที่สุดกับเส้นชีพรจรหยางศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ในตอนหลังจึงได้มารู้ว่าอาหญิงของเขานั้น ฝึกทักษะ 9 จันทรา ซึ่งเป็ทักษะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ที่มีเส้นชีพจรหยินศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งทั้งคู่ที่ฝึกวิชาจะกลายเป็ คู่บำเพ็ญรวมกัน (คู่สามีภรรยา)
“ อาหญิง ข้า..คิดถึงท่านเหลือเกิน ”
ภายหลังจึงได้ทราบว่า แต่เดิม ทักษะ 9 สุริยัน และ 9 จันทรา เป็ทักษะเดียวกัน แต่ข้อจำกัดของทักษะคือผู้ที่จะฝึกปรือทักษะชุดนี้จะต้องเป็ผู้ที่มีเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์
และด้วยความที่กลัวว่าทักษะจะหายไปเนื่องจากเส้นชีพจรชนิดนี้หายาก บรรพจารย์จึงแบ่งทักษะนี้เป็ 2ชุด มอบให้กับ ผู้เส้นชีพจรหยางศักดิ์สิทธิ์ และ หยินศักดิ์สิทธิ์ฝึกคนละครึ่ง
และเมื่อทั้ง 2 รวมกายรวมใจกันจึงจะสามารถดึงเอาพลังที่แท้จริงของทักษะชุดนี้ออกมา และชื่อเดิมของทักษะชุดนี้ คือ
“ ทักษะ ดารา 9 นภา ”
___________________________________________________________________________________