-02-
*ว่าด้วยเื่เป่ายิ้งฉุบแพ้!*
เหตุการณ์แห่งความวุ่นวายกลับมาสงบสุขกันได้เพราะท่านเทพปราบมารนามว่าหลี่ฟาน ด้วยการสะบัดมือเรียกพายุเพียงครั้งเดียวเ้าพวกิญญาทั้งหลายก็ลอยละลิ่วไปไกล ได้ยินเสียงไอค่อกแค่ก ๆ อย่างน่าเวทนา
ในที่สุดพวกเขาก็หยุดโบ้ยกันไปโบ้ยกันมา กลับมานั่งกันอย่างเรียบร้อยสงบเสงี่ยมเจียมตัว เพราะเกรงว่าท่านเทพผู้มีอารมณ์ฉุนเฉียวจะโกรธเกรี้ยวขึ้นมาอีก
ว่าก็ว่าเถอะ พวกเขาน่ะนะ..มีร้อยร่างก็สู้ไม่ได้!
"นี่..ผมมีข้อเสนอ" เป็ลี่ฟางเม่ยที่ทนไม่ไหวเอ่ยขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึดอัด จะให้มานั่งเถียงกันไปเถียงกันมาแบบนี้มันก็ไม่ได้ข้อสรุปสักที "พวกคุณ ๆ สนใจไหมครับ?"
ดวงตากลมกวาดมองทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งท่านเทพองค์นั้น หลี่ฟานเบนสายตามองเพียงครู่เดียวก็หันกลับไปไม่สนใจเขา ลี่ฟางเม่ยยู่ปากใส่อีกฝ่าย ไม่นึกว่าิญญาอีกเสี้ยวของตัวเองจะขี้เก๊กได้ขนาดนี้ แต่จะว่าไปท่านเทพเขาหล่อมากเลยนะ หล่อแบบเทพ ๆ อะ แถมน่าจะเก่งแบบไม่บันยะบันยังซะด้วย
ก็เป็ถึงเทพปราบมารเลยนี่นา จะธรรมดาได้ยังไง!
สิ่งที่ลี่ฟางเม่ยนำเสนอนั้นก็คือการ 'เป่ายิ้งฉุบ' เมื่อทุกคนได้ฟังแล้วต่างถอนหายใจและส่ายหัวอย่างเอือมระอาพร้อม ๆ กัน
ปัญญาอ่อน...
"เอ้า ไม่สนใจกันเหรอ?" ลี่ฟางเม่ยเกาหัวแกรก ๆ เป็วิธีเดียวที่จะตกลงกันได้ง่ายที่สุดแล้วนะ!
"ได้"
"หาา..?"
ทุกคนต่างอ้าปากหวอพร้อม ๆ กัน มีเพียงคุณมาเฟีย คุณนักฆ่าหน้าโหด และท่านเซียนแห่งพิษที่ยังเก็บอาการได้อยู่
ที่ตื่นใกันขนาดนี้เพราะคนตกลงรับข้อเสนอที่พวกเขาเห็นพ้องต้องกันว่ามัน ปัญญาอ่อน นั้นคือท่านหลี่ฟาน เทพปราบมารน่ากลัว ๆ คนนั้นยังไงล่ะ!
เรือนกายสูงเด่นกำยำเดินเข้ามาอยู่ตรงกลางวงล้อม กลิ่นอายอันตรายแผ่กำจายออกมาจนคนรอบ ๆ ขนลุกเกรียว ั์ตาคมกวาดมองดวงจิตทั้งเก้าที่เป็เสี้ยวิญญาของตัวเองอย่างดุ ๆ เป็เชิงบังคับว่าให้จบเื่นี้กันเสียที
จงให้โอกาสตนเองเสีย ก่อนที่เขาจะทำลายดวงจิตทุกดวงทิ้งให้ดับสูญไปตลอดกาล..
รอบแรกให้จับกันเป็คู่ทั้งหมด 5 คู่ หากใครชนะแปลว่ารอดตัวไป หากใครแพ้จะต้องมาดวลกับคนแพ้ต่อ
"เป่า..ยิ้ง..ฉุบ!"
รอบแรกเสียงดังวุ่นวาย ตามด้วยเสียงเฮของคนชนะ ลี่ฟางเม่ยได้คู่กับเ้าของร่าง เขาออกกรรไกร หลี่ฟางเม่ยตัวน้อยออกค้อน
อ่า.. ไม่เป็ไร ยังเหลือโอกาสรอดอีก!
คนรอดทั้งห้าคนนั้นล้วนเป็ชาวพิภพทั้งสิ้น เหลือแต่พวกเขาชาวโลกที่ต้องมาสู้กันเอง
คราวนี้เปลี่ยนเป็โอน้อยออกบ้าง
"เยส ฉันรอดแล้วค่ะทุกคนนนน" พี่สาวเชฟรอดเป็คนแรกในห้าคน
ตามด้วยพ่อหนุ่มมาเฟียคนที่สอง คนที่สามคือคุณนักฆ่าตามไปติด ๆ เหลือเพียงลี่ฟางเม่ยกับอีกหนึ่งคนสุดท้าย นั่นก็คือพระ...
เอาล่ะฟางเม่ยเอ้ย สู้กับใครไม่สู้ สู้กับพระ! คนบาปแบบเขาจะร่วงก็งานนี้แหละ ไม่ต้องเป่ามันแล้ว ฮือออ
"หลวงพี่ครับ ให้ผมรอดเถอะนะครับบ" เ้าตัวพนมมือขึ้นกลางอก ตากลมกะพริบปริบ ๆ
หลวงพี่เผยสีหน้าลำบากใจ ก่อนจะเอ่ยอย่างสิ้นหวังและท้อแท้ "ชีวิตย่อมเป็ไปตามกรรม"
หลวงพี๊!!
ทุกคนในที่นี้ลุ้นกันอย่างมาก ดวงตาหลายคู่ต่างเฝ้ารอผู้โชคดี ลี่ฟางเม่ยยกมือขึ้นสาธุบุญที่ทำมาทั้งหมดโปรดหล่นทับเขาด่วน ๆ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกจนสุดปอด
"ผมพร้อมแล้ว!"
ความมั่นใจเต็มเปี่ยมในคราวแรกนั้นลดลงฮวบฮาบเมื่อหลวงพี่ออกกระดาษ ส่วนตัวเองออกค้อน
น้ำตาเด็กหนุ่มตกในแหมะ ๆ
กรี้ดดดดด!!
เขาแพ้ให้กับพระ!!
"อะแฮ่ม! เอาล่ะลี่ฟางเม่ย เป็เ้าที่โชคดี" เทพก่อกำเนิดกระแอมไอก่อนจะเอ่ยกับลี่ฟางเม่ยซึ่งตอนนี้เ้าตัวนั้นช็อคไปเป็ที่เรียบร้อย
พี่สาวเชฟเดินเข้ามากอดปลอบ ตามด้วยท่านปรมาจารย์ค่ายกล และคนอื่น ๆ และพ่อมาเฟียที่ตบไหล่เขาอย่างปลอบใจจนไหล่แทบหัก!
ลี่ฟางเม่ยเบะปากคว่ำอย่างงอแง
"หรือเ้าจะแข่งใหม่?" เป็เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ "หากเ้ากลัวที่จะไปเกิดก็ไม่เป็ไร ข้าจะ-" ..ไปแทนเอง ประโยคนั้นหลี่ฟานยังพูดไม่จบ ลี่ฟางเม่ยกลับโพล่งขึ้นเสียก่อน
"ไม่เป็ไรครับ!" จะแข่งใหม่ได้ยังไงในเมื่อเกมนี้ตัวเขาเป็คนคิดขึ้นมาเอง
คนอย่างฟางเม่ย เดือดร้อนไม่ว่าแต่เสียหน้าไม่ได้!
"เ้าแน่ใจ..?"
"อื้ม แน่ใจครับ ว่าแต่..ทุกคนจะอยู่กับผมใช่ไหมอะ?" เขาเอียงคอถามทุก ๆ คนด้วยสีหน้าเป็กังวล ซึ่งก็ได้รับการพยักหน้าเป็คำตอบ
"จิติญญาของพวกเราจะหลอมเป็หนึ่งเดียว" ผู้เขียนอักขระ
"ข้าละอายแก่ใจแล้ว..." ปรมาจารย์ค่ายกล
"พี่เองก็รู้สึกผิด พี่ไปแทนหนูได้นะ" พี่สาวเชฟน้ำตาคลอเบ้า
หลี่ฟางเม่ยที่ยืนเงียบอยู่นานจับแขนของลี่ฟางเม่ยไว้ เ้าตัวก้มหน้างุดเม้มปากแน่น ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกมา "ข..ข้ายอมแพ้เ้า ข้าจะกลับไปเอง"
"ไม่ ๆ พี่ตั้งกติกามาเอง พี่รับผิดชอบเอง หนูไม่ต้องคิดมากนะ" สงสารเ้าตัวน้อยมาก ดวงตาแดงก่ำแล้วนั่นน่ะ ถ้าหลี่ฟางเม่ยกลับไปที่นั่นจะต้องโดนกลั่นแกล้งอีกแน่ แล้วตัวจ้อยแค่นี้ ใจดวงเล็กแค่นี้จะไปสู้อะไรใครไหว
ไม่ต้องนะน้อง พี่ชายจะเป็คนเสียสละเอง!
"แต่เ้าต้องลำบาก พิภพนั้นไม่เหมาะกับเ้าหรอก" หลี่ฟางเม่ยน้ำตาร่วงเผาะ ทำเอาหัวใจคนมองหล่นฮวบ เ้าของใบหน้าซูบตอบหันไปหาเทพก่อกำเนิด "..โปรดส่งข้ากลับไป"
เขาไม่อาจเห็นแก่ตัวได้ ในเมื่อร่างนั้นเป็ดวงจิตของตนเองที่ไปเกิดั้แ่แรก จะให้คนอื่นไปตกระกำลำบากแทนตนได้อย่างไร อีกอย่างพวกคนตระกูลหลี่น่ากลัวกว่าที่คิด หากลี่ฟางเม่ยต้องไปใช้ชีวิตในร่างนั้นไม่แน่ว่าจะถูกคนพาลเอาเปรียบได้ เขาไม่อยากให้ใครต้องมารับผิดชอบแทนหรอก
ทุกคนต่างเงียบกริบ พอตั้งสติกันได้ก็พากันถอนหายใจอย่างปลงตก
"ไม่ต้องเถียงกัน ข้าไปเอง"
"ท่านหลี่ฟานแน่ใจหรือ?"
"ไม่ครับ! ผมเอง ผมจะไป ทุกคนไม่ต้องรู้สึกผิดกันนะ จริง ๆ แล้วในใจลึก ๆ ผมเองก็ยังไม่ได้อยากตายซะหน่อย ผมยังอยากใช้ชีวิต ยังอยากไปเที่ยวรอบโลก ยังอยากกินให้อิ่ม นอนห่มผ้าอุ่น ๆ อยู่เลยครับ"
เขาคิดอีกทีแล้ว มีชีวิตใหม่ก็ดีเหมือนกัน
ขาเรียวเล็กก้าวมาหยุดเสมอกับหลี่ฟาน ลี่ฟางเม่ยเห็นความไม่ยินยอมในั์ตาดุดันคู่นั้น ที่ััได้คงเพราะพวกเขาเป็เสี้ยวิญญาเดียวกัน ความรู้สึกสามารถส่งถึงกันได้อยู่แล้วแหละ
หลี่ฟานไม่ใช่คนที่จะเอาเปรียบมนุษย์ แม้ว่าคนเหล่านี้จะเป็ดวงจิตของตัวเองก็ตาม ในเมื่อไม่อยากเกิดก็ไม่ต้องไป ไปแล้วลำบากก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น
ทว่า..
"ให้ผมไปเถอะนะ ผมอยากเริ่มใหม่ สัญญาว่าจะใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุดและไม่ให้ใครรังแกได้" รอยยิ้มบางผุดขึ้นมุมปากสวย ลี่ฟางเม่ยสบตากับทุกคนแล้วหยุดอยู่ที่หลี่ฟาน ทั้งสองคนจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
"ท่านก็เป็เสี้ยวิญญาของผมนี่นา เอาพลังของท่านแบ่งให้ผมบ้างไม่ได้เหรอ... ใช้พลังปิ้ว ๆ ได้ ผมจะได้ไม่ลำบากไง"
ไหน ๆ ร่างเดิมน่ะปลุกพลังปราณไม่ได้แล้ว เกิดใหม่น่าจะมีอะไรติดตัวไว้ปกป้องตัวเองได้นะ แบบนี้สิถึงจะแฟร์ ไม่อย่างนั้นคงได้ซี้แหง๋กันอีกรอบแน่นอน
"ย่อมได้"
“ทะ..ท่าน-” เทพก่อกำเนิดหุบปากฉับทันทีที่หลี่ฟานตวัดตาคมดุใส่
“ท่านมีปัญหา..?” หลี่ฟานเอ่ยถามเสียงเยียบเย็น
“ท่านหลี่ฟาน หากเป็ตัวท่านไปเกิดย่อมไม่มีปัญหา เพราะจิติญญาเดิมของท่านแข็งแกร่งนัก หากแต่เป็เด็กคนนี้ข้าเกรงว่าเขาจะรับพลังมหาศาลของท่านไม่ไหว”
“จะให้ดวงจิตของข้าไปเกิดโดยที่ไม่มีพลังคุ้มกัน..?” แววตากราดเกรี้ยวส่งผลให้พลังมืดอันมหาศาลก่อตัว เทพก่อกำเนิดเบิกตากว้าง ก่อนจะยอมแพ้และขอประนีประนอม
“ท่านหลี่ฟานโปรดเย็นลงก่อน ข้ายังพอมีวิธี แต่จะยุ่งยากไปเสียหน่อย”
“ว่ามา”
“ผนึกพลังเทพของท่านเอาไว้ แต่พลังของข้าไม่เพียงพอ ท่านต้องเป็คนผนึกเอง ข้าจะชำระไขกระดูกเดิมให้หลี่ฟางเม่ยก่อน พอเขาฟื้นข้าจะลงไปปลุกพลังปราณให้เอง ..แต่พลังทั้งหมดจะต้องให้เ้าตัวค่อย ๆ ปลดผนึกไปทีละขั้นถึงจะไม่อันตรายกับชีวิตในชาติที่เป็มนุษย์”
เท่ากับว่าหลี่ฟางเม่ยจะต้องเริ่มฝึกกันใหม่ นับเริ่มั้แ่ต้น ไม่อาจพูดได้ว่าฟางเม่ยจะสามารถปลดผนึกได้ถึงขั้นเทพา เพราะการจะไปถึงขั้นนั้นได้ต้องรับทัณฑ์์ ซึ่งอันตรายมาก หากรับทัณฑ์์ไม่ได้จิติญญาจะดับสูญทันที
----
Talk
โอ้แม่เ้า สองตอนกว่าจะจบบบบ ยาวหน่อยนะคะ ถ้าจะตัดดีเทลออกก็กลัวจะงงกันอะ
ปล. ถ้าชอบคอมเม้นให้โหน่ยยย
(เจอคำผิด/ตกหล่น แจ้งได้ค่ะ)