หลังจากนั้นหยางเวิ่นกวงก็ออกตามหามารดาของมันไปทั่วสารทิศ ในเมือง บนูเา ทุก ๆ สถานที่ที่คิดว่ากุ้ยอิงจะสามารถไปอาศัยอยู่ได้ แต่ก็ไร้วี่แววของนางแม้แต่น้อย จากวันเป็เดือน จากเดือนเป็หลายเดือน แต่หาเท่าไหร่ก๋หามิเจอเวิ่นกวงกินไม่ได้นอนไม่หลับ และหักโหมเป็อย่างมาก จนร่างกายเหนื่อยล้าอ่อนแรง จนแทบไม่เหลือเค้าโครงของคุณชายผู้หล่อเหลาซุกซนขี้เล่นอยู่แม้แต่น้อย แต่ถึงกระนั้นหยางเวิ่นกวงก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะตามหามารดาคนงามของมัน
"ท่านแม่…ท่านหายไปอยู่ที่แห่งใดกัน เหตุใดจึงหลบลี้หนีหน้าข้า..ข้าคิด..ถึง…ท่าน..แม่…เหลือ..เกิน"
นั้นเป็คำกล่าวสุดท้ายของหยางเวิ่นกวงก่อนที่ดวงตาของมันจะค่อย ๆ ปิดลงเพราะความเหนื่อยล้า แข้งขาก็อ่อนแรงจนมิอาจจะก้าวเดินต่อไปได้อีกแล้ว ร่างของเวิ่นกวงโงนเงนไปมาและกำลังจะล้มลงแต่ทว่า…ในยามนั้นก็ได้มีสตรีในชุดสีขาวสวมผ้าปิดบังใบหน้าปรากฏกายออกมาประคองร่างของมันเอาไว้เสียก่อน
"ทะ ท่าน….คือ….." เวิ่นกวงหรี่ตามองสตรีนางนั้นก่อนที่ทุกอย่างรอบกายของมันจะพลันมืดดับไป นานแค่ไหนก็มิรู้ได้กว่าที่ เวิ่นกวงจะรู้สึกตัว ดวงตาของมันเปิดขึ้นและพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในถ้ำที่ไหนสักแห่ง ข้างกายมีกองไฟถูกจุดอยู่ และถัดออกไปอีกสักเล็กน้อยมันก็ได้พบกับสตรีนางหนึ่งกำลังนั่งมองอยู่ ดวงตาของมันพลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงในทันทีก่อนจะผุดลุกขึ้นมานั่งและร้องออกมา
"ท่านแม่..!! ท่านแม่ใช่หรือไม่…!!" สตรีลึกลับเองก็ใเช่นกันนางมิได้ตอบอันใดเพียงแต่รีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็พัลวัน
"ท่านแม่ ท่านแม่จริง ๆ ด้วย ข้าดีใจเหลือเกินในที่สุดข้าก็เจอท่านแล้ว" รอยยิ้มสดใสของเวิ่นกวงปรากฏชัด และกำลังจะลุกเดินเข้ามาหานาง สตรีลึกลับที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่ทอดถอนหายใจยาว ก่อนที่นางจะเอาผ้าปิดบังใบหน้าออก และบ่นพึมพำ
"เ้านี่นะ แม่อุตส่าห์บิดซ่อนใบหน้า และไม่ส่งเสียงอันใดสักคำเ้ารู้ได้เช่นไรว่าเป็แม่.." เวิ่นกวงยิ้มร่าพร้อมหัวร่ออย่างแ่เบาในลำคอ ก่อนจะเอ่ยตอบกุ้ยอิง "ข้าจะมิรู้ได้อย่างไร ท่านเป็ท่านแม่ของนะ ต่อให้ใส่ผ้าดำคลุมทั้งตัวข้าก็จำท่านแม่ได้อยู่ดี" จากนั้นมันก็ตรงเข้ามานั่งหัวซบไหล่และโอบกอดกุ้ยอิงก่อนจะตัดพ้อ
"ท่านแม่…ลูกคิดถึงท่านเหลือเกิน เหตุใดท่านจึงต้องคอยหลบหน้าข้าด้วย ข้ารู้มาตลอดว่าท่านแม่ไม่ได้ไปอยู่ที่ใดแต่ยังคอยอยู่ใกล้ ๆ ข้าตลอดเวลา" พอกุ้ยอิงได้ฟังคำของบุตรชายกล่าวเช่นนั้น นางก็ก้มหน้านิ่งเงียบไปเล็กน้อย
"แม่….แม่….ก็เขียนไว้ในจดหมายแล้วอย่างไรเล่าว่าเป็เพราะพิษ แถมยังกำชับให้เ้าคอยดูแลฉางหลิน แล้วนี่มาตามหาแม่ทำไมกัน ไม่เชื่อฟังแม่แล้วรึ" คำพูดของกุ้ยอิงฟังดูตะกุกตะกัก คล้ายจะตำหนิ
เวิ่นกวงแต่ก็ดูไม่ได้เป็เช่นนั้น ส่วนเวิ่นกวงก็จ้องตามารดาของมันเขม็งก่อนจะถามย้ำกลับ
"ท่านแม่ทิ้งข้ามาเพราะเื่พิษจริงรึ? " พอได้ฟังคำถามของบุตรชายกุ้ยอิงยิ่งใหนักกว่าเดิม หากแต่ใบหน้าของนางแดงก่ำ และมีท่าทางลุกลี้ลุกลนคล้ายปกปิดบางสิ่งอยู่
"ชะ ใช่สิ ลูกแม่ หากมิใช่เพราะพิษอุบาทว์นั้นที่ทำแม่ทรมาน แล้วเหตุใดกันที่แม่จะต้องหนีเ้ามา…"
"มิใช่ว่าท่านแม่…..หึงหวงข้าหรอกรึ และมิอาจทนเห็นข้าแต่งงานกับหญิงอื่นได้" วาจาเรียบง่ายที่ฟังดูแปลกประหลาดออกมาจากปากเวิ่นกวง แต่ประโยคเ่าั้ทำเอาดวงตาของกุ้ยอิงเบิกกว้างด้วยความใสุดขีด
"เวิ่นกวง…!! เ้ากล่าวอันใดออกมา เ้ารู้ตัวหรือไม่ ข้าเป็แม่ของเ้านะ ถึงจะไม่ใช่แม่แท้ ๆ แต่ข้า….ข้า….จะไปรู้สึกแบบนั้นได้อย่างไรกัน" แม้นกุ้ยอิงจะกล่าวออกมาเช่นนั้น แต่ท้ายประโยคกลับมีเสียงแ่ลง ใบหน้าก็แดงยิ่งกว่าเดิม แถมไม่กล้าสบตาบุตรชายแม้แต่น้อย กุ้ยอิงเก็บอาการไม่เก่งเอาเสียเลย เวิ่นกวงที่เห็นเช่นนั้นมันก็ยิ่งมั่นใจในความรู้สึกของกุ้ยอิง
"ใช่จริง ๆ ด้วยั้แ่ตอนที่รับน้ำชาแล้วท่านแม่ดูแปลก ๆ ไป ที่แท้ท่านก็หึงหวงข้านี่เอง"
"ยะ หยุดนะเวิ่นกวง ข้าเป็มารดาของเ้า คุกเข่าขอขมาข้ากับพ่อเ้าเดี๋ยวนี่..!! ครานี่กุ้ยอิงแข็งใจแค่นเสียงดุเวิ่นกวงเสียงดัง แต่มันก็ยังมิได้หยุด เวิ่นกวงโอบกอดร่างงามของมารดามันแน่นพร้อมกล่าวต่อ
"ไม่ข้าไม่ทำ เพราะข้ากล่าวถูก คิดรึว่าข้ามิรู้รึ พิษดอกรักในกายท่านมันสลายไปหมดแล้ว ท่านแม่มิอาจทนเห็นข้าอยู่กับหญิงอื่นใดเพราะท่าน……ท่านรู้สึกกับข้าแบบที่รู้สึกกับท่านพ่อใช่หรือไม่…!!
"เวิ่นกวง…!!" มู่กุ้ยอิงะโเสียงดังก่อนจะตามมาด้วยเสียงดัง เพี้ยะ!! ฝ่ามือของนางตบไปที่หน้าของเวิ่นกวงอย่างแรง นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่กุ้ยอิงตบหน้าบุตรชาย จากนั้นทุกอย่างก็เงียบสงัดก่อนที่น้ำตาของกุ้ยอิงจะไหลออกมา
"ใช่!! เพราะแม่ รู้สึกผิดที่คิดแบบนั้นเช่นไรเล่า แม่ถึงต้องหนีเ้ามา เ้าพอใจรึยัง ฮือ ๆๆๆ " กุ้ยอิงกล่าวทั้งน้ำตาก่อนจะเอาสองมือขึ้นมาปิดบังใบหน้า ยามนี้นางทั้งรู้สึกผิด ทั้งรู้สึกอับอายเป็อย่างยิ่ง เวิ่นกวงเองก็นิ่งอึ้งไปเช่นกัน มันเงียบไปสักพักก่อนจะเอ่ยขึ้น
"อันที่จริงแล้ว ข้าเองก็รู้สึกผิดต่อท่านพ่อเช่นกัน ผิดต่อทุกคนในสกุลหยาง แต่ข้ามิอาจห้ามความรู้สึกผิดบาปที่เกิดขึ้นในใจได้ ข้า…ขออภัยด้วยท่านแม่" คำกล่าวของเวิ่นกวงยิ่งทำให้กุ้ยอิงรู้สึกเ็ปเพราะนางเองก็รู้สึกผิดไม่ต่างกัน แถมยังมิอาจสลัดความรู้สึกวิปริตผิดศีลธรรม ให้หายไปได้
"ในเมื่อข้า กับ ท่านต่างก็ลำบากใจ และมิอาจลบมันออกจากหัวได้เช่นนั้น ข้าขอเป็ฝ่ายไปขอขมาท่านพ่อบน์เองก็แล้วกัน"หยางเวิ่นกวงเอ่ยขึ้นก่อนที่มันจะชักกระบี่ออกมาเพื่อปาดคอตัวเอง กุ้ยอิงใมากนางรีบใช้ฝ่ามือสกัดไว้อย่างรวดเร็วในทันที
"เ้าเด็กโง่..! นั้นเ้าคิดจะทำอันใด หากเ้าตายไป แล้วแม่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร"
"แล้วท่านแม่จะให้ข้าทำเช่นไร ในเมื่อความรู้ของพวกเรามันวิปริตเกินกว่าที่จะถอยหลังกลับได้แล้ว จะให้ท่านแม่หนีข้าไปอีก ข้าก็ทำใจไม่ได้ จะให้ข้าตายท่านก็ไม่ยอม เช่นนั้นพวกเราควรจะทำเช่นไรลองบอกข้ามาหน่อยเถิด…" คำถามของเวิ่นกวงทำเอากุ้ยอิงเอ่ยสิ่งใดออกมาไม่ออก มันช่างยากนักที่จะตัดสินใจ นางจึงทำได้เพียงแค่ร้องไห้อย่างโศกเศร้า และเป็เช่นนั้นอยู่นานทีเดียว เวิ่นกวงเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแค่เอาสองแขนโอบร่างของมารดามัน และเอาศีรษะพิงซบไหล่ ก่อนที่มันจะเป็เอ่ยออกมา
"ท่านแม่…พวกเราหนีไปอยู่ในที่ไกลหูไกลตากันสองคนเถอะ และไม่ต้องปรากฏตัวออกมาพบผู้ใดอีกจนชั่วชีวิต" กุ้ยอิงที่ได้ยินเช่นนั้นนางก็ทอดถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดขึ้น
"หนีไปอยู่กับเ้าเพียงสองคนงั้นรึ? มันก็ทำเช่นนั้นได้อยู่หรอก แต่เ้าแต่งงานมีเมียแล้วนะ จะปล่อยให้นางเป็หม่ายหรือไร"
"ข้าก็ไม่อยากเป็คนเห็นแก่ตัวเช่นเหมือนกัน แต่ข้าไม่ได้รักนาง ที่แต่งก็เพราะท่านแม่้าให้พิษดอกรักในร่างของข้าสลายมิใช่หรือ"
"เื่นั้นมันก็จริงอยู่ แล้วตัวฉางหลินเล่านางมิได้รักลูกหรอกหรือเวิ่นกวง" กุ้ยอิงขมวดมุ่นคิ้วก่อนจะถามบุตรชายกลับ เวิ่นกวงนิ่งคิดเล็กน้อย
"ข้าคิดว่านางเองก็มิได้รักข้าเช่นกัน ที่แต่งก็เพราะท่านยายหม่าอี้เหนียงรู้จักท่านแม่ และนางเองก็มองว่าข้ามีหน้าตาดี แถมมาจากสกุลใหญ่ หากแต่งด้วย และมีทายาทก็คงเป็ที่เชิดหน้าชูตาของวงศ์ตระกูล จริงสิ เหมือนก่อนนี่ข้าจะได้ข่าวว่านางแอบมีใจให้ เจียงผิง และเกือบจะได้หมั้นหมายกัน แต่สุดท้ายท่านยายหม่าก็เลือกให้นางแต่งกับข้า" พอกุ้ยอิงได้ยินเช่นนั้นนางก็ใมาก
"เป็เช่นนั้นรึ? แล้วทำไมเ้าถึงไม่เคยบอกแม่กัน"
"ข้าเองก็ไม่อยากขัดใจท่านนี่ แล้วถ้าบอกไปแม่ก็อาจจะผิดใจกับท่านยายหม่าด้วย" พอกุ้ยอิงได้ยินเช่นนั้นนางก็ทำหน้าบูด ๆ ก่อนจะหยิกลูกชายพร้อมแค่นเสียงดุ
"เ้านี่นะที่เื่แบบนี้ละก็ไม่อยากขัดใจแม่ แต่พอแม่บอกว่าอย่าออกมาตามหาก็ไม่เชื่อที่บอกแสบนักนะเ้าตัวแสบ…"
"โอย ๆๆๆ ท่านแม่ข้าเจ็บ ขืนข้าไม่ออกมาตามหา ข้าก็อดเจอ…..ยอดรักของนะสิ แถมก็จะไม่มีวันรับรู้ความรู้สึกของนางด้วย พอกุ้ยอิงได้วาจาอันหวานซึ้งจากปากของบุตรชาย ใบหน้าของนางก็แดงก่ำด้วยความขวยเขิน
"เดี๋ยวเถอะ..!! ยอดลงยอดรักอะไรกัน นี่ข้าเป็แม่ของเ้านะ…" กุ้ยอิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และไม่ยอมหันมามองหน้าเวิ่นกวง
"ท่านแม่จ๋าาาาาาา….ข้ารักท่าน รักจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ท่านรักข้าหรือไม่พูดให้ข้าฟังหน่อย"กุ้ยอิงที่ได้ยินใบหน้าก็ยิ่งแดงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังมิยอมเอ่ยปาก เ้าเวิ่นกวงก็ยังตื๊อไม่เลิก แถมยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ๆ ใบหน้ามารดาของมันอีกด้วย
"มะ แม่ ก็ ระ รัก รักเ้าเหมือนกัน…" ในที่สุดกุ้ยอิงก็ยอมพูดประโยคต้องห้ามออกมา แน่นอนคำว่า รัก จากปากของคนทั้งคู่หาได้หมายถึงความรักระหว่าง มารดากับบุตร แต่เป็ รักระหว่างชายหญิง ทั้งสองคนต่างมองตากันไม่กะพริบก่อนที่เ้าเวิ่นกวงจะเลื่อนหน้าเข้าไปหามารดาคนงามของมันแล้วประกบริมฝีปากของตนเองลงไปที่ริมฝีปากของนาง เวิ่นกวงสอดลิ้นเข้าไปในปากรูปกระจับของมารดา พัวพันดูดลิ้นไปมาจนกุ้ยอิงเสียวซ่าน สองมือนางลูบไล้แผ่นหลังของเวิ่นกวงไปมา ส่ายสะโพกเสียดสีท่อนล่างของบุตรชาย หลังจากจูบปากกันสักพัก เวิ่นกวงจึงถอนริมฝีปากออก
จบบทที่ 16...