'..นางร้ายหน้าหวาน บ. แอบซุ่มคบหาดูใจกับหนุ่มหล่อในเครื่องแบบ โชว์สวีทหวานกลางโรงแรมดัง..'
'..อุ๊ยตายว้ายกรี๊ด!! สาวสวยสุดแซ่บโดนหนุ่มลายพรางอุ้มเข้าโรงพยาบาลกลางดึก งานนี้ไปฝากครรภ์รึเปล่านะ อุ๊บ!!..'
"บ้ากันไปใหญ่แล้ว ดูมันเขียนข่าวสิน้องบัว พี่อยากจะตบปากมันจริงๆ เขียนมาได้ว่าไปฝากครรภ์" นินิวอารมณ์เสียหลังเห็นข่าวของดาราสาวที่ตนดูแลอยู่ขึ้นพาดหัวข่าวตัวใหญ่ๆ ไหนจะรูปที่พ่อหนุ่มทหารกำลังอุ้มนลินทิพย์เป็สิบๆรูปขึ้นเต็มหน้าฟีดไปหมด แถมยังเห็นหน้าแบบชัดแจ๋วอีกด้วยไม่ต้องซูมดูก็รู้ว่าเธอเป็ใคร
"อย่าไปซีเรียสเลยคะพี่นินิว เขาก็เขียนไปเรื่อย นี่สิคะเื่จริง" เธอชี้มือให้มองที่ข้อเท้าที่ตอนนี้มีผ้าพันเอาไว้หลายตลบ
"โชคดีนะคะที่แค่ข้อเท้าแพลง ถ้าหักขึ้นมางานเข้าแน่ๆ ว่าแต่พ่อหนุ่มทหารใจดีคนนั้นชื่ออะไรเหรอ ดูจากในรูปหล่ออยู่น๊า"
"บัวก็ไม่รู้เหมือนกัน ช่างเขาเถอะค่ะ แล้ววันนี้บัวต้องไปกี่งานคะ" เธอเปลี่ยนเื่คุย เพราะไม่อยากจะนึกถึงอีตาทหารจอมกวนประสาทคนนั้นอีก คนอะไรดุได้ดุดี จำได้แม่นเลยเขาบอกว่าเธอซุ่มซ่าม
"โอ๊ย!! ร้อนๆ" เสียงร้องนั้นทำให้นินิวที่เดินไปหยิบตารางงานรีบวิ่งออกมาดู พอเห็นว่าสาวหน้าหวานสาละวนอยู่กับการเช็ดคราบกาแฟที่หกบนเสื้อก็ได้แต่ส่ายหน้าขำๆ
"นั่น ซุ่มซ่ามอีกตามเคย"
"บัวเป็คนซุ่มซ่ามจริงๆเหรอค่ะพี่นินิว"
"ไม่ต้องสืบเลยจ้า ไม่เชื่อลองดูรอยเขียวฟกช้ำบนตัวสิ เดี๋ยวสะดุด ชนขอบเตียง ลื่นล้ม มันต้องมีเหตุทุกชั่วโมงจริงๆ" นินิวขำชี้รอยเขียวจ้ำให้เ้าตัวดู
"แฮร่ๆ" เธอยิ้มแห้งจำนนต่อร่องรอยเขียวช้ำที่ทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า
เฮ้อ!! สงสัยเธอจะซุ่มซ่ามอย่างที่อีตานั่นบอกไว้จริงๆ
ยามบ่ายของวันนลินทิพย์มีคิวต้องถ่ายละครโดยมีผู้จัดการส่วนตัวอย่างนินิวคอยประกบดูแลเธออยู่ไม่ห่าง ยิ่งข้อเท้าแพลงแบบนี้ด้วยแล้วจะเดินไปไหนมาไหนลำบากต้องใช้ไม้ค้ำพยุงตัวไว้ ถึงตัวจะเจ็บสักแค่ไหนแต่ใครจะรู้ว่าดาราสาวนางร้ายคนนี้เดอะโชว์มัสโกออนมาก ผ่านไปแล้วสามงานเธอยังสู้ไหว ไม่เคยงอแงเบี้ยวงานเลยสักครั้งเดียว
"น้องบัวไหวมั๊ยค่ะ"
"สบายมากค่ะพี่นินิว"
"ด้านนอกนักข่าวพรึบเลย พี่ว่าเราออกไปทางด้านหลังดีมั๊ยคะ"
"ถ้าเราหนีก็แสดงว่าเรากลัว ข่าวพวกนั้นไม่จริงเลยบัวไม่กลัวหรอกค่ะพี่นินิว"
"ตามใจน้องบัวแล้วกัน ยังไงก็ตอบคำถามดีๆนะคะ" นินิวสวมกอดให้กำลังใจเธอ ทันทีที่นักข่าวเห็นดาราสาวคนสวยเดินออกมาต่างพากันวิ่งกรูเข้ามาจ่อไมค์พร้อมกับยิงคำถามใส่แบบรัวๆ
"น้องบัวไปฝากครรภ์จริงรึเปล่าคะ"
"แฟนนอกวงการคบหาดูใจกันมานานรึยังครับ"
"ไม่ทราบว่าเขาเป็ใครมาจากไหน"
"อุ้มกันแบบนี้แสดงว่าเป็คนรักกันใช่มั๊ยครับ อย่างนี้หนุ่มๆอกหักกันทั้งประเทศเลยนั่นสิ"
"เอ่อ ใจเย็นๆนะคะพี่นักข่าว บัวยินดีตอบทุกคำถามแน่นอน แต่ตอนนี้บัวขออนุญาตนั่งให้สัมภาษณ์นะคะ พอดีบัวข้อเท้าแพลง" เธอยิ้มให้พลางคอยๆทรุดนั่งบนเก้าอี้
"ก่อนอื่นบัวขอบคุณพี่ๆทุกคนที่มารอสัมภาษณ์บัวขอชี้แจงข่าวที่ออกมาเป็บัวจริงๆ วันนั้นถ่ายละครเสร็จพอดีบัวหกล้มเจ็บที่ข้อเท้า เลยมีพลเมืองดีมาช่วยอุ้มบัวไปหาหมอที่โรงพยาบาลเื่มันมีอยู่แค่นี้จริงๆค่ะ"
"ว้า ไม่ใช่คนรู้ใจหรอกเหรอ"
"ไม่ใช่ค่ะ เขาคือพลเมืองดีที่มาช่วยบัวไว้เท่านั้นเอง ขนาดชื่อเขาบัวยังไม่ทราบเลย"
"แบบนี้จะเรียกว่าเป็บุพเพที่ทำให้ต้องมาเจอกันรึเปล่าคะ แล้วถ้าต่อไปมีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งจะมีการสานต่อหรือพูดคุยขยับมาเป็หวานใจได้มั๊ยคะน้องบัว"
"ฮ่าๆ บุพเพเหรอไม่น่าจะใช่ บัวว่าคุณพลเมืองดีคนนั้นป่านนี้เขามีภรรยาหรือไม่ก็อาจจะมีลูกสามสี่คนแล้วก็ได้นะคะ" เธอขำ บุพเพอาละวาดนั่นสิไม่ว่า
"แล้วที่มีข่าวออกมาว่ามีพระเอกช่องหนึ่งตามมาขายขนมจีบถึงกองละครจริงรึเปล่าคะ"
"ไม่จริงหรอกค่ะ ทุกคนคือพี่น้องกันหมด ตอนนี้บัวขอโฟกัสเื่งานก่อนดีกว่าค่ะ ยังไม่อยากคิดเื่ความรัก บัวขอให้สัมภาษณ์แค่นี้นะคะ" เธอยกมือไหว้พี่ๆนักข่าวคุยเล่นแหย่กันอย่างไม่ถือตัวก่อนจะเดินขึ้นรถไป
"น้องเขาน่ารักจังเลยเนอะ สวยเก่งไม่หยิ่งเลยสักนิด ไม่เหมือนนางเอกบางคนโคตรหยิ่งเลย"
"นั่นสิ สู้นางร้ายอย่างน้องบัวก็ไม่ได้ ในละครถึงจะร้ายมากแต่ตัวจริงน่ารักสุดๆเลย" เหล่าบรรดานักข่าวพูดคุยกันตามประสาคนทำสื่อ
อีกฝั่งหนึ่งในค่ายทหารมีพลทหารสองสามคนหันมองหน้ากันอย่างยิ้มๆเมื่อได้ยินเสียงฮัมเพลงผิวปากเป็จังหวะลอยดังมาจากสวนหลังบ้านพัก
"เกิดอะไรขึ้นกับผู้กองของกูวะเนี่ย อารมณ์ดีจังวุ้ยวันนี้"
"ก็ดีแล้วไง หรือมึงชอบแบบโหดๆดุๆ"
"แหม่ กูว่านะผู้กองกำลังมีความรักแน่ๆพวกมึงเชื่อกูสิ หมอผิง หรือไม่ก็ผู้กองปูเป้ สองคนนี้แน่นอนไม่ผิดโผ" พลทหารแอบนั่งนินทาผู้กองที่กำลังปลูกต้นไม้อยู่
"น้องบัวหวานใจกูโคตรน่ารักเลยวะ มึงได้ดูละครนางร้ายสะดุดรักเมื่อคืนเปล่า หุ่นดี๊ดี อกเอวสุดยอดเลย"
"กูก็ชอบสวยเซ็กซี่ยิ้มทีกูก็ใจละลายแล้ว ยิ่งฉากเลิฟซีนจูบจริงด้วยนะโว้ย กูอิจฉาพระเอกเลยได้จูบน้องบัวด้วย"
"เอ้าพวกมึง! มาช่วยกูปลูกต้นไม้เร็วเข้า เื่สาวๆเพลาๆกันบ้างเถอะวะ" ผู้กองหนุ่มะโบอกพลทหารคนสนิท
"รับทราบครับผู้กอง" พลทหารลุกขึ้นตะเบ๊ะรับคำสั่งก่อนจะเดินไปช่วยผู้กองหนุ่มพรวดดิน
"เอ่อ ผู้กองครับเย็นนี้พวกผมขอยืมรถไปเที่ยวลานสโมสรได้มั๊ยครับ"
"วันธรรมดาแบบนี้มันจะมีอะไรให้เดินวะ มันต้องไปวันหยุดนู้น"
"คืนนี้มีนางฟ้ามาครับ สวย หุ่นดี น่ารักสุดๆเลยใช่มั๊ยพวกเรา"
"ใช่" พลทหารประสานบอกเป็เสียงเดียวกัน
"นะครับผู้กอง เดี๋ยวพวกผมช่วยปลูกต้นไม้ให้หมดนี่เลย น้องบัวคนสวยอุตส่าห์มาหาถึงในค่ายทั้งทีนะครับผู้กอง"
"น้องบัว" เขาถามด้วยความสงสัย
"ใช่ครับน้องบัว นลินทิพย์ ที่เป็ดารานางร้ายกำลังโด่งดังอยู่ตอนนี้เลยครับ"
"ดังจริงเหรอวะ กูไม่เห็นจะรู้จักเลยน้องบงน้องบัวอะไรของพวกมึงเนี่ย" ว่าแล้วเขาก็หันไปสนใจกับต้นไม้ต่อ
"โธ่ ก็ผู้กองมัวแต่ทำงาน ดูแต่หนังทหารยิงกันรบกันแล้วจะไปเจอน้องบัวของผมได้ไงละครับ คืนนี้ผู้กองลองดูละครเื่นางร้ายสะดุดรักสิครับ ดูแล้วจะตกหลุมรักน้องบัว ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้ตัวเล็กน่ารัก หุ่นก็ดี เซ็กซี่มาก และก็โสดด้วยนะครับผู้กอง"
"พอๆ พวกมึงเนี่ยนะบ้าดารากันอีกแล้ว จะไปรึเปล่าลานสโมสร ถ้าไปก็รีบๆช่วยกันปลูกต้นไม้ให้เสร็จ"
"เยส!! ขอบคุณครับผู้กอง น้องบัวจ๋ารอพี่แป๊บหนึ่งนะครับ"
"ฮ่าๆ เป็เอามากนะกูว่า" เขาหัวเราะลั่นมองพลทหารสามคนช่วยกันขุดดิน ยามฝึกเขาก็ต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ดุด่ามันเป็เื่ปกติ แต่นอกเวลางานพวกเขาคือเพื่อนเป็พี่น้องกัน เขาไม่เคยคิดที่จะถือเื่ยศหรือตำแหน่ง ใช้ใจล้วนๆเมื่อถึงเวลาพักพลทหารสามคนนี้ก็จะมาหมกตัวอยู่ที่บ้านพักของเขาเป็ประจำ ช่วยทำอาหาร ล้างรถ และก็ปลูกต้นไม้ แต่อย่างว่าของฟรีไม่มีในโลกอย่างเช่นคืนนี้เขาต้องขับรถพาคุณๆพลทหารที่อาบน้ำแต่งตัวกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งรถไปหาดาราสาวที่ชื่นชอบ เมื่อมาถึงลานสโมสรที่ประดับประดาด้วยไฟหลากสีตระการตาอย่างสวยงาม
"เชิญลงได้ครับคุณๆทั้งหลาย เดี๋ยวผมจะรออยู่ในรถนะ คนเยอะี้เีเดิน"
"รับทราบผม ปะ! ไปเว้ยพวกเรา"
"เฮ้อ" เขาดับเครื่องแล้วเปิดกระจกไว้เล็กน้อยจากนั้นก็เอนเบาะลงนอน เสียงเพลงในงานดังลอดผ่านเข้ามาจนเขาหนวกหูเลยต้องปิดกระจกแล้วลงจากรถไปนั่งรับลมอยู่ที่โต๊ะม้าหินใต้ต้นไม้
ป้าบ!! หวี่ๆๆๆ ป้าบ!! เสียงยุงบินว่อนตอมกัดเขาตบไม่หวั่นไม่ไหวเลยต้องลุกขึ้นเดินไปอีกทางหนึ่งจนมาถึงทางเข้างานสานสัมพันธ์ทำดีเพื่อน้อง
"อ้าว หลานชายมาเที่ยวกับเขาด้วยเหรอเรา"
"สวัสดีครับท่านผู้การ" เขายืนตรงยกมือขึ้นตะเบ๊ะชายสูงวัยที่สวมเครื่องแบบเต็มยศบนบ่าติดดาวมากมายจนไม่เหลือพื้นที่ว่าง
"ทำตัวตามสบายเถอะหลาน ไม่เจอกันเลยนะว่างๆไปทานข้าวที่บ้านใหญ่บ้างสิ"
"่นี้งานยุ่งๆครับ เอาไว้ถ้าผมกลับบ้านจะแวะไปทานข้าวด้วยนะครับ" มือใหญ่ตบบ่าของคนเป็หลานชายสองสามทีก่อนจะเดินจากไป เขาเดินเข้ามาในงานที่มีร้านขายของพวกงานทำมืองานศิลปะต่างๆวางขายยาวเป็ทิวแถว
"สร้อยน่ารักจัง ราคาเท่าไหร่เหรอคะพี่" เสียงหวานเอ่ยถามพลางชูสร้อยข้อมือเส้นเล็กๆมีรูปหัวใจอยู่ตรงกลางประดับด้วยพลอยสีฟ้าสวย
"หัวใจเพทายสองพันห้าค่ะ พลอยเม็ดน้ำงามมากเหมาะกับน้องบัวเลย น่ารักดีนะคะพี่ว่า"
"บัวเอาเส้นนี้แหละค่ะใส่เลยด้วย" สาวสวยสวมเดรสสั้นสีหวานก้มมองสร้อยข้อมือหัวใจเพทายคล้ายคนถูกใจก่อนจะหยิบแบงค์พันสามใบจากมือของผู้จัดการแล้วยื่นให้กับแม่ค้า
"ไม่ต้องทอนนะคะพี่"
"ขอบคุณค่ะ ขอให้โชคดีในเื่ของความรัก เจอคนของหัวใจไวๆนะคะน้องบัว พี่ดูละครของน้องบัวทุกเื่เลยนะ"
"ขอบคุณนะคะ ไว้บัวจะมาอุดหนุนใหม่" เธอยกมือไหว้และไม่ลืมถ่ายรูปคู่กับเ้าของร้านพร้อมกับแจกลายเซ็นก่อนจะเดินไปร้านอื่นๆต่อ
"น้องบัวตัวจริงส๊วยสวยเนอะเธอ ไม่ร้ายเหมือนในละครเลย" เสียงของพ่อค้าแม่ค้าพูดคุยกันดังลอยเข้ามากระทบหูของเขาที่กำลังยืนเลือกภาพวาดสีน้ำอยู่
"ชื่อบัวอีกแล้วเหรอ" ทำไมชื่อนี้เขาถึงได้ยินบ่อยนักนะ ชักอยากจะเห็นหน้าแล้วสิ จะสวยน่ารักเหมือนอย่างที่เขาพูดๆกันรึเปล่า ซึ่งตอนนี้เป็จังหวะเดียวกันกับที่พิธีกรบนเวทีกำลังพูดผ่านไมค์อยู่พอดี
"เราฟังเพลงเพราะๆจบกันไปแล้ว และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่หลายๆคนรอคอยที่จะเจอนางร้ายมือตบแสนสวยที่กำลังโด่งดังอยู่ในตอนนี้ และเธอคนนั้นได้อยู่กับเราแล้ว ขอเสียงปรบมือต้อนรับน้องบัว นลินทิพย์ค่ะ" สิ้นเสียงของพิธีกรเหล่าแฟนคลับกรี๊ดลั่นอยู่ด้านหน้าเวที สาวหน้าหวานเดินออกมายกมือไหว้พร้อมกับโบกมือยิ้มทักทายและเขาก็จำเธอได้แม่น
"คุณเองเหรอที่ชื่อบัว" สายตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าขาวๆรูปไข่ที่ยืนอยู่บนเวที รอยยิ้มหวานๆของเธอดูๆแล้วก็มีเสน่ห์น่ารักดี มิน่าพวกพลทหารถึงได้หลงเธอแบบหัวปักหัวปำ
"ข้อเท้าแพลงอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำเก่งไม่เข้าเื่" เขาบ่นพึมพำกับตัวเองพรางมองไปที่ข้อเท้าของเธอที่ยังพันผ้าเอาไว้อยู่ เขาเห็นว่าเธอแอบยกขาข้างที่เจ็บขึ้นพักมันไม่ต่างอะไรกับการยืนขาเดียวเลย เขาไปรอช้าเดินเข้าไปหลังเวทีกระซิบบอกรุ่นน้องที่รู้จักกัน จากนั้นไม่นานก็มีทีมงานยกเก้าอี้ขึ้นไปให้นลินทิพย์นั่งบนเวที
"ขอบคุณค่ะ" เธอรีบเอ่ยบอกเพราะข้อเท้าของเธอตอนนี้มันเริ่มอักเสบขึ้นมาอีกแล้ว ซึ่งก่อนมาเธอก็ให้พี่นินิวพาไปหาหมอเพื่อฉีดยาระงับอาการปวดแล้วรอบหนึ่ง เพราะสร้อยเส้นนี้รึเปล่านะหัวใจเพทายที่ทำให้เธอโชคดีไม่ต้องยืนปวดฝืนหน้ายิ้มอยู่ พอเสร็จสิ้นภารกิจเธอคอยๆลุกขึ้นเดินพอพ้นจากเวทีเธอสะดุดพรมจะล้มไปกองอยู่ที่พื้น แต่โชคดีที่มีมือของใครคนหนึ่งคว้าตัวเธอไว้ได้ทัน
"ว๊าย!"
"ซุ่มซ่ามอีกแล้วนะ เดินระวังๆหน่อยสิคุณ" เสียงนุ่มปนดุนั้นทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง ใช่! เขาคืออีตาทหารจอมดุคนนั้นจริงๆด้วยถึงว่าทำไมเสียงคุ้นๆ อร๊าย!!!
"คุณ! นี่คุณอีกแล้วเหรอ"
"ครับ ผมเอง" เขายิ้มบอกสองมือยังคงโอบกอดคนเอวบางเอาไว้
"ขอบคุณที่ช่วยฉัน ปล่อยได้แล้ว ปล่อยสิคุณ"
"เดินได้เหรอ อวดเก่ง ยืนไม่ไหวแล้วยังจะฝืน" มือหนาช้อนตัวเธอขึ้นไว้แนบอก
"ปล่อยนะคุณ! มาอุ้มฉันทำไมฉันเดินเองได้"
"เงียบๆได้มั๊ยครับคุณดารา ผมไม่พาคุณไปทำอะไรหรอกน่า ไม่ต้องกลัว" เขาอุ้มเธอเข้ามาในเต้นท์พยาบาลที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเวทีมากนัก
"สวัสดีครับผู้กองพีท อ้าว! คุณบัวเป็อะไรรึเปล่าครับ" หมอหนุ่มถาม
"ขาเธอแพลงครับ แต่ไม่ยอมพักงานผมว่าข้อเท้าน่าจะอักเสบคุณหมอช่วยตรวจดูให้หน่อยครับ"
"บวมแดงแบบนี้ข้อเท้าน่าจะอักเสบ ปวดมั๊ยครับคุณบัว"
"นิดหน่อยค่ะแต่บัวทนได้ โอ๊ย!" เธอร้องลั่นเมื่ออีตาทหารจอมดุจับข้อเท้าเธอพลิกดู
"ปวดก็บอกว่าปวดสิคุณ ทำไมต้องฝืนเจ็บอดทนอยู่ได้" เขาดุเธออีกแล้ว
"คือบัวไปฉีดยาแก้ปวดมาแล้ว"
"แล้วไง! ฉีดยาเพื่อจะมายืนนานๆเป็ชั่วโมงๆแบบนี้เนี่ยนะ ไม่รู้จักรักตัวเอง" เสียงเข้มสวนทันควัน
"นี่คุณจะดุฉันทำไมเนี่ย" เธอไม่เข้าใจอีตาทหารคนนี้เลยจริงๆดุได้ดุดีไม่รู้อะไรนักหนา
"ใจเย็นๆนะครับผู้กองพีท ผมว่าที่บวมแดงมันแค่อักเสบ ควรหยุดทำงานสักหนึ่งอาทิตย์จะดีกว่าครับ รักษาให้หายดีก่อนไม่อย่างนั้นจะอักเสบเรื้อรังได้"
"ได้ยินชัดมั๊ยครับคุณดาราดัง คุณต้องหยุดทำงานสักพัก หรือว่ายังจะดื้ออยู่อีก"
"ฉันไม่ได้ดื้อ" เธอหันมามองหน้าเขาอย่างเอาเื่
"ดื้อ! ดื้อมากๆมันน่าสั่งลงโทษซะให้เข็ด"
"ฮ่าๆ โชคดีนะครับที่คุณบัวไม่ใช่ทหารใหม่ ไม่อย่านั้นผู้กองพีทต้องสั่งลงโทษคุณทุกวันแน่ๆ เลย รอสักครู่นะครับผมจะสั่งยาให้" หมอเดินเข้าไปหยิบยาที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของเต้นท์
"มองอะไร"
"ก็มองเด็กดื้อยังไงล่ะครับ" เขาแกล้งพูดยียวน
อร๊ายย!!! ไอ้ผู้กองบ้า ก็บอกว่าไม่ได้ดื้อไงเล่า แล้วฉันก็ไม่เด็กแล้วด้วย พี่นินิวอยู่ไหนนะช่วยพาเธอออกไปไกลๆจากอีตาผู้กองคนนี้ทีเถอะ
"แล้วทำไมต้องยิ้มด้วย"
"เอ้า! คนยิ้มก็ผิดด้วยเหรอครับ" รอยยิ้มนั้นเธอมองผาดเดียวก็รู้ว่าผู้ชายคนนี้เ้าเล่ห์เพียงใด