“ท่านป้า เอ๊ยฮองเฮาไม่เห็นแก่หลานในท้องขององค์หญิงหรือไรหรือว่าไม่เห็นแก่ความรักของทั้งคู่”
“ข้าไม่จำเป็ต้องให้ใครมาดูแลซูเหยาข้าดูแลนางและลูกของนางได้”
“แต่ ฮองเอาท่านเองก็ยังอยากใกล้ชิดฝ่าาไม่อยากให้ลูกกับพ่อผลัดพรากจากกัน”เจี้ยนหยามองสบสายตาเศร้าสร้อยของซูเหยา
“คุณชายเป่ยเปยกลับไปบอกฝ่าาเถิดว่าควรแสดงความจริงใจอย่างน้อยก็ให้ข้ากับฝ่าาได้เห็นเชื่ออย่างเหลือเกินว่าซูเหยานั้นบัดนี้เอนเอียงไปทางฝ่าาซีซวนเสียสิ้นแล้ว”ซูเหยาก้มหน้าเขินอาย
“ท่านป้าท่านป้าช่างมีเมตตา เป๋ยเปยยินดีส่งต่อความคิดนี้”ประสานมือกไปเจี้ยนหยาอมยิ้ม ซูเหยามองหน้าเปี่ยมสุขของมารดา
ลานประลองถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ซูซานเหลี่ยงฮ่องเต้นั่งอยู่บนบัลลังก์ ขวาซ้ายเป็เจี้ยนหยาและซูเหยา องครักษ์อาวุธครบมือ ขนาบข้างลงมาเป็แถวยาว ขันทีาุโ ก้าวเดินมาเบื้องหน้า
“ทุกคนมีโอกาสเลือกอาวุธคนละหนึ่งอย่าง แล้วแต่ความถนัด การประลองจะไม่มีการ ทำร้ายจนาเ็สาหัส และมุ่งสังหารกันเพียงแค่ อาวุธในเมื่อร่วงลงพื้นจะถือว่าต้องออกจากการประลอง หากยังสามารถ จับอาวุธ อยู่ได้เป็คนสุดท้ายจึงจะถือว่าเป็ผู้ชนะ เช่นการประลองครั้งนี้จะไม่มีจุดประสงค์มุ่งเน้นไปที่ชีวิตหรือร่างกายแต่เป็อาวุธที่จะต้องรักษาไว้ประหนึ่งว่าเป็ของสำคัญ” ซูเหยา สอดส่ายสายตามองหาซีซวน กลับพบว่าเขาอยู่ใน่ท้ายของขบวนผู้เข้าร่วมการประลองเป่ยเปยและตงฟางชิงต่างเลือกหยิบ ดาบและทวน คนละหนึ่งอย่าง ซีซวน เลือกกระบี่มาถือไว้ในมือมั่น
“เ้าข้าวต้มปลาฉลาดหลักแหลม ใช้ตงฟางชิงและเป่ยเปยในการ คอยเป็ไม้กันหมาให้ เ้าคิดว่าอย่างไรซูเหยาสมควรจะคิดว่าเขาผิดกติกาแล้วให้เข้าออกจากการประลองหรือไม่”
“ครกันเ้าข้าวต้มปลาซูซานเหลี่ยงถามขึ้นเบาๆ เมื่อได้ยินสิ่งที่เจี้ยนหยาพูดกับซูเหยาชัดเจน
“เ้าข้าวต้มปลา ผู้นั้นฝ่าาทรงสังเกตเห็นคนผู้นั้นหรือไม่ ร่างสูงใบหน้าองอาจ ผึ่งผาย ที่ยืนอยู่ในอาภรณ์สีฟ้าขาวสะดุดผู้นั้นคือผู้เข้าประลองกิตติมศักดิ์ที่เป็ถึงฮ่องเต้แคว้นหาน”
“เอาเปรียบผู้อื่นเพียงนั้นทั้งรูปร่างหน้าตา และยังถือโอกาสนำคนมาคุ้มกัน เช่นนี้สมควรปรับให้ออกจากการประลอง”ซูซานเหลี่ยงพูดขึ้น เบาๆ
“เสด็จพ่อ”ซูเหยารีบท้วงไว้ เจี้ยนหยาอมยิ้ม
“ทำไม หรือเ้าอยากให้เขาชนะ”
“เสด็จพ่อลูกๆๆ ”
“555 องค์หญิงของพ่อยอมใจอ่อนให้เขาเกรงว่าเขาจะได้รับาเ็จึงเห็นใจเขา ยอมให้ทำผิดกฎในเมื่อองค์หญิงมีใจให้เขาเพียงนี้ พ่อจะใจร้ายได้อย่างไรกัน”
“ฝ่าา เขาเอาเปรียบผู้อื่น”
“เจี้ยนหยา เ้าลองสังเกตให้ดี เหล่าองค์ชายจากแคว้นต่างๆ หรือบรรดาลูกขุนนางล้วนแต่มีมีลูกคู่หรือคู่หูมา พร้อมเพรียงถ้าสังเกตดีดีจะเห็นว่าแต่ละคนพร้อมปกป้องคนของตัวเองอย่างถึงที่สุด ข้าจึงบัญชาให้ไม่มีการมุ่งเน้นไปที่ร่างกายและชีวิตเพื่อให้ไม่ต้องมีใครมาได้รับาเ็หรือล้มตาย”เจี้ยนหยายิ้ม
"ฝ่าาทรงรอบคอบไม่น้อยเจี้ยนหยาคิดไม่ถึง ซูเหยากอดแขน ซุซานเหลี่ยงด้วยความขอบคุณ
“ หากองค์หญิงบอกพ่อเสียแต่แรกคงไม่ต้องมีการประลองนเมื่อเ้าอภัยให้เขาแล้วพ่อคงไม่อาจใจดำกับองค์หญิงได้”
“ฝ่าาเช่นนี้จึงจะถูกต้องที่สุดในเมื่อวันประลองได้กำหนดขึ้นแล้วอีกอย่างสาส์นได้ถูกส่งไปยังแคว้นต่างๆ หากจะยกเลิกฝ่าาต้องไม่เป็ที่น่าเชื่อถือเช่นนั้นให้เ้าข้าวต้มปลามาแสดงความจริงใจจึงดี”
“ เ้าข้าวต้มปลา555ใครกันช่างตั้งชื่อน่าเอ็นดูนี้แก่เขาทั้งๆ ที่ใบหน้าองอาจหล่อเหลาเพียงนั้น ชื่อกับบหน้าช่างไม่สมกันเสียจริง
“ซูเหยาก้มหน้าอมยิ้ม”เหลือบตามองซีซวนที่จ้องมองด้วยดวงตาเป็ประกายแฝงไว้ด้วยความอาวรณ์อย่างที่สุด
เบือนหน้าหลบตาคมเสีย ซุซวานเหลี่ยง จ้องมอง ซีซววนด้วยสายตาประดุจเหยี่ยว จะมองว่าเขามีความจริงใจกับซุเหยาเพียงใดแต่กลับพบเพียงสายตาคิดถึงและห่วงใยในนั้น เหล่าผู้เข้าประลองต่างเลือกอาวุธได้คนละอย่างบาฃงคนกวัดแกว่งเพื่อลองกำลังและให้คุ้นชืน
“การประลองเริ่มได้”ขันทีะโขึ้นดังๆ าย่อมๆ กำลังบังเกิดขึ้น ผู้เข้าแข่งขันต่างหันเข้าหาคนที่ใกล้ตัว ฟาดฟันอาวุธรุกรับเข้าหากัน บางคนใเผลอปล่อยอาวุธให้หลุดมือใน ไม่กี่อึดใจก็มีมากทำไมให้จำนวนผู้เข้าประลองลงลดลงเรื่อยๆ ตงฟางชิงใช้ดาบในมือกางกั้น ซีซวนอย่างกับจงอางหวงไข่ เป่ยเปยเองก็ไม่ปล่อยให้ด้านหลังของซีซวนเป็จุดอ่อนฟาดฟันผู้ที่จะเข้ามาจากทางด้านหลัง ซูเหยามองเพียงซีซวนกลัวว่าเขาจะเพี้ยงพล้ำให้กับคู่ต่อสู้ เจี้ยนหยาอมยิ้ม เมื่อเห็นว่าซีซวนสามารถยืนหยัดได้ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะมาจากทางไหนทั้งสามคนต่างประสานกันจนสามารถ ส่งให้อาวุธของคู่ต่อสู้ร่วงลงไปกองบนพื้นหลายราย
“เจี้ยนหยา เ้าไม่เห็นจะพูดให้ข้าได้รับรู้ว่าฮ่องเต้แคว้นหานเก่งกาจเพียงนี้เห็นหรือไม่ทั้งหน้าตารูปร่าง และฝีมือล้วนเหมาะสมที่จะเป็ราชบุตรเขยของข้ากับเ้าอีกทั้ง ยังมีไหวพริบรู้รุกรับจนอีกฝ่ายเพี้ยงพล้ำง่ายดาย คนเช่นนี้จึงเหมาะกับองค์หญิงของข้ายิ่งนัก5555”
“ฝ่าา ยังไม่ทันได้พูดคุยแค่เพียงพบหน้าก็กล่าวชมเ้าข้าวต้มปลาเพียงนี้”
“เจี้ยนหยา ด้วยความเป็ฮ่องเต้แคว้นหานที่ยิ่งใหญ่เ้าคิดว่าเขาไม่จำเป็จะต้องมาร่วมประลองก็ได้เพียงแค่ยกทัพมารุกรานเรา บีบบังคับให้เรายกซูเหยาให้หรือจะดีหน่อยก็แค่ส่ง ราชทูตมาสู่ขอซูเหยา อย่างไรข้าก็ต้องยอมเขาแต่นี่เขาถึงกับยอม มาร่วมประลองนับว่าจริงใจไม่น้อย เช่นไรข้าจึงจะไม่ยินดี”เจี้ยนหยายิ้มบางๆ
การประลอง ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยาม ผู้ร่วมประลองออกจากการประลองไปไม่น้อยไปส่งเสียให้กำลังใจอยู่ข้างๆ เหลือซีซวนตงฟางชิงและเป่ยเปยแค่สามคน ซูเหยา ก้มหน้าซ่อนยิ้ม
เป่ยเปยแกล้งล้มลงไปบนพื้นเมื่อซีซวน จ่อกระบี่เข้าห่างใบหน้าไปไม่กี่กระเบียดนิ้ว เขากลับปล่อยทวนร่วงลงพื้นง่ายดาย ตงฟางชิง ฟาดดาบเข้าใส่ กระบี่ของซีซนที่หันกลับพลิกตัวพลิ้วไหว กดให้ดาบในมือของตงฟางชิงร่วงลงไปกองกับพื้นอีกคน เจี้ยนหยายิ้มในบทละครของคนทั้งสามซูเหยาก้มหน้าอดขำเสียไม่ได้ ซูซานเหลี่ยงฮ่องเต้ลุกขึ้นยืนปรบมือดังลั่น
"5555 ได้ผูชนะการประลองแล้วข้าจับตามองท่านมาตลอด ในที่สุดก็สามารถฟันฝ่าผู้เข้าแข่งขันจนกำชัยชนะมาได้”ซีซวนยิ้มกว้างประสานมือตรงหน้าซูซานเหลี่ยง
“ขอบพระทัยฝ่าา”