13 | ห้องเย็น
“โอ๊ย...อีลูกไม้ อีบ้า!” ทอรุ้งกระแทกเสียงแหลมลงไปในโทรศัพท์ “เดตแรกชวนไปปีนเขาช้างเผือก แกจะบ้าเรอะ!”
“อ้าว ไม่ได้เหรอ”
ทอรุ้งถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหลือกตามองบน ฟังเสียงงง ๆ ซื่อ ๆ ของเพื่อนแล้วก็ได้แต่ละเหี่ยใจ
“คนไม่เคยเจอกันมาก่อน เอาแค่กินกาแฟหรือกินข้าวให้ได้ก่อนไหม แกก็แค่บอกเขาไปว่า ‘คุณแสนย์คะ พอดีลูกไม้มาทำธุระแถว ๆ ออฟฟิศคุณแสนย์ค่ะ พอจะว่างมาเจอกัน ทานกาแฟกันไหมคะ’ แค่นี้เอง”
“ฉันพลาดอีกแล้วเหรอเนี่ย” เสียงเพลงพนัสที่ตอบมาช่างหงอยจนน่าสงสาร “แต่คุณแสนย์ตอบมาแล้วว่า่นี้ยุ่งมาก ฉันก็คงไม่กล้าชวนเขาไปไหนอีกแล้วละ”
“อือ ไม่เป็ไรแก ทุกอย่างแก้ไขได้ เดี๋ยวไว้ค่อยหาจังหวะชวนเขาใหม่ก็แล้วกันเนอะ”
ลูกไม้รับคำหงอย ๆ เล่นเอาทอรุ้งหนักใจตามไปด้วย แต่ก็อย่างที่พูดนั่นละ ทุกอย่างแก้ไขได้ แค่ยังไม่ใช่ตอนนี้
แล้วทอรุ้งก็ได้พบกับเื่ที่น่าหนักใจยิ่งกว่า
ประตูห้องยิมเปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของโคชแสนย์ในชุดยูโดสีขาวก้าวเข้ามา มีสาวผมลอนในชุดยูโด สายคาดเอวสีเขียวเดินเคียงข้างไม่ห่าง ทอรุ้งเพิ่งได้เห็นผู้หญิงที่ชื่อปลาคาร์พถนัดตาเป็ครั้งแรก เ้าหล่อนน่าจะอายุน้อยกว่าเธอห้าหกปี อยู่ในวัยนักศึกษาแต่ก็ดูสวยเฉี่ยวเป็สาวเต็มตัว ดวงตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อยน่ามองไม่น้อย แต่ไม่รู้เพราะอะไรเธอกลับรู้สึกว่าหญิงสาวคนนี้ไม่น่ารักเอาเสียเลย
ปลาคาร์พเดินยิ้มหัวเราะมากับโคชแสนย์ พอหันมาเห็นเธอเข้ากลับหุบยิ้มฉับ มองเธอไล่ั้แ่หัวจดเท้า ก่อนจะหันไปยิ้มสดใสให้โคชแสนย์ตามเดิมอย่างรวดเร็ว
ยายคนนี้ไม่ธรรมดา...ทอรุ้งสรุปชัดเจนในใจ
แต่ถ้าถามว่าหวั่นใจหรือไม่ ก็ตอบเลยว่า ไม่สักนิด!
วันนี้เป็วันพุธซึ่งทอรุ้งมาเรียนชดเชยตามที่สัญญากับโคชโอห์ม ชายหนุ่มมีสอนคลาสยูโดขั้นสูง ส่วนโคชแสนย์สอนคลาสเบื้องต้น ดังนั้นโคชโอห์มจึงฝากเธอไปเรียนกับโคชแสนย์ ซึ่งเข้าทางเธอเป๊ะ
ด้วยความเป็นักเรียนใหม่ ทอรุ้งจึงได้รับรอยยิ้มและการต้อนรับจากเพื่อน ๆ นักเรียนเป็อย่างดี ยกเว้นปลาคาร์พซึ่งไม่มองเธอแม้หางตา ทอรุ้งจงใจไปยืนข้างปลาคาร์พั้แ่ตอนวอร์มร่างกายและตบเบาะท่าต่าง ๆ พอโคชแสนย์สอนเทคนิคท่าเกี่ยวขากับท่าล็อกให้แล้ว เธอก็เข้าคู่ซ้อมกับปลาคาร์พนั่นเอง
ฝึกกันได้ครู่หนึ่ง โคชโอห์มก็มาเรียกโคชแสนย์ไปคุยธุระด้วย คล้อยหลังผู้ฝึกสอน พวกเด็กคลาสพื้นฐานก็เริ่มคุย เริ่มเล่นกัน แต่นั่นไม่ใช่คู่ของปลาคาร์พกับเธออีกนั่นแหละ
หญิงสาวกับคู่ซ้อมจ้องกันไม่วางตา สองมือจับแขนยื้อยุดชิงจังหวะ ทอรุ้งกำแขนเสื้อบริเวณข้อศอกของอีกฝ่ายไว้แน่น โคชโอห์มเคยสอนว่ายึดตรงนี้ไว้คู่ต่อสู้จะงอแขนยากและใช้แขนไม่ถนัด พอออกแรงดันจนปลาคาร์พเสียหลักได้ เธอก็ออกท่าเกี่ยวขาที่โคชแสนย์เพิ่งสอนสด ๆ ร้อน ๆ สกัดจนอีกฝ่ายล้มลงกับเบาะ แขนที่ยังจับกันอยู่พาให้ทอรุ้งล้มลงไปด้วย
ฉับพลันสาวนักยูโดสายเขียวจับแขนทอรุ้งตรึงไว้เหนือศีรษะ แล้วตวัดขาข้างหนึ่งมาคร่อมร่างเธอไว้ หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่ากำลังจะโดนเข้าท่าล็อก ถึงท่านี้โคชโอห์มจะยังไม่ได้สอน แต่เคยเห็นเ้านพเ้าโก้ซ้อมท่าทำนองนี้ด้วยกันบ่อย ๆ หญิงสาวรีบพลิกตัวหนี บิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แล้วดีดตัวขึ้นยืนตั้งการ์ดอย่างรวดเร็ว
“เก่งนี่” ปลาคาร์พซึ่งลุกขึ้นมายืนเผชิญหน้าเอ่ย จับจ้องเธอไม่วางตาเช่นกัน
“แน่นอน” เธอตอบแล้วเหยียดยิ้ม จากนั้นทั้งสองก็เข้าปะทะ เริ่มยื้อยุดกันอีกครั้ง
สมองของทอรุ้งประมวลผลอย่างหนัก เฟ้นหากลยุทธ์ อาวุธดี ๆ ที่จะมาสู้กับยายสายเขียวนี่ชนิดต้องเอาให้คว่ำ แต่สิ่งที่เรียนมากับโคชโอห์มแค่ไม่กี่ครั้งก็มีเพียงท่าเกี่ยวขากับท่าล็อกพื้นฐานเท่านั้น ทั้งยังไม่ตั้งใจเรียนเท่าไรเสียด้วยสิ
หญิงสาวกะว่าจะทำให้ปลาคาร์พเสียหลัก เข้าเกี่ยวขาให้ล้ม แล้วเธอจะเข้าล็อกเสียให้แน่น จนยายนี่ต้องทำแท็ปหรือตบเบาะเบา ๆ ส่งสัญญาณยอมแพ้เลยทีเดียว
ทอรุ้งกับคู่ซ้อมดึงดันกันไปมา จนได้จังหวะเธอก็ออกท่าเกี่ยวขาอย่างว่องไว
ทว่า...เหมือนอีกฝ่ายจับทางได้ ก้าวหลบอย่างรวดเร็ว ร่างเธอจึงเสียหลักไปข้างหน้า แล้วในเสี้ยววินาทีนั้น หญิงสาวก็รู้สึกเหมือนมีััโอบด้านหลัง ตัวเธอถูกเหวี่ยงลอยหวือขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว
อารามใทำให้ทอรุ้งกอดรัดคู่ต่อสู้ตามสัญชาตญาณ พอร่วงลงเบาะเสียงดังตึง ร่างของทั้งคนทุ่มและคนถูกทุ่มก็ทับคลุกกันอยู่บนเบาะนี่เอง
“หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้ ทำอะไรกัน!”
เสียงเข้มของโคชแสนย์ดังอยู่เหนือหัว ทอรุ้งค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง คลำแขนป้อย ๆ ฝ่ายคู่ซ้อมก็ดูจะเจ็บตัวไม่น้อยอยู่เหมือนกัน
โคชแสนย์อนุญาตให้ทุกคนพักเบรก ยกเว้นทอรุ้งกับปลาคาร์พที่ถูกเชิญเข้าห้องเก็บอุปกรณ์ซึ่งอยู่ติดกับห้องน้ำ ในห้องนี้อับทึบ มีไฟดวงเดียวบนเพดานส่องแสงแข็ง ๆ ลงมาราวกับห้องสอบปากคำผู้ต้องหาก็ไม่ปาน สถานการณ์แบบนี้ นักเรียนอย่างพวกเรารู้กันว่า มันคือการถูกเรียกเข้า ‘ห้องเย็น’
“เมื่อกี้เราสองคนทำอะไรกัน” ชัชแสนย์กอดอก เริ่มขึ้นด้วยเสียงเข้ม “น้องปลา ตอบพี่”
“เรา เอ่อ...ซ้อมท่ากันนิดหน่อยค่ะ”
“ซ้อมท่า? วันนี้พี่สอนเกี่ยวขากับล็อก แล้วทำไมเราถึงทุ่ม” ชายหนุ่มสวนทันทีด้วยเสียงไม่เบานัก
“ก็พี่รุ้งเล่นนอกเกมกับปลาก่อน อยู่ดี ๆ มาเกี่ยวปลาด้วยท่าที่พี่แสนย์ไม่ได้สอน หาเื่กันชัด ๆ”
โคชแสนย์หันไปหาทอรุ้งบ้าง สายตาคมกล้าของเขาทำเอาเธอต้องก้มหลบมองพื้น
“เราจะว่ายังไง น้องรุ้ง”
“ก็...ก็รุ้งไม่รู้นี่คะ คงจะทำผิดท่าไป รุ้งไม่ได้ตั้งใจ”
ปลาคาร์พหันขวับมาจ้องหน้าเธอ แน่นอน เธอโกหก
“เอาละ พี่ขอสั่ง ต่อไปนี้ห้ามซ้อมท่าอื่นนอกเหนือจากที่พวกพี่สอนอีก โดยเฉพาะซ้อมกันเองตอนที่พวกพี่ไม่อยู่ดู น้องปลา...น้องรุ้งเขาเป็นักเรียนใหม่ ไม่เคยเรียนยูโดมาก่อน เราไปทุ่มเขาอย่างนั้นไม่ได้ น้องรุ้งเองก็เหมือนกัน ตบเบาะยังไม่คล่องเลย ตอนที่น้องปลาเข้าทุ่ม เราใใช่ไหมถึงได้ไปกอดเขาอย่างนั้น รู้ไหมว่ามันอันตรายมาก สุดท้ายเป็ไงล่ะครับ ร่วงลงมา เจ็บตัวกันทั้งคู่”
ตบเบาะที่ชายหนุ่มพูดถึงนั้น ทอรุ้งเองก็รู้ดีว่ามันเป็พื้นฐานของกีฬายูโดที่สำคัญมากชนิดต้องฝึกเป็อย่างแรกก่อนท่าอื่น ท่าพื้นฐานสุดคือนอนตบเบาะที่เธอต้องฝึกประจำ โดยนอนหงาย ตั้งเข่าขึ้น เก็บคอ จากนั้นยกแขนทั้งสองข้างขึ้นแล้วปล่อยลงให้ท่อนแขนกระทบเบาะในแนวเฉียงกับลำตัว
พอตบเบาะในท่านี้จนคล่องแล้วจึงเริ่มฝึกท่าอื่น ๆ ที่ยากขึ้นอย่างล้มตัวตบเบาะไปจนถึงม้วนตัวตบเบาะ การตบเบาะจะช่วยกระจายแรงกระแทกเพื่อที่เวลาโดนทุ่มจะได้ไม่เจ็บ และฝึกสัญชาตญาณให้เก็บคอเองโดยอัตโนมัติ ว่ากันว่าหากประสบอุบัติเหตุอย่างเช่นตกรถมอเตอร์ไซค์ คนที่ฝึกยูโดจะสามารถเซฟตัวเองได้ ไม่เกิดอันตราย หรือาเ็น้อยกว่าคนที่ไม่เคยฝึก
“ใช่ค่ะ รุ้งใ” ทอรุ้งตอบเสียงอ่อย “ก็ไม่รู้นี่คะว่าจู่ ๆ จะโดนทุ่ม”
หญิงสาวจงใจป้ายความผิดใส่คนที่ยืนจ๋อยอยู่ข้าง ๆ อย่างเนียน ๆ ปลาคาร์พหันมาถลึงตาใส่เธออีกหน แต่ทั้งสองก็ต้องสะดุ้งพร้อมกันเมื่อโคชแสนย์เอ็ดขึ้นอีก
“ก็ใช่ไงครับ! พี่ถึงบอกว่าทีหลังอย่าเล่นท่าที่ไม่เคยซ้อม เพราะถ้าเราโดนเข้าทำแบบไม่รู้ตัว มันจะใ แล้วยิ่งมือใหม่อย่างน้องรุ้ง ตบเบาะยังไม่คล่อง ก็ยังเซฟตัวเองไม่ได้ เข้าใจที่พี่พูดหรือเปล่า”
หญิงสาวพยักหน้า ก้มมองพื้น “เข้าใจแล้วค่ะ”
“น้องปลา?”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“โอเค พี่เรียกมาตักเตือนเท่านี้แหละ ไปซ้อมกันต่อได้”
ชายหนุ่มเดินนำออกจากห้องไปก่อน ทอรุ้งจึงผ่อนลมหายใจยาว
ครั้นจะก้าวตามออกไป กลับโดนคู่กรณีกระชากไหล่ให้หันไปหา
“นี่ อยู่ดี ๆ ก็มาหาเื่ฉัน มีปัญหาอะไรมิทราบ”
ทอรุ้งเหยียดยิ้มมุมปาก ดีเหมือนกันที่ปลาคาร์พเปิดศึกมาโต้ง ๆ จะได้ลุยกันซึ่งหน้า ไม่ต้องมาคอยลอบกัดกันอีก
“หมั่นไส้ ไม่ชอบเห็นใครมาอ่อยผู้ชายต่อหน้า”
ในเมื่อถามมาตรง คนอย่างอีรุ้งก็พร้อมจะตอบตรงอยู่แล้ว เธอกะว่าจะได้เห็นสีหน้าอึ้งตะลึง โกรธจนหน้าดำหน้าแดงเพราะเ้าหล่อนถูกกล่าวหาว่าอ่อยผู้ชาย ต้องด่ากลับมาฉอด ๆ แน่
ทว่า...คำตอบที่ได้กลับเป็เสียงหัวเราะแหลม
“ขำอะไร” ทอรุ้งกระแทกเสียงใส่ ชักสงสัยว่ายายนี่สติดีอยู่หรือเปล่า
“นี่อย่าบอกนะ ว่าเธอทนดูไม่ได้ที่เห็นฉันสนิทสนมกับพี่แสนย์ แล้วก็อย่าบอกนะ ว่าเธอมาเรียนที่นี่เพื่อเข้าหาพี่แสนย์เหมือนกัน ดูสารรูปเธอสิ” คนตรงหน้าปรายตามองเธอหัวจดเท้า แล้วไล่กลับจากเท้าจดหัว “ทั้งอ้วนทั้งดำ คิดว่าจะเอาอะไรมาสู้ฉันเหรอ อ้อ...อย่าว่าแต่สู้ฉันเลย ถึงไม่มีฉันสักคน คิดว่าคนอย่างพี่แสนย์จะสนใจมองเธอหรือไง ยายฮิปโปโปเตมัส”
ผลกลับกลายเป็ว่า...เป็ทอรุ้งเองที่ต้องเบิกตากว้าง ร้อนผ่าวไปทั้งหน้า อุณหภูมิของอารมณ์พุ่งปรี๊ดจนแทบทะลุเพดาน
“นี่! ยายปลาเน่า เธอว่าใครเป็ฮิปโป หา!”
แม่สาวผมลอนเอียงคอไปมา “โห นี่ไม่รู้ตัวเลยเหรอ กระจกที่บ้านไม่มีหรือไง ฉันบริจาคให้เอาไหม บานหนึ่ง”
ทอรุ้งกำหมัดแน่น พยายามสะกดอารมณ์ไว้สุดชีวิต และคลี่ยิ้มออกมาในที่สุด...ก็ดีเหมือนกัน เจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อกันหน่อย ทีนี้ละ ยูโดซันจะต้องลุกเป็ไฟ!
“ยอมรับแล้วสินะ ว่ามาที่นี่เพื่อจีบพี่แสนย์” ทอรุ้งลองหยั่งเชิงอีกครั้งให้แน่ใจ
“แน่นอน ฉันไม่คิดจะปิดบังอยู่แล้ว และเราสองคนก็กำลังไปกันได้ดีด้วย คอนโดของฉันกับพี่แสนย์อยู่ใกล้กัน เราซ้อมยูโดด้วยกันทุกเย็น กลับบ้านด้วยกันทุกคืน ถ้าเธอคิดว่าจะหาทางมาแทรกกลางระหว่างเราสองคนได้ละก็ เชิญเลย คิดว่าทำได้ก็ลองดู”
“ฉันทำแน่” ทอรุ้งประกาศกร้าว “อีอ้วนดำคนนี้นี่แหละจะเขี่ยเธอกระเด็นตกกระป๋องให้ดู ล้างตารอไว้ได้เลย”
“ไม่กลัวหรอกย่ะ ฉันเป็นักเรียนของพี่แสนย์ ยังไงพี่แสนย์ก็ต้องเข้าข้างฉัน เธอน่ะ ได้ข่าวว่าเรียนคลาสไพรเวตกับโคชโอห์มไม่ใช่เหรอ เขามีเรียนแค่วันจันทร์กับอังคารย่ะ วันนี้วันพุธจะสะเออะมาทำไม กลับไปไป๊...ไปซ้อมกับโคชของตัวเองไป๊ ชิ่ว ๆ”
คนพูดก็ช่างทำหน้าทำตาได้วอนฝ่ามือเสียจริง ทอรุ้งเท้าเอวหมับ “โคชโอห์มจะปั้นให้ฉันเป็นักกีฬาแข่งสยามยูโดคัพย่ะ เลยให้มาซ้อมบ่อย ๆ บอกไว้เลยว่าจากนี้ฉันจะมาที่นี่ทุกวัน มาเจอพี่แสนย์ทุกวัน ไม่ต้องห่วง”
ปลาคาร์พแบะปากแล้วยักไหล่อย่างไม่แคร์ สะบัดหน้าเดินทอดน่องออกจากห้องไป ทอรุ้งหมั่นไส้ท่าทางสุดจะขัดหูขัดตานั้นเต็มทน จนต้องมาแวะดื่มน้ำดับร้อนในอก แต่คิดอีกทีก็ดีเหมือนกันที่ได้รู้ว่าคู่แข่งของลูกไม้คนนี้ไม่ได้ดีเด่อะไร ยังไงเพื่อนเธอก็ประเสริฐกว่า ในเมื่อเป็เพชรโดยเนื้อแท้แล้ว จะต้องเกรงกลัวอะไรกับกรวดทรายเล่า
คลาสยูโดเบื้องต้นของพวกเราเลิกสายเล็กน้อย ต่างคนต่างทยอยไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เก็บของกลับบ้าน ปลาคาร์พก็เดินนวยนาดเข้าไปเกาะแขนพี่แสนย์ เห็นแล้วชวนให้นึกถึงตัวอะไรสักอย่าง
“พี่แสนย์คะ เรากลับบ้านกันเถอะ”
ทอรุ้งกระชับสายกระเป๋ากีฬา เดินยิ้มหวานหยดเข้าไปหาบ้าง “พี่แสนย์ขา รุ้งขอติดรถไปด้วยคนนะคะ ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน อบอุ่นดี”
ปลาคาร์พผละจากแขนกำยำของโคชหนุ่ม หันไปหาทอรุ้ง “นี่ คอนโดของพี่แสนย์กับฉันอยู่ลาดพร้าว เธออยู่ไหนนะรุ้ง ที่แนะนำตัวเมื่อกี้ อ้อ...พระรามเก้า คนละทิศเลยจ้ะ ดูยังไงว่าทางเดียวกันจ๊ะ โถ ๆ ดูแผนที่เป็หรือเปล่าจ๊ะเนี่ย”
“ก็ขอติดรถออกจากซอยไปต่อรถไฟใต้ดินไงจ๊ะ แค่นี้เอง ง่าย ๆ คิดไม่ได้เหรอจ๊ะเนี่ย โง่จริง”
ปลาคาร์พตาวาว “คิดได้ย่ะ แต่ถ้าหล่อนจะขึ้นรถไฟใต้ดินก็เดินไปเองสิ สถานีใกล้แค่นี้จะมาเป็ภาระคนอื่นเขาทำไม”
“ฉันขอติดรถพี่แสนย์ ไม่ได้ขอเธอ ไม่ใช่เ้าของรถแล้วจะมาเดือดร้อนอะไรมิทราบ”
“เอาละครับ เอาละ” ชัชแสนย์ยกมือขึ้นห้ามทั้งสองฝั่ง “พี่ว่าน้องรุ้งกับน้องปลาติดรถพี่โอห์มกลับดีกว่านะครับ พอดีวันนี้พี่มารถไฟใต้ดิน”
ทอรุ้งหัวเราะเสียงแหลม แล้วยื่นหน้าไปกระซิบกระซาบกับแม่สาวลาดพร้าว “พี่แสนย์จะไปขึ้นรถไฟใต้ดินกับฉันย่ะ ได้ยินไหมล่ะ เชอะ”
ปลาคาร์พขยับปากจะเถียง เป็จังหวะเดียวกับที่โคชโอห์มเดินเข้ามาสมทบแล้วเอ่ยว่า
“น้องปลากลับกับพี่ก็ได้ครับ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
ได้ยินอย่างนั้น ทอรุ้งก็ต้องกลั้นหัวเราะเสียยกใหญ่ ความเอื้อเฟื้อของโคชได้ปิดปากยายปลาคาร์พเสียอยู่หมัด ทำได้แค่ส่งสายตาอาฆาตแทนคำว่า ‘ฝากไว้ก่อนเถอะ’ มาให้เธอเท่านั้น
ทว่า...ขณะที่คนทั้งสี่กำลังจะเดินออกจากยิมนั้นเอง ร่างอวบตุ้ยนุ้ยของมะกอกก็ผลักประตูพรวดเข้ามาเสียก่อน มือกระชับถุงผ้าที่สะพายอยู่บนบ่า ส่งยิ้มแฉ่งมาหาทอรุ้งแต่ไกล
“พี่รุ้ง หนูพร้อมแล้ว”
“หือ...พร้อมอะไร มะกอก”
เด็กสาวขยับขาดุกดิก “ฮึ้ย...ตำเจ๊นกของเราไง พี่อย่าลืมซี”
ทอรุ้งอ้าปากหวอ ฉับพลันนั้นเอง เสียงหัวเราะแหลมก็แผดขึ้นจากยายหน้าขาวข้างตัว
“โธ่ มีนัดหรอกเหรอจ๊ะรุ้ง ไปกินส้มตำเถอะไป๊ ลาก่อนนะ บาย”
เ้าหล่อนเน้นเสียงคำสุดท้ายใส่หู ทอรุ้งหันขวับกลับไป อ้าปากจะสู้ แต่ชัชแสนย์ผู้ยืนกระสับกระส่ายอยู่พูดแทรกห้ามทัพขึ้นก่อน
“ตำเจ๊นก ที่มะกอกเคยบอกพี่ว่าอร่อยมากใช่ไหม”
มะกอกยิ้มกว้าง “ใช่จ้ะพี่แสนย์ ตำเจ๊นกกระดกสากที่เคยชวนไปกินน่ะจ้า”
ชัชแสนย์พยักหน้าให้สาวน้อยแม่บ้าน “พี่ไปกินด้วยคนนะ”
ทั้งหมดหันขวับไปจ้องคนพูดเป็ตาเดียว แล้วมะกอกก็ร้องเย้ดีใจยาวเป็สำเนียงสุพรรณ
“โฮ่...แสนย์กินส้มตำเป็กับเขาด้วยเหรอ พี่ไม่ยักรู้” โคชโอห์มถามทึ่ง ๆ ชายหนุ่มอีกคนก็เพียงยิ้มรับ
ปลาคาร์พแตะแขนชัชแสนย์แ่เบา “นั่นสิคะ ปกติปลาเห็นพี่ทานแต่อาหารรสจืด ๆ หรือไม่ก็อาหารจีน อาหารฝรั่ง ไม่ทานรสจัดนี่นา แล้วนี่ก็เป็ร้านในตลาดนัดอย่างนั้นอีก เดี๋ยวจะท้องเสียเอานะคะ”
ทอรุ้งเหล่มอง ทำไมจะไม่รู้ว่าคนพูดจงใจแสดงออกว่าสนิทสนมรู้ใจ เอาใจใส่สังเกตชายหนุ่มเป็อย่างดี แสดงความเป็ห่วง ทั้งยังตัดโอกาสไม่ให้เขาอยู่ใกล้เธอด้วย มารยาของเ้าหล่อนนี่มาเป็คอมโบเซตเลยทีเดียว
“กินเป็สิครับ พี่เป็คนไทยนะ กินส้มตำไม่เป็ได้ยังไง ไปอยู่เมืองนอกซะนานเลยไม่ค่อยได้กินมากกว่า” ชัชแสนย์หันไปตอบยิ้ม ๆ “งั้นเราไปกันหมดนี่เลยดีไหม เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”
ทอรุ้งเบิกตากว้างอย่างใ มะกอกร้องเย้ ดีใจใหญ่ โคชโอห์มก็พยักหน้ารับว่าไม่ได้ขัดข้องอะไร ส่วนยายปลาคาร์พคู่ปรับนั้น หันมายักคิ้วใส่ตาเธอ
ทอรุ้งจึงเหยียดยิ้มกลับไปให้ เอาซิ อยากมาก็มา เชิญ!
***ลง 60% ของเื่ หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
พอคุณแสนย์ปรากฏตัวครั้งแรกในเื่ก็คือดุทอรุ้งเลย 555 โถ สงสารรุ้ง แต่เราชอบที่รุ้งจะเกรงใจและกลัวพี่แสนย์ แต่ไม่เกรงใจและไม่กลัวโคชโอห์ม ทั้งที่เขาเป็บิ๊กบอส เป็ที่เกรงขามของคนทั้งยิม ...อ้ะ เอาเป็ว่า เราไปกินส้มตำกันดีกว่า บทหน้าๆ