ระหว่างที่สองคนแม่ลูกอาบน้ำอยู่ เชนเม่ยอิงได้ถามแม่ขึ้นว่า
"คุณแม่ค่ะ ผู้หญิงคนนั้นเป็ใครคะทำไมถึงสั่งจัง"
แม่ไม่ตอบแต่บอกว่า "เป็เด็กเป็เล็กอย่านินทาผู้ใหญ่ พากันไปล้างจานได้แล้ว" เม่ยอิงกับน้องชายจึงพากันไปทำหน้าที่ทำเป็ประจำทุกวันเม่ยอิงและน้องชายจะสลับกันล้างสลับกันเช็ดจานหลังทานอาหารทุกวัน
เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วสามคนแม่ลูกก็มานั่งดูทีวี และทำการบ้านรอพ่อกลับ วันนี้พ่อไปประชุมในตัวจังหวัดจึงอาจจะกลับค่ำหน่อย
“เม่ยอิง อันเกา ไปนอนได้แล้วลูกดึกแล้ว” สองพี่น้องที่ว่านอนสอนง่ายก็เข้านอนตามที่แม่บอก ประมาณสี่ทุ่มก็มีเสียงเปิดประตูบ้าน พ่อกลับมาแล้ว ทุกครั้งที่พ่อกลับมาถึงบ้านก็จะหอมแก้มของแม่เสมอ คืนนี้ก็เช่นกัน
หมานผิงที่ได้ยินเสียงประตูบ้านเปิดก็แง้มประตูห้องมาแอบดู เห็นสองผัวเมียหอมแก้มและพูดคุยกันนิดหน่อย จากนั้นภรรยาก็เข้าไปในครัวจัดหาน้ำมาให้สามีดื่ม จากนั้นสามีก็อาบน้ำแล้วทั้งคู่ก็เข้านอน
หมานผิงเห็นรูปร่างหน้าตาของสามีเพื่อนแล้วก็อดที่จะชอบไม่ได้เพราะสามีของเพื่อนคนนี้หน้าตาดีมาก ดีกว่าในรูปที่เธอเห็นเมื่อตอนกลางวันเสียอีก
วันถัดมาทุกคนที่บ้านตื่นั้แ่เช้า ยกเว้นสองแม่ลูกที่กว่าจะตื่นก็เกือบสิบโมงเช้า
“นี่เพื่อนของคุณยังไม่ตื่นอีกเหรอ” เชนอันยูถามภรรยา
“พวกเธอคงเดินทางมาเหนื่อยหนะค่ะ” เยว่เฟยหลิงตอบสามี เชนอันยูส่ายหน้าแล้วก็หันไปอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ
หมานผิงยิ้มและคิดในใจว่า ผู้ชายคนนี้ยิ่งเห็นในแสงสว่างตามธรรมชาติก็ยิ่งหล่อแถมยังเก๊กอีกต่างหาก ซึ่งตรงสเป็คของเธอที่ชอบผู้ชายมาดขรึมขี้เก็ก อยากรู้นักว่าจะเป็คนดีได้สักกี่น้ำถ้าโดนเธอยั่ว หมานผิงมีความมั่นใจในสกิลการยั่วยวนผู้ชายของเธอเป็อย่างมาก เพราะประสบความสำเร็จทุกครั้ง ยิ่งคราวนี้เธอต้องหาที่พึ่งเพราะได้ทิ้งผัวแมงดาในเมืองหลวงที่ชอบทุบตีทำร้ายเธอและลูกจึงต้องหาที่เกาะใหม่ คราวที่แล้วคิดว่าเจอที่เกาะดีแล้วแต่ก็ไม่ดี เพราะไอ้คนนั้นภายนอกแต่งตัวดูดีมีฐานะ มีรถขับ แต่พออยู่ไปถึงรู้ว่ามันมีแต่เปลือกแถมยังจะเกาะเธออีก เธอจะอยู่ให้โง่ทำไม คราวนี้จึงต้องหนีมาไกลหน่อยเพื่อไม่ให้มันตามเจอ
ก่อนที่หมานผิงและลูกสาวจะเดินออกมาจากห้องของเชนเม่ยอิง เธอแต่งตัวอย่างสวยงามและเซ็กซี่นิดๆ ตามสไตล์ผู้หญิงจากเมืองใหญ่ ชุดเดรสสีฟ้าอ่อน ผมยาวสลวยสวยงามของเธอถูกผูกเป็หางม้าด้วยผ้าผูกผมสีเดียวกันกับชุด ส่วนลูกของเธอก็ใส่ชุดสีชมพูอ่อนน่ารัก ต่างจากแม่ของเม่ยอิงที่ถึงจะใส่กระโปรงแต่ก็เป็สีน้ำตาลแถมยังมีผ้ากันเปื้อนห้อยคออีก ส่วนเธอและน้องก็ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น แม่มักจะซื้อสีหม่นๆ สีเทาหรือน้ำตาลให้พวกเธอเพราะแม่บอกว่าพวกเธอชอบวิ่งเล่นเหงื่อไหลตัวดำเป็ประจำ
“สวัสดีตอนเช้าค่ะ” หมานผิงพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและยิ้มให้ทุกคน
“ลี่ฮุย สวัสดีทุกคนสิลูก”
“สวัสดีค่ะ” หมานลี่ฮุยพูดและยิ้มให้กับทุกคนตามที่แม่บอก
“ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่ฉันกับลูกตื่นสาย คงเป็เพราะเราสองแม่คนเดินทางมาไกล ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ หวังว่า เธอและ เอ่อ คุณ” หมานผิงหันไปมองชายวัยเดียวกันหรืออาจจะแก่กว่าเธอนิดหน่อยแต่คงไม่เกินสามปี
เยว่เฟยหลิงเห็นอย่างนั้นก็รีบแนะนำสามีให้เพื่อนได้รู้จัก “อ้อ นี่คือสามีของฉันเองจ๊ะ ชื่อ เชนอันยู”
“สวัสดีค่ะ คุณเชน และต้องขอโทษด้วยนะคะที่มารบกวน”
เชนอันยูเงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์ “ไม่เป็ไรครับ”
หมานผิงได้ยินก็ขอบคุณและยิ้มให้เขาอีกรอบ ก่อนที่จะหันไปบอกให้ลูกสาวนั่งลงและทำตัวดีๆ ซึ่งหมานลี่ฮุยก็ทำตามที่แม่สั่งได้เป็อย่างดี จากนั้นก็หันไปถามเพื่อนว่า
“เฟยหลิง เธอมีอะไรให้ฉันช่วยไหมจ๊ะ”
“ไม่มีจ๊ะ ขอบใจเธอมาก”
หมานผิงและลูกนั่งลงอย่างเสงี่ยมเจียมตัวซึ่งต่างจากเสื้อผ้าที่เธอใส่พอสมควร พอทานข้าวเสร็จ หมานผิงและลูกสาวก็ช่วยเก็บและล้างจาน
เชนเม่ยอิงและน้องชายมองหน้ากันแล้วก็หันไปมองแม่ เยว่เฟยหลิงก็ไม่พูดอะไรในเมื่อห้ามไม่ให้เขาทำแล้ว แต่เขายังอยากจะทำก็ต้องปล่อยให้เขาทำ
บ้านของเชนเม่ยอิงไม่ได้ใหญ่โตอะไร มี 3 ห้องนอน ห้องครัว ห้องนั่งเล่นและห้องกินข้าวคือห้องเดียวกัน ดังนั้นเมื่อกินข้าวเสร็จพ่อก็จะชอบมานั่งอ่านหนังสือและทำงานอยู่ที่ห้องนั่งเล่น โดยมีภรรยาที่บางครั้งก็จะเย็บซ่อมผ้าอยู่ไม่ไกล ส่วนลูกทั้งสองก็จะเล่นหรือดูทีวีอยู่ข้างๆ ถ้าหากมีการบ้านสองพี่น้องก็จะทำการบ้านที่โต๊ะอาหาร