อี้เหรินเฟิ่งจมจ่อมอยู่ในโลกของเคล็ดวิชา เขาเหมือนตกอยู่ในห้วงมิติล่องลอย ท่วงท่าดาบ เคล็ดการเดินลมปราณปรากฏออกมาเป็ฉากๆ เขาซึมซับยอดวิชาสลักลึกลงในห้วงสมอง
ใช้เวลากว่าเจ็ดชั่วโมงในการตระหนักรู้ยอดวิชานี้ เขายังต้องค่อยๆ ฝึกกระบวนท่าต่อไปเพื่อที่จะทำไห้สำเร็จเคล็ดวิชาดาบอย่างถ่องแท้ พอรู้สึกตัวอี้เหรินเฟิ่งพบว่าเป็เวลาดึกแล้วเขาจึงได้พักผ่อนต่อจนถึงเช้า
เช้าวันต่อมาอี้เหรินเฟิ่งได้เดินออกมาสำรวจสวนสมุนไพรรอบๆ เรือนไม้ เข้าพบว่สมุนไพรต่างๆ นั้นเป็สมุนไพรหายากแทบทั้งสิ้น
แต่ละต้นอายุนับพันปีถือได้ว่าเป็สมุนไพรวิเศษฟ้าดินเลยก็ว่าได้ เขาเดินสำรวจจนทั่วเกาะ พบว่านอกจากจะมีสมุนไพรมากมายแล้วก็ยังมีผลไม้เซียนอีกสองสามชนิด ไม่ว่าจะเป็ท้อเซียนวิเศษ ผลัคราม กล้วยเจ็ดสี ผลไม้เหล่านี้นับเป็ผลไม้วิเศษอายุนับพันปีเช่นกัน
อี้เหรินเฟิ่งอารมดียิ่งนัก "นี่แหละที่คนแก่ว่าไว้ ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ" หลังจากเขาเกือบตายอยู่หลายคราในที่สุดก็พบเจอโชคใหญ่หล่นใส่หัว จากนั้นอี้เหรินเฟิ่งได้เข้ามาปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดในบ้าน
เขาหวังว่าจะอยู่ที่นี่ฝึกวิชา่ระยะเวลาหนึ่ง ทำความสะอาดบ้านเรียบร้อยก็เข้าสู่ยามบ่ายแล้ว เขาค่อนข้างสนใจชั้นหนังสือนี้เป็อันมากเขาจึงเดินเข้าไปสำรวจชั้นหนังสือดู ว่าพอจะมีอะไรน่าสนใจหรือไม่
หนังสือส่วนใหญ่เป็บันทึกข้อมูลสัตว์อสูรชนิดต่างๆ พืชสมุนไพร วิธีปรุงสมุนไพรเพื่อใช้ทำยาชนิดต่างๆ และก็มีตำราแพทย์วิชาฝังเข็มอยู่ด้วย อี้เหรินเฟิ่งค่อนข้างสนใจของสิ่งนี้ เขาใช้เวลาอ่านตำราต่างๆ ตลอดทั้งบ่ายที่เหลือ
นับจากวันนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าจะใช้เวลา่เช้าฝึกวิชาดาบ ่บ่ายศึกษาตำราแพทย์ ่กลางคืนเดินลมปราณฝึกวิชากายาเทพทมิฬ วิชาดาบสูญตามีทั้งสิ้นสามระดับ ระดับที่หนึ่ง ประกอบด้วยสามกระบวนท่า กระบวนท่าที่หนึ่งดาบสะบั้นวารี กระบวนท่าที่สอง ดาบสะบั้นจันทร์ กระบวนท่าที่สาม ดาบสะบั้นิญญา สามกระบวนท่าพลิกแพลงต่อเนื่อง เป็วิชาดาบที่เน้นโจมตีรวดเร็วรุนแรงและพลิกแพลงยิ่ง
ระดับพลังของอี้เหรินเฟิ่งในตอนนี้ สามารถฝึกวิชาดาบได้แค่ขั้นที่หนึ่งเท่านั้น กว่าจะสามารถฝึกถึงขั้นที่สองได้ต้องรอเขาบรรลุถึงระดับหลอมจิตเท่านั้นอี้เหรินเฟิ่งค่อยๆ ฝึกวิชาดาบด้วยการใช้เพียงมีดสั้นที่ติดตัวมาเพียงเท่านั้น เขาไม่ต้องกังวลเื่การใช้ชีวิตไดๆ ทั้งสิ้น ที่นี่มีทั้งอาหารและที่อยู่อาศัย เขาจึงสามารถฝึกวิชาได้อย่างเต็มที่
เขาเข้าใจดีว่าถ้าอยากจะมีชีวิตรอดไปจากผืนป่าแห่งนี้ มีเพียงแค่ต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ด้วยระดับพลังอย่างเขาในตอนนี้ทำได้เพียงเป็อาหารไห้กับพวกสัตว์อสูรเท่านั้น
อี้เหรินเฟิ่งใช้เวลาหนึ่งเดือนในการฝึกวิชาดาบกระบวนท่าที่หนึ่ง ดาบสะบั้นวารีฟาดฟันดาบออกไปปราณดาบลากยาวนับสิบเมตร ฟันกระแสน้ำขาดออกจากกันได้อย่างแท้จริง
ใช้เวลาอีกหนึ่งเดือนสำเร็จกระบวนท่าที่สอง ดาบสะบั้นจันทร์ ดาบสะบั้นจันทร์ควบรวมปราณดาบไห้หนาแน่น รวมตัวกันครอบคลุมใบดาบกระบวนท่าจู่โจมรวดเร็วแยบคาย มีทั้งรุกและรับในกระบวนท่า ท่าเท้าเคลื่อนไหวแ่พลิ้วรวดเร็ว โจมตีจุดตายอย่างเฉียบคม ฟาดฟันดวงจันทร์ในบ่อน้ำไร้รอยน้ำกระเพื่อมแต่ดวงจันทร์แหลกสลาย
หลังจากผ่านไปสองเดือน อี้เหรินเฟิ่งก็บรรลุพลังระดับกายทองขั้นต้นได้สำเร็จเนื่องจากพืชพรรณผลไม้วิเศษตางๆ บนเกาะช่วยบำรุงเพิ่มพูนลมปราณของเขาไม่ขาดสาย บวกกับวิชาแพทย์วิชาปรุงยาที่ได้ศึกษามาหลายเดือน เขาสามารถนำสมุนไพรเ่าั้ มาปรุงเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มสรรพคุณทางยาเป็อันมาก
พลังลมปราณของเขาจึงพัฒนาได้รวดเร็วราวก้าวะโถ้าหากโลกภายนอกสามารถรับรู้ได้ว่าอี้เหรินเฟิ่งที่เพิ่งอายุเพียงแปดขวบ ก็สามารถบรรลุระดับกายทองได้แล้ว คนเ่าั้อาจจะอ้าปากตาค้างไปเลยก็ได้ อี้เหรินเฟิ่งฝึกวิชาอย่างมีระเบียบทุกวันต้องฝึกตามตารางเวลา ตัวเขานั้นมีพร์เป็อันมากบวกกับไม่มีเื่ไห้ห่วงพะวงเขาจึงได้รับผลสำเร็จอันรวดเร็ว
วันเวลาล่วงเลยไปในที่สุดก็ผ่านไปอีกสามเดือน ในวันนี้อี้เหรินเฟิ่งได้สำเร็จวิชาดาบกระบวนท่าที่สาม ดาบสะบั้นิญญาเรียบร้อยแล้ว กระบวนท่าดาบสะบั้นิญญานี้ช่างร้ายกาจสมชื่อสะบั้นิญญามันเป็กระบวนท่าดาบที่สามารถโจมตีข้ามวัตถุได้
เคล็ดวิชาจะโคจรปราณดาบควบรวมเป็จุดเล็กๆ ขนาดเท่าปลายเข็มบีบอัดปราณดาบเข้มขั้นไห้เล็กละเอียดไว้ตรงปลายดาบ ใช้แรงสั่นะเืความถี่สูงพร้อมกับกระบวนท่าดาบที่รวดเร็วสุดขีด ปล่อยปราณดาบเล็กละเอียดเท่าปลายเข็มออกไป ปราณดาบเมื่อถูกปล่อยออกไปจะทำไห้สามารถแหวกมิติโจมตีใส่จุดตายโดยไร้เสียงได้ นับว่าเป็ท่าไม้ตายโดยแท้
ในตอนนี้อี้เหรินเฟิ่งสามารถปล่อยดาบนี้ได้เพียงสองครั้งในหนึ่งการต่อสู้เท่านั้น นับว่าเป็กระบวนท่าดาบที่สิ้นเปลืองพลังงานยิ่งนัก แต่ก็แลกมากับการจู่โจมที่ไม่สามารถป้องกันได้นับได้ว่าได้อย่างเสียอย่างหลังจากสำเร็จกระบวนท่าดาบทั้งสามอี้เหรินเฟิ่งก็ได้ฝึกประสานควบรวมกระบวนท่าต่างๆ เข้าด้วยกัน เข้าใช้เวลาฝึกกระบวนท่าทั้งสามต่ออีกนับเดือนจนสามารถใช้วิชาดาบได้อย่างช่ำชอง แต่ว่าในมือเขาตอนนี้ก็ยังเป็มีดสั้นอยู่เลย "เอาน่า ข้าต้องใช้มีดสั้นนี่เป็อาวุธไปก่อน สั้นหนึ่งส่วน อันตรายหนึ่งส่วน"อี้เหรินเฟิ่งบ่นอยู่กับตัวเอง
เขาใช้เวลาอยู่ที่แห่งนี้กว่าเจ็ดเดือน ในที่สุดอี้เหรินเฟิ่งก็เริ่มที่จะเก็บของเพื่อออกเดินทางต่อ พืชสมุนไพรต่างๆ ถูกเขาน้ำมาปรุงเป็ยาบำรุงไว้จำนวนมาก แต่ก็ยังมีพืชสมุนไพรหายากบางชนิดที่ถูกเก็บไว้ในแหวนมิติ เนื่องจากมันเป็สมุนไพรหายากอันดับต้นๆ ของโลก หลายร้อยปีกว่าจะมีคนเจอเสียต้นหนึ่ง เขาจึงตัดสินใจเก็บมันไว้เผื่อจะเป็ประโยชน์ในภายภาคหน้าจัดการทุระเสร็จเรียบร้อยอี้เหรินเฟิ่งก็ได้ว่ายน้ำกลับออกไปทางรอยแตกของหน้าผาที่เขามุดออกมาในตอนแรก
อี้เหรินเฟิ่งมุดกลับออกไปทางเดิมจนถึงแม่น้ำ ปากทางที่เขาหนีเข้ามา เขาสำรวจตรงทางเข้าพบว่าเต็มไปด้วยร่องรอยของฟันจระเข้ พวกมันคงจะโมโหเป็อย่างมากที่เขาหนีรอดไปได้ อี้เหรินเฟิ่งค่อยๆ สำรวจดูรอบๆ เมื่อพบว่าปลอดภัยเขาจึงค่อยๆ ว่ายน้ำออกมา เขาว่ายน้ำออกมาได้ระยะหนึ่งเมื่อสองข้างแม่น้ำเริ่มไม่มีหน้าผาแล้ว
เขาก็ว่ายขึ้นฝั่งกำหนดทิศทางแล้วเดินทางต่อไป อี้เหรินเฟิ่งเดินลัดเข้าไปในป่าใหญ่อีกครั้ง เขาไม่กล้าที่จะเดินเลียดแม่น้ำ กลัวจะเป็ที่สนใจของสัตว์อสูรเ่าั้ เขาเดินลัดเลาะไปในป่าอย่างระมัดระวัง โชคดีพบเจอเพียงพวกสัตว์ตัวเล็กๆ เดินทางมาหนึ่งวันเต็มจนพลบค่ำอี้เหรินเฟิ่งจึงตัดสินใจพักผ่อนบนต้นไม้ใหญ่ เขาปีนขึ้นไปนอนบนกิ่งไม้สูงห่างจากพื้นนับยี่สิบเมตรเพื่อความปลอดภัย
ตกดึกขณะที่อี้เหรินเฟิ่งเข้านอนได้สักพักเวลาประมาณตีหนึ่ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ก็มีเสียงเท้าเกิดขึ้น เสียงไม่ด้งมากแต่มีจำนวนไม่น้อย เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาสอดส่องสายตาลงไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ แสงสลัวจากจากดวงจันทร์ลอดผ่านกิ่งไม้ลงไปยังพื้นด้านล่าง
อี้เหรินเฟิ่งพบเห็นเข้ากับฝูงหมาป่านับสิบตัว หมาป่าตัวสีขาวขนาดเท่าลูกวัวสูงราวหนึ่งเมตร พวกมันเดินวนเวียนใต้ต้นไม้สูดดมหากลิ่นอยู่สักพัก พวกมันคงได้กลิ่นของเขาเลยเดินตามกลิ่นมา โชคดีที่คืนนี้อี้เหรินเฟิ่งปีนขึ้นมาหลับอยู่บนต้นไม้ จึงทำไห้เขารอดมาได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้ง สักพักมีเสียงหอนมาจากทางทิศตะวันตกไกลๆ พวกฝูงหมาป่าได้ยินดังนั้นก็พากันวิ่งกรูไปตามเสียงที่ได้ยิน อี้เหรินเฟิ่งปาดเหงื่อเย็นที่ผุดขึ้นมาตามหน้าผาก ไม่ทราบว่าตัวเองในคืนนี้จะสามารถข่มตานอนได้อีกหรือไม่ ช่างตื่นเต้นยิ่งนัก
อี้เหรินเฟิ่งจมจ่อมอยู่ในโลกของเคล็ดวิชา เขาเหมือนตกอยู่ในห้วงมิติล่องลอย ท่วงท่าดาบ เคล็ดการเดินลมปราณปรากฏออกมาเป็ฉากๆ เขาซึมซับยอดวิชาสลักลึกลงในห้วงสมอง ใช้เวลากว่าเจ็ดชั่วโมงในการตระหนักรู้ยอดวิชานี้ เขายังต้องค่อยๆ ฝึกกระบวนท่าต่อไปเพื่อที่จะทำไห้สำเร็จเคล็ดวิชาดาบอย่างถ่องแท้ พอรู้สึกตัวอี้เหรินเฟิ่งพบว่าเป็เวลาดึกแล้วเขาจึงได้พักผ่อนต่อจนถึงเช้า
เช้าวันต่อมาอี้เหรินเฟิ่งได้เดินออกมาสำรวจสวนสมุนไพรรอบๆ เรือนไม้ เข้าพบว่สมุนไพรต่างๆ นั้นเป็สมุนไพรหายากแทบทั้งสิ้น แต่ละต้นอายุนับพันปีถือได้ว่าเป็สมุนไพรวิเศษฟ้าดินเลยก็ว่าได้ เขาเดินสำรวจจนทั่วเกาะ พบว่านอกจากจะมีสมุนไพรมากมายแล้วก็ยังมีผลไม้เซียนอีกสองสามชนิด ไม่ว่าจะเป็ท้อเซียนวิเศษ ผลัคราม กล้วยเจ็ดสี ผลไม้เหล่านี้นับเป็ผลไม้วิเศษอายุนับพันปีเช่นกัน
อี้เหรินเฟิ่งอารมดียิ่งนัก "นี่แหละที่คนแก่ว่าไว้ ฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอ" หลังจากเขาเกือบตายอยู่หลายคราในที่สุดก็พบเจอโชคใหญ่หล่นใส่หัว
จากนั้นอี้เหรินเฟิ่งได้เข้ามาปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดในบ้าน เขาหวังว่าจะอยู่ที่นี่ฝึกวิชา่ระยะเวลาหนึ่ง ทำความสะอาดบ้านเรียบร้อยก็เข้าสู่ยามบ่ายแล้ว
เขาค่อนข้างสนใจชั้นหนังสือนี้เป็อันมากเขาจึงเดินเข้าไปสำรวจชั้นหนังสือดู ว่าพอจะมีอะไรน่าสนใจหรือไม่ หนังสือส่วนใหญ่เป็บันทึกข้อมูลสัตว์อสูรชนิดต่างๆ พืชสมุนไพร วิธีปรุงสมุนไพรเพื่อใช้ทำยาชนิดต่างๆ และก็มีตำราแพทย์วิชาฝังเข็มอยู่ด้วย อี้เหรินเฟิ่งค่อนข้างสนใจของสิ่งนี้ เขาใช้เวลาอ่านตำราต่างๆ ตลอดทั้งบ่ายที่เหลือ นับจากวันนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าจะใช้เวลา่เช้าฝึกวิชาดาบ ่บ่ายศึกษาตำราแพทย์ ่กลางคืนเดินลมปราณฝึกวิชากายาเทพทมิฬ
วิชาดาบสูญตามีทั้งสิ้นสามระดับ ระดับที่หนึ่ง ประกอบด้วยสามกระบวนท่า กระบวนท่าที่หนึ่งดาบสะบั้นวารี กระบวนท่าที่สอง ดาบสะบั้นจันทร์ กระบวนท่าที่สาม ดาบสะบั้นิญญา สามกระบวนท่าพลิกแพลงต่อเนื่อง เป็วิชาดาบที่เน้นโจมตีรวดเร็วรุนแรงและพลิกแพลงยิ่ง
ระดับพลังของอี้เหรินเฟิ่งในตอนนี้ สามารถฝึกวิชาดาบได้แค่ขั้นที่หนึ่งเท่านั้น กว่าจะสามารถฝึกถึงขั้นที่สองได้ต้องรอเขาบรรลุถึงระดับหลอมจิตเท่านั้น
อี้เหรินเฟิ่งค่อยๆ ฝึกวิชาดาบด้วยการใช้เพียงมีดสั้นที่ติดตัวมาเพียงเท่านั้น เขาไม่ต้องกังวลเื่การใช้ชีวิตไดๆ ทั้งสิ้น ที่นี่มีทั้งอาหารและที่อยู่อาศัย เขาจึงสามารถฝึกวิชาได้อย่างเต็มที่ เขาเข้าใจดีว่าถ้าอยากจะมีชีวิตรอดไปจากผืนป่าแห่งนี้ มีเพียงแค่ต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ด้วยระดับพลังอย่างเขาในตอนนี้ทำได้เพียงเป็อาหารไห้กับพวกสัตว์อสูรเท่านั้น
อี้เหรินเฟิ่งใช้เวลาหนึ่งเดือนในการฝึกวิชาดาบกระบวนท่าที่หนึ่ง ดาบสะบั้นวารีฟาดฟันดาบออกไปปราณดาบลากยาวนับสิบเมตร ฟันกระแสน้ำขาดออกจากกันได้อย่างแท้จริง
ใช้เวลาอีกหนึ่งเดือนสำเร็จกระบวนท่าที่สอง ดาบสะบั้นจันทร์ ดาบสะบั้นจันทร์ควบรวมปราณดาบไห้หนาแน่น รวมตัวกันครอบคลุมใบดาบกระบวนท่าจู่โจมรวดเร็วแยบคาย มีทั้งรุกและรับในกระบวนท่า ท่าเท้าเคลื่อนไหวแ่พลิ้วรวดเร็ว โจมตีจุดตายอย่างเฉียบคม ฟาดฟันดวงจันทร์ในบ่อน้ำไร้รอยน้ำกระเพื่อมแต่ดวงจันทร์แหลกสลาย
หลังจากผ่านไปสองเดือน อี้เหรินเฟิ่งก็บรรลุพลังระดับกายทองขั้นต้นได้สำเร็จเนื่องจากพืชพรรณผลไม้วิเศษตางๆ บนเกาะช่วยบำรุงเพิ่มพูนลมปราณของเขาไม่ขาดสาย บวกกับวิชาแพทย์วิชาปรุงยาที่ได้ศึกษามาหลายเดือน เขาสามารถนำสมุนไพรเ่าั้ มาปรุงเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มสรรพคุณทางยาเป็อันมาก พลังลมปราณของเขาจึงพัฒนาได้รวดเร็วราวก้าวะโ
ถ้าหากโลกภายนอกสามารถรับรู้ได้ว่าอี้เหรินเฟิ่งที่เพิ่งอายุเพียงแปดขวบ ก็สามารถบรรลุระดับกายทองได้แล้ว คนเ่าั้อาจจะอ้าปากตาค้างไปเลยก็ได้ อี้เหรินเฟิ่งฝึกวิชาอย่างมีระเบียบทุกวันต้องฝึกตามตารางเวลา ตัวเขานั้นมีพร์เป็อันมากบวกกับไม่มีเื่ไห้ห่วงพะวงเขาจึงได้รับผลสำเร็จอันรวดเร็ว
วันเวลาล่วงเลยไปในที่สุดก็ผ่านไปอีกสามเดือน ในวันนี้อี้เหรินเฟิ่งได้สำเร็จวิชาดาบกระบวนท่าที่สาม ดาบสะบั้นิญญาเรียบร้อยแล้ว กระบวนท่าดาบสะบั้นิญญานี้ช่างร้ายกาจสมชื่อสะบั้นิญญามันเป็กระบวนท่าดาบที่สามารถโจมตีข้ามวัตถุได้
เคล็ดวิชาจะโคจรปราณดาบควบรวมเป็จุดเล็กๆ ขนาดเท่าปลายเข็มบีบอัดปราณดาบเข้มขั้นไห้เล็กละเอียดไว้ตรงปลายดาบ ใช้แรงสั่นะเืความถี่สูงพร้อมกับกระบวนท่าดาบที่รวดเร็วสุดขีด ปล่อยปราณดาบเล็กละเอียดเท่าปลายเข็มออกไป ปราณดาบเมื่อถูกปล่อยออกไปจะทำไห้สามารถแหวกมิติโจมตีใส่จุดตายโดยไร้เสียงได้ นับว่าเป็ท่าไม้ตายโดยแท้
ในตอนนี้อี้เหรินเฟิ่งสามารถปล่อยดาบนี้ได้เพียงสองครั้งในหนึ่งการต่อสู้เท่านั้น นับว่าเป็กระบวนท่าดาบที่สิ้นเปลืองพลังงานยิ่งนัก แต่ก็แลกมากับการจู่โจมที่ไม่สามารถป้องกันได้นับได้ว่าได้อย่างเสียอย่าง
หลังจากสำเร็จกระบวนท่าดาบทั้งสามอี้เหรินเฟิ่งก็ได้ฝึกประสานควบรวมกระบวนท่าต่างๆ เข้าด้วยกัน เข้าใช้เวลาฝึกกระบวนท่าทั้งสามต่ออีกนับเดือนจนสามารถใช้วิชาดาบได้อย่างช่ำชอง แต่ว่าในมือเขาตอนนี้ก็ยังเป็มีดสั้นอยู่เลย "เอาน่า ข้าต้องใช้มีดสั้นนี่เป็อาวุธไปก่อน สั้นหนึ่งส่วน อันตรายหนึ่งส่วน"อี้เหรินเฟิ่งบ่นอยู่กับตัวเอง
เขาใช้เวลาอยู่ที่แห่งนี้กว่าเจ็ดเดือน ในที่สุดอี้เหรินเฟิ่งก็เริ่มที่จะเก็บของเพื่อออกเดินทางต่อ พืชสมุนไพรต่างๆ ถูกเขาน้ำมาปรุงเป็ยาบำรุงไว้จำนวนมาก แต่ก็ยังมีพืชสมุนไพรหายากบางชนิดที่ถูกเก็บไว้ในแหวนมิติ เนื่องจากมันเป็สมุนไพรหายากอันดับต้นๆ ของโลก หลายร้อยปีกว่าจะมีคนเจอเสียต้นหนึ่ง เขาจึงตัดสินใจเก็บมันไว้เผื่อจะเป็ประโยชน์ในภายภาคหน้าจัดการทุระเสร็จเรียบร้อยอี้เหรินเฟิ่งก็ได้ว่ายน้ำกลับออกไปทางรอยแตกของหน้าผาที่เขามุดออกมาในตอนแรก
อี้เหรินเฟิ่งมุดกลับออกไปทางเดิมจนถึงแม่น้ำ ปากทางที่เขาหนีเข้ามา เขาสำรวจตรงทางเข้าพบว่าเต็มไปด้วยร่องรอยของฟันจระเข้ พวกมันคงจะโมโหเป็อย่างมากที่เขาหนีรอดไปได้ อี้เหรินเฟิ่งค่อยๆ สำรวจดูรอบๆ เมื่อพบว่าปลอดภัยเขาจึงค่อยๆ ว่ายน้ำออกมา
เขาว่ายน้ำออกมาได้ระยะหนึ่งเมื่อสองข้างแม่น้ำเริ่มไม่มีหน้าผาแล้ว เขาก็ว่ายขึ้นฝั่งกำหนดทิศทางแล้วเดินทางต่อไป อี้เหรินเฟิ่งเดินลัดเข้าไปในป่าใหญ่อีกครั้ง เขาไม่กล้าที่จะเดินเลียดแม่น้ำ กลัวจะเป็ที่สนใจของสัตว์อสูรเ่าั้ เขาเดินลัดเลาะไปในป่าอย่างระมัดระวัง
โชคดีพบเจอเพียงพวกสัตว์ตัวเล็กๆ เดินทางมาหนึ่งวันเต็มจนพลบค่ำอี้เหรินเฟิ่งจึงตัดสินใจพักผ่อนบนต้นไม้ใหญ่ เขาปีนขึ้นไปนอนบนกิ่งไม้สูงห่างจากพื้นนับยี่สิบเมตรเพื่อความปลอดภัย ตกดึกขณะที่อี้เหรินเฟิ่งเข้านอนได้สักพักเวลาประมาณตีหนึ่ง
ใต้ต้นไม้ใหญ่ก็มีเสียงเท้าเกิดขึ้น เสียงไม่ด้งมากแต่มีจำนวนไม่น้อย เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาสอดส่องสายตาลงไปยังใต้ต้นไม้ใหญ่ แสงสลัวจากจากดวงจันทร์ลอดผ่านกิ่งไม้ลงไปยังพื้นด้านล่าง อี้เหรินเฟิ่งพบเห็นเข้ากับฝูงหมาป่านับสิบตัว หมาป่าตัวสีขาวขนาดเท่าลูกวัวสูงราวหนึ่งเมตร
พวกมันเดินวนเวียนใต้ต้นไม้สูดดมหากลิ่นอยู่สักพัก พวกมันคงได้กลิ่นของเขาเลยเดินตามกลิ่นมา โชคดีที่คืนนี้อี้เหรินเฟิ่งปีนขึ้นมาหลับอยู่บนต้นไม้ จึงทำไห้เขารอดมาได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้ง สักพักมีเสียงหอนมาจากทางทิศตะวันตกไกลๆ พวกฝูงหมาป่าได้ยินดังนั้นก็พากันวิ่งกรูไปตามเสียงที่ได้ยิน
อี้เหรินเฟิ่งปาดเหงื่อเย็นที่ผุดขึ้นมาตามหน้าผาก ไม่ทราบว่าตัวเองในคืนนี้จะสามารถข่มตานอนได้อีกหรือไม่ ช่างตื่นเต้นยิ่งนัก