ภายในห้องสอบสวน
สายตาหลายคู่มองเฉินอี้ด้วยความงุนงง
เวลาแค่วันเดียว จะไขคดีฆาตกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้น?
เกรงว่าแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวนอาชญากรรมจากเมืองหลวง ก็คงไม่กล้ารับประกันเช่นนี้
ทายาทเศรษฐีที่ไม่ทำอะไรเลย เอาแต่เที่ยวเล่น เอาความมั่นใจมาจากไหนในการคุยโวเช่นนี้?
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้นายคือผู้ต้องสงสัยหลักในคดีนี้!
เฉินอี้ยิ้มพลางมองโจวเย่ปิน รอคำตอบจากเขา
คดีนี้จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ไม่ยากเย็นอะไร ถ้าให้โจวเย่ปินไปสืบสวน คาดว่าอีกไม่กี่วันก็คงได้ผลลัพธ์
นานหน่อยก็สิบวันหรือครึ่งเดือน
แต่เฉินอี้มีข้อได้เปรียบโดยธรรมชาติในคดีนี้
ข้อได้เปรียบอะไรงั้นหรือ?
ก็คือรู้จักผู้เสียชีวิตเป็อย่างดี
นักสืบระดับโลกที่รู้จักผู้เสียชีวิตเป็อย่างดี ถ้า้าคลี่คลายคดีนี้ แค่วันเดียวก็เพียงพอ
บางที อาจจะเร็วกว่านั้นด้วยซ้ำ
เงื่อนไขคือ เขาต้องมีรายงานการตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยละเอียด ผลชันสูตรศพและต้องทราบข้อมูลจากกล้องวงจรปิดบนเส้นทางที่คนร้ายใช้ผ่านเพื่อไปยังบ้านของหลิวเกอ
“เฉินอี้ คุณต้องเข้าใจสถานการณ์”
“ตอนนี้ คุณคือผู้ต้องสงสัย”
น้ำเสียงของโจวเย่ปินค่อนข้างเ็า
ตำรวจยังไม่ได้ตัดข้อสงสัยในตัวของอีกฝ่ายออกไป และยังไม่ชัดเจนว่าจะปล่อยตัวเขาหรือไม่ แล้วจะเป็ไปได้อย่างไรที่จะให้เขาเข้ามาแทรกแซงคดี
นายนึกว่านี่กำลังถ่ายหนังอยู่รึไง?
สีหน้าของเฉินอี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง กล่าวอย่างใจเย็นว่า “ผู้กองโจว ในที่เกิดเหตุ... ยังมีรอยเท้าของบุคคลที่สามใช่ไหมครับ?”
คำพูดนี้ทำให้โจวเย่ปินประหลาดใจเล็กน้อย “คุณรู้ได้ยังไง?!”
ที่เกิดเหตุมีรอยเท้าของบุคคลที่สามจริงๆ นี่เป็ผลลัพธ์ที่ได้จากการตรวจสอบอย่างละเอียดของเ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
ส่วนจะเป็ใคร ตอนนี้ยังไม่ทราบ
ทำได้เพียงประเมินความสูงและน้ำหนักคร่าวๆ ของบุคคลนี้ตามลักษณะของรอยเท้า
จากการวิเคาะห์เบื้องต้น น่าจะเป็ผู้ชาย
เฉินอี้ยิ้ม “ผมไม่ได้บอกไปแล้วเหรอ ว่าผมไม่ใช่ฆาตกร”
“จากสมมติฐานนี้ ที่เกิดเหตุควรจะมีรอยเท้าของคนที่สาม ซึ่งนั่นก็คือฆาตกร”
“เว้นแต่ ฆาตกรจะจงใจสวมถุงคลุมเท้า”
“แต่คนๆนี้สามารถเข้าไปในบ้านหลิวเกอได้อย่างง่ายดาย แถมยังมีโอกาสใช้มีดปอกผลไม้ฆ่าหลิวเกอ แสดงว่าทั้งสองคนรู้จักกัน”
“หลิวเกอไม่ใช่คนที่ใส่ใจเื่ความสะอาดในบ้าน แขกมาบ้านไม่จำเป็ต้องเปลี่ยนรองเท้า”
“คนรู้จักมาบ้าน ถ้าสวมถุงคลุมเท้าจะยิ่งทำให้หลิวเกอสงสัยหรือระแวง”
“ดังนั้น ที่เกิดเหตุส่วนใหญ่จะต้องมีรอยเท้าของบุคคลที่สาม เว้นแต่จะมีการทำความสะอาดโดยเจตนา”
การวิเคราะห์นี้ทำให้โจวเย่ปินประหลาดใจ
ถึงแม้ตรรกะจะไม่ยาก แต่การคิดให้ออกในเวลาอันสั้นก็ไม่ใช่เื่ง่าย
เฉินอี้คนนี้ไม่ธรรมดา
“พูดต่อสิ คุณรู้อะไรอีก” โจวเย่ปินมองเฉินอี้แล้วพูด
เฉินอี้กล่าวต่อ “ถ้าผมเดาไม่ผิด พวกคุณคงจะจำลองเหตุการณ์จากรอยเท้าและตำแหน่งศพของผู้เสียชีวิต ซึ่งฆาตกรน่าจะเป็บุคคลที่สามนี้มากที่สุด”
“เหตุผลที่พาผมมาสอบสวน เป็เพราะบนอาวุธสังหารมีลายนิ้วมือของผมเท่านั้น อยากฟังสิ่งที่ผมพูดโดยไม่ตัดความเป็ไปได้ของการเป็ผู้สมรู้ร่วมคิด”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ตำรวจหนุ่มข้างกายโจวเย่ปินก็ใแล้ว
ความคิดที่ชัดเจน ตรรกะที่รอบคอบ การตัดสินที่แม่นยำ
ชายหนุ่มที่ชื่อเฉินอี้ตรงหน้า ไม่ธรรมดาจริงๆ
แล้วทำไมตอนที่เขาถูกพามาที่นี่ในตอนแรกถึงได้ขี้ขลาดขนาดนั้น? แกล้งทำเหรอ?
โจวเย่ปินเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า “แต่คุณก็ยังเป็ผู้ต้องสงสัย”
“ในเมื่อคุณฉลาดกว่าที่ผมคิดไว้ งั้นก็ให้เหตุผลผมมาเพื่อลบล้างข้อสงสัย”
เฉินอี้ยิ้ม “แน่นอนครับ”
“ช่วยถอดกุญแจมือให้ผมหน่อยได้ไหมครับ? มันค่อนข้างอึดอัด”
“พูดตามตรง นี่เป็ครั้งแรกที่ผมถูกคนอื่นใส่กุญแจมือ”
ความรู้สึกของการตกเป็ผู้ต้องสงสัยนั้นไม่ค่อยดีนัก แต่สำหรับเฉินอี้แล้ว มันค่อนข้างแปลกใหม่ ถือว่าเป็ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร
โจวเย่ปินไม่สะทกสะท้าน “ผมจะฟังสิ่งที่คุณพูดก่อน แล้วค่อยพิจารณาว่าจะถอดกุญแจมือให้หรือไม่”
เฉินอี้กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “ก็ได้ครับ”
“ผู้กองโจวเพิ่งได้ผลการเปรียบเทียบรอยนิ้วมือและพาผมมาที่สถานีตำรวจ ผมเดาว่าคุณยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ”
“เช่น...การวิเคราะห์รอยเท้าเชิงลึก”
ดวงตาของโจวเย่ปินหรี่ลงเล็กน้อย ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจสิ่งที่เฉินอี้้าจะสื่อ
ทันใดนั้นเอง แววตาที่เขามองเฉินอี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป
คุ้นเคยกับเทคนิคการสืบสวนอาชญากรรมขนาดนี้ เฉินอี้คนนี้ทำไมถึงเหมือนตำรวจมากกว่าตำรวจอย่างพวกเขาเสียอีก?
เฉินอี้จ้องปฏิกิริยาของโจวเย่ปิน แล้วพูดขึ้นว่า “เหมือนว่าผมจะพูดถูก”
การวิเคราะห์รอยเท้า หรือที่เรียกว่าการตรวจหารอยเท้า เป็ศัพท์ทางกฎหมาย
การวิเคราะห์รอยเท้า เป็ส่วนสำคัญและขาดไม่ได้ในการตรวจสอบที่เกิดเหตุทางอาชญากรรม
ตัวอย่างเช่น
ตำแหน่งรอยเท้าในที่เกิดเหตุสอดคล้องกับการก่ออาชญากรรมหรือไม่?
อายุของรอยเท้าใกล้เคียงกับเวลาที่เกิดอาชญากรรมหรือไม่?
สิ่งที่ติดอยู่กับรอยเท้าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือไม่?
รอยเท้ามีความเชื่อมโยงกับร่องรอยอื่นๆ ในที่เกิดเหตุหรือไม่?
เป็ต้น
สิ่งเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญในการสืบสวนคดี
โจวเย่ปินจ้องเฉินอี้ครู่หนึ่ง แล้วหันศีรษะเล็กน้อยกล่าวว่า “ให้ฝ่ายเทคนิคทำการวิเคราะห์รอยเท้าซ้อนทับในที่เกิดเหตุและส่งผลมาให้ทันที”
ตำรวจหนุ่ม “ครับ ผู้กอง”
พูดจบ เขาเหลือบมองเฉินอี้แวบหนึ่งแล้วหันหลังออกจากห้องสอบสวน
โจวเย่ปินหันสายตากลับมาที่เฉินอี้อีกครั้ง แล้วกล่าวว่า “ผมรู้ว่าคุณกำลังจะสื่อถึงอะไร”
“ถ้ารอยเท้าของบุคคลที่สามซ้อนทับรอยเท้าคุณทั้งหมด แสดงว่าข้อสงสัยเื่การก่อเหตุและการเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดก็จะถูกตัดออกไปได้โดยพื้นฐาน”
เฉินอี้พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ผู้กองโจวสมกับเป็ตำรวจสืบสวนที่มีประสบการณ์ ถูกต้องครับ”
สิ่งที่เขา้าจะสื่อคือการซ้อนทับของรอยเท้า
รอยเท้าใหม่เหยียบทับรอยเท้าเก่า คนทั่วไปอาจมองไม่ออก แต่ฝ่ายเทคนิคของทีมสืบสวนสามารถแยกแยะได้อย่างแน่นอน
ถ้ารอยเท้าของบุคคลนั้นทับอยู่บนรอยเท้าของเขา นั่นหมายความว่าบุคคลที่สามมาทีหลัง
หลังจากที่เขาออกจากบ้านหลิวเกอ คนที่สามก็ตามมาติดๆ แล้วใช้มีดปอกผลไม้เล่มนั้นฆ่าหลิวเกอ
่เวลาคงไม่ห่างกันมากนัก
นั่นคือเหตุผลที่เขาถูกพามาที่นี่เพื่อเผชิญหน้ากับการสอบสวนในฐานะผู้ต้องสงสัย
“ไม่ต้องเยินยอผมหรอก” โจวเย่ปินเอนหลังพิงเก้าอี้ โบกมือให้ตำรวจที่อยู่ใกล้ๆ “ถอดกุญแจมือให้เขา”
“ครับ”
ตำรวจนายนั้นก้าวไปข้างหน้า ไขกุญแจมือที่ข้อมือของเฉินอี้ออก
เฉินอี้รู้สึกสบายขึ้นมาก ขยับมือเล็กน้อย
“ขอบคุณครับผู้กองโจว แต่ตอนนี้ถอดกุญแจมือให้ผมเร็วไปหน่อยหรือเปล่าครับ ผลยังไม่ออกมาเลย”
โจวเย่ปินหยิบบุหรี่บนโต๊ะมาจุด สูบควันออกมาช้าๆ แล้วกล่าวว่า “ผมเลือกที่จะเชื่อคุณ อีกอย่างคุณหนีไปไหนไม่ได้หรอก”
เฉินอี้ยิ้มเล็กน้อย “ก็จริงครับ”
เมื่อเข้ามาในห้องสอบสวนแล้ว การหนีเป็ไปไม่ได้
กุญแจมือใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องสงสัยกระทำการสุดโต่งเท่านั้น
ตราบใดที่ผู้ต้องสงสัยค่อนข้างปกติ อารมณ์สงบ สื่อสารได้ ไม่สร้างปัญหา ตำรวจส่วนใหญ่จะไม่ใส่กุญแจมือคุณในระยะแรกของการสอบสวน
แต่หลังจากสารภาพแล้ว กุญแจมือก็ขาดไม่ได้
“คุณเฉิน ดูเหมือนจะเข้าใจเื่การสืบสวนดีนะครับ” โจวเย่ปินคีบบุหรี่ไว้ระหว่างนิ้ว มองเฉินอี้แล้วพูด
เฉินอี้เลื่อนสายตาลงต่ำ ยื่นมือออกไปยิ้ม “ขอบุหรี่สักมวนได้ไหมครับ?”
โจวเย่ปินไม่ได้พูดอะไร ลุกขึ้นหยิบซองบุหรี่เดินมาหาเฉินอี้ หยิบบุหรี่ออกมามวนหนึ่งยื่นให้
พร้อมกันนั้นก็ยื่นไฟแช็กให้ด้วย
ไฟแช็กจัดเป็สิ่งของอันตรายระดับต่ำ การที่โจวเย่ปินยื่นให้ผู้ต้องสงสัยที่กำลังถูกสอบสวนอย่างไม่ระมัดระวัง แสดงให้เห็นว่าในจิตใต้สำนึก เขาได้สูญเสียความระมัดระวังต่อเฉินอี้ไปแล้ว
“ขอบคุณครับ” เฉินอี้กล่าวอย่างสุภาพ