บทที่ 1 ค่ายนักโทษปะา
"อันหยวนป๋อ*[1]หลี่เต้าได้กระทำผิดต่อผู้ที่อยู่เหนือกว่า เป็ความผิดที่ไม่อาจให้อภัยได้"
"หากมิใช่เพราะองค์หญิงทรงเอ่ยปาก วันนี้ข้าคงต้องลงโทษเ้าด้วยการปะาชีวิตอย่างแน่นอน"
"หลี่เต้า อย่าได้โทษข้าเลย แม้องค์หญิงจะไว้ชีวิตเ้า แต่ฝ่าาไม่ยินยอม ดังนั้นขอให้ค่ายนักโทษปะาเป็สถานที่ฝังร่างสุดท้ายของเ้าเถิด"
"เก้าห้าสองเจ็ด นี่คือหมายเลขประจำตัวของเ้า ั้แ่นี้เ้าจะไม่มีตัวตน เป็เพียงคนที่รอความตายเท่านั้น"
ในความสับสน เศษเสี้ยวความทรงจำมากมายปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของหลี่เต้า
"ฮู่…"
หลังจากหายใจอย่าเหนื่อยหอบ หลี่เต้าพลันลุกขึ้น หน้าผากของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ
สายตากวาดมองไปรอบ ๆ พื้นที่มืดสลัว สภาพแวดล้อมชื้นแฉะ กรงขังที่ทำจากไม้ และกลิ่นคาวเหม็นในอากาศ ทำให้ผู้คนรู้สึกไม่สบายตัวอย่างยิ่ง
หลี่เต้าก้มหน้ามองตัวเองอีกครั้ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ทั้งร่างดูน่าสังเวชยิ่งนัก บนร่างกายมีรอยถลอกอยู่หลายแห่ง ทั้งตัวสวมเพียงเสื้อผ้าสีขาวขาดวิ่นเท่านั้น
บนอกเสื้อมีตัวอักษรเขียนว่า 'นักโทษ' หากมองไปด้านหลังจะพบว่ามีตัวอักษรว่า 'ปะา'
‘นักโทษปะา!’
นี่คือสถานะของเขาในตอนนี้
และสถานที่ที่เขาอยู่ก็คือค่ายนักโทษปะาในตำนาน สถานที่ที่ชีวิตคนไร้ค่าราวกับหญ้า
เขามองผ่านความมืดสลัวไปยังมุมมืดของห้องขัง เห็นเงาร่างของผู้คนที่แต่งกายเหมือนกับเขาอยู่เลือนราง ทั้งหมดล้วนเป็นักโทษปะาในค่ายนักโทษแห่งนี้
หลี่เต้าอดไม่ได้ที่จะพึมพำกับตัวเองว่า "หนึ่งเดือนแล้ว ดูเหมือนว่าข้าจะได้เกิดใหม่จริง ๆ"
เขาไม่อยากยอมรับความจริงนี้เลย แต่ความจริงก็คือความจริง ไม่ว่าจะคิดอย่างไร เหตุผลที่ทำให้เขาตกต่ำถึงขั้นนี้ สามารถสรุปได้ในประโยคเดียวว่า การดื่มสุราทำให้เขาพลาดพลั้งในเื่ชู้สาว ซึ่งนำมาสู่หายนะ
…
หนึ่งเดือนก่อน ราชวงศ์ต้าเฉียนได้จัดงานเลี้ยงในวัง
ในชาตินี้ ‘หลี่เต้า’ ฐานะขุนนางขั้นสามย่อมได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยง ตอนนั้นเขาเกิดอาการปวดศีรษะกะทันหัน แต่เนื่องจากจักรพรรดิกำลังกล่าวสุนทรพจน์อยู่ เลยไม่กล้าลุกออกไปตามอำเภอใจ จึงคิดว่าจะดื่มสุราเพื่อบรรเทาอาการปวด
แต่เมื่องานเลี้ยงเริ่มขึ้น อาการปวดศีรษะของเขากลับไม่ทุเลาลง ซ้ำร้ายยังเมามายอีกด้วย เขาจึงลุกออกไปจากงานเพื่อไล่ความเมามาย
ด้วยความงุนงงสับสน เขาเดินเข้าไปในวังหลังหนึ่งโดยบังเอิญ
แต่เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน เขาก็ตะลึงงันไปทั้งร่าง
ราวกับภาพสีขาวบริสุทธิ์ปรากฏขึ้นตรงหน้า นั่นคือร่างของหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามและรูปร่างอ้อนแอ้น
ชั่วขณะนั้นเอง อาการปวดศีรษะของเขาพลันหายไป แต่ความทรงจำจากชาติก่อนกลับผุดขึ้นมาแทนที่
ด้วยเหตุนี้ ความมึนเมาจากสุราผสมกับความทรงจำที่เพิ่งฟื้นคืนมา ทำให้สมองของเขาสับสนวุ่นวาย จนไม่อาจควบคุมตนเองได้
ใน่เวลาที่ขาดสติ เขาก็ได้ทำลายความบริสุทธิ์ของหญิงสาวผู้นั้นไปแล้ว
เขาได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ขณะที่ถูกองครักษ์วังหลวงคุมตัวมาเบื้องหน้าฮ่องเต้แห่งต้าเฉียน
ในเวลาเดียวกัน เขาก็ได้ล่วงรู้ถึงตัวตนของหญิงสาวที่เขาได้ทำให้มัวหมอง
นางคือ ‘องค์หญิงิเยว่’ สตรีที่ทรงเกียรติที่สุดในราชวงศ์ต้าเฉียนรองจากฮองเฮา และยังเป็พระธิดาองค์โตที่ฮ่องเต้โปรดปรานที่สุด
เขายังจำภาพได้ราง ๆ ตอนที่ฮ่องเต้แห่งต้าเฉียนทราบว่าพระธิดาสุดที่รักของพระองค์ถูกเขา ซึ่งเป็เพียงขุนนางต่ำต้อยทำลายความบริสุทธิ์ไป พระองค์โกรธยิ่งนัก ถึงขั้นจะปะาทั้งตระกูลของเขาและสั่งให้ลงโทษด้วยวิธีเฉือนเนื้อเป็ชิ้น ๆ
แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า กลับเป็องค์หญิงิเยว่ที่เอ่ยปากขอชีวิตเขาไว้ อย่างไรก็ตาม ฮ่องเต้แห่งต้าเฉียนยังคง้าสังหารเขาด้วยความโกรธแค้น
ดังนั้น เพื่อไม่ให้ขัดกับความประสงค์ของฮ่องเต้ที่เคยตรัสไว้ เขาผู้ซึ่งควรถูกขังในคุกหลวงตลอดกาล กลับถูกนำตัวมายังค่ายนักโทษปะาแห่งนี้เพื่อรอความตาย ความจริงคือ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะตายจากอุบัติเหตุให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้
เขาถูกส่งตัวจากเมืองหลวงไปยังค่ายนักโทษปะาทางตอนเหนือของราชวงศ์ต้าเฉียนที่อยู่ชายแดน
เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ติดกับดินแดนของพวกอารยชนทางเหนือ จึงมักเกิดความขัดแย้งอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดยังเกิดการปะทะกัน ทำให้ดูเหมือนว่าาอาจปะทุได้ทุกเมื่อ
แม้แต่ทหารธรรมดาที่อาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ก็ยังใช้ชีวิตอย่างไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดถึงวันพรุ่งนี้หรือไม่ แล้วจะกล่าวถึงนักโทษเช่นเขาที่ถูกขังอยู่ในค่ายนักโทษปะาได้อย่างไร?
ดังนั้น การถูกขังอยู่ที่นี่ สำหรับเขาแล้วแทบจะเท่ากับความตายเลยทีเดียว
รอความตายอย่างนั้นหรือ?
แต่ถ้าเขายังไม่อยากตายล่ะ เขาควรทำเช่นไร?
เขาจะเกิดใหม่อีกครั้งได้อย่างง่ายดายหรือ?!
"อาหารมาแล้ว อาหารมาแล้ว"
ขณะที่หลี่เต้าเหม่อลอย ก็มีเสียงะโดังมาจากนอกประตูห้องขัง
ห้องขังที่เมื่อครู่เงียบสงบไปชั่วขณะกลับกลายเป็เสียงอึกทึกครึกโครมในพริบตา
"ขออาหารให้ข้าด้วย ข้าหิวมาก! ขอให้ข้าได้กินสักคำ!"
"หลีกไป! อย่ามาขวางทาง"
"พวกเ้าทั้งหมดจงไสหัวไปให้พ้น ไม่เช่นนั้นข้าจะสังหารพวกเ้าให้หมด!"
"สังหารข้า? พวกเราล้วนเป็นักโทษปะา ใครจะกลัวใครเล่า!"
"..."
ไม่นานนัก ผู้คุมหลายนายในชุดทหารก็เดินเข้ามาพร้อมถังไม้ในมือ
"พวกเ้าทั้งหมดจงเงียบและเข้าแถวให้เรียบร้อย เข้ามาทีละคน ใครขยับหรือส่งเสียงดังก็อย่าหวังว่าจะได้กิน"
เมื่อเห็นมือดำคล้ำ มากมายยื่นออกมาจากช่องลูกกรง ผู้คุมที่ถือถังอาหารก็แสดงสีหน้าหงุดหงิดพลางใช้ทัพพีไม้ฟาดประตูคุกอย่างแรงหลายครั้ง
ในทันใดนั้น เหล่านักโทษปะาในห้องขังก็เงียบลงทันที เพราะพวกเขาเข้าใจดีว่านี่คือความจริง
นักโทษปะาในสมัยโบราณเปรียบเสมือนนักโทษปะาที่ถูกริบสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต
ในชาติก่อนของหลี่เต้า ไม่มีสิทธิมนุษยชนใด ๆ ให้พูดถึง
อย่าว่าแต่อดข้าวสักสองสามมื้อเลย แม้แต่ถูกตีตายก็ไม่มีใครช่วยเก็บศพ ส่วนทหารที่ตีคนตายก็แค่ถูกกักบริเวณหนึ่งวันเป็อย่างมาก ระดับของการลงโทษเช่นนี้อาจจะไม่ต่างจากความผิดฐานขับถ่ายในที่สาธารณะเท่าไรนัก ลองคิดดูสิว่าชีวิตของผู้คนในค่ายนักโทษปะานั้นช่างไร้ค่าเพียงใด
เมื่อเห็นคนส่งอาหารเดินมา เขาก็หยิบชามเล็ก ๆ ตรงหน้าแล้วเดินไปต่อแถว
หากไม่อยากตายก็ต้องกินอาหาร กินให้อิ่มจึงจะมีโอกาสมีชีวิตรอด
ส่วนจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนนั้น ตอนนี้ได้แต่ค่อยเป็ค่อยไปเท่านั้น อย่างไรเสียการมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานยังดีกว่าตายจากไป
เหล่าผู้คุมค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ ไม่นานก็ถึงตาของหลี่เต้า
น้ำสะอาดหนึ่งทัพพีและเมี่ยนปิ่ง*[2] สีเทาเหลืองขนาดเท่าฝ่ามือหนึ่งชิ้น นี่คืออาหารประจำวันของนักโทษในค่ายปะา
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน หลี่เต้าก็เคยชินกับสิ่งพวกนี้แล้ว
หลังจากรับอาหารมา เขาก็หาที่นั่ง พลางมองและััแผ่นแป้งที่แข็งกระด้าง รู้สึกราวกับว่าหากกัดลงไปฟันอาจจะหักได้ เขาจึงทำเช่นเดียวกับครั้งก่อน นำแผ่นขนมปังแช่ลงในน้ำสะอาดให้นุ่มขึ้นก่อนจะรับประทาน
เมื่อผู้คุมแจกจ่ายอาหารเสร็จแล้วก็รีบจากไปอย่างรวดเร็ว
ทางด้านหลี่เต้าและคนอื่น ๆ รอจนแผ่นแป้งแช่น้ำจนนุ่มพอดีแล้วก็เตรียมจะเริ่มกิน
ในตอนนั้นร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน เงาของเ้าของร่างทอดทับลงบนตัวเขา
"ไอ้หนู ส่งอาหารของเ้ามาให้ข้า!"
หลี่เต้าเงยหน้าขึ้น เห็นชายร่างกำยำสูงอย่างน้อยหนึ่งเมตรเก้าสิบยืนอยู่ บนใบหน้าของชายคนนั้นมีรอยแผลเป็ยาว ดูน่ากลัว
ในตอนนี้ดวงตาของเขาแดงก่ำ เต็มไปด้วยความโลภ จ้องมองแผ่นแป้งในชามข้าวของหลี่เต้าไม่วางตา
สำหรับคนร่างกำยำเช่นนี้ แผ่นแป้งขนาดฝ่ามือคงไม่พอแม้แต่จะยาไส้ แล้วเขาจะทำเช่นไรเล่า?
แน่นอนว่าต้องแย่งชิงอาหารของผู้อื่นมาเติมเต็มท้องของตนเองสิ!
และตอนนี้หลี่เต้าก็คือเป้าหมาย!
*[1] อันหยวนป๋อ เป็ตำแหน่งที่มักจะมอบให้ขุนนางที่มีบทบาทสำคัญในการปกป้องชายแดน หรือทำหน้าที่รักษาความมั่นคงในพื้นที่ห่างไกล
*[2] เมี่ยนปิ่ง คือแป้งที่ผสมเครื่องปรุง แล้วนำไปจี่ให้สุก