คุณชายมากรัก

    #3.ท่องเที่ยวรอบเมือง

            

            ในถนนสายหนึ่งก็ได้มีรถมาที่มีรูปร่างค่อนข้างสวยงามกำลังวิ่งไปตามถนนหนทางในเมืองลั่วหยางเมืองที่มีความเจริญเป็๞อันดับสองของราชวงศ์ฮั่น ภายในรถม้านั้นมีบุรุษอยู่สองคนก็คือหลิวจ้านและพ่อบ้านจานทั้งสองก็ได้นั่งรถมาออกมาด้วยกันจากจวนของตระกูลหลิวในระหว่างที่หลิวจ้านและพ่อบ้านจางได้นั่งอยู่ในรถม้านั้นหลิวจ้านก็ได้สอบถามพ่อบ้านจางว่าในเมืองรั่วอย่างแห่งนี้มีอะไรที่เป็๞ที่สะดุดตาหรือเป็๞ที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงบ้าง เพราะว่าในความทรงจำของหลิวจ้านคนเก่ามันก็เป็๞แค่ความทรงจำที่มันเลือนลาง หลังจากที่หลิวจ้านได้สอบถามพ่อบ้านจางแล้วก็ได้รู้ว่าสถานที่ที่ขึ้นชื่อในเมืองลั่วหยางคือที่ไหนบ้าง ก็มีหนึ่ง ก็คงจะเป็๞หอเดียวดายที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด  ส่วนอีกที่หนึ่งก็คือเหลาสุราหอมหวน ที่เหลาสุรานี้มีทั้งอาหารเลิศรสและสุราเลิศรส

    “พ่อบ้านจางหอเดียวดายคืออะไร ชื่อว่าหอเดียวดายทำไมถึงมีชื่อเสียงที่สุดและโด่งดังที่สุดด้วยหรือว่าในเมืองลั่วหยางนั้นมีหอนางโลมแค่ที่เดียว”

    “เรียนคุณชายหอเดียวดายไม่ใช่หอนางโลม แล้วทำไมหอเดียวดายถึงเป็๞หออันดับหนึ่งและโด่งดังที่สุดนั้นเป็๞เพราะหอเดียวดาย ที่นี่จะขายแค่ฝีมือไม่ได้ขายตัว หญิงสาวที่ทำงานอยู่ที่หอเดียวดายนั้นก็จะแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนก็จะมีในส่วนของร้องเพลงขับขานบทกวีหรือว่าเล่นดนตรีก็จะแตกต่างกันออกไปนี่จึงเป็๞ที่มาของหอเดียวดาย แต่ที่สำคัญที่สุดนั้นคนที่เป็๞เ๯้าของหอเดียวดายมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดา มีข่าวลือว่าอาจจะเป็๞เชื้อพระวงศ์ภายในวังหลวงที่เป็๞เ๯้าของที่แท้จริง หอเดียวดายในเมืองรั่วอย่างเป็๞แค่สาขาย่อยของหอเดียวดายที่ใหญ่ที่สุด หอเดียวดายนั้นมีอยู่ทั่วทุกเมืองที่เป็๞เมืองสำคัญ  โดยหอเดียวดายที่ใหญ่ที่สุดนั้นอยู่ที่เมืองหลวงส่วนที่เมืองรั่วอย่างเป็๞แค่สาขาเท่านั้น”


            พอหลิวจ้านได้ฟังแบบนั้นก็ชักอยากจะรู้ขึ้นมาแล้วสิว่าใครกันนะเป็๞เ๯้าของหอเดียวดายที่แท้จริงและหลิวจ้านก็ได้รู้สึกได้ว่าหอเดียวดายนั้นไม่ได้ง่ายดายเหมือนกับชื่อหอเลย 

    “พ่อบ้านจางแล้วในเมืองลั่วหยางนั้นมีคนที่เป็๞กลุ่มชาวยุทธบ้างหรือไม่”

    “กลุ่มชาวยุทธย่อมมีแน่นอนแต่ละคนมีกำลังภายในที่กล้าแกร่งเป็๞อย่างมาก ว่าแต่คุณชายทำไมถึงถามเกี่ยวกับพวกชาวยุทธ”

    "ก็เพราะว่าข้านั้นอยากจะหาคนที่มีฝีมือและไว้ใจได้ให้มาอยู่ข้างกายของข้าเพราะในวันข้างหน้านั้นข้าจะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วอาณาจักรฉะนั้นแล้วเมื่อข้าโด่งดังแล้ว ก็ย่อมต้องมีคนอิจฉาข้าแน่นอนฉะนั้นข้าก็ต้องระวังตัวไว้ก่อน"


            พอพ่อบ้านจางได้ยินที่คุณชายของเขาพูดแบบนั้นเขาก็เกือบกั้นขำเอาไว้ไม่ไหว พ่อบ้านจางก็ได้คิดว่าอย่างคุณชายนี่เหรอจะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วอาณาจักร ช่างหลงตัวเองจริงๆ

    “เรียนคุณชายจะมีอยู่ที่หนึ่งที่เป็๞พวกชาวยุทธรับจ้างคุ้มกันไม่ว่าจะเป็๞สินค้าหรือว่าคนก็ตามแต่ราคาก็อาจจะแพงมาก”


    “แล้วมันอยู่ที่ไหนหรือที่ที่เ๯้าพูดถึง”


    “เรียนคุณชายที่นั่นก็คือสำนักคุ้มภัย”


    “ถ้างั้นเอาเป็๞ว่าตอนนี้พวกเราไปหาอะไรกินกันก่อนเมื่อเรากินเสร็จแล้วข้าค่อยคิดอีกทีนึงว่าเราจะไปที่ไหน”


    “ได้ขอรับ”


            รถม้าก็ได้วิ่งต่อไปตามถนนเรื่อยๆ ในระหว่างที่วิ่งไปตามถนนนั้นหลิวจ้านก็ได้เลิกม่านออกมามองดูทิวทัศน์ตามถนนหนทางที่รถมาได้วิ่งไป ต้องบอกว่าเมืองลั่วหยางนั้นเป็๞เมืองที่เจริญเป็๞อย่างมากตามถนนหนทางก็มีแต่ร้านขายของมากมายและก็ได้มีรถม้าวิ่งสวนกันไปสวนกันมาเต็มไปหมดหลิวจ้านก็รู้สึกว่าการที่เขาได้มาอยู่ที่นี่มันก็ไม่ได้แย่เสมอไปอาจจะเป็๞ที่ที่ให้เขาได้หาความสุขอย่างที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนก็ได้พอรถม้าวิ่งไปได้สักพักรถม้าก็ได้มาหยุดอยู่ที่หน้าเหลาสุราที่โด่งดังที่สุดภายในเมืองลั่วหยาง เมื่อรถม้าหยุดลงทั้งสองก็ได้ลงจากรถมาเพื่อที่จะเตรียมเข้าไปกินอาหารที่เหลาสุรา 

    “เชิญๆๆ นายท่านทั้งสอง เอ๊ะนี่ไม่ใช่คุณชายหลิวจ้านหรอกหรือ”

    “นี่เ๯้ารู้จักข้าด้วยเหรอ”

    “ทำไมข้าจะไม่รู้จักคุณชายล่ะเพราะคุณชายมีชื่อเสียงโด่งดังมากภายในเมืองลั่วอยางแห่งนี้”


            หลิวจ้านพอได้ฟังคนที่ต้อนรับอยู่ที่หน้าเหลาสุราพูดแบบนี้เขาก็รู้สึกดีใจเป็๞การใหญ่ในความคิดของเขานี่ขนาดว่าเขายังไม่ได้โชว์ความรู้อะไรเลย ทุกคนภายในเมืองก็รู้จักข้ากันหมดแล้วหรือหรือว่าตัวข้านั้นไม่ต้องโชว์อะไรแล้วแค่นี้ข้าก็โด่งดังจนทั้งเมืองรู้จักกันหมดแล้ว พอเด็กหน้าเหลาสุราเห็นว่าหลิวจ้านทำหน้าตามีความสุขเขาก็เลยได้พูดขึ้นมา 


    “ภายในเมืองนี้จะไม่มีใคร ไม่รู้จักคุณชายหลิวจ้านลูกล้างลูกผลานของตระกูลหลิวบ้างล่ะ”

    พอหลิวจ้านได้ฟังแบบนั้นจากที่มีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสและรู้สึกดีในตอนแรกกลับกลายเป็๲ว่า รู้สึกว่าหน้าของเขาจะชาไปหมด พอเด็กหน้าเหลาสุราเห็นหน้าตาของหลิวจ้านเริ่มไม่ค่อยสู้ดีเขาก็รีบขอโทษขอโพยและได้รีบเชิญหลิวจ้านและพ่อบ้านจางเข้าไปข้างในเหล่าสุราทันที


    “ไม่ทราบว่าคุณชาย๻้๵๹๠า๱ไปที่ห้องไหน”


    ต้องบอกก่อนว่าภายในเราสุรายังไงมีทั้งห้องโถงรวมและห้องรับรองส่วนตัวเพราะว่าที่นี่มีหลายชั้นและใหญ่โตเอามากๆ หลิวจ้านพอได้สติก็ตอบกลับไปว่า


    “เอาเป็๲ที่นั่งริมหน้าต่างก็แล้วกันข้าอยากจะดูทิวทัศน์และชมบรรยากาศ” 


            จากนั้นเด็กรับแขกก็ได้พาทั้งสองคนไปนั่งที่โต๊ะที่ริมหน้าต่างโดยทิวทัศน์ที่ริมหน้าต่างสามารถมองเห็นถนนและบรรยากาศภายในเมืองได้เป็๲อย่างดี จากนั้นหลิวจ้านก็ได้สั่งอาหารด้วยตัวเองทั้งหมดจะพยายามจะหาเมนูที่เขาคิดว่าน่าจะอร่อยที่สุดและก็ได้ถามเด็กรับแขกว่าที่นี่มีอะไรน่าทานเขาก็ได้จัดมาทั้งหมดและขอสุราที่เลิศรสที่สุดของที่นี่ด้วย หลังจากที่หลิวจ้านและพ่อบ้านจางได้รออาหารสักพักก็ได้มีเด็กมาเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะพร้อมกับสุราเลิศรสที่หลิวจ้านได้สั่งไปหลังจากนั้นหลิวจ้านก็ได้ชิมอาหารทุกอย่างที่อยู่ในเหล่าสุราแห่งนี้ ต้องบอกเลยว่ารถชาติไม่ถูกปากหลิวจ้านซักนิดเหมือนกับว่าอาหารของที่นี่มันขาดอะไรไปสักอย่างโดยในความคิดหลิวจ้านนั้นก็คือผงปรุงรสนั่นเอง และในส่วนของสุรานั้นเมื่อเขาได้ชิมคำแรกเขาก็รู้สึกว่านี่มันเรียกว่าสุราหรือนี่ ทำไมดีกรีมันน้อยแบบนี้ มันจะทำให้คนเมาได้ยังไง พอหลิวจ้านกินอาหารได้สักพักเขาก็ได้มองไปที่ถนน สายตาของหลิวจ้านเป็๲ประกายในทันที เพราะเขาได้เผลอไปสบกับผู้หญิงคนหนึ่งหญิงสาวคนนี้ใส่ชุดแดงทั้งตัวและขี่ม้าแถมที่ข้างหลังของเธอนั้นก็ยังพายกระบี่ไว้ ต้องบอกเลยว่าผู้หญิงคนนี้เป็๲คนที่สวยมากเธอมีรูปร่างที่สมส่วนหน้าตาขาวใสหมดจด

    “ไร้ที่ติ..ไร้ที่ติ..ไร้ที่ติ”