บทที่ 2 กลับชาติมาเกิด เธอจะเทียบกับฉันได้ยังไง?
"จินเยว่คนนี้ไม่รู้จักหนักเบาเอาเสียเลย วันนี้เป็วันสำคัญที่เขาจะแต่งงานกับถงฮั่ว! ตอนนี้ก็เลยเที่ยงไปแล้ว ทำไมถึงยังไม่มารับเ้าสาวอีก?"
หวังฟางเดินไปมาในห้องนั่งเล่น ปากบ่นพึมพำ
"คุณอย่าเพิ่งโกรธเลย เื่นี้… ก็ไม่ใช่ความผิดของถงฮั่วนะ"
ถงต้าไหลคิดได้มากกว่านั้น ตระกูลกู้ไม่เคยเห็นถงฮั่วอยู่ในสายตามาตลอด เหตุการณ์วันนี้จะเป็การจงใจข่มขู่ถงฮั่วหรือเปล่า?
หวังฟางพูดเสียดสีเสียงดังว่า "ทำไมจะโทษเธอไม่ได้? ถ้าไม่ใช่เพราะเธอไร้ประโยชน์ กู้จินเยว่จะไม่สนใจเธอขนาดนี้เชียวหรือ? เธอทำตัวน่าอับอายขายหน้าก็แล้วไปเถอะ แต่ตอนนี้ยังทำให้ตระกูลถงต้องถูกคนอื่นหัวเราะเยาะอีก!"
ถงฮั่วลืมตาขึ้นมา ได้ยินเสียงทะเลาะกันอยู่นอกประตู
สภาพแวดล้อมรอบตัวคับแคบและอึดอัด เป็ห้องที่คุ้นเคยแต่ก็แปลกตา
บนผนังที่ปิดด้วยหนังสือพิมพ์มีสัญลักษณ์มงคลคู่สีแดงติดอยู่อย่างเรียบง่าย ดูคุ้นตาแต่ก็ชวนให้น่าขัน
สำหรับถงฮั่ว ความทรงจำไม่ใช่เื่ที่น่ายินดีนัก เมื่อความทรงจำเ่าั้ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ความเสียใจและความเ็ปทั้งหมดที่มาพร้อมกับมันก็ถาโถมเข้ามา
เธอตระหนักถึงอีกสิ่ง เธอตายไปแล้วแต่ก็ไม่ได้ตาย เพราะเธอกลับมายังจุดเปลี่ยนของชะตาชีวิต
วันนี้เป็วันที่ 3 กรกฎาคม ปี 75 เป็วันแต่งงานของเธอกับกู้จินเยว่
แต่ข่งมี่เสวี่ยเกิดอาการหัวใจวาย กู้จินเยว่จึงอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อดูแลเธอ
เขาให้ความสำคัญและรักษาน้ำใจกับข่งมี่เสวี่ยมาก แต่กลับทิ้งเื่ตลกและความอับอายให้เธอเพียงคนเดียวในชาติก่อน เธอยืนกรานจะรอให้กู้จินเยว่มารับเธอเข้าบ้านด้วยตัวเอง แต่จนกระทั่งฟ้ามืดกู้จินเยว่ก็ยังไม่มา
พ่อแม่ของกู้จินเยว่ไม่ชอบเธอ และไม่มีใครในตระกูลกู้มาช่วยเื่งานแต่ง พวกเขาไม่เคยส่งคนมารับเ้าสาวแทนกู้จินเยว่เลย
มีที่ไหนที่เ้าสาวต้องไปบ้านสามีเพียงลำพังล่ะ?
ชาติก่อน ถงฮั่วเคยชินกับการเชื่อฟัง แต่ภายใต้แรงกดดันของหวังฟาง เธอแบกผ้าห่มผืนเดียวซึ่งเป็สินสอดเพียงชิ้นเดียวของตัวเอง หนีไปบ้านสามียามวิกาล
และนี่ทำให้เธอถูกข่งมี่เสวี่ยวางแผนเล่นงาน จนเกิดเหตุการณ์โหดร้ายแบบนั้น
ทว่าตอนนี้ ถงฮั่วมองตัวเองในกระจกที่สวมชุดทหารสีเขียวใหม่เอี่ยม เธอดึงดอกไม้ผ้าไหมสีแดงบนหน้าอกออกอย่างแรง ดวงตาที่เคยอบอุ่นราวกับแสงอาทิตย์ บัดนี้เปลี่ยนเป็ลึกล้ำและเ็า
์เห็นใจมอบโอกาสให้เธอได้เกิดใหม่อีกครั้ง
ถงฮั่วกัดฟันสาบาน ชาตินี้ใครเป็หนี้ย่อมต้องชดใช้ ใครติดค้างหนี้ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต ไม่มีใครจะหนีรอดได้!
ขณะกำลังคิดอยู่นั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเปิด หวังฟางและถงต้าไหลเดินเข้ามา
หวังฟางพยายามอย่างหนักเพื่อรับมือกับญาติมิตรข้างนอก ในใจเธอเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่ไม่รู้จะระบายที่ไหน จึงได้แต่ระบายใส่ถงฮั่วผู้เป็ต้นเหตุของเื่ทั้งหมด
หวังฟางยังคงเป็เหมือนเคยที่เมื่อไม่พอใจอะไรก็จะมาบีบหน้าถงฮั่วเพื่อระบายอารมณ์
"วันนี้แกทำให้ตระกูลถงต้องขายหน้าไปหมดแล้วรู้ไหม!"
ถงฮั่วปัดมือของเธอออก ข่มกลั้นความรู้สึกอยากจะข่วนหน้าอีกฝ่ายเอาไว้ แล้วพูดเยาะเย้ยว่า
"ฉันเป็คนทำให้ขายหน้าจริงหรือ?"
"ฉันเป็คนที่ไม่ยอมให้ตระกูลกู้มารับตัวเ้าสาวตรงเวลาหรือ?”
“ฉันเป็คนที่ทำให้ตระกูลกู้ดูถูกตระกูลถงหรือ?"
หวังฟางตกตะลึง ความเ็ปที่หลังมือไม่สามารถทำให้เธอดึงสติได้
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่คิดว่าถงฮั่วจะมีปฏิกิริยาแบบนี้
"แกยังกล้าตอบโต้อีกหรือ? ถ้าไม่ใช่เพราะแกไร้ประโยชน์ กู้จินเยว่จะไม่ไว้หน้าแกแบบนี้หรือ?" หวังฟางโกรธจนคิดจะตบอีกครั้ง
ถงฮั่วจับข้อมือของเธอไว้ แล้วสะบัดออก พูดเยาะว่า
"เป็เขาที่ไม่ให้เกียรติตระกูลถงต่างหาก! ใครใช้ให้พ่อของเขาเป็ผู้จัดการโรงงานทอผ้า! ให้แม่ของเขาเป็รองประธานสหภาพแรงงานโรงงานรองเท้า! แล้วคุณกับพ่อล่ะ? คนหนึ่งไม่มีแม้แต่งานจะทำ อีกคนเป็แค่หัวหน้าแผนกเล็ก ๆ เท่านั้น”
หวังฟางมีสีหน้าไม่อยากเชื่อ "ทำไมแกกล้าพูดกับฉันแบบนี้?"
หญิงสาวน่ารังเกียจคนนี้เป็บ้าไปแล้วหรือ?
ชาติก่อนหวังฟางพร่ำบ่นว่าการเพิกเฉยของตระกูลกู้และการไม่ไว้หน้าของกู้จินเยว่ล้วนเป็ความผิดของเธอ เชื่อว่าเป็เพราะเธอไร้ความสามารถในการเอาอกเอาใจผู้ชาย จึงทำให้ตระกูลถงพลอยโดนดูถูกไปด้วย และทำให้พวกเขาต้องอับอายขายหน้าไปพร้อมกับเธอ
ตอนนี้ถงฮั่วชิงลงมือก่อนด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและทรงพลัง
"ถ้าไม่ใช่เพราะพวกคุณไร้ความสามารถ ฉันจะถูกตระกูลกู้ดูถูกขนาดนี้ได้ยังไง? พูดถึงความสามารถ ตอนเรียนหนังสือ ผลการเรียนของฉันก็ดีกว่ากู่จินเยว่ ตอนทำงานฉันก็เป็พนักงานดีเด่นของโรงงาน พูดถึงรูปร่างหน้าตา ฉันก็ผิวขาว หน้าตาสะสวย ขายาว นอกจากเื่ของพ่อแม่ที่ฉันไม่สามารถเอาชนะกู่จินเยว่ได้ ด้านอื่น ๆ ฉันเชื่อว่าตัวเองเหนือกว่าเขากู่จินเยว่คนนั้นสามเท่า!"
ถงต้าไหลภาคภูมิใจในตำแหน่งหัวหน้าแผนกของตนมาตลอด
แต่ตอนนี้กลับถูกลูกสาวของตัวเองดูิ่ นอกจากความโกรธเคืองและอับอายแล้วยังมีความรู้สึกไร้พลังและความไม่พอใจที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว
เพราะเขา… ไม่สามารถโต้แย้งมันได้
เขาพบว่าเมื่อตัดภาพลักษณ์ความเป็ลูกชายผู้จัดการโรงงานของกู่จินเยว่ออกไป ถงฮั่วลูกสาวเขาดีกว่ากู่จินเยว่จริง ๆ
ส่วนหวังฟางยอมรับไม่ได้ที่ถงฮั่วซึ่งเชื่อฟังเธอมาั้แ่เล็กจนโตกลับพูดจาโต้เถียงและต่อต้านแบบนี้
"ถ้าแกดีเท่าข่งมี่เสวี่ย ตระกูลกู้จะทำเื่แบบนี้ได้หรือ? มันเป็เพราะผู้ใหญ่ในตระกูลกู้ดูถูกและรังเกียจแกไง!"
ถงฮั่วหัวเราะ ตั้งใจแสดงสีหน้าเ็าเพื่อทำให้หวังฟางโมโห
"ข่งมี่เสวี่ยจะมาเทียบกับฉันได้ยังไง? ผู้หญิงที่แม้แต่ลูกก็ยังมีไม่ได้ ตระกูลกู้จะยอมให้เธอแต่งงานกับกู้จินเยว่หรือ? น้ำในสมองของคุณคงจะกระเพื่อมจนสามารถพายเรือได้แล้วสินะ?”
หวังฟางโกรธจนเืจุกลำคอ ดวงตาทั้งสองข้างเขม็งมองถงฮั่วด้วยความโกรธเกรี้ยว
หญิงสาวตรงหน้าสวมชุดทหารสีเขียว ผิวขาวดั่งหยก ใบหน้างดงาม เรียวคิ้วและดวงตางามสง่า เป็ความสวยงามที่ทำให้คนเห็นต้องตาลุกวาวทันที!
ช่างเหมือนกับนังแม่จิ้งจอกของเธอ ต่ำช้าเหลือเกิน!
ถงฮั่วเย้ยหยันตัวเองในใจ ความเกลียดชังในแววตาของหวังฟางไม่ได้ปิดบังเลยสักนิด ราวกับถูกอาบด้วยยาพิษ
ที่คือสายตาที่แม่ใช้มองลูกสาวแท้ ๆ หรือ?
ชาติที่แล้วเธอกลับเหมือนคนตาบอดที่มองอะไรไม่เห็นเลย
"ปกติมี่เสวียดีกับแกขนาดนั้น แต่แกกลับพูดลับหลังถึงเธอแบบนี้! ฉันสอนแกให้เป็แบบนี้หรือ? แกมันชั่วร้าย ไร้มโนธรรม และไร้การอบรมสั่งสอนจริง ๆ !”
หวังฟางแสดงสีหน้าดุร้ายขณะคว้าไม้แขวนเสื้อที่อยู่ข้าง ๆ แล้วฟาดใส่ถงฮั่ว
ถงต้าไหลยืนนิ่งด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด
ปกติแล้วถงฮั่วเป็เด็กว่านอนสอนง่ายและรู้จักกาลเทศะ เมื่ออยู่ที่บ้าน เธอเชื่อฟังยิ่งกว่าสุนัขที่เลี้ยงไว้ในบ้านเสียอีก
คำพูดรุนแรงและบาดหูเหล่านี้เพิ่งออกมาจากปากของเธอเป็ครั้งแรก
สำหรับลูกสาวที่เชื่อฟังแต่จู่ ๆ กลับต่อต้าน สิ่งที่เขาคิดคือต้องให้บทเรียนเธอสักหน่อย เพื่อให้เธอรู้ว่าการดื้อรั้นไม่มีผลลัพธ์ที่ดี
ถงฮั่วตอนนี้ไม่ใช่คนที่จะถูกรังแกได้ง่าย ๆ อีก เธอคว้าไม้แขวนเสื้อเอาไว้แน่น แล้วะโสุดเสียง
"ช่วยด้วย! มีคนจะฆ่าคน!อแม่ของฉันจะฆ่าฉันระบายอารมณ์เพราะถูกยกเลิกงานแต่งงานผลประโยชน์!”
ถงต้าไหลสีหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ ตวาดว่า "หุบปาก! แกกำลังพูดจาเหลวไหลอะไรอยู่?"
หวังฟางอยากจะปิดปากของถงฮั่ว ดวงตาเผยความดุร้าย เธอลดเสียงลงและขู่ว่า
"ถงฮั่ว! แกบ้าไปแล้วหรือ? แกไม่อยากแต่งงานแล้วหรือยังไง?"
ถงฮั่วพูดเยาะ "ตระกูลกู้ตบหน้าตระกูลถงขนาดนี้แล้ว งานแต่งงานนี้ยังจำเป็ต้องดำเนินต่อไปอีกหรือ?"
ใชาติก่อน หวังฟางเคยถูกข่มขู่และคุกคามจากตระกูลกู้และกู้จินเยว่ไม่น้อย พวกเขาขู่ว่าจะยกเลิกงานแต่งพร้อมทั้งไม่อนุญาตให้เธอแต่งงาน จนหวังฟางต้องคุกเข่าขอโทษและยอมอ่อนข้อเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น
โดยที่ไม่มีใครคิดเลยว่าคนที่ถูกรังแกมากที่สุดในเื่นี้คือเธอเอง