สุดาทิพย์นอนกระสับกระส่ายบนเตียง ความร้อนรุ่มทุกข์ทรมานมันเผาผลาญจิตใจราวใครเอาไฟมาลน
ภาพความหลังขณะที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับน้ำใสผุดขึ้นหลายภาพ
ความดีความเอื้ออาทรที่น้ำใสมีกับตน ความทะเล้น แต่จริงใจของภคกรที่มีต่อตนมันเหมือนเป็นไฟที่เผาใจอยู่ตลอดเวลา
ถ้าหากคุณธเนศกลับมาแล้วเจอกับน้ำใสกับภคกร คนอย่างคุณธเนศคงไม่ปล่อยให้น้ำใสกับภคกรที่รู้ความลับของเขามีชีวิตกลับไปเล่าให้ใครฟังได้แน่
เขาคงจะฆ่าสองคนนั่น
“คุณพระช่วย !” สุดาทิพย์ ตกใจ หวั่นใจเมื่อนึกถึงผลที่จะตามมา เราจะทำใจได้ยังไง เราจะทนได้เหรอที่จะเห็นเพื่อนตายไปต่อหน้าต่อตา หนำซ้ำ ตายเพราะเรา
แม้น้ำใสจะเป็นศัตรูหัวใจ เป็นคนที่เอริครัก แต่ถึงแม้จะไม่มีน้ำใส เอริคก็คงไม่คิดจะรักเราอยู่แล้ว
ถ้างั้น โธ่เอ๊ย! เรานี่มันบ้าแท้ ๆ เชียวปล่อยให้ความโกรธเข้าครอบงำจิตใจจนลืมนึกถึงผิดชอบชั่วดี
น้ำใส ภคกรยกโทษให้เพื่อนชั่วคนนี้ด้วย ฉันจะไปช่วยพวกเธอเดี๋ยวนี้
+++++++++++++
สุดาทิพย์มาที่ห้องใต้ดินซึ่งขังน้ำใสกับภคกรทั้งสองคนถูกมัดมือไพล่หลัง นั่งกับพื้นพิงฝาผนังห้อง
“แอ๊ด”เสียงประตูเปิด สุดาทิพย์ก้าวเข้ามาให้ห้องภคกรพอเห็นหน้าหล่อนก็เบือนหน้าหนีด้วยความเกลียดชัง
“ทิพย์” น้ำใสเอ่ยเสียงอาทรกับสุดาทิพย์ ยังไง น้ำใสก็ยังคิดว่าสุดาทิพย์เป็นเพื่อนรักเสมอ
“น้ำใส ภคกร”
“เธอจะมาทำไม” ภคกรตวาดใส่
“ไม่เอาน่ากร” น้ำใสหันไปเตือนเพื่อนหนุ่ม
“น้ำ เรามาช่วยน้ำ” ขณะกำลังพูดสุดาทิพย์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างตัวน้ำใส
“เอ๊ะ ! ทิพย์ ทำไม ” น้ำใสแปลกใจ แต่ก็รู้สึกดีใจ
“เราคิดดูแล้ว เราผิดเอง เราไม่น่าทำกับพวกเธอแบบนี้เลย เราจะพาพวกเธอหนี”
“จริงหรือทิพย์” น้ำใสยิ้มดีใจ ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“จริงซิ” ระหว่างพูด สุดาทิพย์แก้มัดให้น้ำใสสำเร็จ
“แต่ทิพย์” น้ำใสตั้งใจจะถาม
“อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย รีบช่วยกันแก้มัดกรก่อนเถอะ” สองสาวช่วยกัน เพียงไม่นาน ภคกรก็เป็นอิสระ
“ไป๊ เรารีบไปกันเถอะ แต่ว่า ก่อนไปจัดการกับไอ้สองคนที่เฝ้าหน้าประตูด้วยนะ” สุดาทิพย์บอกพร้อมเดินนำหน้า
ภคกรเลิกคิ้ว ทึ่ง นึกไม่ถึงว่าสุดาทิพย์จะกลับใจมาช่วยเขากับน้ำใส
ภคกรออกไปที่ประตูจัดการชกพวกเสื้อขาวหน้าประตูคนแรกในขณะที่พวกมันเผลอหลายทีจนมันลงไปนอนกองกับพื้น
ส่วนอีกคนเขาก็ใช้ทั้งมือขาต่อยเตะไปที่ตัวจนมันหมอบ
“นี่แน่ ขอคืนมั่งนะพวก” เขาดีใจที่ได้ซัดคืนพวกมันบ้างจากนั้นทั้งสามคนก็รีบวิ่งหนีไปโดยสุดาทิพย์เป็นฝ่ายนำทาง น้ำใสวิ่งตามภคกรวิ่งรั้งท้าย
ก่อนออกประตูภคกร ไม่ลืมที่จะแปะติดน้ำมันก้อนเล็กไว้ตรงผนังห้องหนึ่งก้อน
หนึ่งในสองเสื้อขาวที่ลุกไม่ไหวรีบบอกเพื่อนซึ่งพอจะลุกขึ้นได้ว่า
“รีบไปรายงานดอกเตอร์เกื้อว่าผู้บุกรุกที่จับได้หนีไปได้” ไม่มีเสียงตอบจากอีกคน แต่มันก็เดินโขยกเขยกไปตามที่เพื่อนบอก
เมื่อดอกเตอร์เกื้อรับรู้เขาโกรธมาก สั่งให้ทุกคนออกตามล่าทั้งสามคนทันที โดยบอกว่า
“จับตายให้หมดทุกคน”
++++++++++++++++
เอริคกลับมาถึงตึกเขาวิ่งรี่ไปที่ห้องที่เขาให้น้ำใสกับภคกรหลบซ่อน
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปแล้วพบแต่ความว่างเปล่า
“หะ !น้ำใส น้ำใส อยู่ไหน” เอริคตะโกนร้องภายในห้องแต่เงียบไม่มีเสียงตอบ เขาเปิดประตูออกไปมอง เห็นพวกเสื้อขาวนับสิบคนวิ่งกรูผ่านไปเขาจะร้องถาม แต่ก็ไม่ทัน
ต้องเกิดเรื่องแน่เขามองไปทั่วห้อง “ปืน” เอริคอุทานเมื่อเห็นปืนตกอยู่เขารีบหยิบมันขึ้นมาเช็คดู ยังมีลูกกระสุนเหลืออยู่ แต่ถูกยิงออกไปหนึ่ง
“ตายล่ะ!” ใจเขาหวิวขออย่าให้น้ำใสเป็นอะไรไปเลย เขานึกเอะใจ
เอริครีบวิ่งไปที่ห้องใต้ดินที่ใช้ขังคน เห็นพวกเสื้อขาวคนหนึ่งนอนกองกับพื้น เขาไม่ได้ถามอะไร วิ่งพรวดเข้าไปในห้อง
เอริคไม่พบใครเลยมีแต่เชือกกองกับพื้นสองกอง
เกิดอะไรน้ำใสล่ะ น้ำใสอยู่ไหน เอริคใจเต้นรัวเร็ว รู้สึกหวั่นใจ เป็นห่วงเขารีบวิ่งออกไปจากห้องโดยไม่ลืมนำปืนเหน็บเอวไปด้วย
เมื่อขึ้นมาชั้นบน เขาเจอพวกเสื้อขาวหลายคนพากันวิ่งพล่านไปทั่ว เขาจึงเรียกหนึ่งในนั้นมาถาม
“เกิดอะไรขึ้น”
“มีผู้บุกรุก ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง แต่ตอนนี้ คุณสุดาทิพย์ พาหนีไปแล้ว”
“น้ำใส” เอริคอุทานชื่อสาวน้อย แล้วจึงรีบวิ่งพรวดออกไปจากที่นั่นทันที
สุดาทิพย์มาช่วยพวกน้ำใส แล้วสุดาทิพย์จะพาน้ำใสไปไหน ใช่แล้ว ท่าเรือ
เอริคเดาจุดหมายได้เขารีบวิ่งไปที่ท่าเรือให้เร็วที่สุด เขาคิดว่าตอนนี้ดอกเตอร์เกื้อคงรู้เรื่องแล้วและคงสั่งให้พวกเสื้อขาวออกตามล่าพวกนั้นอยู่
คุณพระคุณเจ้าช่วยด้วยเถอะขออย่าให้น้ำใสเป็นอะไรไปเลย ชายหนุ่มภาวนาไปตลอดทางที่วิ่งไปท่ามกลางความมืดในป่าที่รกชัฏ ด้วยใจมุ่งมั่นหวังให้ทันเวลา
“ขอให้ทันด้วยเถอะ”
+++++++++++
สุดาทิพย์แม้จะอยู่ที่นี่มานาน แต่ก็น้อยครั้งที่จะมาที่ท่าเรือของเกาะ และทุกครั้งที่เคยมาก็มาเฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น ดังนั้นหล่อนจึงไม่ค่อยแน่ใจกับหนทางที่จะพาเพื่อนหนีเลย
แต่ สุดาทิพย์ ก็วิ่งนำทางมาจนได้วิ่งผ่านป่า คดโค้ง พยายามนึกหนทางที่จะพาไปที่ท่าเรือ
พวกเสื้อขาวหลายคนออกวิ่งตามในป่า และก็พากันยิงปืนไล่ล่าเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“ปัง ปัง”
น้ำใสสุดาทิพย์ และภคกร เมื่อได้ยินเสียงปืน ต่างตกใจชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงพร้อมกับก้มตัวลงต่ำ เมื่อเสียงปืนเงียบ จึงพากันรีบวิ่งต่อ
เอริคซึ่งรู้ทางลัดดีกว่า สามารถวิ่งไปจนไปดักหน้าพวกเสื้อขาวที่ตามล่าพวกน้ำใสได้ทัน
“อ้าว คุณเอริค”
“ผมเพิ่งมาจากท่าน้ำ มันวิ่งหนีไปทางท้ายเกาะตรงสะพานเหล็ก ตามไปทางนั้น”เอริคบอกพวกมันเพื่อให้มันตามน้ำใสไปผิดทาง
พวกเสื้อขาวพยักหน้ารับคำสั่งพร้อมกันจากนั้นวิ่งกรูไปในทิศที่เอริคบอก
จากนั้นเอริคก็รีบวิ่งไปที่ท่าน้ำทันที
+++++++++++++
นายธเนศได้ยินเสียงปืนเขาขมวดคิ้ว
“ต้องมีอะไรเกิดขึ้นที่เกาะแน่” เขาเรียกลูกน้องที่ติดตามมาแค่สองคนให้เดินตามเขามา ขณะที่เรือจอดเทียบท่า
เขาเห็นเหมือนใครสามคนวิ่งตรงมาที่ท่าน้ำ
สุดาทิพย์พาน้ำใส และภคกรมาถึงท่าน้ำจนได้ สองคนเห็นเรือใหญ่จอดเทียบท่า สุดาทิพย์ลืมนึกไปว่านายธเนศบอกว่าจะมาที่เกาะ จึงไม่ได้คิดอะไรพาเพื่อนสองคนมายืนที่ท่าน้ำ โดยภคกรจัดการชกต่อยพวกเสื้อขาวที่เฝ้าท่าน้ำจนสลบไป ระหว่างนั้น เรือจอดเทียบท่าพอดี
สามคนหันมองเรือพร้อมกัน
แต่เมื่อเห็นว่าผู้ใดก้าวลงจากเรือทั้งสามก็อุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจ
“คุณธเนศ!”
“โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๋ ว่าไง สุดาทิพย์มารอผมเหรอ แล้วนั่น หนูน้ำใสกับนายภคกรใช่มั๊ยนั่น แหม อยู่กันพร้อมหน้าเชียวนะ” ธเนศออกจะแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นน้ำใสกับภคกร เขาจึงเริ่มประติดประต่อเหตุการณ์ ซึ่งพอจะเดาเหตุการณ์ได้ว่า น้ำใสคงจะติดเกาะเหมือนสุดาทิพย์ แต่คงติดเกาะฝั่นโน้น ฝั่งของเอริค แล้วเอริคก็คงจะช่วยไว้ ส่วนนายภคกรอาจถูกน้ำใสพามาที่นี่ แต่มากันทำไม ช่างเถอะ ยังไงพวกนี้ก็คงไม่รอด เขาคงต้องจัดการให้เรียบร้อย ไม่ให้เรื่องของเกาะนี้รั่วไหลไปภายนอก
“กรี๊ง ” มือถือของนายธเนศดังขึ้นคนที่โทรมาคือดอกเตอร์เกื้อ เขาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเกาะให้นายธเนศฟัง
“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” เขาปิดมือถือตาวาวด้วยความโกรธ พยักหน้ากับลูกน้องทั้งสองคน ลูกน้องชายฉกรรจ์ทั้งสองคนเข้าใจคำสั่งโดยไม่ต้องเอ่ยเสียงชูปืนในมือขึ้นส่องไปที่พวกน้ำใส
“คุณธเนศคะ นี่ทิพย์ ไงค่ะ จำทิพย์ไม่ได้หรือค่ะ” สุดาทิพย์พยายามยิ้มทำใจดีสู้เสือ แต่
“อ๋อ ทิพย์ของผม มามะ มาให้ผมชื่นใจหน่อยนะ” เขายกมือขึ้นกางออกทำท่าจะโอบกอดหญิงสาว สุดาทิพย์เข้าใจผิดหล่อนกำลังคิดจะช่วยพูดให้นายธเนศปล่อยเพื่อนทั้งสองของตนจึงเดินเข้าไปหาชายสูงวัยเกือบประชิดตัว แต่
“ปัง ปัง” เสียงปืนดังขึ้น สุดาทิพย์ตาเหลือกร่างหญิงสาวกระตุก ตัวเอนไปด้านหน้า ไปอยู่ในอ้อมกอดของนายธเนศแต่เขากลับไม่กอดไว้ ปล่อยให้ร่างสุดาทิพย์ร่วงไถลลงนอนราบกับพื้นดุจไร้กระดูกเลือดแดงฉานกระจายออกจากท้อง ไหลนองกับพื้นจนท่วมตัวหญิงสาว
สุดาทิพย์หมดลมหายใจวินาทีนั้น
“ว้าย ทิพย์ ทิพย์ ฮือ ฮือ แกไอ้ธเนศ แกฆ่าสุดาทิพย์ แก” น้ำใสเห็นภาพเพื่อนสาวตายต่อหน้าต่อตา หญิงสาว
กรีดร้องลั่นป่าน้ำตาไหลเป็นทางด้วยความเสียใจและโกรธแค้น
“โอ๊ะ โอ๋ หนูน้ำใส ไม่เอา ไม่พูดหยาบซิคะ ต่อไปต้องเรียกพ่อว่าพ่อนะเพราะพ่อกำลังจะได้แต่งงานกับคุณแม่หนู แต่รีบเรียกซะนะเพราะหนูคงจะมีโอกาสเรียกแค่ตอนนี้เท่านั้นแล้วจากนั้นหนูก็จะได้ไปอยู่เป็นเพื่อนกับสุดาทิพย์เพื่อนหนูไง
“แก ไอ้คนเลวไอ้คนชั่ว แกฆ่าทิพย์” ภคกรตะโกนด่านายธเนศจนนายธเนศหันมามองเขาด้วยความสนใจ
“ว่าไง พ่อหนุ่ม ปากดีนักใช่มั๊ย นี่แนะ” “ปังปัง” เสียงปืนดังขึ้นอีกนายธเนศยิงไปที่ร่างของภคกรจนชายหนุ่มร่วงลงไปกองกับพื้นเลือดท่วมตัว
“ว้าย กร กร ฮือ ฮือ” น้ำใสร้องลั่นน้ำตาไหลพราก ความเสียใจเกิดขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า ดุจใครมากระชากดวงใจจากไปเมื่อเห็นเพื่อนตายต่อหน้าต่อตาถึงสองคน
“แก ไอ้คนเลว ฉันจะฆ่าแก ฉันจะฆ่าแก” น้ำใสตะโกนดิ้นพรวดพราดไปมาทั้งที่ถูกลูกน้องนายธเนศจับเอาไว้มั่น
“แหม แหม จุ๊ จุ๊ ไม่น่ารักเลยลูกพ่อไม่เอา เรียกพ่อซิลูก ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า” นายธเนศหัวเราะเยาะดังลั่น
“แต่น่าเสียดาย ถึงหนูจะไม่เรียกพ่อว่าพ่อ พ่อก็จะไม่รอล่ะ เอาละน๊า เตรียมตัว” นายธเนศเล็ง ปืนไปที่น้ำใส
“ปัง ปัง ปัง” เสียงปืนดังขึ้นติดติดกัน”
+++++++++++++
ดอกเตอร์เกื้อคิดว่าเรื่องราวอาจจะร้ายแรงเมื่อได้ยินเสียงปืนดังติดกันหลายนัด เขาเปิดลิ้นชักโต๊ะคว้าปืนสั้นในกระเป๋าแล้วรีบวิ่งออกไปทันที จุดหมายคือท่าเรือ
เอริคเองเมื่อได้ยินเสียงปืน ใจเขากระตุก รีบวิ่งเร็วขึ้นกว่าเก่าเพื่อให้ถึงท่าเรือให้เร็วที่สุด
เมื่อไปใกล้ท่าเรือเขาได้ยินเสียงหัวเราะของนายธเนศ เขาจึงค่อย ๆ ย่องอย่างเบาที่สุด อาศัยความมืดและต้นไม้ใหญ่ แอบซ่อนซุ่มดูเหตุการณ์
เอริคเห็นน้ำใสถูกจับโดยลูกน้องนายธเนศสองคน มีนายธเนศยืนประจันหน้าถือปืนส่องมายังน้ำใส
ขณะที่นายธเนศ กำลังจะยิงน้ำใส เอริคไม่รอช้า เขาใช้ปืนยิงไปที่ลูกน้องทั้งสองคนของนายธเนศด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ
“ปัง ปัง” เสียงปืนดัง แล้วจากนั้นลูกน้องนายธเนศก็ร่วงผรอยดิ้นพราดก่อนขาดใจ
“ใคร ใครว่ะ” นายธเนศตะโกนลั่นเมื่อมีคนยิงลูกน้องเขาตายแต่เขากลับไม่เห็นคนยิง
“ปัง ปัง” นายธเนศ ยิงเข้าไปในป่าหวังให้คนที่แอบอยู่ ไม่กล้ายิงออกมาอีก
ทันทีที่ลูกน้องนายธเนศล้มลงจากการถูกยิงน้ำใสเป็นอิสระ หญิงสาวกำลังจะวิ่งหนี แต่นายธเนศกลับหันมาเห็นแล้วจ่อปืนเดินใกล้เข้ามาตะโกนว่า
“หยุด อย่าไปไหน” นายธเนศสั่งน้ำใสจนหญิงสาวชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียง เหงื่อหล่อนไหลท่วมตัว อีกทั้งน้ำใสยังคงสะอื้นไห้น้อย ๆ น้ำใสกัดฟัน หันหน้ามองหน้าคนเลวอย่างนายธเนศด้วยความโกรธและเกลียดชัง หญิงสาวปาดน้ำตา ตอนนี้ความโกรธเกลียดมันมีมากจนเกือบไม่หลงเหลือความกลัวแล้ว น้ำใสหลับตา ใจนึกถึงหน้ามารดา พึมพำด้วยความเสียใจว่า
“แม่ขา น้ำขอโทษ”
แต่ในขณะนั้นเอง ขณะที่นายธเนศเล็งปืนไปที่น้ำใส
“ปัง ปัง ” เสียงปืนกลับดังขึ้นติดกันน้ำใสตกใจ ก้มตัวลงพร้อมกับยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างร้องกรี๊ดลั่น
“ว้าย”
เมื่อเสียงปืนเงียบลง น้ำใสแปลกใจที่ตัวหล่อนกลับไม่เป็นอะไรเลย หญิงสาวจึงค่อย ๆเปิดเปลือกตาขึ้นมองช้า ๆ
ภาพที่หล่อนเห็นคือนายธเนศตาเหลือก ปืนในมือร่วงหล่นลงพื้น ลิ่มเลือดทะลักออกจากหน้าอก ก่อนร่างของเขาจะร่วงลงไปนอนกับพื้น
ที่สุด นายธเนศก็นอนตายจมกองเลือด