เกาะรัก...ทะเลแดง

    ตอนที่ 52 สำนึกผิด

    สุดาทิพย์นอนกระสับกระส่ายบนเตียง  ความร้อนรุ่มทุกข์ทรมานมันเผาผลาญจิตใจราวใครเอาไฟมาลน

            ภาพความหลังขณะที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับน้ำใสผุดขึ้นหลายภาพ

            ความดีความเอื้ออาทรที่น้ำใสมีกับตน ความทะเล้น  แต่จริงใจของภคกรที่มีต่อตนมันเหมือนเป็นไฟที่เผาใจอยู่ตลอดเวลา

            ถ้าหากคุณธเนศกลับมาแล้วเจอกับน้ำใสกับภคกร คนอย่างคุณธเนศคงไม่ปล่อยให้น้ำใสกับภคกรที่รู้ความลับของเขามีชีวิตกลับไปเล่าให้ใครฟังได้แน่

    เขาคงจะฆ่าสองคนนั่น

            “คุณพระช่วย !”  สุดาทิพย์ ตกใจ หวั่นใจเมื่อนึกถึงผลที่จะตามมา  เราจะทำใจได้ยังไง เราจะทนได้เหรอที่จะเห็นเพื่อนตายไปต่อหน้าต่อตา หนำซ้ำ ตายเพราะเรา

            แม้น้ำใสจะเป็นศัตรูหัวใจ   เป็นคนที่เอริครัก   แต่ถึงแม้จะไม่มีน้ำใส เอริคก็คงไม่คิดจะรักเราอยู่แล้ว

            ถ้างั้น โธ่เอ๊ย!    เรานี่มันบ้าแท้ ๆ เชียวปล่อยให้ความโกรธเข้าครอบงำจิตใจจนลืมนึกถึงผิดชอบชั่วดี

    น้ำใส ภคกรยกโทษให้เพื่อนชั่วคนนี้ด้วย    ฉันจะไปช่วยพวกเธอเดี๋ยวนี้

    +++++++++++++

            สุดาทิพย์มาที่ห้องใต้ดินซึ่งขังน้ำใสกับภคกรทั้งสองคนถูกมัดมือไพล่หลัง นั่งกับพื้นพิงฝาผนังห้อง

            “แอ๊ด”เสียงประตูเปิด สุดาทิพย์ก้าวเข้ามาให้ห้องภคกรพอเห็นหน้าหล่อนก็เบือนหน้าหนีด้วยความเกลียดชัง

            “ทิพย์” น้ำใสเอ่ยเสียงอาทรกับสุดาทิพย์   ยังไง น้ำใสก็ยังคิดว่าสุดาทิพย์เป็นเพื่อนรักเสมอ

            “น้ำใส  ภคกร”

            “เธอจะมาทำไม” ภคกรตวาดใส่

            “ไม่เอาน่ากร” น้ำใสหันไปเตือนเพื่อนหนุ่ม

            “น้ำ เรามาช่วยน้ำ”   ขณะกำลังพูดสุดาทิพย์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างตัวน้ำใส

            “เอ๊ะ ! ทิพย์ ทำไม ” น้ำใสแปลกใจ แต่ก็รู้สึกดีใจ

            “เราคิดดูแล้ว เราผิดเอง เราไม่น่าทำกับพวกเธอแบบนี้เลย เราจะพาพวกเธอหนี”

            “จริงหรือทิพย์” น้ำใสยิ้มดีใจ ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

            “จริงซิ” ระหว่างพูด สุดาทิพย์แก้มัดให้น้ำใสสำเร็จ

            “แต่ทิพย์” น้ำใสตั้งใจจะถาม

            “อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลย รีบช่วยกันแก้มัดกรก่อนเถอะ” สองสาวช่วยกัน เพียงไม่นาน ภคกรก็เป็นอิสระ

            “ไป๊ เรารีบไปกันเถอะ แต่ว่า ก่อนไปจัดการกับไอ้สองคนที่เฝ้าหน้าประตูด้วยนะ” สุดาทิพย์บอกพร้อมเดินนำหน้า

            ภคกรเลิกคิ้ว ทึ่ง  นึกไม่ถึงว่าสุดาทิพย์จะกลับใจมาช่วยเขากับน้ำใส

            ภคกรออกไปที่ประตูจัดการชกพวกเสื้อขาวหน้าประตูคนแรกในขณะที่พวกมันเผลอหลายทีจนมันลงไปนอนกองกับพื้น

            ส่วนอีกคนเขาก็ใช้ทั้งมือขาต่อยเตะไปที่ตัวจนมันหมอบ

            “นี่แน่ ขอคืนมั่งนะพวก” เขาดีใจที่ได้ซัดคืนพวกมันบ้างจากนั้นทั้งสามคนก็รีบวิ่งหนีไปโดยสุดาทิพย์เป็นฝ่ายนำทาง น้ำใสวิ่งตามภคกรวิ่งรั้งท้าย

            ก่อนออกประตูภคกร ไม่ลืมที่จะแปะติดน้ำมันก้อนเล็กไว้ตรงผนังห้องหนึ่งก้อน

            หนึ่งในสองเสื้อขาวที่ลุกไม่ไหวรีบบอกเพื่อนซึ่งพอจะลุกขึ้นได้ว่า

            “รีบไปรายงานดอกเตอร์เกื้อว่าผู้บุกรุกที่จับได้หนีไปได้” ไม่มีเสียงตอบจากอีกคน แต่มันก็เดินโขยกเขยกไปตามที่เพื่อนบอก

            เมื่อดอกเตอร์เกื้อรับรู้เขาโกรธมาก สั่งให้ทุกคนออกตามล่าทั้งสามคนทันที โดยบอกว่า

            “จับตายให้หมดทุกคน”

    ++++++++++++++++

            เอริคกลับมาถึงตึกเขาวิ่งรี่ไปที่ห้องที่เขาให้น้ำใสกับภคกรหลบซ่อน

    ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปแล้วพบแต่ความว่างเปล่า

            “หะ !น้ำใส น้ำใส อยู่ไหน” เอริคตะโกนร้องภายในห้องแต่เงียบไม่มีเสียงตอบ เขาเปิดประตูออกไปมอง เห็นพวกเสื้อขาวนับสิบคนวิ่งกรูผ่านไปเขาจะร้องถาม แต่ก็ไม่ทัน

            ต้องเกิดเรื่องแน่เขามองไปทั่วห้อง “ปืน” เอริคอุทานเมื่อเห็นปืนตกอยู่เขารีบหยิบมันขึ้นมาเช็คดู ยังมีลูกกระสุนเหลืออยู่ แต่ถูกยิงออกไปหนึ่ง

            “ตายล่ะ!”  ใจเขาหวิวขออย่าให้น้ำใสเป็นอะไรไปเลย   เขานึกเอะใจ

            เอริครีบวิ่งไปที่ห้องใต้ดินที่ใช้ขังคน เห็นพวกเสื้อขาวคนหนึ่งนอนกองกับพื้น     เขาไม่ได้ถามอะไร วิ่งพรวดเข้าไปในห้อง

            เอริคไม่พบใครเลยมีแต่เชือกกองกับพื้นสองกอง

            เกิดอะไรน้ำใสล่ะ น้ำใสอยู่ไหน เอริคใจเต้นรัวเร็ว รู้สึกหวั่นใจ เป็นห่วงเขารีบวิ่งออกไปจากห้องโดยไม่ลืมนำปืนเหน็บเอวไปด้วย

            เมื่อขึ้นมาชั้นบน เขาเจอพวกเสื้อขาวหลายคนพากันวิ่งพล่านไปทั่ว เขาจึงเรียกหนึ่งในนั้นมาถาม

            “เกิดอะไรขึ้น”

            “มีผู้บุกรุก ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง แต่ตอนนี้ คุณสุดาทิพย์  พาหนีไปแล้ว”

            “น้ำใส”   เอริคอุทานชื่อสาวน้อย   แล้วจึงรีบวิ่งพรวดออกไปจากที่นั่นทันที

            สุดาทิพย์มาช่วยพวกน้ำใส   แล้วสุดาทิพย์จะพาน้ำใสไปไหน ใช่แล้ว ท่าเรือ

            เอริคเดาจุดหมายได้เขารีบวิ่งไปที่ท่าเรือให้เร็วที่สุด เขาคิดว่าตอนนี้ดอกเตอร์เกื้อคงรู้เรื่องแล้วและคงสั่งให้พวกเสื้อขาวออกตามล่าพวกนั้นอยู่

            คุณพระคุณเจ้าช่วยด้วยเถอะขออย่าให้น้ำใสเป็นอะไรไปเลย ชายหนุ่มภาวนาไปตลอดทางที่วิ่งไปท่ามกลางความมืดในป่าที่รกชัฏ    ด้วยใจมุ่งมั่นหวังให้ทันเวลา

            “ขอให้ทันด้วยเถอะ”

    +++++++++++

            สุดาทิพย์แม้จะอยู่ที่นี่มานาน แต่ก็น้อยครั้งที่จะมาที่ท่าเรือของเกาะ และทุกครั้งที่เคยมาก็มาเฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น ดังนั้นหล่อนจึงไม่ค่อยแน่ใจกับหนทางที่จะพาเพื่อนหนีเลย

    แต่ สุดาทิพย์ ก็วิ่งนำทางมาจนได้วิ่งผ่านป่า คดโค้ง พยายามนึกหนทางที่จะพาไปที่ท่าเรือ

            พวกเสื้อขาวหลายคนออกวิ่งตามในป่า และก็พากันยิงปืนไล่ล่าเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

            “ปัง ปัง”

            น้ำใสสุดาทิพย์ และภคกร เมื่อได้ยินเสียงปืน ต่างตกใจชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงพร้อมกับก้มตัวลงต่ำ เมื่อเสียงปืนเงียบ จึงพากันรีบวิ่งต่อ

            เอริคซึ่งรู้ทางลัดดีกว่า สามารถวิ่งไปจนไปดักหน้าพวกเสื้อขาวที่ตามล่าพวกน้ำใสได้ทัน

            “อ้าว คุณเอริค”

            “ผมเพิ่งมาจากท่าน้ำ มันวิ่งหนีไปทางท้ายเกาะตรงสะพานเหล็ก ตามไปทางนั้น”เอริคบอกพวกมันเพื่อให้มันตามน้ำใสไปผิดทาง

            พวกเสื้อขาวพยักหน้ารับคำสั่งพร้อมกันจากนั้นวิ่งกรูไปในทิศที่เอริคบอก

    จากนั้นเอริคก็รีบวิ่งไปที่ท่าน้ำทันที

    +++++++++++++

            นายธเนศได้ยินเสียงปืนเขาขมวดคิ้ว

            “ต้องมีอะไรเกิดขึ้นที่เกาะแน่” เขาเรียกลูกน้องที่ติดตามมาแค่สองคนให้เดินตามเขามา ขณะที่เรือจอดเทียบท่า

            เขาเห็นเหมือนใครสามคนวิ่งตรงมาที่ท่าน้ำ

            สุดาทิพย์พาน้ำใส และภคกรมาถึงท่าน้ำจนได้ สองคนเห็นเรือใหญ่จอดเทียบท่า สุดาทิพย์ลืมนึกไปว่านายธเนศบอกว่าจะมาที่เกาะ จึงไม่ได้คิดอะไรพาเพื่อนสองคนมายืนที่ท่าน้ำ โดยภคกรจัดการชกต่อยพวกเสื้อขาวที่เฝ้าท่าน้ำจนสลบไป ระหว่างนั้น  เรือจอดเทียบท่าพอดี

            สามคนหันมองเรือพร้อมกัน

            แต่เมื่อเห็นว่าผู้ใดก้าวลงจากเรือทั้งสามก็อุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจ

            “คุณธเนศ!”

            “โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๋  ว่าไง  สุดาทิพย์มารอผมเหรอ แล้วนั่น หนูน้ำใสกับนายภคกรใช่มั๊ยนั่น แหม อยู่กันพร้อมหน้าเชียวนะ”    ธเนศออกจะแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นน้ำใสกับภคกร เขาจึงเริ่มประติดประต่อเหตุการณ์    ซึ่งพอจะเดาเหตุการณ์ได้ว่า   น้ำใสคงจะติดเกาะเหมือนสุดาทิพย์ แต่คงติดเกาะฝั่นโน้น  ฝั่งของเอริค แล้วเอริคก็คงจะช่วยไว้      ส่วนนายภคกรอาจถูกน้ำใสพามาที่นี่   แต่มากันทำไม  ช่างเถอะ   ยังไงพวกนี้ก็คงไม่รอด  เขาคงต้องจัดการให้เรียบร้อย  ไม่ให้เรื่องของเกาะนี้รั่วไหลไปภายนอก

            “กรี๊ง ” มือถือของนายธเนศดังขึ้นคนที่โทรมาคือดอกเตอร์เกื้อ เขาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเกาะให้นายธเนศฟัง

            “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง”  เขาปิดมือถือตาวาวด้วยความโกรธ พยักหน้ากับลูกน้องทั้งสองคน ลูกน้องชายฉกรรจ์ทั้งสองคนเข้าใจคำสั่งโดยไม่ต้องเอ่ยเสียงชูปืนในมือขึ้นส่องไปที่พวกน้ำใส

            “คุณธเนศคะ นี่ทิพย์ ไงค่ะ จำทิพย์ไม่ได้หรือค่ะ” สุดาทิพย์พยายามยิ้มทำใจดีสู้เสือ แต่

            “อ๋อ ทิพย์ของผม มามะ มาให้ผมชื่นใจหน่อยนะ” เขายกมือขึ้นกางออกทำท่าจะโอบกอดหญิงสาว สุดาทิพย์เข้าใจผิดหล่อนกำลังคิดจะช่วยพูดให้นายธเนศปล่อยเพื่อนทั้งสองของตนจึงเดินเข้าไปหาชายสูงวัยเกือบประชิดตัว แต่

            “ปัง ปัง” เสียงปืนดังขึ้น สุดาทิพย์ตาเหลือกร่างหญิงสาวกระตุก ตัวเอนไปด้านหน้า ไปอยู่ในอ้อมกอดของนายธเนศแต่เขากลับไม่กอดไว้ ปล่อยให้ร่างสุดาทิพย์ร่วงไถลลงนอนราบกับพื้นดุจไร้กระดูกเลือดแดงฉานกระจายออกจากท้อง ไหลนองกับพื้นจนท่วมตัวหญิงสาว

            สุดาทิพย์หมดลมหายใจวินาทีนั้น

            “ว้าย ทิพย์ ทิพย์ ฮือ  ฮือ แกไอ้ธเนศ แกฆ่าสุดาทิพย์ แก” น้ำใสเห็นภาพเพื่อนสาวตายต่อหน้าต่อตา  หญิงสาว

            กรีดร้องลั่นป่าน้ำตาไหลเป็นทางด้วยความเสียใจและโกรธแค้น

            “โอ๊ะ โอ๋ หนูน้ำใส ไม่เอา ไม่พูดหยาบซิคะ ต่อไปต้องเรียกพ่อว่าพ่อนะเพราะพ่อกำลังจะได้แต่งงานกับคุณแม่หนู   แต่รีบเรียกซะนะเพราะหนูคงจะมีโอกาสเรียกแค่ตอนนี้เท่านั้นแล้วจากนั้นหนูก็จะได้ไปอยู่เป็นเพื่อนกับสุดาทิพย์เพื่อนหนูไง

            “แก ไอ้คนเลวไอ้คนชั่ว  แกฆ่าทิพย์” ภคกรตะโกนด่านายธเนศจนนายธเนศหันมามองเขาด้วยความสนใจ

            “ว่าไง พ่อหนุ่ม ปากดีนักใช่มั๊ย นี่แนะ”  “ปังปัง” เสียงปืนดังขึ้นอีกนายธเนศยิงไปที่ร่างของภคกรจนชายหนุ่มร่วงลงไปกองกับพื้นเลือดท่วมตัว

            “ว้าย กร กร ฮือ ฮือ”  น้ำใสร้องลั่นน้ำตาไหลพราก ความเสียใจเกิดขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า ดุจใครมากระชากดวงใจจากไปเมื่อเห็นเพื่อนตายต่อหน้าต่อตาถึงสองคน

            “แก ไอ้คนเลว ฉันจะฆ่าแก ฉันจะฆ่าแก” น้ำใสตะโกนดิ้นพรวดพราดไปมาทั้งที่ถูกลูกน้องนายธเนศจับเอาไว้มั่น

            “แหม   แหม จุ๊ จุ๊ ไม่น่ารักเลยลูกพ่อไม่เอา เรียกพ่อซิลูก ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า”  นายธเนศหัวเราะเยาะดังลั่น

            “แต่น่าเสียดาย  ถึงหนูจะไม่เรียกพ่อว่าพ่อ พ่อก็จะไม่รอล่ะ เอาละน๊า    เตรียมตัว”  นายธเนศเล็ง          ปืนไปที่น้ำใส

            “ปัง ปัง ปัง” เสียงปืนดังขึ้นติดติดกัน”

    +++++++++++++

            ดอกเตอร์เกื้อคิดว่าเรื่องราวอาจจะร้ายแรงเมื่อได้ยินเสียงปืนดังติดกันหลายนัด เขาเปิดลิ้นชักโต๊ะคว้าปืนสั้นในกระเป๋าแล้วรีบวิ่งออกไปทันที  จุดหมายคือท่าเรือ

            เอริคเองเมื่อได้ยินเสียงปืน    ใจเขากระตุก  รีบวิ่งเร็วขึ้นกว่าเก่าเพื่อให้ถึงท่าเรือให้เร็วที่สุด

            เมื่อไปใกล้ท่าเรือเขาได้ยินเสียงหัวเราะของนายธเนศ เขาจึงค่อย ๆ ย่องอย่างเบาที่สุด   อาศัยความมืดและต้นไม้ใหญ่ แอบซ่อนซุ่มดูเหตุการณ์

            เอริคเห็นน้ำใสถูกจับโดยลูกน้องนายธเนศสองคน มีนายธเนศยืนประจันหน้าถือปืนส่องมายังน้ำใส

            ขณะที่นายธเนศ กำลังจะยิงน้ำใส เอริคไม่รอช้า เขาใช้ปืนยิงไปที่ลูกน้องทั้งสองคนของนายธเนศด้วยความรวดเร็วและแม่นยำ

            “ปัง ปัง” เสียงปืนดัง   แล้วจากนั้นลูกน้องนายธเนศก็ร่วงผรอยดิ้นพราดก่อนขาดใจ

            “ใคร ใครว่ะ”  นายธเนศตะโกนลั่นเมื่อมีคนยิงลูกน้องเขาตายแต่เขากลับไม่เห็นคนยิง

            “ปัง ปัง” นายธเนศ ยิงเข้าไปในป่าหวังให้คนที่แอบอยู่ ไม่กล้ายิงออกมาอีก

    ทันทีที่ลูกน้องนายธเนศล้มลงจากการถูกยิงน้ำใสเป็นอิสระ หญิงสาวกำลังจะวิ่งหนี    แต่นายธเนศกลับหันมาเห็นแล้วจ่อปืนเดินใกล้เข้ามาตะโกนว่า

            “หยุด อย่าไปไหน” นายธเนศสั่งน้ำใสจนหญิงสาวชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียง   เหงื่อหล่อนไหลท่วมตัว   อีกทั้งน้ำใสยังคงสะอื้นไห้น้อย ๆ   น้ำใสกัดฟัน หันหน้ามองหน้าคนเลวอย่างนายธเนศด้วยความโกรธและเกลียดชัง   หญิงสาวปาดน้ำตา    ตอนนี้ความโกรธเกลียดมันมีมากจนเกือบไม่หลงเหลือความกลัวแล้ว  น้ำใสหลับตา  ใจนึกถึงหน้ามารดา พึมพำด้วยความเสียใจว่า

            “แม่ขา  น้ำขอโทษ”

            แต่ในขณะนั้นเอง ขณะที่นายธเนศเล็งปืนไปที่น้ำใส

            “ปัง  ปัง ” เสียงปืนกลับดังขึ้นติดกันน้ำใสตกใจ  ก้มตัวลงพร้อมกับยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างร้องกรี๊ดลั่น

            “ว้าย”

            เมื่อเสียงปืนเงียบลง น้ำใสแปลกใจที่ตัวหล่อนกลับไม่เป็นอะไรเลย หญิงสาวจึงค่อย ๆเปิดเปลือกตาขึ้นมองช้า ๆ

            ภาพที่หล่อนเห็นคือนายธเนศตาเหลือก ปืนในมือร่วงหล่นลงพื้น     ลิ่มเลือดทะลักออกจากหน้าอก ก่อนร่างของเขาจะร่วงลงไปนอนกับพื้น

            ที่สุด  นายธเนศก็นอนตายจมกองเลือด

    คล้ายกับเรื่องเกาะรัก...ทะเลแดง ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730