บทที่ 26 ชีวิตนี้ช่างเหมือนละคร ต้องอาศัยการแสดงทั้งนั้น!
สองตระกูลนี้มีเื่บาดหมางกันมาก่อน แม้จะไม่ถึงขั้นเป็ศัตรูคู่อาฆาต ทว่าความขัดแย้งก็ยังไม่มีทีท่าที่จะคลี่คลายลงได้ วันนี้ที่ทั้งสองตระกูลสามารถพูดคุยกันอย่างสงบสุขได้ ก็เพราะฮ่องเต้ไม่้าให้เื่ราวบานปลายไปมากกว่านี้ มิเช่นนั้นทั้งสองตระกูลคงไม่ยอมก้มหัวให้กัน
ดังนั้น ทั้งสามคนจากตระกูลเหลียงจึงอยู่ที่จวนโหวได้ไม่นานก็จากไป โดยที่ถังซูอี๋และเซียวอวี้เฉินต่างไม่ได้ไปส่งด้วยตนเอง เพราะไม่มีความจำเป็
หลังจากแขกจากไปแล้ว เซียวอวี้เฉินก็มาที่เรือนซื่ออาน เมื่อเขาเจอถังซูอี๋ก็เล่าเื่ที่พูดคุยกับเหลียงเจี้ยนอันให้ฟัง ถังซูอี๋ได้ฟังแล้วก็ยิ้ม “เ้าคิดเห็นเช่นไรเล่า?”
เซียวอวี้เฉินเกาศีรษะอย่างเก้อเขิน “ข้าคิดว่า… วันนี้ข้าทำได้ไม่ค่อยดีนัก สิ่งที่คิดเอาไว้เมื่อคืนก็ใช้ไม่ได้เลย”
หนุ่มน้อยที่มีใบหน้าหล่อเหลา เขาเกาศีรษะด้วยท่าทีใสซื่อ ทว่าเสน่ห์ดึงดูดของเขานั้นไม่ใช่ธรรมดา
ถังซูอี๋หัวเราะเบา ๆ “เ้าไม่รู้จักเหลียงเจี้ยนอัน เลยไม่รู้ว่าเขาจะทำสิ่งใด สิ่งที่เ้าคิดเอาไว้ก็เลยใช้ไม่ได้”
เซียวอวี้เฉินพยักหน้าอย่างจริงจัง “ต่อไปนี้ข้าจะทำความเข้าใจบุคคลสำคัญในเมืองหลวงให้มากขึ้น”
“ไม่จำเป็หรอก” ถังซูอี๋กล่าว “เมื่อคบหากับผู้อื่น จำต้องรู้จักกฎเกณฑ์และขอบเขตของตน ที่เหลือก็เพียงทำตามสถานการณ์ วันนี้เ้าทำได้ดีมากแล้ว”
เมื่อได้รับคำชม เซียวอวี้เฉินก็ยิ้มอย่างเขินอาย ถังซูอี๋ได้แต่ถอนหายใจในใจ บุตรชายบุญธรรมผู้นี้ของนาง หลังจากถอนหมั้นกับอู๋จิ้ง
อวิ๋นก็ไม่รู้แน่ว่าจะต้องเป็ของผู้ใดกัน
เมื่อนึกถึงอู๋จิ้งอวิ๋น นางจึงโน้มตัวไปเบื้องหน้าเพื่อลดระยะห่างระหว่างนางกับเซียวอวี้เฉิน พลางกระซิบอย่างแ่เบา “เ้าคิดว่า
เหลียงเจี้ยนอันรู้ได้เช่นไรว่าเ้าซ่อนหลิวปี้ฉินไว้ที่ตรอกเหมยฮวา?”
เซียวอวี้เฉินขมวดคิ้วแน่นจนเป็ปม พลางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ส่ายหน้า “ข้าไม่ทราบ”
“ข้าได้ข่าวมาว่า ผู้ที่แจ้งข่าวให้ตระกูลเหลียงคือ อู๋จิ้งอวิ๋น คุณหนูรองแห่งตระกูลอู๋”
หลังจากคิดไปคิดมา สุดท้ายนางก็ตัดสินใจบอกเื่ที่อู๋จิ้งอวิ๋น้าถอนหมั้น ครานี้แผนการแพร่งพรายว่าเซียวอวี้เฉินซุกซ่อนธิดาของขุนนางฏไม่สำเร็จ อู๋จิ้งอวิ๋นคงคิดหาวิธีการอื่นเพื่อถอนหมั้นอีกแน่นอน
แผนการอันใดเล่า?
คงไม่พ้นจะใส่ร้ายเซียวอวี้เฉินหรือไม่ก็วางแผนให้เขากระทำตัวไม่เหมาะสม
เช่นนั้นจำต้องให้เซียวอวี้เฉินระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น ห้ามตกหลุมพรางของผู้อื่น หากจะถอนหมั้นก็ย่อมได้ ทว่าห้ามให้เซียวอวี้เฉิน มีมลทินเป็อันขาด!
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เซียวอวี้เฉินก็ใจนอ้าปากค้าง “นี่… นี่.. .เป็ไปได้อย่างไรกัน?”
มีสตรีใดบ้างที่เป็ฝ่ายขอถอนหมั้นก่อน? ยิ่งไปกว่านั้น อู๋จิ้งอวิ๋นถึงกับไม่เกรงกลัวที่จะทำให้เขาตกอยู่ในอันตรายเพื่อจะถอนหมั้น
เซียวอวี้เฉินไม่ได้มีความประทับใจใดต่ออู๋จิ้งอวิ๋นมากนัก โดยรวมแล้วเขาเพียงรู้สึกว่านางเป็สตรีที่อ่อนโยนและสง่างาม นางจะทำเื่แบบนี้ได้อย่างไรกัน? อีกทั้งเขาก็ไม่เคยทำร้ายนางมาก่อนมิใช่หรือ? เหตุใดนางถึงทำเช่นนี้?
เมื่อถังซูอี๋เห็นสีหน้าไม่อยากจะเชื่อของเซียวอวี้เฉิน นางไม่รู้ว่าควรจะถอนหายใจหรือเยาะเย้ยดี บุรุษในยุคนี้ไม่เคยให้เกียรติสตรีเอาเสียเลย
“เหตุใดจะเป็ไปไม่ได้เล่า?” ถังซูอี๋กล่าว “เ้ามีสัญญาหมั้นหมายกับอู๋จิ้งอวิ๋น นางเป็คู่หมั้นของเ้า ทว่าเ้ากลับมอบหัวใจให้สตรีอื่น ความเกลียดชังที่นางมีต่อเ้าก็ถือเป็เื่ปกติ”
เซียวอวี้เฉินยิ่งใมากขึ้น “ข้า… ั้แ่หมั้นหมายกับคุณหนูรองแห่งตระกูลอู๋ ข้าไม่เคยคิดจะให้น้องฉินเป็ภรรยาเอกเลย”
“เช่นนั้นเ้าคิดจะให้คุณหนูรองแห่งตระกูลอู๋เป็เพียงของประดับหรือ? เป็ภรรยาเอกแค่ในนามใช่หรือไม่?” ถังซูอี๋ถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ข้า… ข้าไม่ได้คิดจะให้นางเป็ของประดับ ข้าจะให้ทุกอย่างที่ภรรยาเอกพึงมี”
เซียวอวี้เฉินไม่คิดว่าสิ่งนี้คือความผิด คนรอบข้างไม่ได้กระทำกันเช่นนี้หรอกหรือ? แต่งงานกันก็เพื่อผลประโยชน์ของตระกูล ทว่าคู่แต่งงานกลับไม่ใช่ผู้ที่ตนเองรัก หลังแต่งงานก็ทำตัวเป็สามีที่ดีต่อภรรยาเอก จากนั้นก็ไปหาสตรีที่ตนเองรักเพื่อปลอบใจ
ชัดเจนว่าเขาและน้องฉินมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง เขาจะไม่ทำให้ น้องฉินกลายเป็เพียงของปลอบใจ ในทางกลับกันเขาก็ไม่เคยคิดจะเอาเปรียบภรรยาเอก
ถังซูอี๋มองไปยังเซียวอวี้เฉินที่นิ่งเงียบไป นางไม่รู้ว่าควรจะกล่าวสิ่งใดในยามนี้ การมีภรรยาและอนุภรรยาหลายคนนั้นถือเป็เื่ปกติสำหรับบุรุษในสมัยโบราณ บุรุษที่ค่อนข้างร่ำรวย หากไม่มีอนุภรรยาก็จะเป็ที่หัวเราะเยาะของผู้อื่น หัวเราะเยาะว่ากลัวภรรยา หัวเราะเยาะว่าภรรยาเอกหึงหวง
เซียวอวี้เฉินซึมซับค่านิยมนี้มาสิบเจ็ดปี กล่าวได้ว่าคงจะฝังรากลึกไปแล้ว หากนางกล่าวกับเขาในยามนี้ว่า ความสัมพันธ์ควรจะมั่นคง ต้องมีสามีภรรยาเพียงผู้เดียว เซียวอวี้เฉินคงต้องคิดว่านางวิปริตแน่ ๆ
ทว่าจะไม่ให้กล่าวสิ่งใดเลย ถังซูอี๋ก็รู้สึกอึดอัดเกินไป เพียงนึกว่าในอนาคต บุตรชายบุญธรรมทั้งสองมีนางเรือนหลังมากมาย นางก็รู้สึกไม่สบายใจ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเซียวอวี้จู เมื่อนางแต่งงานแล้วต้องแบ่งปันสามีของตนเองกับสตรีนางอื่นอีก
ถังซูอี๋ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง “เมื่อครู่ ฮูหยินรองเหลียงถามข้าว่า อนุภรรยาทั้งสองยังเชื่อฟังอยู่หรือไม่ เพียงเพื่อ้าเห็นข้าอับอาย เพราะก่อนหน้านี้ ข้าคิดมาตลอดว่าท่านพ่อของเ้ามีแค่ข้าเพียงผู้เดียว เมื่อได้รู้ว่าเขายังมีอนุภรรยาอีกสองคน ข้าเสียใจมาก”
ถังซูอี๋ก้มหน้าลงด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยและน้อยใจ
ชีวิตนี้ช่างเหมือนละคร ต้องอาศัยการแสดงทั้งนั้น!
“ท่านแม่…”
เซียวอวี้เฉินไม่รู้ว่าจะปลอบใจมารดาอย่างไรดี ในฐานะบุตรชายของมารดา เขาย่อมหวังให้บิดารักมารดาสุดหัวใจ หรือแม้กระทั่งหวังว่าบิดาจะมีมารดาเพียงผู้เดียวไปตลอดชีวิต ทว่าในฐานะบุรุษ เขาก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าบิดากระทำผิด
หากจะกล่าวกันตามตรง การที่บิดามีอนุภรรยาสองคนที่ชายแดนนั้นถือเป็เื่ปกติ ในเมืองหลวง บิดามีเพียงมารดาเพียงผู้เดียวอยู่ในเรือนหลัง ซึ่งเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าบิดารักและให้ความสำคัญกับมารดามากเพียงใด
“เอาตนเองเป็ที่ตั้ง” ถังซูอี๋ถอนหายใจ “ไม่มีสตรีใดปรารถนาให้สามีของนางมีสตรีอื่นนอกจากตัวนางเอง คุณหนูรองแห่งตระกูลอู๋ก็เช่นกัน”
เซียวอวี้เฉินนิ่งเงียบ เขาจะกล่าวสิ่งใดได้เล่า? หากเป็สตรีอื่นมากล่าวเช่นนี้กับเขา เขาคงจะบอกว่านางใจคับแคบและหึงหวงจนเกินเหตุ ทว่าผู้ที่กล่าวอยู่ในยามนี้คือมารดาของเขา ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็หวังว่าบิดาจะมีมารดาเพียงผู้เดียว
เมื่อถังซูอี๋เห็นว่าไม่อาจโน้มน้าวเซียวอวี้เฉินได้ นางจึงไม่ยึดติดกับเื่นี้อีก นางยืดหลังตรง พลันความเศร้าโศกก่อนหน้านี้ได้หายไปจากตัวนาง “ในเมื่อบิดาของเ้าจากไปแล้ว ข้าก็จะไม่กล่าวถึงท่านในเื่นี้อีก กล่าวไปก็ไร้ซึ่งประโยชน์”
เซียวอวี้เฉินเม้มปากเล็กน้อย เขารู้สึกว่าหากบิดายังมีชีวิตอยู่ ด้วยวิธีการจัดการของมารดาในยามนี้ นางคงไม่ปรองดองกับบิดาอย่างแน่นอน
ถังซูอี๋ไม่รู้ว่ากำลังโดนบุตรชายคนโตจับผิดอยู่ในใจ “ข้าได้ยืนยันแล้วว่า คุณหนูรองแห่งตระกูลอู๋เป็ผู้ส่งข่าวนี้ให้ตระกูลเหลียง เ้าจะทำเช่นไร? ยังจะหมั้นหมายต่อไปหรือไม่?”
“ไม่” เซียวอวี้เฉินตอบได้โดยไม่จำเป็ต้องคิด สตรีเช่นนั้น เขาไม่มีทางแต่งเข้าประตูบ้านเด็ดขาด
ถังซูอี๋หัวเราะอย่างเ็า “อย่าว่าแต่เ้าจะไม่้าสานต่อสัญญาหมั้นหมายเลย แม้แต่นางเองก็ไม่้าเช่นกัน นาง้ากล่าวโทษเ้าก็เพื่อจะถอนหมั้น คราวนี้นางทำไม่สำเร็จ นางก็จะหาวิธีอื่นอีก ก่อนที่พวกเ้าทั้งสองจะถอนหมั้นกันได้ เ้าต้องระวังการกระทำของตนเอง พึงรอบคอบให้มาก อย่าปล่อยให้ผู้ใดจับผิดได้อีก”
หากไม่ใช่เพื่อทั้งจวนโหวหย่งหนิง ถังซูอี๋คงปล่อยให้เขาได้ลิ้มรสความทุกข์ยากบ้าง
เซียวอวี้เฉินพยักหน้า
“ถอนหมั้นได้ แต่ห้ามให้นางใส่ร้ายและห้ามให้นางทำลายชื่อเสียงเ้าเป็อันขาด”
เซียวอวี้เฉินรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก เขาจึงตอบรับอย่างจริงจัง “ลูกเข้าใจแล้ว”