ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
ooooooooooooooooooo
ทุกคนกำลังยืนอยู่ตรงประตูทางเข้า เป็บ้านหลังไม่ใหญ่และไม่เล็กมาก ตั้งอยู่หลังเขาติดกับชายป่าหมอกมายาท้ายหมู่บ้านต้าซู
บริเวณโดยรอบไม่ได้รกร้างอย่างที่ทุกคนคิดไว้ อาจจะเป็เพราะภรรยาผู้ใหญ่บ้านมาทำความสะอาดให้ตลอด แต่ตัวบ้านอาจจะเก่าไปบ้างตามกาลเวลา ถ้าซ่อมแซมอาจจะดูดีขึ้น
ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ป่าหลังบ้านบ้านก็ยิ่งสูงใหญ่มากกว่าเดิมไม่ว่าจะมีพายุโหมกระหน่ำ หิมะตกหนัก ต้นไม้เหล่านี้ก็ยังคงยืนหยัดมาได้ถึงทุกวันนี้
อี้เฟยภรรยาของเขาเคยเล่าให้ฟังว่าชาวบ้านแถวนี้กล่าวหาว่าท่านพ่อตาเสียสติ ที่มาสร้างบ้านใกล้กับชายป่าทั้งยังอยู่หลังเขาที่ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้โบราณน่ากลัว
แต่ที่ท่านพ่อตาต้องสร้างบ้านตรงนี้เพื่อ้าใหู้เาและต้นไม้โบราณเหล่านี้ช่วยปกป้องพวกเราจากพายุหิมะ และพายุฝน รวมถึงพายุความร้อน
ตอนนั้นเขาคิดว่ามันค่อนข้างจะเสี่ยงที่บ้านจะถูกน้ำป่าใหลมาใส่มากกว่า แต่ภรรยาของเขาก็บอกว่าตรงนี้ไม่ใช่ทางน้ำหลัก ถึงมีน้ำป่าก็ไม่โดนบ้าน
"ท่านพ่อข้าชอบบ้านหลังนี้เ้าค่ะ"
"ข้าก็ชอบเช่นกันขอรับ"
"เฉินเอ๋อร์ก็ชอบขอรับ"
หยางเฉินที่อยู่บนหลังของหยางจื่อเอ่ยออกมาอย่าง้ามีส่วนร่วม ทำให้ท่านปู่ท่านย่าซ่งลูบหัวด้วยความเอ็นดู
หยางเจี้ยนจูงม้าเข้ามาพร้อมกับเปิดประตูบ้านเข้าไปในตัวบ้าน ด้วยความที่ประตูนั้นเก่ามากแล้ว จึงทำให้เกิดเสียงที่ชวนขนลุก
"เข้าไปในบ้านกันเถอะ"
"ประตูหน้าบ้านมันผุพัง จับระวังด้วยนะจื่อเอ๋อร์"
"ขอรับ"
"ไม่ค่อยมีฝุ่นเท่าไหร่นัก อย่างนี้เราก็จะทำความสะอาดกันได้สบายขึ้นมาหน่อย"
"ใช่ขอรับท่านป้า อาจเป็เพราะภรรยาผู้ใหญ่บ้านมาทำความสะอาดให้ เพราะนางเป็เพื่อนสนิทกับท่านแม่ยาย"
หยางมี่เดินเข้ามาในครัวของทุกอย่างมันก็เก่าและผุผังไปตามกาลเวลา แต่ในครัวค่อนข้างที่กว้างขวางทั้งยังมีชั้นวางของมากมายอีกด้วย
"ดูเหมือนท่านยายจะชอบทำอาหารนะ ถึงได้มีเครื่องครัวและชั้นวางของเยอะเช่นนี้ ทั้งยังมีเตาอบโบราณด้วย สุดยอด"
หยางมี่เดินดูไหต่างๆ ที่ยังคงมีเครื่องปรุงหลงเหลืออยู่ แต่มันใช้ไม่ได้แล้ว
"มี่เอ๋อร์ในครัวเป็อย่างไร"
"ในครัวกว้างขวางเ้าค่ะ อากาศถ่ายเท พวกถ้วยชามกระทะข้าว่ายังคงใช้ได้อยู่เ้าค่ะ แล้วห้องนอนล่ะเ้าค่ะ"
"สถาพยังดีอยู่ เราทำความสะอาดแล้วมันก็สามารถอยู่ได้ รอหมดหน้าหนาวพวกเราถึงจะได้จ้างคนมาซ่อมแซม"
"เ้าค่ะท่านพ่อ ส่วนโต๊ะเก้าอี้พวกนี้ยังคงใช้การได้ดีอยู่เราก็ไม่ต้องซื้อ"
หลังจากนั้นทุกคนก็ร่วมมือกันทำความสะอาดครั้งใหญ่ หยางเจี้ยนออกไปหยิบยืมเครื่องมือทำความสะอาดจากบ้านผู้ใหญ่
"พี่ใหญ่ไปช่วยข้าขนผ้าปูที่นอนกับผ้าห่มที่รถม้าหน่อยเ้าค่ะ"
"ได้ เฉินเอ๋อร์เ้านั่งอยู่กับเ้าหู่ก่อนนะ"
"ขอรับ"
หยางมี่กับหยางเฉินเดินไปที่รถม้าเพื่อไปขนผ้าห่มลงมาก นางไม่รู้ว่ามันมีพอทุกคนหรือไม่
"พี่ใหญ่ ไม่รู้ว่าผ้าห่มจะมีเพียงพอกับทุกคนหรือไม่"
"ถ้าไม่พอ พี่กับท่านพ่อจะออกไปซื้อเอง...มี่เอ๋อร์พี่จะยกไปเอง เ้าอยู่เฉยๆ เถอะ เดี๋ยวจะโดนผ้าห่มล้มทับเอาได้ หึหึ"
"พี่ใหญ่ข้าไม่ได้ตัวเล็กถึงเพียงนั้นนะเ้าคะ"
หยางมี่ทำหน้าบึ้งตึงแล้วเชิดหน้าใส่พี่ชายของนาง หยางจื่อที่เห็นน้องสาวทำท่าทางแบบนี้ก็หัวเราะออกมาทันที
หลังจากที่พี่ใหญ่ยกหมอนผ้าห่มและผ้านวมปูพื้นนอนออกมา นางก็จัดการนับจำนวนทันที
"พี่ใหญ่ผ้ามีครบคนเลยเ้าค่ะ"
"โชคดีแล้วที่มีผ้าปูที่นอน หมอนและผ้าห่มก็มีครบทุกคน จะได้ไม่ต้องไปซื้อให้เสียเวลา"
"เ้าค่ะ พวกเราไปข้างล่างกันเถอะพี่ใหญ่"
หลังจากนั้นนางและพี่ชายต่างก็ช่วยกันจัดที่นอนให้ครบทุกคน บ้านหลังนี้มีห้องนอนใหญ่ 1 ห้อง ห้องนอนเล็กอีก2ห้อง ห้องโถง1ห้อง
และ ห้องน้ำด้านหลังที่ใช้การไม่ได้อีก 1 ห้อง
ท่านพ่อจะยกห้องใหญ่ให้ท่านปู่ท่านย่าซ่ง แต่ท่านทั้งสองไม่ยอมและยืนยันว่าจะนอนที่ห้องเล็ก ท่านพ่อจึงยอมตกลง แล้วให้น้องเล็กกับพี่ใหญ่ไปนอนกับท่านพ่อที่ห้องใหญ่ด้วยกัน ส่วนนางก็ได้ห้องแต่เพียงผู้เดียว
การทำความสะอาดครั้งนี้ใช้เวลาไปถึง1ชั่วยาม ตอนนี้เป็เวลายามโหย่ว(17.00-18.59) แต่นางก็ยังไม่ได้จัดการพื้นที่รอบบ้านเพราะตอนนี้ยังคงมีหิมะปกคลุมอยู่
"พ่อว่าตอนนี้ก็เย็นแล้วนะ พรุ่งนี้เรามาทำต่อก็ได้ ส่วนห้องน้ำมันยังใช้การไม่ได้นะลูก"
"ตอนนี้พวกเราไปใช้ห้องน้ำบนรถม้าก่อนเถอะเ้าค่ะ แล้วเราจะบอกท่านปู่กับท่านย่าเื่รถม้าอย่างไรเ้าคะ"
"พ่อจะล่าเื่ราวให้พวกท่านฟังเอง"
"เ้าค่ะท่านพ่อ ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปทำอาหารที่รถม้านะเ้าค่ะ"
"ได้ๆ"
หยางมี่มองไปรอบๆ พร้อมกับคิดว่าจะทำอะไรกินดี "จะทำอะไรดีล่ะ ข้าวก็หุงไว้แล้ว อืม...ข้าวหน้าหมูชาชูดีกว่า"
หลังจากที่นางคิดออก นางก็เริ่มหันหมูชาชูที่นางทำเอาไว้เป็แผ่นพอประมาณ จากนั้นก็ตักข้าวใส่ถ้วยราดด้วยน้ำต้มหมูชาชูที่มีรสชาติเค็มหวานและหอมกลมกล่อมลงไปในข้าว แล้วนำหมูชาชูที่หั่นไว้แล้วมาโปะลงไปบนข้าว โรยด้วยต้นหอมซอย
"อ่า..ลืมต้มไข่เลย แต่ก็ช่างมันเถอะ"
หลังจากนั้นหยางมี่ก็เรียกพี่ใหญ่ให้มาช่วยถือข้าวเข้าไปในบ้าน
"พี่สาวอร่อยมากเลยขอรับ"
"ใช่..อร่อยมาก ย่าไม่คิดเลยว่าจะอร่อยได้มากขนาดนี้"
"พ่อเห็นด้วย"
ส่วนท่านปู่ซ่งและพี่ชายของนางต่างก็ก้มหน้าก้มตากินโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมองรอบๆ ข้างเลย เห็นแบบนี้แล้วคนทำอาหารก็รู้สึกมีความสุขที่ได้มองคนที่กินอาหารฝีมือของเรา
"พอทำขายได้หรือไม่เ้าค่ะท่านพ่อท่านปู่ท่านย่าซ่ง"
"ขายดีเลยล่ะมี่เอ๋อร์ เ้าจะขายหลายอย่างเลยหรือ"
"่แรกๆ ข้าจะขายเพียงอย่างเดียวก่อนเ้าค่ะ แล้วค่อยขยับขยาย"
"พี่ก็ว่าดีนะ...ค่อยๆ ขยับขยาย เราต้องดูที่ทางก่อน"
"พ่อยังไม่เคยได้กินขนมแป้งกลมทอดเลย"
"พรุ่งนี้ข้าจะทำให้กินนะเ้าค่ะ"
ทุกคนนั่งกินข้าวกันจนหมดชามแทบจะไม่เหลือข้าวติดในถ้วยเลยสักเม็ด หยางจื่ออาสาออกไปล้างชามให้เพราะเห็นว่าหิมะเริ่มจะตกลงมาอีกครั้งแล้ว
ห่างจากบ้านของหยางมี่เพียงรั้วกั้น เด็กชายอายุ13หนาวที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่นั้น ก็เริ่มขยับจมูกสูดดมไปตามอากาศ
"หอมอะไร..."
เสียงที่เริ่มแตกพร่าของเด็กหนุ่มกำลังโตพูดออกมา ทั้งยังทำท่าทางราวกับจะลอยไปตามกลิ่น
"กลิ่นนี้คงมาจากข้างบ้านสินะ"
"ใช่แล้ว.. กลิ่นนี้มาจากบ้านข้างๆ ของเรา"
"พวกเขาเป็ใครหรือขอรับท่านพ่อ"
"เห็นว่าชื่อหยางเจี้ยน เป็ลูกเขยของท่านตาผู้เฒ่าหลี่ พวกเข้าย้ายกลับมาบ้านเดิมของภรรยา"
เว่ยเจี้ยนหัวพยักหน้ารับรู้ให้กับท่านพ่อ แล้วก้มหน้าอ่านตำราต่อเช่นเดิม ทำให้ผู้เป็ส่ายหน้าระอาใจ
"ไปกินข้าวได้แล้ว"
"ขอรับท่านพ่อ พี่ใหญ่กลับมาแล้วหรือขอรับ"
"กลับมาแล้ว พรุ่งนี้เราคงต้องไปทำความรู้จักกับข้างบ้านของเรานะ"
"ขอรับ"
ระหว่างที่เจี้ยนหัวกำลังเดินเข้าบ้านก็ได้ยินเสียงหัวเราะเล็กๆน่ารักออกมาจากบ้านข้างๆ เขาจึงหันกลับไปมอง เห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังทำท่าทางแปลกประหลาดหยอกล้อกับเด็กชายอีกคนหนึ่ง ทำให้ดวงตาของเขาทอประกายพร้อมกับเผลอตัวยกยิ้มที่มุมปากออกมา
การกระทำทุกอย่างของเจี้ยนหัวอยู่ในสายของผู้เป็พ่อ ต้วนอี้มองข้ามไปที่บ้านข้างๆ และหันกลับมามองลูกชายของตนอีกครั้ง แล้วก็ทำให้เขาอมยิ้มออกมาทันที
"เด็กคนนั้นน่ารักมาก เ้าเห็นด้วยกับพ่อหรือไม่"
"ก็...ดีขอรับ น้องชายของนางก็น่ารัก แต่ผอมไปหน่อย"
เจี้ยนหัวพูดตอบท่านพ่อของตนออกมาอย่างอ่อนโยน และรีบเดินเข้าบ้านไปในทันที
'มี่เอ๋อร์..มี่เอ๋อร์ ตื่นเถิด'
หยางมี่ตื่นขึ้นมาดูว่าใครเรียกนาง แล้วนางก็เห็นสตรีคนหนึ่งที่ยืนยิ้มให้อย่างอ่อนโยนและอบอุ่นอยู่ข้างเตียง ซึ่งนางมั่นใจว่านั้นคือท่านแม่ของหยางมี่นั้นเอง ทั้งยังมีหยางมี่ยืนยิ้มให้นางอยู่ข้างๆ
'ท่านมะ..เออ...ท่านแม่อี้เฟย'
'มี่เอ๋อร์ แม่ฝากดูแลทุกคนแทนแม่ด้วยนะ'
'ท่านแม่อย่าได้เป็ห่วง ข้าจะดูแลทุกคนให้ดีเ้าค่ะ'
'พี่สาว...ข้าฝากท่านกอดท่านพ่อ พี่ใหญ่น้องเล็กด้วย และข้าฝากดูแลน้องเล็กด้วยนะเ้าคะ ข้าเป็ห่วงน้องเล็กที่สุด'
'หยางมี่ตัวน้อย พี่สาวจะกอดพวกเข้าแทนเ้าเอง แล้วพี่จะดูแลน้องเล็กของเราให้ดีที่สุดเ้าอย่าได้มีห่วงอีกเลยนะ'
'ขอบคุณมากเ้าค่ะ'
'มี่เอ๋อร์..แม่ฝากทุกคนด้วยนะลูก ดูแลบ้านให้ดีที่แห่งนี้คือชีวิตของแม่ พวกเราต้องไปแล้ว ลาก่อน'
หยางมี่ร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกใจหาย และมองดูท่านแม่อี้เฟยและหยางมี่ตัวจริงจับมือกันเดินเข้าไปในวงแหวนสีขาว
จากนั้นก็เห็นชายหญิงสูงอายุหันมายิ้มอ่อนโยนให้กับนางและเดินเข้าไปในวงแหวนสีขาวเช่นเดียวกัน
...เฮื้อกกก….
หยางมี่สะดุ้งตื่นขึ้นมาทั้งน้ำตาพร้อมกับหอบหายใจเข้าออกอย่างรวดเร็ว พลางคิดถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่
"ฝันหรือ เหตุใดถึงฝันได้เหมือนจริงนักล่ะ ฮึก..ทำไมรู้สึกใจหายแบบนี้นะ...ไม่ชอบควมรู้สึกแบบนี้เลย ฮึก.."
และในความรู้สึกของนางร้องบอกว่าชายหญิงอีกสองคนที่เจอในความฝัน นั้นคือท่านตากับท่านยายของนาง
เมื่อคิดได้หยางมี่จึงหลับตาลงพร้อมกับระลึกถึงท่านแม่อี้เฟย หยางมี่ตัวจริง และท่านตาท่านยาย
'หยางมี่ตัวน้อยพี่สาวของให้เ้าไปอยู่ในที่ที่ดี และมีความสุขตลอดไป อย่าได้ลำบากกายลำบากใจอีกเลยพี่จะดูแลทุกคนให้เ้าเองพี่สัญญา ท่านแม่อี้เฟยท่านอย่าได้กังวลใจ ข้าจะดูแลท่านพ่อ พี่น้องของข้าและบ้านของเราให้ดีที่สุดเ้าค่ะ ท่านตาท่านยาย ท่านทั้งสองไม่ต้องห่วง ข้าจะดูแล
บ้านหลังนี้ต่อจากท่านเองเ้าค่ะ'
เมื่อหยางมี่อวยพรให้ทั้งสองจนจบ ก็มีเสียงเอ่ยคำว่าขอบคุณที่มาพร้อมกับสายลมอบอุ่นบางเบาพัดผ่านเข้ามาััโอบล้อมร่างกายและใบหน้าของหยางมี่นำพาซึ่งความอบอุ่นเข้ามาในหัวใจ พร้อมกับปลดปล่อยห้วงจิตสุดท้ายของหยางมี่ตัวจริงออกไปจนหมดสิ้น
"อย่างน้อยพวกเราก็ได้พบเจอกัน ถึงแม้จะเป็เพียงแค่ความฝันก็ตาม ข้ารักพวกท่าน ลาก่อนเ้าค่ะ"
oooooooooooooooooooo
ขอบคุณค่า