ในโลกแห่งผู้ฝึกตน
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่อัจฉริยะ
แต่คือ...
สิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้
สามวันผ่านไป
สำนักเมฆาครามกลับคืนสู่ความสงบดังเดิม ศิษย์ยังคงฝึกตน ผู้าุโยังคงบรรยายวิชา ทุกอย่างดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่ภายใต้ความสงบนั้น กำลังมีคลื่นใต้น้ำค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น
หลินเย่ สามวันที่ผ่านมา
เขาแทบไม่ออกจากกระท่อมเลย
ไม่ใช่เพราะ้าปิดบังตัวเอง
แต่เพราะกำลังทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เขาพบเื่ประหลาดอย่างหนึ่ง
ยามคนอื่นดูดซับพลังปราณจากฟ้าดิน
พลังจะไหลเข้าสู่ตันเถียน
แต่ของเขา...
ไม่ใช่
พลังบางอย่างจะปรากฏขึ้นเองในร่าง
ทีละน้อย
ช้าอย่างยิ่ง
ราวกับกำลัง "ตื่น"
มากกว่ากำลัง "ฝึกฝน"
และยิ่งสำรวจ
หลินเย่ยิ่งพบว่า
พลังนี้ไม่เชื่อฟังเขา
มันไม่ใช่อาวุธ
ไม่ใช่วิชา
ไม่ใช่เคล็ดลมปราณ
มันเหมือน...
ตัวตนอีกส่วนหนึ่ง ที่กำลังฟื้นคืนจากการหลับใหลอันยาวนาน
"ข้ายังอ่อนแอเกินไป"
หลินเย่ถอนหายใจ
แม้พลังในร่างจะเปลี่ยนไป
แต่ระดับฝึกตนของเขาแทบไม่ขยับ
ยังคงเป็เพียงผู้ฝึกตนระดับรวมปราณขั้นต้น
หากมีใครลงมือกับเขา
เขาก็ยังตายได้อยู่ดี
ความคิดนั้นทำให้เขาสงบลง
อย่างน้อย...
เขายังไม่ได้กลายเป็สัตว์ประหลาดที่อยู่เหนือทุกคนในชั่วข้ามคืน
[หอประชุมผู้าุโ]
เวลานี้ ชายชราสี่คนกำลังนั่งอยู่ภายในห้องลับ บรรยากาศเคร่งเครียดกว่าปกติ
"ตรวจสอบแล้วหรือยัง"
ผู้าุโใหญ่ถาม
"ตรวจสอบแล้ว"
ชายอีกคนตอบ
"จุดศูนย์กลางของความผิดปกติอยู่บริเวณูเาหลังสำนัก"
"ูเาหลังสำนัก..."
ทุกคนเงียบลง เพราะบริเวณนั้น มีเพียงกระท่อมเก่าไม่กี่หลัง และศิษย์ชั้นนอกที่ไม่มีอนาคตบางคน
หนึ่งในนั้น คือหลินเย่
"เป็เขาหรือไม่"
ไม่มีใครตอบทันที เพราะมันฟังดูเหลือเชื่อเกินไป
ศิษย์รวมปราณคนหนึ่ง
จะเกี่ยวข้องกับความผิดปกติระดับที่ทำให้เสาตรวจพลังแตกได้อย่างไร
แต่ยิ่งไม่น่าเชื่อ
กลับยิ่งน่าสงสัย
[ลานประลองศิษย์ชั้นนอก]
วันต่อมา
สำนักจัดการทดสอบประจำเดือน ศิษย์หลายร้อยคนมารวมตัวกัน
ผู้ชนะจะได้รับหินิญญาและโอสรถอนพิษ
สำหรับศิษย์ชั้นนอก นี่คือโอกาสสำคัญ หลินเย่เองก็ถูกเรียกมาเช่นกัน
"เ้าจะเข้าร่วมไหม"
เพื่อนร่วมกระท่อมถาม หลินเย่พยักหน้า
"เข้าร่วม"
เขาอยากรู้เช่นกัน ว่าร่างกายตอนนี้เปลี่ยนไปมากเพียงใด
ทันทีที่หลินเย่เดินเข้าสู่ลานประลอง
สายตาหลายคู่ก็หันมามอง
ไม่ใช่เพราะเขาโดดเด่น แต่เพราะ...
มีคำสั่งลับ ให้จับตาดูเขา
บนแท่นสูง
ผู้าุโฝ่ายตรวจสอบกำลังมองลงมา
"คนนั้นสินะ..."
เขาหรี่ตา มองอย่างไร ก็เป็เพียงเด็กหนุ่มธรรมดา แต่ยิ่งธรรมดา กลับยิ่งทำให้รู้สึกผิดปกติ
[การประลองรอบแรก]
คู่ต่อสู้ของหลินเย่ คือศิษย์รวมปราณขั้นสาม สูงกว่าเขาสองขั้น
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากรอบด้าน
"จบแล้ว"
"หลินเย่แพ้แน่"
"เขาฝึกมาหลายปี ยังอยู่รวมปราณขั้นต้น"
แต่หลินเย่ไม่สนใจ
เมื่อการประลองเริ่มขึ้น
คู่ต่อสู้พุ่งเข้ามาทันที
หมัดแรกตรงสู่หน้าอก
หลินเย่ถอยครึ่งก้าว
หลบได้อย่างหวุดหวิด
หมัดที่สอง
หมัดที่สาม
หมัดที่สี่
ทุกคนเริ่มขมวดคิ้ว
เพราะหลินเย่...
กำลังมองเห็นทั้งหมด
ไม่ใช่เร็วขึ้น ไม่ใช่แข็งแกร่งขึ้น แต่ประสาทััของเขา ละเอียดขึ้นอย่างประหลาด ราวกับโลกกำลังช้าลงเล็กน้อย
"เป็ไปไม่ได้..."
คู่ต่อสู้เริ่มหงุดหงิด
จากนั้นจึงเร่งพลังทั้งหมด ซัดหมัดเต็มกำลังออกมา หลินเย่ยกมือขึ้นรับ
ปัง!
ร่างเขาถอยหลังสามก้าว แขนชาไปทั้งข้าง แต่คู่ต่อสู้กลับถอยหลังห้าก้าว ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
"อะไรนะ?"
หลินเย่เองก็งงเช่นกัน ตอนที่หมัดปะทะกัน พลังประหลาดในร่าง เหมือนสั่นขึ้นเล็กน้อย เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่กลับทำให้พลังของอีกฝ่ายสลายไปกว่าครึ่ง
[บนแท่นสูง]
ดวงตาของผู้าุโฝ่ายตรวจสอบหดตัว
"เมื่อครู่..."
เขาััอะไรบางอย่างได้ เพียงชั่วพริบตา เหมือนกฎฟ้าดินรอบตัวหลินเย่ ถูกบิดเบือนไปเล็กน้อย
แม้เพียงเสี้ยวอึดใจ แต่เขามั่นใจว่าตนไม่ได้ตาฝาด
[ยามค่ำคืน]
หลังการประลองจบลง หลินเย่กลับสู่กระท่อม
เขาไม่ได้ชนะ แต่ก็ไม่แพ้ การประลองถูกตัดสินเป็เสมอ
สำหรับคนอื่น นั่นเป็เื่เล็กน้อย แต่สำหรับบางคน นั่นคือสัญญาณอันตราย
เพราะศิษย์รวมปราณขั้นหนึ่ง ไม่ควรต่อกรกับรวมปราณขั้นสามได้ โดยเฉพาะหลินเย่ ผู้ที่เคยถูกมองว่าไร้พร์มาตลอด
ในความมืด
ชายชราคนหนึ่งยืนอยู่บนยอดเขา มองไปยังกระท่อมของหลินเย่
สายตาลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความสงสัย
"หวังว่าข้าจะคิดมากไป..."
แต่ในใจเขา กลับมีลางสังหรณ์ประหลาด
เหมือนสำนักเมฆาครามอันเงียบสงบ กำลังจะเข้าไปพัวพันกับบางสิ่ง ที่ใหญ่เกินกว่าพวกเขาจะรับไหว
และคลื่นลูกนั้น เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น...