The Lost Swordsman

    บทที่ 22 เขี้ยวสายฟ้าตัดพิรุณ

    ฟุบ!
    “เจ้าเป็นพวกไหน?”
    เหมาเว่ยต้องหยุดก้าวเท้าอย่างเฉียบพลันเมื่อถูกขวางทางโดยศิษย์สำนักพยัคฆ์อัสนี แต่ทว่า การที่พวกมันจะไม่ทราบว่าเขาเป็นฝ่ายใดก็ถือว่าไม่แปลก นับแต่ที่ได้มาถึงก็เกิดเรื่องขึ้นมากมายจนถูกกุมตัวไปจองจำ กระทั่งถูกช่วยเหลือออกมาเมื่อไม่กี่ชั่วยามนี้
    “พวกเดียวกัน ข้าเป็นศิษย์ใหม่ ดูนี่สิ”เหมาเว่ยควักป้ายสำนักขึ้นมาชูขึ้นพลางอธิบายต่อ”ข้าเพิ่งเสร็จจากการสังหารพวกมันตรงด้านนั้น”
    “ศิษย์ใหม่เหรอ? ดี งั้นไปเร็ว ทางด้านนั้นผู้อาวุโสสำนักเรากำลังปะมือกับพวกมันอยู่”
    “ข้าก็กำลังจะไปที่นั่นอยู่พอดี ระวังตัวด้วยนะศิษย์พี่”เหมาเว่ยเอ่ยกับศิษย์สำนักเดียวกันและจากไปโดยเร็ว
    เช้ง เช้ง เช้งงง!!
    เคล้งงง!!
    ฉับบบ!!
    “อั๊กกก อ๊ากกกก!!”
    ท่ามกลางเสียงการต่อสู้ที่เกิดขึ้น เหมาเว่ยวิ่งฝ่าไปจนถึงเรือนไม้ชั้นเดียวที่ขวางกั้นระหว่างลานกว้างที่เขาอยู่ และลานเล็กๆใกล้กับทางขึ้นเขาพยัคฆ์ม่วงโดยห่างกันเพียงไม่ถึงครึ่งลี้ ซึ่งหากนับตำแหน่งแรกที่ได้ซุ่มโจมตีและตำแหน่งในปัจจุบันที่เขาอยู่ ก็ถือว่าเหมาเว่ยก่อนหน้านี้ที่พลางลั่นไกยิงพลางหลบหนีทิ้งระยะห่างออกไปก็มาไกลไม่น้อยเลย
    ตึบ ตึบ ฟุบบบ ตึบบบ ฟุบบบบบ!!
    เหมาเว่ยรีบพลิ้วกายพุ่งทะยานขึ้นไปบนหลังคาเรือนไม้หลังเล็กตรงหน้า ก่อนจะตัดสินใจทะยานต่อไปร่อนลงสู่พื้นต่อจากนั้น พร้อมทั้งโคจรลมปราณตามเคล็ดจนก่อเกิดพลัง และเคลื่อนกายต่อไปด้วยความเร็วปานสายฟ้า โดยเป็นวิชาตัวเบาที่เขาใช้เข้าประชิดตัวนักธนูหนุ่มก่อนหน้านี้
    ฟุบบ!
    เปรี๊ยะ...เปรี๊ยะ...!
    ท่าร่างอัสนี!
    เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยงงงง!!
    “นั่นมันเสียงอันใด?”
    ทันใดนั้นความน่าสะพรึงอันเกิดจากเสียงดังสนั่นได้ชักนำให้ผู้ที่กำลังสู้กันอยู่โดยรอบ ต้องเหลียวหลังไปมองหาต้นตอเสียงดังกล่าวอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่า สิ่งที่เห็นก็เป็นเพียงแสงกระพริบราวกับฟ้าแลบ ที่กำลังเคลื่อนผ่านตรงไปสู่ลานใกล้กับทางลงเขา
    แม้ว่านี่จะถือเป็นวิชาตัวเบาที่แปลกพิศดารทุกย่างก้าวส่งเสียงดังปานฟ้าผ่า มิใช่สิ่งที่จะสามารถพบเห็นได้ในวิชาตัวเบาโดยทั่วไป แต่มันก็สามารถบีบคั้นหัวใจให้ต้องรู้สึกหวาดกลัว แก่ผู้ที่พบเห็นและได้ยินเสียงมิใช่น้อยเลย
    “น่ากลัวเกินไปแล้ว!”
    “เป็นผู้ใดกัน?”
    เปรี้ยง เปรี้ยง ฟุบบบ!!
    “ผู้อาวุโสว่าน ข้ามาช่วยแล้ว”
    ไม่นานนักเสียงสายฟ้าฟาดพลันก็ได้หยุดลงเมื่อเหมาเว่ยหยุดก้าวเท้า เขาได้เข้ามายืนด้านหลังของการต่อสู้เหล่าอาวุโสในสำนัก และผู้ฝึกตนในระดับหัวหน้าของนิกายจันทร์ดับ ทั้งยังส่งผลให้การต่อสู้ต้องหยุดลงชั่วขณะ เมื่อคนรอบข้างมีความใคร่รู้ต้องการทราบว่าผู้ใช้วิชาท่าร่างอัสนีเป็นใครกันแน่?
    ฟุบ ฟุบบ ฟุบ ฟุบบบ!!
    ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเหล่าอาวุโสกระแทกพื้นดันร่างของตนเคลื่อนถอยร่นกลับออกมาจากการต่อสู้กันอย่างพร้อมเพียง โดยสีหน้าแต่ละคนเผยถึงความตื่นตกใจอย่างถึงที่สุด เพราะผู้ที่ถูกพวกมันสั่งจองจำเอาไว้กลับสามารถเรียนรู้วิชาที่แม้แต่เจ้าสำนักคนปัจจุบันยังไม่อาจกระทำได้
    “เหมาเว่ย เจ้าฝึกสำเร็จ?”อาวุโสว่านเผยรอยยิ้มอันแฝงไปด้วยสีหน้าตกใจ’ยอดเยี่ยม เพียงวันเดียวสามารถใช้ท่าร่างอัสนีได้ถึงเพียงนี้ ข้าดูคนไม่ผิดจริงๆ ต่อไปเขาต้องกลายเป็นคนสำคัญที่ผู้ใดไม่อาจมองข้ามได้เป็นแน่แท้’
    “เป็นไปได้อย่างไร ข้าไม่อยากจะเชื่อ เจ้าศิษย์ใหม่นี่สำเร็จวิชาท่าร่างอัสนีได้เยี่ยงไร?”อาวุโสฉินเผยสีหน้าตื่นตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
    “ส่วนหนึ่งข้ายอมรับว่าตกใจไม่น้อยเลยที่ได้เห็นวิชานี้ แต่ว่ามันไปเรียนรู้มาจากที่ใดกัน รึว่า....”อาวุโสอีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้น จนส่งผลให้อาวุโสว่านถูกจับจ้องโดยทุกสายตาจากรอบข้างอย่างเลี่ยงไม่ได้
    “เจ้านั่นเป็นศิษย์ใหม่หรือ?”
    “ศิษย์ใหม่ที่ไหนจะสามารถฝึกวิชายุ่งยากขนาดนั้นได้ แต่หากเป็นเรื่องจริงก็นับว่ามันเป็นผู้มีพรสวรรค์โดยแท้!”
    ท่ามกลางการสนทนาของเหล่าอาวุโสในสำนักและความแปลกใจปนเลื่อมใสจากเหล่าศิษย์สำนักเดียวกัน เหมาเว่ยก็รีบกล่าวบางอย่างออกไปเพื่อเร่งยุติข้อสงสัยต่างๆ เพราะนี่หาใช่เวลาที่ต้องอธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ ฝ่ายศัตรูคงไม่ยินยอมหยุดรอเพื่อให้ความจริงถูกไขจนกระจ่างเป็นแน่แท้
    “อาวุโสทุกท่าน ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง พวกมันเข้ามาแล้ว!”เหมาเว่ยชี้กระบี่ไปทางเหล่าหัวหน้าสาวกจันทร์ดับที่กำลังพุ่งเข้ามา’สถานการณ์แบบนี้จะมามัวสงสัยอะไรกันนักหนา!’
    “เหมาเว่ยเจ้าถอยไปก่อน คนเหล่านี้ส่วนใหญ่พลังยุทธอยู่ในระดับปรมาจารย์ มีเพียงเจ้าคนที่อยู่ซ้ายสุดเป็นระดับแก่นแท้”อาวุโสว่านยื่นแขนดันเหมาเว่ยออกไป
    “เช่นนั้นข้าขอจัดการเจ้าซ้ายสุดเอง ที่เหลือให้พวกท่านเป็นคนจัดการ!!”เหมาเว่ยกล่าวจบ ก็พุ่งทะยานสวนออกไปพร้อมยกกระบี่แทงขนานไปกับพื้น อีกทั้งยังใช้วิชาท่าร่างอัสนีในการเคลื่อนที่อีกด้วย
    เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ...!!!
    ท่าร่างอัสนี!
    เปรี้ยง เปรี้ยงงง!
    “เหมาเว่ยเดี๋ยว!”
    “ปล่อยไปเถอะ...ท่านว่าน เรามาช่วยกันจัดการพวกที่เหลือกันต่อดีกว่า”
    ฟุบบ ฟุบบ!!
    ร่างกายของเหมาเว่ยหายวับไปโดยที่อาวุโสว่านไม่ทันจะได้กล่าวห้าม หากแต่ระหว่างที่ชายหนุ่มผู้มาจากต่างโลกพุ่งทะยานเข้าไปโดยไม่เผยถึงความหวาดหวั่น สาวกจันทร์ดับผู้เป็นถึงระดับหัวหน้าทางซ้ายสุด ก็ราวกับว่าจะตอบรับต้องการปะมือกับเหมาเว่ยอย่างตัวต่อตัว มันพุ่งสวนเข้าหาเหมาเว่ยพร้อมกับกระบี่ที่ยื่นเหยียดตรง แยกตัวออกจากกลุ่มสาวกระดับหัวหน้าคนอื่นๆโดยพลัน
    “ข้าจัดการเจ้าหนุ่มนี่เอง ส่วนตาแก่ที่เหลือวานพวกเจ้าด้วย!”
    ฟุบ ฟุบ ฟุบบบบ!!
    กลุ่มสาวกระดับหัวหน้าที่เหลือจำนวนห้าคนนอกจากคนซ้ายสุด พลันได้กระโจนเข้าหากลุ่มอาวุโสของสำนักพยัคฆ์อัสนี เข้าปะทะกันในบริเวณที่ไม่ห่างจากเหมาเว่ยมากนัก ซึ่งในระหว่างนั้น ก็มีเพียงอาวุโสว่านเท่านั้นที่ทอดสายตามองเหมาเว่ยด้วยความเป็นห่วงอย่างถึงที่สุด
    ‘ข้าจะตามไปช่วยเขาดีไหม ต่อให้สำเร็จวิชาท่าร่างอัสนี แต่ด้านพลังยุทธก็นับว่าด้อยกว่าสาวกจันทร์ดับระดับหัวหน้ามากนัก ข้าเกรงว่า..... นั่นมัน! เพลงกระบี่เขี้ยวสายฟ้า’อาวุโสว่านเบิกตาค้างสูญเสียสมาธิกับการต่อสู้เมื่อเห็นเพลงกระบี่ที่เหมาเว่ยเป็นคนใช้
    ฟุบบบบ!!
    ส่วนทางด้านเหมาเว่ยที่ก้าวเข้าไปด้วยท่าร่างอัสนีนั้น ก็เปลี่ยนเป็นการพุ่งตัวยื่นแขนออกไปจนสุดปล่อยให้ปลายกระบี่ทะลวงผ่านสายลมนำเข้าไปหาศัตรู หากแต่ก่อนที่เหมาเว่ยและสาวกจันทร์ดับระดับหัวหน้าจะเข้าปะทะกัน ด้วยท่วงท่าเหยียดแขนแทงกระบี่มุ่งใส่ฝ่ายตรงกันข้ามไม่แตกต่างกันนัก
    เหมาเว่ยก็ได้รั้งกระบี่กลับเข้าเข้ามาหาตัว และใช้สองนิ้วจากมืออีกข้างทาบกรีดลากไปบนใบกระบี่เพียงครึ่งและชักนิ้วกลับ ทันใดนั้นก็เกิดแสงสีฟ้ากระพริบระรัวราวกับสายฟ้า ก่อนที่กระบี่จะถูกแทงออกไปอีกครั้งเพื่อเข้าทะลวงศัตรูที่มุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
    วืบบบ!
    เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ...!!
    เขี้ยวสายฟ้าตัดพิรุณ!
    ฟืบบบ!!!
    ‘ต้องไหวสิน่า ต่อให้พลังยุทธด้อยกว่าหลายส่วน ข้าก็ยังมั่นใจในเพลงกระบี่นี้’
    กิ๊ง!!
    ทันใดนั้น ยามเมื่อปลายกระบี่ทั้งสองเล่มเข้าสัมผัสกันกลางอากาศ พลันก็เกิดเสียงการกระทบของโลหะกังวานตามสายลมเล็กๆ แต่จากนั้นก็เกิดเสียงอีกเสียงหนึ่งตามมาและบ่งบอกว่า มีใบกระบี่กำลังถูกทำลายกลายเป็นเสี่ยงๆอย่างรวดเร็ว โดยที่กระบี่อีกเล่มได้เคลื่อนทะลวงกินพื้นที่เข้าไปเรื่อยๆอย่างไม่อาจต้านทานได้
    เพล้ง เพล้ง เพล้ง เพล้งงงงง!!
    “ตาย!!!”เหมาเว่ยเปล่งเสียงและเผยรอยยิ้มที่มุมปาก เมื่อการปะทะด้วยเพลงกระบี่ครั้งนี้เขากลายเป็นฝ่ายเหนือกว่าทั้งที่พลังยุทธด้อยกว่าหลายขั้น
    “เป็นไปไม่ได้!!”แววตาสาวกจันทร์ดับเบิกกว้างจ้องดูปลายกระบี่เหมาเว่ยคืบคลานทะลวงกระบี่ของตนเข้ามาเรื่อยๆ
    ฉัวะ!!!!
    ท้ายที่สุดกระบี่ของเหมาเว่ยก็ได้ทะลวงร่างชายตรงหน้าจนทะลุออกแผ่นหลัง สิ่งที่เกิดขึ้นจากการปะทะระหว่างผู้ใช้กระบี่ทั้งสองผ่านไปเร็วมาก หากแต่คนที่พ่ายแพ้กลับเป็นผู้ฝึกตนที่มีพลังยุทธเหนือล้ำกว่า แล้วยังเป็นการต่อสู้ที่ตัดสินด้วยเพลงกระบี่กระบวนท่าเดียวอีกด้วย
    เคล้งง เคล้งงง!!
    หมับบ หมับบบ!!
    แต่ทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น สาวกที่พ่ายแพ้ให้กับเหมาเว่ยด้วยการประลองกระบี่ ก็ละทิ้งอาวุธในมือของตนที่เหลือเพียงแค่ด้าม และใช้สองมือจับตัวเหมาเว่ยเอาไว้ พลางร้องเรียกสาวกระดับหัวหน้าคนอื่นๆเข้ามาจัดการกับเหมาเว่ยต่อ ราวกับเป็นการดิ้นรนครั้งสุดท้ายก่อนจะสิ้นใจไป
    “เข้ามาฆ่ามันเลย เร็ววว!! ฆ่ามัน!”
    ‘แย่แน่ ดึงไม่ออก’เหมาเว่ยพยายามจะดิ้นให้หลุดพ้นแต่ก็ยังไม่เป็นผล
    ฟุบบบบบบบ!!
    “ตาย!!!”
    ซึ่งในยามนั้นหัวหน้าสาวกจันทร์ดับผู้หนึ่งก็ได้ละทิ้งการต่อสู้กับเหล่าอาวุโสในสำนัก และกระโจนพุ่งใส่เหมาเว่ยพลางยื่นฝ่ามือกางออกมา ที่น่าตกใจเห็นจะเป็นลักษณะฝ่ามือของมันที่แตกต่างไปจากมนุษย์ทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง แผ่นหนังที่ห่อหุ้มมือเป็นสีดำสนิทและมีเล็บอันแหลมคมยื่นยาวราวกับเป็นกรงเล็บสัตว์กินเนื้อก็มิปาน แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น ปราณที่แฝงไปในแต่ละนิ้วยังดูทรงพลังจนน่าขนลุก
    ปึงงงง!!
    “อ๊ากกก!”
    เหมาเว่ยตัดสินใจปล่อยมือจากกระบี่และโขกศีรษะใส่หน้าผากของศัตรูจนสามารถสลัดจนหลุดออกมาได้ จากนั้นก็ดึงกระบี่อีกครั้งพลางแทงสวนออกไปใส่ฝ่ามือสีดำ ที่ในไม่ช้าจะเครื่องเข้ามาถึงตัวด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
    ฟืบบบ!!
    กรงเล็บทะลวงใจ!
    เพล้งง เพล้งง เพล้งงงงงง!!
    ทว่า ภาพที่เกิดขึ้นกลับเป็นกระบี่ในมือเหมาเว่ยถูกขยี้เป็นเสี่ยงๆ ใบกระบี่เกิดแตกหักมีสภาพไม่ต่างไปจากกระบี่ของหัวหน้าสาวกจันทร์ดับที่เพิ่งพ่ายแพ้ไป ฝ่ามือสีดำอันน่าสะพรึงยังคงเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆด้วยความเร็วปานภูตพราย เข้ากระแทกกดปลายนิ้วใส่กับตำแหน่งหัวใจของเหมาเว่ยด้วยความเร็วที่น้อยคนในที่นี้จะมองตามได้ทัน
    กึกกก ปึงงงง!!
    ฟุบบบ ตุบบ ตุบบบ!!
    ผลที่ออกมาก็กลายลำตัวของเหมาเว่ยกระเด็นไถลไปกว่าหลายก้าวจากการโจมตีนั้น เขาพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ทำไม่สำเร็จ พร้อมทั้งยังเจ็บปวดตรงตำแหน่งอกข้างซ้าย จนแทบจะหายใจไม่ทั่วท้องเลยทีเดียว
    “อั๊กก! นี่มันอะไรกัน กระบี่ข้าแหลกเป็นเสี่ยงๆเลย ทั้งยังถูกมันซัดอีกหนึ่งฝ่ามือ แค่กก แค่กก!”เหมาเว่ยใช้มือสัมผัสจับไปที่อกซ้ายเพื่อสำรวจ และพบว่าบาดแผลภายนอกมิได้รุนแรงอย่างที่คิด แต่ก็เริ่มมีเลือดซึมออกมาตามมุมปาก’ดีนะที่ข้าสวมใส่เกราะกันกระสุนไว้ ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องตายไปแล้ว ทั้งยามนี้ภายในของข้าก็เริ่มปั่นป่วนไปหมด ระดับปรมาจารย์ขั้นแปดไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!’
    ‘เหตุใดข้าถึงควักหัวใจมันออกมาด้วยวิชากรงเล็บทะลวงใจไม่ได้ ความรู้สึกเมื่อครู่...รึว่ามันจะสวมเกราะอ่อนไว้ภายใน? เช่นนั้นต่อไปเป็นที่หัว!’สาวกผู้ที่ทำร้ายเหมาเว่ยได้ยืนครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนที่มันจะตัดสินใจพุ่งเข้าใส่ผู้เป็นเป้าหมายโดยเป็นการเล็งไปที่ศีรษะ
    ฟุบบบบ!!
    “จงแหลกไปซะเถอะ!! อ้า....!”
    “เหมาเว่ย!!”อาวุโสว่านร้องเรียกชื่อเหมาเว่ย เมื่อเพ่งมองในตำแหน่งที่อยู่ห่างออกไป แต่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน