บทที่ 24 คู่หมั้น
"เธอไม่รู้เหรอ? แม่ของจือเหยียนหาคู่หมั้นคนใหม่ให้เขาแล้ว เมื่อวานนี้พวกเขาก็นัดพบกันแล้ว แถมยังคุยกันถูกคอด้วย!"
น้ำเสียงของลู่อวี่ชิวแฝงไปด้วยความสะใจ
ตอนนี้เธอเองก็ไม่มีบทบาทอะไรแล้ว หลังจากที่เสิ่นเสวี่ยฉินรู้ความจริงในวันนั้นที่โรงพยาบาล ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่มองเธออีกเลย
แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ ดังนั้นสืบหาเื่ราวของตระกูลมู่ เธอก็ยังคงสืบหาข้อมูลต่อไป
ลู่จิ่นเนี่ยนหัวเราะเยาะ เธอยังไม่ได้เซ็นใบหย่าอย่างเป็ทางการกับเขา ตระกูลมู่กลับรีบร้อนผลักดันคนใหม่เข้ามาในอ้อมแขนของเขา แม้แต่วันเดียวก็รอไม่ได้
ดูเหมือนว่า ข้อความที่เธอเห็นจากเขาเมื่อวาน จะเป็ข้อความจากคู่หมั้นคนนั้น?
"พี่สาว ฝ่ายตรงข้ามเป็ถึงคุณหนูใหญ่จากตระกูลกู้ นั่นคือกู้เยี่ยนหนาน ถ้าพูดถึงชาติกำเนิดและรูปโฉมแล้ว ฉันเองยังต้องยอมแพ้ แต่คนอย่างเธอที่เป็แค่ลูกนอกสมรสยิ่งไม่มีทางเทียบได้เลย" ลู่อวี่ชิวพูดยิ้มเหยียด
"กู้เยี่ยนหนาน..."
"คุณหนูกู้เป็ผู้หญิงจากตระกูลสูงส่ง ถ้าพี่สาวฉันฉลาด ก็ควรรีบออกไปก่อนดีกว่า ถ้าไม่อยากขายหน้าและทำให้ตระกูลลู่ได้รับความอับอาย!"
ลู่อวี่ชิวประชดประชันด้วยคำพูดที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ เสียงหัวเราะแต่ละครั้งคล้ายกับการตบหน้าเธอ
ลู่จิ่นเนี่ยนไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่กัดริมฝีปากแน่น
กู้เยี่ยนหนาน ชื่อนี้คุ้นหูมาก
ลู่จิ่นเนี่ยนคิดอยู่นาน ในที่สุดก็นึกออก นานมาแล้วตอนที่จัดงานฉลองครบรอบของตระกูลมู่ เธอน่าจะเคยเห็นคุณหนูกู้คนนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง
เธอสวยมาก สวยจนน่าตะลึง ทุกที่ที่ผู้หญิงคนนี้เดินผ่านล้วนเป็จุดสนใจของผู้คน
ได้ยินมาว่า พ่อของเธอเป็พญาเสือแห่งวงการอินเทอร์เน็ต ส่วนแม่ของเธอเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านกลศาสตร์ของไหลที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ และได้รับรางวัลมากมาย
ภูมิหลังครอบครัวเป็แบบนี้ เพียงพอจะเทียบมู่จือเหยียนได้
ดูเหมือนว่าเสิ่นเสวี่ยฉินจะมองว่านั่นคือตัวแทนลูกสะใภ้ที่สมบูรณ์แบบที่สุดสินะ
"ถ้าคุณพ่อไม่มีธุระอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับแล้ว"
เธอรีบจากไปจากบ้านตระกูลลู่
ขณะเดินออกจากประตู ยังได้ยินเสียงหัวเราะเยาะจากลู่อวี่ชิวข้างหลัง "เหอะ เป็แค่คนธรรมดาแท้ ๆ ยังจะกล้าไปเปรียบเทียบกับคนอื่นได้ยังไง?"
...
คฤหาสน์หลักตระกูลมู่
เดิมทีมู่จือเหยียนมาเพื่อพบพ่อเท่านั้น ไม่คิดว่าพ่อจะไม่อยู่ ทว่ากลับมีเพียงกู้เยี่ยนหนานคนเดียวนั่งอยู่ในห้องรับแขก
"คุณลุงกับคุณป้ามีธุระด่วนต้องออกไปข้างนอก เลยให้ฉันรอที่นี่สักพัก" กู้เยี่ยนหนานพูด
เมื่อวานนี้ พวกเขาได้พบกันอย่างเป็ทางการแล้ว ในตอนแรก มู่จือเหยียนคิดว่าเป็พ่อจัดการให้เขามาเจรจาธุรกิจกับตระกูลกู้ แต่พอเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามเป็หญิงสาวคนหนึ่ง เขาก็เข้าใจสถานการณ์ได้ในทันที
เพียงแต่ตระกูลมู่และตระกูลกู้ติดต่อธุรกิจเป็ประจำ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ปฏิเสธฝ่ายตรงข้าม
ไม่คาดคิดว่าวันนี้จะได้พบกันอีก
“ถ้าพวกเขาไม่อยู่ ผมจะกลับมาใหม่ตอนเย็น”
มู่จือเหยียนพยักหน้าอย่างสุภาพ และเตรียมจะออกไป
“เดี๋ยว รอก่อน!”
กู้เยี่ยนหนานลุกขึ้น ขวางทางของเขาไว้
“คุณหนูกู้ มีธุระอะไรอีกครับ?”
“ฉันรู้ว่าพ่อแม่ของพวกเราทั้งสองฝ่ายจัดให้เรามาพบกัน มันก็น่าอัดอัดอยู่บ้าง ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน แต่ถ้าคุณเดินหนีไปแบบนี้ แล้วเหลือแค่ฉันที่ต้องอึดอัดคนเดียว คุณมู่คงจะไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอกใช่ไหม?”
“คุณหนูกู้น่าจะเคยได้ยินมาว่า ผมแต่งงานแล้ว”
“แต่คุณป้าบอกว่า คุณกำลังจะหย่ากันแล้วนี่คะ” กู้เยี่ยนหนานหัวเราะคิกคัก “แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ คุณจะแต่งงานหรือหย่าฉันไม่สนใจเลย แค่ขอให้คุณให้ความร่วมมือหน่อย ช่วยให้ฉันผ่านเื่นัดบอดนี้ไปได้ก็พอ ตกลงไหมคะ?”
“ผ่านเื่นี้แบบไหน?”
“ฉันไม่ชอบการนัดบอด คุณก็คงไม่ชอบเหมือนกัน แต่ถ้าพวกเราต่างปฏิเสธกันและกัน พ่อแม่ของเราก็คงหาคนอื่นมาให้เจอต่อไปไม่จบสิ้นสักที ถ้าอย่างนั้นเราแกล้งทำเป็ถูกชะตากัน หลอกพวกท่านทั้งสองฝ่ายอีกหน่อย พวกท่านก็จะไม่กดดันเราเื่นี้แล้ว”
รอยยิ้มกู้เยี่ยนหนานอ่อนโยนและขี้เล่น ดูไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร
มู่จือเหยียนครุ่นคิดสักพัก ก็รู้สึกว่าข้อตกลงนี้ก็ไม่เลว
เมื่อสามารถนำไปหลอกแม่ของเขาได้ก็ถือเป็เื่ดี
เขาจึงพยักหน้ารับคำ
"ในเมื่อคุณมู่ตกลงแล้ว งั้นเราเล่นให้สมบทบาทสักหน่อย ออกไปเดินเล่นข้างนอก แกล้งคุยกันสักพัก คุณว่าดีไหม?" กู้เยี่ยนหนานแนะนำ
มู่จือเหยียนเหลือบมองเวลา เขาไม่ได้คัดค้าน
…...
คืนนั้น มู่จือเหยียนไม่ได้กลับบ้าน
ถึงแม้ว่าเธอเคยชินกับการที่เขาไม่กลับบ้านมานานแล้ว แต่คืนนี้กลับรู้สึกยากเป็พิเศษ
ลู่จิ่นเนี่ยนนั่งอยู่ริมหน้าต่าง พยายามอ่านหนังสือ อ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่ยังไม่พ้นหน้าแรก
เธอหัวเราะเยาะตัวเอง เขาไม่กลับบ้านไม่ดีกว่าเหรอ?
ถ้าเขากลับมาจริง ๆ ก็คงมาพร้อมกับสัญญาหย่าร้าง
เสียงกริ่งประตูดังขึ้น ลู่จิ่นเนี่ยนลุกพรวดวิ่งไปเปิดประตู เร็วกว่าคนรับใช้ทุกคน
ทว่า คนที่ยืนอยู่หน้าประตู กลับไม่ใช่มู่จือเหยียน
ความรู้สึกหดหู่อธิบายไม่ถูกก่อตัวขึ้นในใจ
"ขอถามหน่อยค่ะ ที่นี่เป็บ้านของมู่จือเหยียนใช่ไหมคะ?"
หน้าประตู เผยให้เห็นหญิงสาวที่งดงามและอ่อนหวาน สวมชุดเดรสประณีตงดงาม กระเป๋าในมือที่ถืออยู่เป็รุ่นลิมิเต็ด เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา
"ขอโทษนะคะ คุณเป็ใคร?" ลู่จิ่นเนี่ยนชะงักไป
"ฉันชื่อกู้เยี่ยนหนานค่ะ"
หัวใจของเธอจมดิ่ง
เมื่อครู่ก็รู้สึกว่าหญิงคนนี้หน้าตาคุ้นมาก ในที่สุดก็เป็อย่างที่คิด ตอนนี้เริ่มมาถึงขั้นบุกบ้านกันแล้วสินะ?
ลู่จิ่นเนี่ยนหลังตรง เตรียมพร้อมรับมือ
แต่กู้เยี่ยนหนานกลับยิ้มอย่างอ่อนหวาน "คุณเป็แม่บ้านตระกูลมู่ใช่ไหมคะ? คือว่ามู่จือเหยียนลืมโทรศัพท์ไว้ที่รถของฉัน ฉันติดต่อเขาไม่ได้ เลยต้องเอามาส่งที่บ้าน"
เพียงประโยคเดียว ลู่จิ่นเนี่ยนก็แทบจะสำลักลมหายใจ
แม่บ้าน? มือถือ?
ดูเหมือนความสัมพันธ์ของพวกเขาจะก้าวหน้า ถึงขั้นนั่งรถของกันและกันได้แล้ว แต่เธอหน้าตาเหมือนแม่บ้านตรงไหน?
ลู่จิ่นเนี่ยนก้มมองชุดที่ตัวเองสวม แม้ว่าอยู่บ้านเธอจะไม่ได้แต่งหน้า และแต่งตัวไม่ดีเท่ากับคุณหนูกู้ แต่ชุดนอนชุดนี้ก็เป็รุ่นโชว์จากรันเวย์ ราคาหลักหมื่น ไม่ใช่ชุดที่แม่บ้านจะใส่ได้
"คุณหนูกู้ ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจผิด ฉันไม่ใช่แม่บ้าน..."
เธอสนใจเื่นี้มากกว่าจะคิดว่า ทำไมกู้เยี่ยนหนานถึงต้องมาส่งมือถือที่บ้าน
กู้เยี่ยนหนานรีบขอโทษด้วยรอยยิ้ม "อ่า ขอโทษค่ะ แล้วคุณคงจะเป็คุณหนูลู่ที่ได้ยินชื่อมาสินะคะ ฉันก็นึกอยู่แล้ว จะมีแม่บ้านที่ไหนสวยขนาดนี้"
"คุณหนูลู่ที่ได้ยินชื่อเสียงมา?"
"ใช่ค่ะ ฉันได้ยินเื่ของคุณหนูลู่มามาก ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"
กู้เยี่ยนหนานป็นคนอ่อนหวานและสุภาพมาก ทำให้ลู่จิ่นเนี่ยนรู้สึกไม่พอใจเต็มท้อง แต่ก็ไม่สามารถแสดงออกได้
ในตอนที่ทั้งสองกำลังจับมือกัน รถของมู่จือเหยียนก็จอดอยู่หน้าบ้าน
มู่จือเหยียนลงจากรถ เมื่อเขาเห็นผู้หญิงสองคนยืนอยู่ด้วยกัน ั์ตาของเขาก็หรี่ลงด้วยความหม่นหมอง
กู้เยี่ยนหนานกำลังจะพูด แต่ลู่จิ่นเนี่ยนก็รีบเดินไปหามู่จือเหยียนก่อน แล้วโอบแขนเขาไว้
"ฉันแค่แกล้งคุณกู้นิดหน่อย ที่นี่คือบ้านของตระกูลมู่ แต่เธอกลับไม่รู้ว่าฉันคือภรรยาของคุณ คุณคิดว่ามันตลกไหม?"