นิกายเทพจันทรา ตำหนักจันทรา
จักรพรรดิจันทราอาศัยอยู่ในตำหนักจันทราโดยปกติแล้วจักรพรรดิจันทราจะฝึกฝนที่นี่คนเดียวเสมอ แม้แต่ศิษย์ของนิกายเทพจันทราก็ไม่สามารถเข้ามาได้
แต่วันนี้เย่เทียนเข้ามาแล้ว
ในตอนนี้ ภายในตำหนักจันทรา
เย่เทียนและจักรพรรดิจันทรากำลังนั่งด้วยกัน
“เย่เทียน คุณมาแล้ว!”
จักรพรรดิจันทราเผยรอยยิ้ม
ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาเธอยุ่งมาก ไม่เพียงแต่ต้องจัดการธุระในนิกายเทพจันทราที่สั่งสมมาหลายวันเท่านั้นแต่ยังมีเรื่องที่จักรพรรดิจำนวนมากเสียชีวิต เธอเป็นหนึ่งใน 36 จักรพรรดิ ดังนั้นเธอจึงจำเป็นต้องจัดการปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างกองกำลังต่างๆด้วย
ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิก็ยังคงรู้สึกเหนื่อยล้า
แต่ตอนนี้ เมื่อเธอเห็นเย่เทียนความเหนื่อยล้าในใจของเธอก็หายไปในพริบตา
“จักรพรรดิจันทราผมมีความสุขมากที่ได้เจอคุณ!”
เย่เทียนหัวเราะอย่างมีความสุข
“อย่าเรียกฉันว่าจักรพรรดิจันทราอีกเรียกฉันว่า...เยว่เอ๋อร์ได้หรือไม่?”
จักรพรรดิจันทราดึงชายเสื้อของเขา
“ดี งั้นผมจะเรียกคุณว่าเยว่เอ๋อร์!”
เย่เทียนรู้ว่าจักรพรรดิจันทรามีชื่อจริงว่าเซียวเยว่แต่ไม่มีใครกล้าเรียกเธอด้วยชื่อนี้
ตอนนี้เย่เทียนได้รับอนุญาตให้เรียกจักรพรรดิจันทราว่าเยว่เอ๋อร์ความสัมพันธ์ของพวกเขาใกล้ชิดกันมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
พวกเขาพูดคุยกันเป็นเวลานานเย่เทียนถามไถ่เรื่องของจักรพรรดิจันทราในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา พวกเขายังพูดคุยเกี่ยวกับการฝึกฝนและเรื่องราวของกันและกันในอดีตที่ผ่านมา
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา
ในที่สุดเย่เทียนก็บอกจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้“เยว่เอ๋อร์ ผมกำลังจะเข้าไปในโลกของสัตว์อสูรอีกครั้ง และจะอยู่ที่นั่นอีกสักระยะหนึ่ง!”
“เย่เทียน ที่นั่นอันตรายเกินไป!”
จักรพรรดิจันทรารู้สึกกังวลเล็กน้อย
“วางใจเถอะผมมีพรสวรรค์ล่องหน อีกทั้งยังมีวิธีรักษาชีวิตมากมาย ดังนั้นผมจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยตราบใดที่ผมก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิได้ ผมจะต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่ และอีกไม่นานผมจะต้องก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิได้อย่างแน่นอน!เมื่อผมกลับมา ถึงตอนนั้นผมจะสามารถปกป้องคุณได้อย่างแท้จริง!”
เย่เทียนพูดอย่างจริงใจ
“ได้ งั้นฉันจะรอคุณกลับมา!”
จักรพรรดิจันทรากล่าวด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ
โดยไม่รู้ตัว เย่เทียนเอื้อมมือไปจับมือของจักรพรรดิจันทราไว้ซึ่งจักรพรรดิจันทราก็ไม่ได้ปฏิเสธ ปล่อยให้เย่เทียนกุมมือเธอเอาไว้อย่างนั้น
คราวนี้ทั้งสองฝ่ายต่างรู้สึกถึงความปรารถนาของกันและกัน
หลังจากนั้นไม่นานเย่เทียนก็จากไป
เช้าวันรุ่งขึ้นเย่เทียนออกจากฐานทัพจงไห่และเข้าสู่โลกของสัตว์อสูรผ่านรอยแยกมิติระดับ5 ดาว
หลังจากเข้าสู่โลกของสัตว์อสูรเย่เทียนก็เปิดใช้งานพรสวรรค์ล่องหนระดับสุดยอดและออกค้นหาพรสวรรค์ระดับลึกลับทันที
โลกของสัตว์อสูรนั้นใหญ่มากที่นี่มีสัตว์อสูรที่ทรงพลังมากมาย และยังมีสัตว์อสูรอีกจำนวนมากที่มีพรสวรรค์ระดับลึกลับ
เมื่อเย่เทียนเดินลึกเข้าไปเขาก็พบสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิอย่างรวดเร็ว และอีกฝ่ายก็มีพรสวรรค์ระดับลึกลับอยู่
[ประเภท : ฟีนิกซ์เพลิง
พรสวรรค์ทางสายเลือด : ระดับจันทรา
พรสวรรค์ในการบิน : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์เขตแดนอัคคี : ระดับลึกลับ
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน :ระดับสูงสุด]
ฟีนิกซ์เพลิงที่มีพรสวรรค์ระดับลึกลับนั้นแข็งแกร่งมากในบรรดาสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิแต่มันก็ยังเทียบไม่ได้กับ 36 จักรพรรดิ
ดังนั้น หลังจากที่เย่เทียนได้คัดลอกพรสวรรค์เขตแดนอัคคีระดับลึกลับของฟินิกซ์เพลิงแล้วเย่เทียนก็ฆ่ามันในทันที เพราะเขาถือว่าการลงมือของเขาเป็นการช่วยลดคู่ต่อสู้ของมนุษย์ลง
หลังจากนั้น
เย่เทียนหาสถานที่เพื่อหลอมรวมพรสวรรค์เขตแดนอัคคีระดับลึกลับนี้
จากนั้นเย่เทียนก็เริ่มออกค้นหาพรสวรรค์ระดับลึกลับอื่นๆผ่านไปสามวัน ในที่สุดเขาก็สามารถหาสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ระดับลึกลับเจออีกครั้ง
[ประเภท : หมาป่าวายุ
พรสวรรค์ทางสายเลือด : ระดับจันทรา
พรสวรรค์ด้านความแข็งแกร่ง: ระดับสูงสุด
พรสวรรค์พายุ : ระดับลึกลับ
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับลึกลับปลอม (30%)]
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน :ระดับเริ่มต้น
สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนี้ไม่ได้แข็งแกร่งมากนักแต่มันก็แข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทั่วไปมาก พรสวรรค์พายุของมันคือพรสวรรค์อันทรงพลังที่สามารถสร้างพายุได้
หากไม่มีระดับจักรพรรดิคอยป้องกันพายุนี้ก็เพียงพอที่จะทำลายฐานทัพได้
เย่เทียนได้คัดลอกพรสวรรค์พายุมาและสังหารมันในการโจมตีเดียว
หลังจากหลอมรวมพรสวรรค์พายุระดับลึกลับแล้วเย่เทียนก็ไม่ได้มองหาพรสวรรค์ระดับลึกลับอีกต่อไป เพราะโอกาสคัดลอกสองครั้งของเขาหมดลงแล้วเขาต้องรอเวลาอีกครึ่งเดือน
ดังนั้นเย่เทียนจึงหาถ้ำเพื่อใช้เป็นที่ซ่อนตัวและเข้าสู่สภาวะการฝึกฝน
หลังจากนั้นทุกครั้งที่เย่เทียนคัดลอกพรสวรรค์ระดับลึกลับเสร็จสิ้นเขาก็จะเก็บตัวฝึกฝนเป็นเวลาสิบห้าวันเพื่อรอให้คูลดาวน์ของพรสวรรค์การคัดลอกสิ้นสุดลง
ห้าเดือนผ่านไปในพริบตา
ในตอนนี้
แม้ว่าเย่เทียนจะเสียเวลาไปมากในการหาพรสวรรค์ระดับลึกลับแต่การบ่มเพาะของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก เขาสามารถเปิดพื้นที่สมองถึง 90% แล้วซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดสูงสุดของระดับศักดิ์สิทธิ์
และตอนนี้เขาก็ได้หลอมรวมพรสวรรค์ระดับลึกลับมามากมาย
[พรสวรรค์ด้านพละกำลัง: ระดับลึกลับ]
[พรสวรรค์ด้านการป้องกัน: ระดับลึกลับ]
[พรสวรรค์ด้านความเร็วสูงสุด: ระดับพระเจ้า]
[พรสวรรค์โล่วารี: ระดับลึกลับ]
[พรสวรรค์เขตแดนอัคคี: ระดับลึกลับ]
[พรสวรรค์หนามปฐพี: ระดับลึกลับ]
[พรสวรรค์เถาวัลย์: ระดับลึกลับ]
[พรสวรรค์พายุ: ระดับลึกลับ]
[พรสวรรค์เทพจันทรา: ระดับลึกลับ]
ตอนนี้เย่เทียนได้รวบรวมพรสวรรค์ระดับลึกลับได้ถึงเก้าอย่างแล้วหนึ่งในนั้นยังเป็นพรสวรรค์ระดับพระเจ้า
ตามหลักแล้ว พรสวรรค์ระดับลึกลับมากมายเช่นนี้ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
แต่เย่เทียนยังคงไม่พอใจ เขาต้องการที่จะหลอมรวมเป็นพรสวรรค์ระดับพระเจ้าอีกครั้ง
แต่ตอนนี้เขายังคงลังเลอยู่
เพราะในวันนี้เขากำลังเผชิญกับทางเลือกที่ตัดสินใจได้ยากลำบาก
“พรสวรรค์ของโล่วารีและพรสวรรค์เขตแดนอัคคีสามารถหลอมรวมกันกลายเป็นระดับพระเจ้าที่แฝงไว้ด้วยพลังของน้ำกับไฟได้แต่พรสวรรค์ของโล่วารี พรสวรรค์เขตแดนอัคคี พรสวรรค์หนามปฐพี และพรสวรรค์เถาวัลย์ บวกกับพรสวรรค์ธาตุทองระดับลึกลับสามารถสร้างพรสวรรค์ระดับพระเจ้าห้าธาตุได้ถ้าเราเลือกที่จะประสานพรสวรรค์ธาตุน้ำและธาตุไฟเข้าด้วยกัน ในอนาคตบางทีเราอาจจะไม่สามารถหลอมรวมธาตุทั้ง5 เข้าด้วยกันได้”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
เขาลังเลเพราะเรื่องนี้
พรสวรรค์ระดับพระเจ้าธาตุน้ำและไฟกับพรสวรรค์ระดับพระเจ้าห้าธาตุนั้นแตกต่างกันอย่างไม่ต้องสงสัย พรสวรรค์ระดับพระเจ้าประเภทน้ำกับไฟย่อมเทียบไม่ได้กับพรสวรรค์ระดับพระเจ้าของทั้งห้าธาตุ
ในตอนนี้เขาขาดแต่เพียงพรสวรรค์ธาตุทองระดับลึกลับหากเขายอมแพ้ในตอนนี้มันคงจะน่าเสียดายมาก
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ในที่สุดเย่เทียนก็ตัดสินใจ “เราจะมายอมแพ้ในตอนนี้ไม่ได้ เรายังไม่ก้าวขึ้นสู่ระดับจักรพรรดิเลยถึงแม้จะผสานพรสวรรค์น้ำและไฟให้กลายเป็นระดับพระเจ้าก็ไม่ได้ส่งผลกับความแข็งแรงของเรามากนักดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเร่งรีบจนเกินไป!”
หลังจากคิดอย่างถี่ถ้วน เย่เทียนก็ออกไปค้นหาพรสวรรค์ระดับลึกลับธาตุทองแม้ว่าพรสวรรค์ธาตุทองจะหายากมาก แต่เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับโชคของเขา ไม่แน่บางทีเขาอาจจะได้พบมันในเร็วๆนี้
หลังจากค้นหามาสิบวัน เย่เทียนก็ยังไม่พบพรสวรรค์ธาตุทองแต่ในวันนี้ เขาได้พบกับพรสวรรค์อื่นที่มีประโยชน์อย่างมากแทน
[ประเภท : อสูรฝันร้าย
พรสวรรค์ทางสายเลือด : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์สะกดจิต : ระดับสูงสุด
พรสวรรค์ความเร็ว : ระดับสูง
พรสวรรค์แกล้งตาย : ระดับสูงสุด]
เย่เทียนรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นพรสวรรค์ของอสูรฝันร้ายที่มีความแข็งแกร่งเพียงสัตว์อสูรชั้นยอด
ทว่าพรสวรรค์สะกดจิตและพรสวรรค์แกล้งตายนั้นหายากมาก!
“คัดลอก!”
“คัดลอก!”
เย่เทียนไม่ลังเลที่จะคัดลอกพรสวรรค์ทั้งสองนี้มาและสังหารสัตว์อสูรฝันร้ายโดยไม่ลังเล
เมื่อสัตว์อสูรฝันร้ายสะกดจิตมนุษย์มันเป็นเรื่องง่ายที่จะได้รับข้อมูลจำนวนมากจากมนุษย์ ถ้าวันหนึ่งมันได้รับสมบัติที่ช่วยเพิ่มพรสวรรค์ทางสายเลือดด้วยพรสวรรค์ทางสายเลือดของมัน สัตว์อสูรตัวนี้จะกลายเป็นฝันร้ายของมนุษยชาติเหมือนกับชื่อของมัน
ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่มีทางปล่อยมันไปอย่างเด็ดขาด