[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์]

    ตอนที่ 138 คำทำนายอะไร?

    ตอนที่ 138 คำทำนายอะไร?

            ลำแสงสว่างอันเจิดจ้าพุ่งสูงสู่ท้องฟ้าไร้การปะทะจนเกิดความมืดโดยรอบเหล่ามนุษย์กึ่งเทพและปีศาจต่างหยุดนิ่งกับลำแสงปริศนา เพอร์ซีย์จ้องมองลำแสงนั้นอย่างงุนงงตลอดทางที่กำลังวิ่งว่ามันมาจากไหนแต่ทิศทางของมันคือโคลอสเซียมแล้วที่นั่นมีลูกสาวของเขาอยู่ยิ่งทำให้เขาที่กำลังตามแซเทิร์นอยู่นั้นภาวนาอย่างเดียวว่าขอไม่ให้เจ้าตัวน้อยทั้งสองของเขาเป็นอะไร

             

            ‘ทั้งสองคน อย่าพึ่งเป็นอะไรนะ!!’ เพอร์ซีย์คิด

             

            ลำแสงกระจายไปภายในอากาศอย่างรวดเร็วเหลือไว้เพียงความเงียบสงัดแสงสว่างนั้นทำให้ผู้ที่โดนปะทะแสงสว่างนั้นถึงกับมึนหัวจนต้องปรับสบายตาหลาย ๆรอบก่อนจะเห็นภาพเลือนรางของดาบตรงหน้าที่ค่อย ๆเด่นชัดขึ้นตัวดาบจากสีเงินกลายเป็นดาบที่มีออร่าสีขาวไปทั้งด้ามจนน่าประหลาดใจตัวดาบที่เป็นสีขาวมีออร่าเรือนแสงเหมือนแสงเหนือที่มีหลายสีโพรทาเลียที่จ้องมองดาบตรงหน้าก่อนจะเลื่อนสายตามองมือของตนเองที่มันทั้งขาวอย่างกับหิมะเธอปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากดาบก่อนจะมองมือของตนเอง ก็มีความทรงจำหนึ่งโผล่ขึ้นมา

             

            ‘เจ้า!! ทำไม!! ร่างนั้นมันอะไรกัน!!’ เสียงของแซเทิร์นดังก้องขึ้น

            ‘เจ้ามันตัวอะไรกัน!!’

             

            เสียงปะทะดังขึ้นพร้อมกันหลายครั้งก่อนที่ภาพจะตัดมาที่พื้นที่มีน้ำหนองโพรทาเลียก็เห็นร่างกายสีขาวซีดที่คล้ายกับตัวเองภาพก็หายไปอย่างรวดเร็วโพรทาเลียทรงตัวไม่อยู่จนเกือบล้ม แต่เธอก็พยุงตัวกับโต๊ะได้ทันที

            “พี่ค่ะ!!” โฟกัสรีบเข้าไปประคองพี่สาวทันที“พี่เป็นอะไรนะ? หน้ามืดเหรอ?”

            “เปล่า...พี่แค่...มีภาพความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้นมานะ...”

            “ความทรงจำ? ความทรงจำตอนไหน?”

            “ช่วงแรก ๆ ตอนที่โดนจับไปนะ...”

            “ตอนโดนจับไปนะเหรอ?”

            “จำช่วงเวลานั้นได้แล้วเหรอ?” ลักซ์เอ่ยถามขึ้น

            โพรทาเลียเงยหน้าขึ้นมองทุกคนที่ดูเหมือนจะรู้ถึงเหตุการณ์นั้นแต่ก็มีข้อสงสัยทำไมเธออยู่ในร่างนั้นโดยที่กว่าจะมาถึงจุดนี้เธอต้องผ่านอะไรมาเยอะแต่ตอนเด็กเธอยังไม่เจอบททดสอบพวกนั้นด้วยซ้ำ

            “ทำไมฉันถึงอยู่ในร่างนั้น...!?”

            “เจตจำนงอันแรงกล้าทำให้เธอปาฏิหาริย์ได้เสมอเราไม่รู้ว่าทำไมเจ้าถึงอยู่ในร่างนั้นได้แต่ร่างนั้นก็ทำให้เจ้าต่อกรกับแซเทิร์นได้ทำให้เราพึงพอใจว่าเจ้าเป็นคนแรกที่จะผ่านบททดสอบของเราไปได้!!”

            โพรทาเลียอ้ำอึ้งไปกับคำพูดของฮาลอนที่เชื่อมั่นในตัวเธอ โดยที่บางครั้งเธอยังไม่เคยเชื่อมั่นตัวเองเลยก่อนที่จะเอ่ยถามออกไป

            “พวกนายเชื่อแบบนั้น...แล้วอย่างเมื่อกี้ถ้าฉันไม่เลือกดาบของลักซ์...แล้วเหลือสิ่งอื่นล่ะ!?พวกนายเชื่อได้ไงว่าฉันจะผ่านมันไปได้!!!”

            “ข้าเคยบอกเจ้าแล้วนี่” ฮาลอนกล่าว “เจ้าคือพวกเรา พวกเราคือเจ้าเรารู้ว่าเจ้าจะเลือกหรือทำอะไรมันเหมือนวงเวียนชีวิตที่จะทำซ้ำไปซ้ำมาจนกว่าชีวิตเราจะจบลงพวกเราถึงเชื่อมั่นว่าเจ้าจะผ่านอุปสรรคทุกอย่างไปได้”

            คำพูดที่รู้สึกจุกอกไปหมดเธอรู้สึกวิตกกังวลไปชั่วขณะตอนที่คิดจะสร้างศาสตราวุธนั้นทำให้เธอเปลี่ยนอารมณ์ไวมากๆ จนเธอคิดว่าตัวเองคงป่วยแน่ ๆถึงอารมณ์แปรปรวนได้ขนาดนี้ก่อนจะรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่พุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็วแต่ทุกคนตรงนั้นไม่รู้สึก โฟกัสกำลังหยิบดาบสั้นอีกอันที่เธอถือมาตวัดเล่น

            “ดูสิฉันจะเอาดาบสั้นนี้แทงแซเทิร์นให้ตายคามือฉันเลยล่ะ!”

            “อย่าพูดมากดีกว่านะ ตัวเล็กแค่นี้จะไปทำอะไรได้!?”

            “ว่าไงนะ! พารา!!” โฟกัสได้ยินก็หันขวับไปหาอีกฝ่าย

            “อย่ามาย่อชื่อข้าเป็นชื่อยี่ห้อยาเชียวนะ!!” พาราซอนชี้หน้าใส่อีกฝ่ายที่อยู่ตรงหน้าเขา

            “แล้วจะทำไม!?”

             

            ทั้งสองปะทะกันด้วยสายตาจนเกิดเป็นประกายไฟเหมือนไฟฟ้ากำลังช็อกกันทุกคนกำลังสนุกสนามอย่างไม่สนใจภายนอกกันเลยนอกเว้นแต่โพรทาเลียที่หันมามองภายในโรงตีเหล็กว่าไม่มีผู้ใดแต่แรงอาฆาตนั้นพุ่งตรงมาหาเธออย่างแน่ชัดจนเธอรู้สึกเหมือนโดนดึงดูดให้ตามไปหาเจ้าของแรงอาฆาตนั้นแต่ไม่ต้องบอกว่าเป็นใครเพราะยังไงเธอก็จะไปหาอีกฝ่ายอยู่วันยังค่ำเธอก้าวข้าวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจรอบข้างแต่อย่างใดจนทุกคนต่างมองเธอกำลังวิ่งไปที่ประตู

             

            “โพรทาเลีย!!”

            “พี่ไปไหนนะ!?” โฟกัสมองพี่สาวที่กำลังวิ่งไปไหน

            โพรทาเลียเปิดประตูก่อนจะพูดบางอย่างออกมา “ไปหาเจ้าไอ้เวรที่ฉันอยากฆ่าไงล่ะ!!”

             

            สิ้นคำพูดนั้นโพรทาเลียก็พุ่งออกจากตรงนั้นไปอย่างรวดเร็วทุกคนเห็นแบบนั้นก็รีบตามออกไปอย่างรวดเร็วก่อนจะเห็นโพรทาเลียที่วิ่งออกไปเจอกลุ่มคนอยู่ที่หน้าประตูโคลอสเซียมยืนออกันเต็มไปหมดเธอเห็นแบบนั้นก็วิ่งเลี้ยวไปด้านข้างแล้วกระโดดขึ้นไปแถวผู้ชมตามขั้นต่าง ๆก่อนจะกระโดดข้ามออกนอกโคลอสเซียมไป พวกโฟกัสเห็นก็นิ่งไปชั่วขณะก่อนจะตะโกนออกมา

             

            “บ้าไปแล้ว!!!”

            “จุดนั้นมันสูงนะเว้ย!!!”

            “พี่บ้าได้ตลอดสุด!!” โฟกัสตะโกนหลังจากตกใจที่พี่สาวกระโดดออกไปแล้ว

            “กำแพงโคลอสเซียมมันสูงหลายเมตรเชียวนะ!!ยัยนั้นคิดอะไรอยู่กัน!!”

            “เลิกพูดได้แล้วตามนางไปเร็ว!!!”

             

            ทุกคนกล่าวแบบนั้นก่อนจะรีบวิ่งออกจากโรงตีเหล็กตรงไปข้างหน้าเพื่อตามโพรทาเลียไปทันใดส่วนโพรทาเลียที่กระโดดลงมาจากโคลอสเซียมก็ทำเอาคนที่อยู่แถวนั้นที่กำลังปกป้องทางเจ้าโคลอสเซียมตกใจกันยกใหญ่ว่าอะไรตกลงมาร่วมถึงพวกโอราอุสที่อยู่แถวนั้นพวกเขาเห็นคนปริศนาที่มีร่างกายสีขาวทั้งร่างกายแต่พออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมา พวกเขาก็เห็นว่าเป็นใคร

             

            “โพร!!” พี่ทั้งสามต่างมองอย่างตกตะลึงว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวเขา

            อลิซ่าเบ็ธร่างของโพรทาเลียก็ตะลึงที่เด็กคนนั้นอยู่ในร่างที่เคยต่อกรกับแซเทิร์นโพรทาเลียไม่ได้สนใจคนรอบข้างก่อนจะวิ่งออกจากตรงนั้นไป

            “โพร!! เธอจะไปไหนนะ!!”

            “ยัยน้องบ้า!!”

            “โพรทาเลีย!!”

            เสียงของทุกคนไม่ได้เข้าหูของโพรทาเลียก่อนที่จะมีกลุ่มเหล่าอดีตชาติกับโฟกัสออกมาจากข้างในโคลอสเซียมพวกโอราอุสก็หันไปมองกลุ่มคนก็เห็นหนึ่งในนั้นตัวขาวเหมือนกับโพรทาเลียไม่มีผิดพวกเขาเห็นอีกฝ่ายก็รู้ว่าเป็นใคร

            “โฟกัส!!”

            “พี่!!” โฟกัสมองพี่ทั้งสามก่อนจะเดินไปหาพวกพี่ ๆ “เห็นพี่โพรทาเลียไหม!?”

            “พึ่งวิ่งออกไปเมื่อกี้เอง!!”

            “ทำไมตัวเธอถึงเป็นสีขาวทั้งตัวนะ!!”

            “ช่างเถอะ!! หนูขอตามพี่เขาไปก่อนนะ!!”

            “แล้วโพรทาเลียกำลังไปไหนนะ!!”

            “คงไปหาแซเทิร์น!!”

            “ว่าไงนะ!!”

            “จะบ้าเหรอ!?”

            “ไปหาเจ้านั้นเดียวได้โดนฆ่าพอดี!!”

            “ไม่ต้องห่วง! พวกหนูมีวิธีจัดการหมอนั้นแล้ว!!” 

            โฟกัสกล่าวก่อนจะเตรียมวิ่งออกไปพวกอดีตชาติคนอื่นเห็นว่าอาจจะช้าถ้าไม่รีบไปบางคนที่บินได้ก็รีบลอยตัวไปข้างหน้ากันก่อนทันทีใครที่บินไม่ได้ก็หายานพาหนะตรงดิ่งไปทิศที่โพรทาเลียวิ่งไปทันใดพวกโอราอุสเห็นแบบนั้นก็ทิศจุดป้องกันโคลอสเซียมแล้วตามพวกน้องสาวไปทันใดพวกเขาจะไม่ยอมให้น้องต้องไปพบอันตรายแค่สองคนแน่ ๆ

             

            ทางด้านค่ายฮาล์ฟบลัด

            การต่อสู้เหล่าปีศาจบุกเข้ามาทางทุกเส้นทางเหล่ามนุษย์กึ่งเทพหลายตนพลาดท่าจนบาดเจ็บบางคนถึงกับเกือบตายถ้าไม่ได้คนอื่นๆ มาช่วยถึงพวกเขาจะมีจำนวนน้อย แต่ก็มีคนที่แข็งแกร่งคอยช่วยอาจารย์ไครอนและโอเซซัสช่วยกันยิงธนูจัดการพวกปีศาจที่บุกเข้ามาในค่ายพวกผู้ใหญ่บางส่วนพาเด็ก ๆ หลบหนีไปที่อื่นก็เพื่อความปลอดภัยส่วนบางคนที่บาดเจ็บถูกส่งไปสถานพยาบาลก่อนสถานพยาบาลเลยมีการป้องกันพอตัวเพราะพวกเขาบาดเจ็บเลยเป็นจุดบอดเช่นกัน

             

            “คนที่บาดเจ็บพาไปที่เตียงที่ว่างอยู่!!”

            “เตียงเต็มหมดแล้ว!!”

            “ให้นอนที่พื้นไปก่อนเลย!!”

            “นี่มาช่วยหน่อย!! ทางนี้เลือดไหลไม่หยุดเลย!!”

            “ใช้ยาห้ามเลือดสิ!!”

            เสียงแตกตื่นของเหล่าสายเลือดอะพอลโลที่ยังอายุน้อยไม่เคยที่จะได้ออกมารักษาใครบ่อยๆ ถ้าไม่ใช่พี่ ๆ ในบ้านของตนเองเป็นคนรักษา ทำให้บางคนที่ไม่เคยจัดระเบียบการรักษายิ่งวุ่นวายเข้าไปอีกพวกที่อยู่รอบสถานพยาบาลกำลังระวังพวกปีศาจหรืออสูรอะไรก็ตามที่มาทางนี้

            “อ๊ากกกก!! มียักษ์ไซคลอปส์ตรงมาทางนี้ด้วย!!”

            ทุกคนที่ได้ยินต่างตาลุกวาวสถานการณ์ย่ำแย่ของพวกเขาที่ไม่สามารถพาคนไข้ออกไปจากตรงนี้ได้หมดแน่ๆ บางคนออกมาดูว่าพวกยักษ์กี่ตนก่อนจะเห็นว่ามีสิบตนที่มาทางนี้

            “ซวยแล้ว!! คนไข้อยู่ตรงนี้เต็มเลยนะ!!”

            “จะทำไงนะ!!”

            “หรือว่าต้องทิ้งพวกเขาแล้วหนีไปเหรอ!?”

            “พวกนายจะบ้าเหรอ!? จะทิ้งพวกเราที่บาดเจ็บเนี่ยนะ!!”

            “พวกเราพยุงพวกนายหลายสิบคนไปไม่ไหวหรอกนะ!!”

            เสียงถกเถียงภายในสถานพยาบาลดังไปหมดจนทำให้เด็กคนหนึ่งรู้สึกว่าความวุ่นวายนี้เกิดจากความไม่เข้มแข็งและกำลังขวัญเสียกันหมดก่อนที่เขาจะตะโกนออกมา

            “ทุกคนเงียบ!!!!”

            เสียงนั้นทำให้ทุกคนต่างหันไปมองเด็กชายที่มีผมลอนยาวต่างมองทุกคนที่กำลังตื่นตระหนกและขวัญเสียไปหมด

            “พวกพี่ ๆ ใจเย็นกันก่อนสิ!!ทุกคนเอาแต่เถียงกันมันก็จบเห่กันตรงนี้สิ!!”

            “โนอาห์…”

            โนอาห์มองทุกคนก่อนจะออกคำสั่ง "คนที่ยังต่อสู้ไหวจงออกไปปกป้องที่นี่!!ส่วนคนที่เหลือก็รักษาคนบาดเจ็บ!!”

            “นายจะมาออกคำสั่งกับเราเนี่ยนะ!!”

            “นายยังเด็กอยู่นายไม่ได้ออกไปต่อสู้กับพวกมันนะ!!”

            “แล้วพวกพี่คิดว่าผมจะไม่ออกไปหรือไง!?”

            “คนบาดเจ็บอยู่แบบนี้ผมจะยอมให้ทุกคนมาตายกันตรงนี้เหมือนความคิดพวกพี่ที่กำลังจะปล่อยคนเจ็บไว้แล้วนี่ไปหรือไง!?”

            พวกสายเลือดอะพอลโลบางคนถึงกับหันหน้าหนีกันทันใดก่อนที่โนอาห์จะหันไปหยิบดาบที่เขาพอจะยกขึ้นมาได้

            “ผมไม่ใช่พวกนี้ที่ไม่คิดจะต่อสู้กับมันก่อนคิดจะหนี!!”

            โนอาห์รีบวิ่งออกไปจากตรงนั้นเขารู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นไงทำเอาทุกคนมองสายเลือดอะพอลโลบางคนที่จะทิ้งพวกเขานั้นทำให้บางคนที่พอจะลุกไหวลุกขึ้นมาแล้วเตรียมหยิบดาบขึ้นมา

            “โคตรผิดหวังจริง ๆ!!”

            “แม่งกล้าพูดว่าจะทิ้งพวกเราเนี่ยนะ!!”

            “เด็ก 6 ขวบยังมีสมองมากกว่าอีก!!”

            คนอื่น ๆที่ลุกขึ้นไหวกันเดินออกจากสถานพยาบาลทำเอาเด็กบ้านอะพอลโลบางคนที่สติแตกจนเผลอพูดแบบนั้นออกไปรู้สึกละอายใจของตนเองโนอาห์กับคนอื่น ๆ กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แอนนาเบ็ธที่อยู่แถวประตูมิติก็รีบวิ่งมาทันใดเธอเห็นพวกยักษ์ไซคลอปส์กำลังมาทางนี้

            “ทุกคนเตรียมตัว!! เราจะโจมตีพวกมัน!!เด็กคนไหนยิงธนูเปิดมาอยู่ข้างหน้าโจมตีก่อนเร็ว!!” แอนนาเบ็ธเรียกเด็กที่เก่งธนูออกมาแต่ไม่มีใครออกมา “เกิดอะไรขึ้น!?”

            “พวกนั้นปอดแหกไปแล้วคุณแอนนาเบ็ธ...เหลือแค่พวกที่ใช้อาวุธทั่วไปแล้ว!!”

            “ว่าไงนะ!!” แอนนาเบ็ธหันไปมองเด็ก ๆคนอื่นที่อยู่ภายในสถานพยาบาลที่เอาแต่มองเธอเคยเจอสถานการณ์นี้เธอเข้าใจก่อนจะเปลี่ยนแผนก “งั้นลุยกันเลย!!!”

            “โอ๊ส!!!”

             

            ทุกคนต่างยกดาบของตนเองขึ้นมาพร้อมกับวิ่งตรงไปข้างหน้าพวกเขากำลังจะต่อสู้กับพวกปีศาจแต่ก็มีบางอย่างลอยตัดหน้าพวกเขาไปอย่างรวดเร็วก่อนจะไถลลงพื้นแอนนาเบ็ธกางมือออกหยุดเด็ก ๆทุกคนก่อนจะมองไปที่สิ่งที่ลอยตัดหน้าคือเด็กสาวผมสีทองที่กำลังตวัดดาบไปด้านข้างอย่างรวดเร็วพวกยักษ์ทั้งหลายก็สลายหายเป็นผงไปอย่างรวดเร็วทุกคนต่างมองอย่างอ้ำอึ้งก่อนที่เธอจะหันไปหาพวกคุณแอนนาเบ็ธ

             

            “คุณยายไม่เป็นอะไรนะคะ”

            “เอ๊ะ? คุณยาย?” แอนนาเบ็ธมองเด็กสาวตรงหน้าที่กำลังเดินมาหาตนเอง

            “อ๊ะ...หนูลืมไป...หนูเองค่ะ คาเร็นน่า”

            “คาเร็น!?”

            “ค่ะ...คุณย่าไม่เป็นอะไรมากนะคะ”

            “ไม่เป็นไรจ้ะ...แต่ว่าหลาน...” แอนนาเบ็ธมองหลานสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าที่พอโตแล้วสวยมากๆ แต่ทำไมอยู่ในร่างผู้ใหญ่

            “อ๊ะ...หนูมีเหตุผลที่อยู่ร่างนี้นะคะ...”

            “เหตุผล...” คาเร็นน่ากำลังจะกล่าวบางอย่างก่อนจะรู้สึกถึงบางอย่าง“หนูขอตัวก่อนนะคะคุณย่ารีบไปหาที่ปลอดภัยนะคะ”

            "คาเร็น-"

            แอนนาเบ็ธกำลังจะหยุดให้หลานไม่ไปไหนแต่เจ้าตัวกับรีบวิ่งออกไปแถวโรงตีเหล็กที่มีเด็ก ๆกำลังโดนพวกปีศาจกำลังโจมตีเธอก็จัดการพวกมันได้อย่างรวดเร็วเธอพุ่งไปตามสถานการณ์ต่าง ๆในค่ายที่มีคนเดือดร้อนจนกระทั่งเธอเกือบโดนโจมตีจนกระทั่งพี่ชายเข้ามาขัดขวางทันที

            “พี่!!”

            “ระวังหน่อยสิ!!” เดวิคกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้นแล้วฟาดสายฟ้าใส่ปีศาจทันทีพวกปีศาจกลายเป็นขี้เถ้าไปทันใด ก่อนที่เขาจะมองเธอ “ถึงว่าเธอหายไปไหน? ออกมาทำอะไรแบบนี้เนี่ยนะ?”

            “พูดอย่างกับพี่ไม่ทำเลยเนอะ?”

            “หึ...เรากลับไปที่บ้านพักกัน”

            คาเร็นน่าเกือบจะเอ่ยถามว่าจะไปที่นั่นทำไมจนเธอนึกได้ว่าตอนนี้ที่นั่นเป็นอะไรอยู่ตอนนี้

            “พวกเขาสองคนยังไม่จบอีกเหรอ?”

            “ใช่! ไปกัน!!” 

             

            เดวิคจับมือน้องสาวแล้วก็จะพาลอยกลางอากาศแล้วพาพุ่งตรงไปยังสถานที่ที่เขาจะไปในทันใด ตลอดทางคาเร็นน่าขอให้พ่อจัดการในจบ ๆโดยไม่มีคนต้องตายดีที่สุดเมื่อบินไปตามทางเห็นผู้คนหลังต่อสู้กับพวกปีศาจกันอย่างดุเดือดเสียงเหล็กกระทบกันอย่างต่อเนื่องจนได้ยินเสียงอันดุเดือดยิ่งกว่ากำลังฟาดฟันทั้งสองค่อย ๆ ลอยตัวลงอย่างช้า ๆการต่อสู้อันดุเดือดตรงหน้ากำลังเกิดคลื่นเสียงกระโชกอย่างต่อเนื่องทุก ๆ การปะทะฟีนีอุสพลาดการป้องกันก็มีเจ็บตัวเป็นบางครั้งแต่อีกฝ่ายมีช่องว่างเสมอเพราะสายตามองที่เขาอย่างเดียวเหมือนอยากตั้งใจฆ่าเขาคนเดียวนั้นทำให้ฟีนีอุสสามารถจัดการอีกฝ่ายได้ง่ายๆ ก่อนที่เขาจะสาดการโจมตีอันต่อเนื่องทันที

             

            “อย่าคิดว่าฉันจะยอมนาย!!สิ่งที่นายพูดก่อนหน้ามันคืออะไรกัน!!”

            “อึก!!ทำไมแกอยากรู้หรือไงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับโพรทาเลีย”

            “คนรักจะเป็นอะไร มีหรือว่าใครจะไม่อยากรู้นะ!!”

            ดีแลนได้ยินคำพูดอีกฝ่ายที่บอกว่าคนรักทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดกับคำนั้นสุด ๆ คนที่จะเรียกโพรทาเลียว่าที่รักได้มีแต่เขาเท่านั้น

            “อย่ามาเรียกโพรทาเลียว่าที่รักต่อหน้าฉัน!!! ไอ้สวะ!!”

            “ใครสวะกันแน่!!”

             

            ฟีนีอุสกล่าวพร้อมกับตวัดดาบไปหาอีกฝ่ายด้วยรัศมีตรงกับคอทันทีแค่อีกฝ่ายก็รีบก้มหลบแล้วตวัดขาตัวเองจะสกัดขาอีกฝ่ายให้ล้มแต่ฟีนีอุสก็กระโดดหนีทันแล้วใช้ขาข้างหนึ่งกระทืบข้างอีกฝ่ายทันทีจนดีแลนร้องออกมาอย่างเจ็บปวดดีแลนเงยหน้ามองอีกฝ่ายแล้วใช้ดาบพุ่งไปหาอีกฝ่ายฟีนีอุสหมุนดาบตวัดป้องกันจนเขารู้สึกถึงการสั่นที่สะท้านผ่านมือของเขาที่จับดาบคาเร็นน่าเห็นการต่อสู้ของพ่อและอีกฝ่ายทำให้เธอเป็นห่วงเขามาก ๆว่าจะผ่านไปได้ไหม จนเธออยากเข้าไปช่วยก่อนที่พี่ชายจะเอามือมากักไม่ให้เธอผ่านเข้าไปในการต่อสู้ตรงหน้า

             

            “พี่!!”

            “อย่าเข้าไปขัดการต่อสู้ของพ่อเขา!!”

            “แต่ถ้าไม่ช่วยตอนนี้เกิดพี่ดีแลนทำอะไรพ่อขึ้นมาจะทำไง!?”

            “หึ! เธอไม่เชื่อใจพ่อหรือไง?”

            “ฉันเคยบอกพี่นะ ฉันไม่เชื่อ เพราะสิ่งรอบข้างทำให้เราพลาดได้เสมอนะ!!”

             

            เกร๊ง!!!

             

            ทั้งสองคนต่างหันไปมองอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเห็นดาบของหนึ่งในนั้นกำลังลอยขึ้นสูงก่อนจะตกลงมาปัดลงที่พื้นอย่างรวดเร็วชายที่ได้เปรียบก็จ่อดาบไปข้างขออีกฝ่าย ชายผิวขาวซีดดวงตาสีแดงจ้องมองชายผมทองที่ทำให้เขาเสียท่าฟีนีอุสหอบหายใจอยู่นานเขาไม่ได้หายใจตลอดการโจมตีเขาตั้งใจจนไม่ได้หายใจเขาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าไม่พอใจก่อนจะเอ่ยถามถึงสิ่งที่อีกฝ่ายเคยพูดทำให้เขาอยากรู้

             

            “จงบอกมา!? คำทำนายที่นายพูดก่อนหน้ามันหมายความว่าไง!?”

            “คำทำนายไหน?”

            “แกบอกว่าเราจะไม่สามารถเจอกับโพรทาเลียอีกมันหมายความว่าไง!?” ฟีนีอุสดันดาบกดไปที่ริมคออีกฝ่ายจนมีเลือดซึมออกมา

            “หึ!!” ดีแลนมองอีกฝ่ายถามถึงคำทำนายที่เขาแอบได้ยินจากแซเทิร์นนั้นทำให้เขารู้สึกน้ำตาอยากไหลออกมาแต่ก็ต้องฝืนทน“ก็หมายถึงเธอจะไม่กลับมาหลังจากที่เธอจัดการกับแซเทิร์นได้ไงล่ะ!!”

            ฟีนีอุสตาลุกวาวเมื่อได้ยินแบบนั้นก่อนที่เขาจะมองไปหาลูกทั้งสองคนพร้อมกับตะโกนให้ลูกๆ เตรียมตัวไปที่เขาโอลิมปัสกันเขาเดินออกจากตรงนั้นโดยไม่สนใจดีแลนแล้วแต่นั่นกลายเป็นจุดบอดที่เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะโจมตีเขาเดวิคกับคาเร็นน่าเห็นอีกฝ่ายกำลังลุกขึ้นมาพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่เล็บกำลังงอกยาว

            “พ่อ!! ระวังข้างหลัง!!!”

            “!!!”

             

    จบตอนที่ 138 โปรดติดตามตอนที่ 139ต่อไป

    -----------------------------------------------------------------------------------

    ข้อความจากนักเรียน

            อีกไม่นานจะจบแล้วนะคะ

    คล้ายกับเรื่อง[FanFic Percy Jackson รุ่นลูก] สายเลือดแห่งโพไซดอนที่หายสาบสูญ [รีไลฟ์] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663