ตอนที่ 40: ศึกใน
ยามบ่ายคล้อยทอดเงาแสงสีแสดหม่นและเทาครึ้มปกคลุมลานประชุมใหญ่กลางค่ายรบป่าไผ่ สายลมหนาวเย็นยะเยือกพัดหวีดหวิวพาเอาใบไผ่แห้งลอยปลิวว่อนผ่านผืนดินแดงเฉอะแฉะ บรรยากาศรอบข้างยามนี้อบอวลไปด้วยความอึดอัด ตึงเครียด และหวาดผวาอย่างรุนแรงเมื่อข่าวลือด่วนเรื่องกองทัพหลวงข้าศึกจำนวนห้าร้อยนายของรองแม่ทัพอู๋กวนเตรียมเคลื่อนพลบุกกวาดล้างค่ายป่าไผ่ในคืนวันพรุ่งนี้ เกิดรั่วไหลหลุดรอดออกไปสู่หูของชาวค่ายอย่างรวดเร็วปานไฟลามทุ่งยากจะควบคุมขัดขวาง
ความตื่นตระหนกกลัวตายทำให้ชาวบ้านนับร้อยพากันเสียสติ ลนลานจับกลุ่มโวยวายด้วยความสับสนสิ้นหวัง หญิงชรากุมอกสวดอ้อนวอนร้องขอพรแก่ทวยเทพป่าไผ่ เด็กเล็กๆ ร้องไห้สะอื้นกอดตักมารดาแน่นหนาด้วยความตระหนกต่อภัยสงคราม เกิดกระแสปั่นป่วนวุ่นวายโกลาหลระส่ำระสายทั่วทั้งขอบเขตค่ายป่าไผ่ ดั่งว่าความล่มสลายคืบคลานเข้ามาใกล้
ฉับพลันนั้นเอง กลุ่มทหารบ้านและคนเฒ่าคนแก่ที่เป็นพรรคพวกลิ่วล้อเก่าของผู้ใหญ่บ้านกบฏที่ถูกจับกุมขังคุก ได้ทีฉวยโอกาสอันตรายนี้ออกโรงปั่นหัวยุยงปลุกปั่นชาวบ้านกลางลานกว้างอย่างบ้าคลั่งหวังทวงคืนอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตนกลับคืนมาสยบเป้า
"พวกเราฟังทางนี้! ค่ายป่าไผ่แห่งนี้กำลังจะพินาศย่อยยับเพราะไอ้เป้าคนนอกมันไปก่อศึกก่อแค้นไว้กับแคว้นพยัคฆ์ทมิฬ! ทัพหลวงข้าศึกยกมาตั้งห้าร้อยนาย เกราะม้าศึกเหล็กกล้ายุทโธปกรณ์ครบครัน พวกเราทหารบ้านป่าธรรมดาจะเอาตัวรอดได้อย่างไรถ้ายังดึงดันจะสู้รบตามมัน! ข้าเสนอให้พวกเราร่วมมือกันจับตัวไอ้เป้า มัดร่างมันส่งไปประเคนให้รองแม่ทัพอู๋กวนเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการละเว้นโทษตายรักษารอดชีวิตพวกเราเดี๋ยวนี้! บารมีเก่าของผู้ใหญ่บ้านยังช่วยต่อรองได้ ส่งตัวไอ้เป้าไป แลกกับชีวิตรอดของพวกเราทุกคน!" ลิ่วล้อคนหนึ่งตะโกนก้องชูดาบปั่นหัวเรียกร้องหาแนวร่วมอย่างไม่กลัวเกรงบาปกรรม
ชาวบ้านหลายคนที่กลัวตายและไร้ที่พึ่งทางใจต่างถูกคำพูดยุยงนั้นครอบงำ พากันส่งเสียงโห่ร้องกดดันประสงค์จะเข้าจับกุมเป้าเพื่อนำตัวไปส่งข้าศึกเอาชีวิตรอดโดยเร็ว
*ตึก... ตึก... ตึก...*
ฝ่าเท้าหนาแกร่งก้าวเดินเหยียบย่ำดินโคลนสีแดงอย่างมั่นคง เป้า ขุนศึกหนุ่มหัวหน้าค่ายคนใหม่ ก้าวเดินลงมาจากกระท่อมกองบัญชาการมาหยุดตระหง่านอยู่กึ่งกลางลานกว้างท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทรงพลัง และนิ่งสงบ ดุจศิลาทมิฬอันหนาใหญ่ที่ไม่มีวันสั่นคลอนต่อพายุร้ายรอบข้าง แววตาคมกริบดุจพยัคฆ์สะท้อนแสงแสดทอประกายเด็ดเดี่ยวไม่เกรงกลัวกระแสความเกลียดชังและการข่มขู่ประสงค์ร้ายรอบด้านเลยแม้แต่น้อยสร้างความเกรงขามข่มขวัญลิ่วล้อไปกึ่งหนึ่งทันควัน
ทหารบ้านสมุนเก่าสามสี่คนขยับชักดาบจะพุ่งเข้าหาหมายควบคุมตัวเป้า ทว่าเป้าไม่ได้ขยับตัวชกต่อยหรือใช้พละกำลังสิบสองชั่งทำร้ายชาวบ้านร่วมค่ายที่ถูกปั่นหัวล่อลวง ชายหนุ่มเพียงชูม้วนกระดาษสัญญาลับสีแดงของผู้ใหญ่บ้านกบฏที่ถืออยู่ขึ้นมาแผ่เปิดคลี่กว้างอ่านรายละเอียดเสียงดังกึกก้องสู้ลมเขาอย่างเฉียบขาด
"พวกเอ็งคิดจริงๆ รึว่า หากส่งตัวข้าเป้าใหญ่ผู้นี้ไปให้แคว้นพยัคฆ์ทมิฬแล้วพวกเอ็งทุกคนจะรอดพ้นความตายและอยู่อย่างสงบสุขได้?!" เป้าแผดเสียงทุ้มลึกก้องกังวานสยบเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเสียงโกลาหลจนลานประชุมเงียบกริบลงทันตาเห็นปานเสียงสวรรค์ผ่า
ขุนศึกหนุ่มชี้ม้วนสัญญาอ่านรายละเอียดข้อตกลงเปิดโปงความจริงอย่างเด็ดขาดและจริงใจไร้หน้ากาก
"ลืมตาตื่นตาสว่างกันได้แล้วพี่น้องเอ๋ย! ดูเนื้อความในสัญญาขายค่ายฉบับนี้สิ! บิดาของแม่หญิงชงโคได้ลงนามลายเซ็นและลายนิ้วมือยอมรับข้อตกลงขายพวกเอ็งทุกคนให้แคว้นข้าศึกเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนข้าจะมา! ในข้อตกลงระบุชัดเจนว่า... หากค่ายป่าไผ่แตกพ่าย ชาวบ้านชายฉกรรจ์ทุกคนในค่ายจะต้องถูกล่ามโซ่ตรวนส่งตัวไปเป็นทาสแรงงานขุดเหมืองหินกลางภูเขาพิษของข้าศึกจนตายตกตามกัน ส่วนพวกผู้หญิงและเด็กสาวในหมู่บ้าน ก็ต้องตกเป็นทาสเชลยศึกคอยปรนเปรอบำเรอกามพวกทหารหลวงข้าศึกอย่างทารุณไร้ค่าไร้ศักดิ์ศรีของมนุษย์! พวกมันจ้องจะเหยียบย่ำบดขยี้และทำลายล้างพวกเราตั้งแต่แรกอยู่แล้ว! การส่งตัวข้าไปไม่ได้ช่วยชีวิตพวกเอ็ง แต่คือการเร่งส่งตัวเอ็งและลูกเมียลงสู่นรกทาสที่ไร้ค่าไร้ศักดิ์ศรีของความเป็นคนต่างหากเล่า!"
คำกล่าวเตือนสติทรงพลังน้ำเสียงทุ้มทำเอาชาวบ้านสะอึกตกใจ แววตาที่เคยเกลียดชังระแวงของชาวบ้านเปลี่ยนเป็นหวาดสะพรึงระคนสลดใจเมื่อตระหนักถึงความโกรธแค้นของความจริงในสัญญาขายชาติที่แลกเศษความสบายของผู้ใหญ่บ้านทรยศ
เพียงชั่วอึดใจนั้น ร่างระหงสะคราญตาของแม่หญิงชงโคนำหน้าแม่หญิงมะลิและแม่หญิงกระดังงาก้าวเท้ามั่นคงออกมายืนขนาบข้างกายซ้ายขวาของเป้าอย่างภาคภูมิใจ ชงโคชูดาบเหล็กในมือขึ้นชี้กวัดแกว่ง แววตาคู่งามนองไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความปวดร้าวใจเรื่องบิดาบังเกิดเกล้า ทว่าน้ำเสียงของนางกลับเด็ดเดี่ยว ทรงพลัง และกร้าวแกร่งดังก้องลานประชุมดึงดูดใจผู้ฟังจนขนลุกซู่
"พี่น้องค่ายป่าไผ่ทุกคน!... บิดาผู้บังเกิดเกล้าของข้าทำเรื่องขายชีวิตพวกเราเพื่อเงินทองและที่ดินของแคว้นข้าศึกตัวคนเดียว! แต่ชายหนุ่มตรงหน้าข้า... พี่เป้าผู้นี้! ยอมปีนข้ามหน้าผารับแรงดาบ เอาร่างกายแกร่งและแผ่นหลังหนาลงไปต้านรับคมหอกคมหนามข้าศึกจนหักสะบั้นเพื่อดึงรั้งช่วยชีวิตทหารบ้านของพวกเราไม่ให้ร่วงตกเหวตาย! สามีของข้าเอาชีวิตแลกเพื่อปกป้องพวกเราเสมอมา! ยามนี้พวกเราจะยอมคุกเข่าก้มหัวกราบกรานขอชีวิตอย่างขลาดเขลาไปเป็นทาสเชลยศึก หรือจะจับดาบลุกขึ้นสู้อย่างมีเกียรติเคียงข้างหัวหน้าค่ายรบคนใหม่ของพวกเราเพื่ออิสรภาพของลูกหลานพวกเรา!"
มะลิและกระดังงาชูดาบเคียงข้างกู่ก้องยืนยันคำปฏิญาณอย่างจริงใจและกล้าหาญพร้อมรบ
"พวกเราพร้อมสู้ตายเคียงบ่าพี่เป้า! ดีกว่าคุกเข่าให้พวกทรยศข้าศึกมาบำเรอกามไร้ศักดิ์ศรี!" มะลิประกาศกร้าวด้วยดวงตาเฉียบคมสลักใจร่วมกับกระดังงาที่พยักหน้ารับอย่างหนักแน่นไม่หวาดหวั่นต่ออันตราย
คำปราศรัยสะเทือนจิตใจและเด็ดเดี่ยวของชงโคช่วยปลุกจิตวิญญาณสู้ตายระเบิดขึ้นในก้นบึ้งหัวใจชาวค่ายป่าไผ่จนหมดสิ้นขจัดความหวาดกลัว ทหารบ้านฉกรรจ์ที่เคยเห็นความถึกทนกล้าหาญของเป้าต่างแผดเสียงโห่ร้องสนับสนุนเสียงดังกึกก้องสู้ลมเขา
"พวกเราไม่ยอมเป็นทาส! พวกเราจะสู้รบเคียงข้างพี่เป้าสู้ตายเพื่อค่ายป่าไผ่ของพวกเราทุกคน!"
กระแสอารมณ์พลิกกลับทางทันควัน ชาวบ้านต่างตาสว่างและส่งเสียงกู่ก้องสนับสนุนเป้าเป็นหนึ่งเดียว กลุ่มลิ่วล้อเก่าของผู้ใหญ่บ้านกบฏที่พยายามปั่นหัวทรยศรัฐประหารเงียบต่างหน้าถอดสีซีดขาว ถูกชาวบ้านและทหารบ้านกรูกันรุมล้อมจับกุมตัวคุมขังส่งเข้ากรงขังใต้อาคารทันควันขจัดกวาดล้างอิทธิพลหนอนบ่อนไส้จนค่ายป่าไผ่กลับมาใสสะอาดหมดจด
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องผนึกสามัคคีลั่นลานค่ายป่า หน้าต่างระบบโปร่งแสงสีทองแสนป่วนประสาทพลันเด้งผุดสว่างวาวขึ้นมาตรงหน้าเป้าทันทีอย่างกะทันหัน
*“ติ๊ง!! สยบการรัฐประหารเงียบทรยศภายในบ้านและสสลักใจชาวบ้านให้อยู่หมัดได้สำเร็จงดงามปานเทพแห่งผู้นำรบโบราณ! ยินดีด้วย ได้รับแต้มสะสมพลังผู้นำบวกเพิ่ม 100 แต้ม ส่งผลให้แต้มสะสมระบบโบราณรวมสะสมของโฮสต์แมงดาหนุ่มรูปงามพุ่งขึ้นถึง 3400 แต้มเรียบร้อยแล้วจ้า! (สเตตัสยังคงแกร่งถึกทนทาน: วิชา กายาเหล็กทมิฬ ระดับ 2 ขั้นที่ 9 พละกำลัง 12.0 ชั่ง) พร้อมรบศึกกู้ค่ายวันพรุ่งนี้คืนเพ็ญเต็มดวงแล้วนะจ๊ะโฮสต์แมงดา!”*
เป้าแสยะยิ้มบางๆ ปัดภาพระบบสีทองเลือนหายไป แววตาคมกริบกวาดมองความฮึกเหิมของฝูงชนด้วยความพึงพอใจ ขุนศึกหนุ่มหันขวับสั่งการทหารบ้านอย่างเฉียบขาด ดุดัน มุ่งมั่นรบศึกสงครามปลุกเร้าอารมณ์รักและสามัคคี
"พี่น้องทุกคนฟังคำสั่ง! เร่งแบ่งกำลังทหารบ้านออกเป็นสามหน่วย หน่วยแรกคอยจัดเตรียมวางทุ่นระเบิดดินประสิวและถมศิลาซุ่มด่านป่าทิศตะวันตก หน่วยที่สองดัดแปลงโครงหน้าไม้กลและเตรียมบรรจุกระสุนปืนไฟคาบศิลาเพื่อประสานแนวแนวรบป่าเขา หน่วยสุดท้ายคอยเฝ้าระวังเวรยามด่านในอย่างเข้มงวดที่สุด!"
"น้อมรับคำสั่งหัวหน้าค่ายเป้า!"
ค่ำคืนนี้ ค่ายป่าไผ่กลับมารวมพลังเป็นปึกแผ่นแกร่งกร้าวกว่าครั้งใดๆ เป้าก้าวเดินกลับเข้าสู่กระท่อมกองบัญชาการ หันมองสตรีทั้งสาม ชงโค มะลิ และกระดังงาที่ยืนเคียงคู่ด้วยแววตาอบอุ่น อ่อนโยน และแน่วแน่ สี่ชีวิตกุมมือกอดร่างปลอบประโลมร่วมใจกันอย่างลึกซึ้ง ความระหองระแหงขัดแย้งในอดีตมลายสิ้น ยามวันพรุ่งนี้คืนเพ็ญจันทร์เต็มดวง ศึกหลวงใหญ่ข้าศึก 500 นายจะโจมตีค่ายป่า... และพวกมันจะต้องรู้ซึ้งว่า การท้าทายเป้าใหญ่และสตรีรักของเขา... จะแลกมาด้วยความพินาศย่อยยับของกองทัพพวกมันทั้งหมดชั่วนิรันดร์อย่างเด็ดขาดไม่มีข้อยกเว้น!