บทที่ 12 คำพูดประจบสอพลอเผชิญหน้าได้ดีที่สุด!
“ไม่ได้!”
อาจารย์เผยตอบกลับอย่างเยือกเย็น
ลู่จิ่วอันรู้มาจากสะใภ้อ้วนว่าอาจารย์เผยเป็คนที่ไม่น่ายุ่งด้วยสักเท่าไหร่ เมื่อได้เห็นกับตาแล้วก็ไม่เกินจริงอย่างที่เขาบอก แล้วเธอจะทำอย่างไรดีล่ะ?
ถึงเธอจะก่ออิฐเองได้ แต่ก่อเตาเองไม่ได้นี่สิ!
หากจะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ก็ต้องทำตัวให้สุภาพหน่อย
“อาจารย์เผยคะ เมื่อวานฉันพึ่งย้ายมาอยู่ศูนย์อนุรักษ์ยวนยางฉือ เตาที่ฉันมีอยู่ในบ้านควันฟุ้งไปหมด ฉัน…”
อาจารย์เผยเอ่ยด้วยท่าทีเ็าเช่นเคย “ฉันไม่ใช่ช่างทำเครื่องครัว”
“อาจารย์เผย…” ลู่จิ่วอันเอ่ยเรียก
ชายชรายังคงไม่เปลืองน้ำลายพูดอะไร ทำเพียงปลดสายจูงสุนัขออก
“ต้าหวง ส่งแขก”
เมื่อต้าหวงได้ยิน มันก็ก้าวเดินอย่างหนักแน่นตรงไปยังหน้าลู่จิ่วอัน ก่อนเห่าโฮ่ง ๆ เสียงดังเหมือนขับไล่!
แม้ลู่จิ่วอันจะไม่กลัวหมา แต่ก็ไม่กล้าอยู่ในบ้านอาจารย์เผยต่อเช่นกัน ทำได้แค่เร่งรีบเดินออกมาด้วยความโกรธแค้นเท่านั้น
เมื่อเดินออกมาจากที่อยู่ของอาจารย์เผยแล้ว หญิงสาวไม่ได้กลับบ้านตนในทันที แต่กลับเดินตรงไปยังบ้านสะใภ้อ้วนอีกครั้ง
“พี่สะใภ้~”
สะใภ้อ้วนโบกสะบัดมือ พูดกับลู่จิ่วอันที่ยืนอยู่หน้าลานบ้าน “จิ่วอัน ฉันจะแนะนำพวกเขาให้เธอรู้จักหน่อย ท่านนี้คือภรรยาของผู้อำนวยการกู้ อีกท่านคือหลานสาวของผู้อำนวยการกู้ ชื่อว่ากู้เจียวเจียว”
กู้เจียวเจียวสวมชุดเดรสสีฟ้าครามลายดอก ผมถักเปียสองข้าง เมื่อเห็นลู่จิ่วอัน เ้าหล่อนก็ใช้สายตามองสังเกตลู่จิ่วอันั้แ่หัวจรดเท้า
ลู่จิ่วอันสวมเสื้อที่ใส่อยู่บ้านเก่าเป็ประจำกับกางเกงสีดำ มองดูทั้งตัวรวม ๆ แล้วเชยชะมัด
คนแบบหล่อน เอาอะไรมาเหมาะสมกับคนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีแถมยังสุภาพเรียบร้อยและมีมารยาทแบบเซี่ยอวิ้นหนิงกัน?
ดอกฟ้ากับหมาวัดชัด ๆ
“คุณนายคะ หล่อนคือลู่จิ่วอัน ภรรยาที่พึ่งแต่งงานกับเซี่ยอวิ้นหนิงไปหมาด ๆ ค่ะ”
ภรรยาผู้อำนวยการั้แ่รู้ว่าเซี่ยอวิ้นหนิงจะแต่งงานกับลู่จิ่วอันจึงปฏิเสธแต่งกับหลานสาวของหล่อนมาตลอด เห็นลู่จิ่วอันตัวเป็ ๆ แล้ว ยิ่งมองก็ยิ่งขัดตา
“ลู่จิ่วอัน จบอะไรมาล่ะ?”
“ฉันเรียนถึงป.3 ค่ะ”
หญิงสาวไม่ได้เลี่ยงตอบคำถามเกี่ยวกับการศึกษาของตน ชาติก่อนตอนที่เธอเป็ประธานองค์กรจิ่วอวิ้น ประชาชนทั่วแคว้นล้วนรู้ดีว่าแม้แต่ประถมเธอก็ยังเรียนไม่จบ ก็ไม่มีอะไรน่าขายหน้านี่
“ฉันจำได้ว่าเซี่ยอวิ้นหนิงน่าจะจบปริญญาตรีมานะ พวกเธอคุยภาษาเดียวกันไหมเนี่ย?” ภรรยาผู้อำนวยการเอ่ยอย่างเหน็บแนม
ลู่จิ่วอันเอ่ยตอบอย่างมีกาลเทศะ “คุณนายคะ มันเป็เื่ส่วนตัวของสามีภรรยาคู่เรา ฉันว่าเซี่ยอวิ้นหนิงก็คงไม่อยากให้คนนอกรู้สักเท่าไหร่หรอกนะคะ”
ภรรยาผู้อำนวยการคาดไม่ถึงว่าหญิงสาวจากบ้านนอกคอกนาจะต่อปากต่อคำได้ถึงขนาดนี้?
ั้แ่สามีเธอได้ขึ้นเป็ผู้อำนวยการ ก็ไม่มีใครกล้าหักหน้าเธอมาก่อน!
ในสวนอนุรักษ์ยวนยาง อำนาจที่มีในมือเธอเองนับว่ามากโข
“เธอกับเซี่ยอวิ้นหนิงก็เหมาะสมกันดีนะ” ตรงที่ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีเหมือนกันน่ะ!
ลู่จิ่วอันตั้งใจบิดเบือนความหมายที่คุณนายเขาจะสื่อ เสแสร้งใก่อนพูด “ที่ไหนได้ คุณนายก็รู้สึกว่าฉันกับเซี่ยอวิ้นหนิงก็เหมาะสมกันสินะคะ งั้นก็ดีเลย ฉันยังกังวลว่าคนในศูนย์อนุรักษ์จะคิดว่าฉันไม่เหมาะกับเขาหรือเปล่า? ถัดจากนี้ไป ถ้ามีใครมานินทาฉันข้างหูนะ ฉันจะบอกเขาว่าคุณนายภรรยาผู้อำนวยการพูดเองกับปากว่าพวกเราสองคนเหมาะสมกันมาก พวกเธอที่นินทาฉันน่ะ ทำได้อย่างฉันรึเปล่าล่ะ!”
สะใภ้อ้วนจิกต้นขาของตนแน่น กลัวจะหลุดหัวเราะออกไป
หล่อนเองก็ขัดหูขัดตากับยัยคุณนายคนนี้เหลือเกิน อาศัยความเป็ภรรยาผู้อำนวยการมาเซ็นของร้านหล่อนอยู่บ่อย ๆ
บอกว่าเซ็นไว้ก่อน อีกหน่อยค่อยคิดรวมกัน!
แล้วเป็ยังไงล่ะ?
สิ้นปีแล้วก็ยังพูดเหมือนเดิม!
หลายครั้งที่อยากได้อะไร หล่อนก็ต้องได้ แต่ดีสามีหล่อนกลับต้องเป็คนคอยปรามอยู่บ่อยครั้ง
สุดท้ายแล้วคนที่ต้องจ่ายก็คือท่านผู้อำนวยการอยู่ดี
ตัวแมลงมอดในส่วนรวมแบบนี้ต้องรีบกำจัดให้หมดซาก
คุณนายได้ยินคำที่ลู่จิ่วอันพูดก็โกรธจนเืขึ้นหน้า สุดท้ายแล้วหล่อนก็ดูออก หญิงสาวบ้านนอกคนนี้โง่ชะมัด แม้แต่คำพูดที่เธอจะสื่อความหมายจริง ๆ ของมันคืออะไรก็ยังฟังไม่ออก
“ได้ข่าวว่าเธอไปหาอาจารย์เผยให้ช่วยก่อเตาให้นี่? อาจารย์แกพูดยังไงบ้างล่ะ?”
กู้เจียวเจียวนั่งข้างภรรยาผู้อำนวยการ ก่อนเอ่ยเสียงหวาน “คุณอาคะ หล่อนต้องโดนอาจารย์เผยปฏิเสธมาแน่เลยค่ะ เมื่อกี้ฉันยังได้ยินเสียงต้าหวงเห่าอยู่เลย!”
คุณนายเ้าหล่อนอยากแสดงถึงอำนาจความเป็ภรรยาผู้อำนวยการของตน พูดอย่างโอหังว่า “ถ้าพวกเธออยากก่อเตาใหม่ งั้นฉันไปช่วยพูดกับอาจารย์เผยอีกรอบดีไหม? อาจารย์เผยไม่ไว้หน้าคนอื่นหรอก นอกจากฉันน่ะ”
“ความหวังดีของคุณนาย ฉันขอน้อมรับน้ำใจนะคะ ฉันเป็เพียงคนที่เพิ่งมาใหม่ จะทำตัวเป็สุนัขจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือได้อย่างไรกัน?” หลังลู่จิ่วอันพูดจบ ก็แสร้งเกรงใจที่จะขอนั่งลงข้าง ๆ กู้เจียวเจียว พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเป็กันเองและท่าทางจริงใจว่า “คุณครูกู้คะ ฉันเรียนมาน้อย ฉันก็ไม่รู้เสียด้วยสิว่าสำนวนนี้ฉันใช้ถูกหรือเปล่า? คุณนายคะ ฉันก็เรียนหนังสือมาไม่กี่ปี ถ้าหากฉันพูดอะไรผิดไป คนมีน้ำใจกว้างแบบคุณนาย ก็อย่าถือสาคนบ้านนอกคอกนาแบบฉันเลยนะคะ”
คุณนายภรรยาผู้อำนวยการโมโหหน้าดำหน้าแดง
หล่อนหยิบม้วนทิชชูบนโต๊ะที่พึ่งซื้อ ก่อนเดินหุนหันออกไปด้วยความโกรธ
กู้เจียวเจียวไม่อยากนั่งอยู่ตรงนี้ต่อ จึงลุกขึ้นเดินเร็วตามคุณนายออกไป
“คุณอา ดูสิ ฉันแค่พูดว่าหล่อนเหมาะกับเซี่ยอวิ้นหนิงตรงไหนเอง?”
ความขัดแย้งระหว่างภรรยาผู้อำนวยการกับลู่จิ่วอัน ก็จบลงเพียงเท่านี้
“เจียวเจียว พวกเขาไม่มีทางอยู่ด้วยกันได้นานหรอก!”
รอหล่อนกลับไปพูดให้สามีฟังก่อนเถอะ จะให้จัดการสั่งเซี่ยอวิ้นหนิงไปทำงานที่ทั้งเหนื่อยทั้งสาหัส แล้วหล่อนจะคอยดูว่าคู่สามีภรรยาที่กัดก้อนเกลือกินมาด้วยกันนั้น จะไปด้วยกันได้สักกี่น้ำ…
ลู่จิ่วอันยืนอยู่หน้าลานบ้าน มองแผ่นหลังสองคนที่พึ่งเดินจากไป เหมือนดั่งอะไรก็ไม่เข้าใจสักอย่าง พร้อมเอ่ยอย่างเนือย ๆ ว่า “พี่สะใภ้ ฉันไม่ได้พูดอะไรผิดไปใช่ไหม?”
สะใภ้อ้วนไม่เอ่ยคำใด
หล่อนตั้งใจอย่างนั้นหรือ?
หรือว่าทำไปเพราะเหตุผลบางอย่าง?
“โอ๊ย อันนี้ก็โทษฉันไม่ได้หรอก ฉันเองก็ได้เรียนมาแค่ไม่กี่วัน พูดผิดบ้างก็เป็เื่ปกติ คิด ๆ ดูแล้วคุณนายที่เป็ถึงภรรยาผู้อำนวยการ คงไม่มาเอาเื่อะไรกับคนไม่รู้หนังสือแบบฉันหรอก”
สะใภ้อ้วนมองเห็นความเ้าเล่ห์ในสายตาลู่จิ่วอันก็คิดว่าหล่อนคงเข้าใจเื่ทั้งหมดแล้ว เมื่อกี้ยัยเด็กนี่ตั้งใจสินะ
ถือว่าดีไป
สุดท้ายก็มีคนสู้คุณนายภรรยาผู้อำนวยการอันเย่อหยิ่งได้
“เธอนี่นะ ล่วงเกินคนเขาจนได้”
ลู่จิ่วอันได้ยินสะใภ้อ้วนพูดแบบนี้แล้ว ก็หัวเราะอ่อนก่อนเอ่ยตอบ “ใครกันล่ะที่ไม่มีลูกเขยในอุดมคติแบบเซี่ยอวิ้นหนิงเป็ของตัวเอง?”
ทั้งสองประสานเสียงหัวเราะก้อง
บรรยากาศเข้ากันได้ดีแถมยังเป็ธรรมชาติอีกด้วย
“พี่สะใภ้ ฉันเห็นว่าพี่ยังเหลือกระจกอยู่บานหนึ่ง พี่ขายให้ฉันได้ไหม?”
“ฉันขายให้เธอถูกหน่อยละกัน 5 เหมา”
สะใภ้อ้วนถอนหายใจแรงออกมาเฮือกหนึ่ง คิดเสียว่าจะทำให้สบายใจขึ้นสักหน่อย
“ถ้างั้นก็ขอบคุณพี่มากค่ะ”
ลู่จิ่วอันมองไปที่จักรเย็บผ้า ก่อนเอ่ยขอ “พี่คะ คราวหลังฉันมายืมจักรเย็บผ้าของพี่ได้ไหม?”
“ยืมอะไรกัน อยากใช้ก็มาสิ!”
สะใภ้อ้วนชอบที่ลู่จิ่วอันยั่วยุให้คุณนายภรรยาผู้อำนวยการโมโหจนพูดอะไรไม่ออกได้ ถือว่าเป็การแก้แค้นให้ตัวเธอเอง!
“ถ้างั้นฉันจะรอผ้าผืนใหม่ของพี่สะใภ้มาเสียก่อน ฉันค่อยจะมายืมเครื่องจักรพี่ใช้”
สะใภ้อ้วนตอบอย่างเร่งด่วน “น้องสาว ฉันยินดีต้อนรับเธอตลอดนะ”
พอลู่จิ่วอันคิดไปถึงห้องหลายห้องในบ้านที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด อดก็ที่จะอยู่เฉยต่อไปไม่ได้แล้ว จึงเดินกลับบ้านพร้อมถือกระจกที่เพิ่งซื้อมาใหม่ในมือ
ระหว่างที่เดินวนเวียน กู้เจียวเจียวก็มายืนอยู่หน้าลู่จิ่วอันเหมือนดั่งดอกไม้บานสะพรั่งสีสด
“เรามีเื่ต้องคุยกันหน่อย”
ลู่จิ่วอันมองกู้เจียวเจียวที่ยืนเผชิญหน้ากับตน เอ่ยตอบอย่างสุภาพเรียบร้อย “คุยเื่อะไรเหรอคะ?”
กู้เจียวเจียวคิดในใจ ถ้าหากเซี่ยอวิ้นหนิงแต่งงานกับผู้หญิงที่ดีกว่าตน หล่อนจะไม่โกรธขนาดนี้เลย!
ตัวเธอเองจบมัธยมปลาย ฐานะทางบ้านเมื่อเทียบกับลู่จิ่วอันก็ถือว่าสูงส่งกว่าเยอะด้วยซ้ำ!
แต่เซี่ยอวิ้นหนิงก็ดึงดันจะแต่งกับคนที่ไม่รู้หนังสือ แถมสำนวนก็ยังใช้มั่ว ๆ แบบลู่จิ่วอันอยู่อีก แล้วจะให้เธอเอาหน้าไปไว้ไหนกัน?
“เธอไม่เหมาะกับเซี่ยอวิ้นหนิง” กู้เจียวเจียวมองนาฬิกาบนข้อมือลู่จิ่วอัน ในใจรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา ก่อนพูดเข้าประเด็นแบบไม่อ้อมค้อมว่า “ถ้ายังมีจิตสำนึกเป็ของตัวเอง ก็เป็คนขอหย่ากับเซี่ยอวิ้นหนิงเองจะไม่ดีกว่าหรือ?”
ลู่จิ่วอันได้ยินประโยคเมื่อครู่ ไม่เพียงแต่โมโห ซ้ำยังยิ้มสดใสตอบกลับไป “คุณครูกู้ คุณพูดแบบนี้แล้ว ยิ่งทำให้ฉันอยากใช้ชีวิตกับเซี่ยอวิ้นหนิงมากขึ้นไปอีก คุณก็รู้ว่าฉันไม่ได้สวยเหมือนผู้หญิงคนอื่น วุฒิการศึกษาสูง ๆ ก็ไม่ได้มีกับเขา คุณคิดว่าสถานการณ์แบบฉัน ได้แต่งงานกับเซี่ยอวิ้นหนิงก็ต้องขอบคุณอย่างสูงเลยใช่ไหมล่ะคะ? ถ้าอย่างนั้นฉันก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะมัดใจเขาไว้ให้อยู่แค่กับฉันไม่ไปไหน ใช่ไหมล่ะคะ?”