Chapter 4
ถ้าไม่ได้คิดจริงจังก็หยุดซะ
“งั้นวันนี้พอเท่านี้แล้วกันครับ” พนักงานทุกคนรวมทั้งผม และเลขาฯต่างเก็บของบนโต๊ะใส่กระเป๋าหลังจากช่วยกันระดมสมองแก้ปัญหาที่เข้ามาอย่างเร่งด่วน
“ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ตามให้มาประชุมด่วนทั้งที่เป็วันหยุดแบบนี้..เดี๋ยวไปเอาขนมในครัวกลับบ้านไปทานกันนะครับ..ผมซื้อมาฝาก”
“หืมม ไม่เป็ไรเลยค่ะแค่ได้เห็นหน้าหล่อ ๆ ของบอสกับขนมอร่อย ๆ พวกเราก็พร้อมทำงานถวายหัวให้แล้วค่ะ” ผมยิ้มตอบให้พนักงานสาวสวยคนนั้นก่อนที่จะบอกให้ทุกคนแยกย้ายกับกลับบ้านได้
“เตชิน..เสร็จนี้แล้วจะไปไหนต่อหรือเปล่า?” ขณะที่เตชินกำลังจะเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่นั้น ผมจึงแกล้ง ๆ ถามเพราะอยากรู้ว่าอีกคนจะไปที่ร้านของต้องตามหรือไม่
“ว่าจะไปนั่งทำงานต่อที่ร้านตามน่ะ..มีอะไรหรือเปล่า?” เตชินตอบแล้วจึงย้อนถามด้วยความสงสัย
“อ๋อเปล่า งั้นฉันไปด้วยแล้วกัน..จะได้นั่งตรวจงานไปด้วยเลย” ผมตีเนียนทำเป็เอาเื่งานมาอ้างทั้งที่ความจริงแล้วก็แค่อยากไปเจอหน้าคุณเ้าของร้านเค้าก็เท่านั้น เตชินทำสีหน้าสงสัยอยู่ไม่น้อยแต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อเราจึงพากันเก็บของแล้วออกจากออฟฟิศโดยมุ่งหน้าไปยัง Plaisir des gourmands Café
*****
กริ่ง!
“ยินดีต้อนรับครับคุณ..” อย่างกับเดจาวูเลยครับเพราะเสียงกระดิ่งที่หน้าประตูดังขึ้นผมก็กล่าวต้อนรับแล้วเงยหน้ายิ้มให้แบบทุกทีแต่ก็ต้องสะดุดกึก! เมื่อลูกค้าที่ยืนอยู่ตรงหน้าดันเป็ไอ้เ้าบ้าโยที่เดินเข้ามาพร้อมกับพี่ชินด้วยสีหน้ายิ้มแย้มติดกวนประสาทนิด ๆ ซึ่งเมื่อเช้ามันก็เพิ่งมาป่วนผมไปหยก ๆ
“เดี๋ยวไปเอาขนมนี่มาเรียงใส่ตู้ให้เรียบร้อยนะ” ผมจึงตีมึนหันไปสั่งงานลูกน้องต่อไม่สนใจคนที่เข้ามาเยือน
“เป็ไงบ้างขายดีไหมวันนี้?” พี่ชินถามน้ำเสียงราบเรียบ
เนื่องจากเขาเองก็เป็หุ้นส่วนของร้านนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็เพราะตอนนั้นผมไม่ได้มีเงินมากพอที่จะสามารถลงทุนเปิดร้านได้ขนาดนี้หรอกครับ แต่โชคดีที่พี่ชินเขาก็เห็นด้วยกับการที่ผมจะเปิดร้านเป็ของตัวเองจึงร่วมลงทุนด้วยอีกแรง
“เออ! พี่ขอแนะนำแบบเป็ทางการอีกทีนะ..นี่วาโยเป็เ้านายพี่เอง..ที่เจอกันเมื่อวันก่อน” พี่ชินแนะนำไอ้คนข้าง ๆ ให้ผมได้รู้จักแต่ทว่า..
“เรารู้จักกันอยู่แล้วน่ะ” ไอ้โยมันกลับหันไปบอกพี่ชินแบบไม่ได้นัดแนะกันเลยทำเอาผมถึงกับหน้าเหวอใเพราะไม่คิดว่ามันจะกล้า
“อ้าวเหรอ?” พี่ชินถามกลับสีหน้าสงสัยแล้วหันมามองหน้าผมอย่างมีคำถาม ซึ่งไอ้บ้านั่นก็มองมาที่ผมด้วยเช่นกัน ก่อนจะทำเป็ยักคิ้วหลิ่วตาแบบกวน ๆ
“อืม..เคยเจอกันที่ฝรั่งเศสน่ะ แต่ตอนนั้นเขาดันหนีกลับไทยมาซะก่อน” คำพูดของไอ้บ้านี่เล่นซะผมหวาดหวั่นว่าแม่งจะพูดเื่นั้นออกมาหรือเปล่า
“อ้าวเหรอ? ไม่เห็นเ้าตามเล่าให้ฟังเลย” พี่ชินถามขึ้นด้วยความสงสัยโดยมิวายหันมามองหน้าผมสลับกับไอ้หมอนั่นทำเอาอกผมแทบจะะเิ
กริ่ง!
“ส..สวัสดีครับคุณลูกค้า” แต่ก็เหมือนพระเ้าจะเข้าข้างเพราะดันมีลูกค้าท่านอื่นเข้ามาพอดีผมจึงรีบหันไปทักทายลูกค้าผู้มาใหม่ทำให้พี่ชินเลิกสนใจแล้วขอตัวไปหาโต๊ะนั่ง โดยไม่ลืมสั่งเครื่องดื่มให้ตนเอง และไอ้หมอนั่นก่อนไป
ผมที่รับออเดอร์มาจึงหันไปสั่งลูกน้องพลางสายตาก็แอบชำเลืองมองไปทางไอ้บ้าโยด้วยความกังวลใจ เพราะไม่รู้ว่าแม่งจะพูดอะไรให้พี่ชินฟังอีกหรือเปล่า ซึ่งก็เห็นว่าสองคนนั้นกำลังคุยอะไรกันสักอย่างก่อนที่พี่ชินจะลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินหายไปทางห้องน้ำ
ผมใช้โอกาสนั้นเดินตรงไปหาคนที่นั่งอยู่พร้อมกับเครื่องดื่มที่เพิ่งทำเสร็จแล้วจึงรีบนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม เนื่องจากอยากรู้ว่าอีกคนมันคุยอะไรกับพี่ชินกันแน่
“มึงพูดอะไรกับพี่กู ฮะ!?”
“พูดจาให้มันเพาะ ๆ หน่อยสิ..ไม่น่ารักเลยนะ” ไอ้โยว่ากลับน้ำเสียงกวนเบื้องล่างแบบสุด ๆ
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเื่ สรุปเมื่อกี้มึงบอกอะไรกับพี่กู..พูด!” ผมตวาดถามแต่พยายามกลั้นเสียงไม่ให้ดังจนคนอื่นได้ยิน นั่นเพราะผมไม่้าให้พี่ชินหรือใครก็ตามมารู้เื่ระหว่างผมกับมันไม่ใช่เพราะอาย หรือ้าจะปกปิดอะไรหรอกครับแต่แค่ไม่อยากรื้อฟื้นเื่เก่าออกมาก็เท่านั้น
โยยิ้มเยาะก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จนผมต้องรีบถอยหนีด้วยความใและตั้งตัวไม่ทัน “บอกแค่ว่าเราเคยเจอกันตามที่เที่ยวน่ะ”
เขาแสยะยิ้มแล้วเฉลยสิ่งที่ตัวเองพูดกับพี่ชินออกมาแล้วจู่ ๆ ก็ผุดลุกขึ้นมาพลันเอาหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับกระซิบที่ข้างหูอีกรอบ
“ส่วนเื่นั้นเก็บไว้คุยกันคืนนี้ดีกว่า..จุ๊บ” พูดจบไอ้บ้านั่นยื่นปากจูบลงมาบนแก้มผมอย่างจัง แล้วจึงรีบถอยออกไปทำท่ายิ้มกริ่มพลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์
“ท..ทำบ้าอะไรของมึงเนี่ย!?” ผมตวาดใส่อีกคนด้วยความใก่อนจะหันรีหันขวางมองไปภายในร้านว่ามีใครเห็นเข้าหรือไม่ แต่เป็เพราะโซนที่พี่ชินนั่งเป็มุมที่ค่อนข้างลับตาคน ทำให้ไม่มีใครเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
*****
“พี่เปอร์คะ..หนูฝากพี่เอาขนมออกไปเรียงทีดิ ปวดท้องอ่าา” น้องพนักงานคนหนึ่งเอ่ยขอร้องพลางยัดถาดเปล่าใส่มือผมด้วยความลนลานก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำไป
“โอเค” ผมรับคำแต่ก็ไม่ทันที่เ้าหล่อนจะได้ยินเพราะเล่นวิ่งตัวปลิวเข้าห้องน้ำไปเสียแล้ว จึงได้แต่เดินไปทางห้องครัวเพื่อทำตามที่คนน้องไหว้วานมา แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าไอ้ลุงเบต้ากำลังเดินมาพอดี ซึ่งเ้าตัวจะหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องครัวเช่นกัน ทำเอาผมรู้สึกลังเลไม่รู้ว่าจะเดินไปทางนั้นดีไหมแต่ก็ต้องตัดสินใจเดินไปทางนั้นอยู่ดีเพราะมันไม่มีทางอื่นที่สามารถเข้าไปเอาขนมได้แล้ว
หมับ!
“กูขอโทษ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นซึ่งฟังจากในน้ำเสียงดูเขาจะรู้สึกผิดอยู่นิด ๆ ผมจึงทำเป็มองกลับไปแล้วทำหน้าไม่เข้าใจเื่ที่เขาพูด
“เื่...จูบ” ภาพเหตุการณ์ย้อนกลับเข้ามาในโสตประสาทอีกครั้ง ทั้งที่ตอนนั้นเขายังหัวเราะเยาะผมอยู่แท้ ๆ แล้วนี่ทำมาเป็เสียใจเนี่ยนะ..ใครจะเชื่อ!
“ไม่ยกโทษให้โว้ย ถอยไป!” ผมตวาดใส่อีกคนแล้วรีบดึงแขนกลับ แต่อีกคนกลับไปยอมปล่อยเสียอย่างนั้น
“กูขอโทษ..ก็ตอนนั้นใครใช้ให้มึงพูดไม่หยุดกันล่ะ” เขาพยายามอธิบายถึงสาเหตุที่ทำแบบนั้นกับผม ทำเอาความโมโหแล่นปรี๊ดเข้ามาในอกทันทีผมจึงอาศัยจังหวะที่เขาเผลอดึงแขนกลับด้วยความไม่พอใจ
“งั้นก็ไม่ต้องมาขอโทษก็ได้มั้ง..ถ้าจะพูดแบบนี้อะ” ว่าจบผมก็สาวเท้าเข้าไปด้านในห้องครัวทันที เพราะไม่อยากเห็นหน้าไอ้ลุงนั่นอีกมีหวังได้ทุ่มแม่งลงพื้นแหง
*****
‘โยลูก..วันนี้จะกลับมานอนบ้านไหมครับ?’ เสียงในสายเอ่ยถามเพราะหวังอยากให้ผมกลับไปหาท่าน
“วันนี้คงไม่ได้ครับม๊า โยมีนัดคุยงานกับเพื่อนน่ะ..เลยว่าจะนอนคอนโด” ผมตอบพร้อมส่งสายตาและรอยยิ้มไปยังคุณเชฟ ซึ่งเ้าตัวก็หันมามองผมพอดีพลันก็ทำหน้าหงุดหงิดใส่แล้วหันหน้าหนีไปทางอื่นทำเอาผมอดรู้สึกสนุกไม่ได้ที่กวนประสาทเขา
‘แล้วงี้จะกลับมาบ้านวันไหนละเนี่ย?’ คนเป็แม่เอ่ยถามเสียงอ่อย เพราะั้แ่ผมกลับมาไทยก็ตัดสินใจขอแยกออกมาอยู่เองที่คอนโดโดยอ้างว่าอยากออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองอีกทั้งมันยังสะดวกเวลาเดินทางไปทำงานด้วย
“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ถ้าโยเคลียร์งานเสร็จ..จะเข้าไปหาเลยครับ” ผมให้คำมั้นกับแม่บังเกิดเกล้าเพราะดูตารางงานของวันพรุ่งนี้มาเรียบร้อยแล้วน่าจะไม่ติดปัญหาอะไร และสามารถเข้าไปหาท่านได้แน่นอน
พอวางสายจากหม่าม๊าเสร็จก็เห็นคุณเลขาฯมีดูท่าทีซึม ๆ ผิดกับก่อนหน้านี้พอสมควร หากแต่ถ้าเป็คนทั่วไปอาจจะมองไม่ออกนะครับเพราะส่วนใหญ่ไอ้เ้านี่มักจะทำหน้าตายไร้อารมณ์อยู่ตลอดเวลา (ยกเว้นเวลาบ่นผมอะนะ)
“เป็อะไร..หน้าเครียดมาเชียว”
“บังเอิญไปทำไม่ดีกับคนคนหนึ่งไว้ว่ะ..ขอโทษไปแล้วแต่เขาไม่ให้อภัย” เ้าตัวบอกก่อนจะทำหน้าหงอย ๆ ซึ่งน้อยครั้งนะที่ไอ้หมอนี่จะเป็แบบนี้ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นว่ามันจะแคร์ใครเขาเลยแสดงว่าคนคนนั้นต้องมีอะไรพิเศษแน่นอน
“เอาน่า..รอให้เขาใจเย็นแล้วค่อยไปขอโทษใหม่ก็ได้นี่” ผมว่าแล้วยื่นลาเต้เย็นหวานร้อยที่เ้าตัวชอบเป็การปลอบใจ ก่อนที่จะเหลือบไปเห็นว่ามีใครคนหนึ่งกำลังมองมา ผมจึงหันไปสบตาด้วยพลางส่งยิ้มแล้วโบกไม้โบกมือเบา ๆ ก่อนจะส่งมินิฮาร์ทเพิ่มไปให้ซึ่งเตชินก็มองตามมือผมแทบจะทันที
“อะไรเนี่ย? จะจีบน้องฉันเหรอ?” เตชินถามผมเสียงเรียบ
“ใช่ มีอะไรป่ะ?” ผมตอบกลับพลางดึงมือกลับมาวางไว้ตามเดิม
“เปล่า” เตชินตอบสั้น ๆ แล้วหันไปกินกาแฟหวานร้อยไปอึกหนึ่ง
“บอกไว้ก่อน..ถ้าไม่ได้คิดจริงจังก็หยุดซะ” จู่ ๆ คุณเลขาฯก็เอ่ยน้ำเสียงจริงจังทำเอาผมต้องละสายตาจากคุณเชฟแล้วหันมาสนใจคนตรงหน้าแทน
“ทำไมคิดงั้นอะ?” ผมโต้กลับเสียงเข้มเพราะผมไม่ได้คิดจะทำแบบที่อีกคนพูดเลยสักนิด
“ใครจะไปรู้ล่ะ..ลูกเ้าของบริษัทใหญ่อย่างแกอยู่ ๆ ก็มาสนใจเชฟตัวเล็ก ๆ อย่างไอ้ตาม ถ้าไม่ใช่เื่..” คนตรงหน้าว่าแล้วมองผมเขม็ง
“ฉันไม่ได้สนใจเื่แบบนั้นสักหน่อยแกก็รู้” เตชินไม่พูดอะไรต่อเขาหันไปจิบกาแฟแล้วเปิดโน๊ตบุ๊คทำงานโดยไม่พูดอะไรอีก แต่ก็พอเดาได้ว่าเขาคงจะเข้าใจสิ่งที่ผม้าจะบอกเขา
“เตชิน”
“...?” เ้าตัวไม่ตอบแต่เงยหน้าขึ้นมองเพื่อรอฟังคำที่ผมจะพูด
“คืนนี้ฉันขอพาตามไปข้างนอกนะ” พอได้ยินดังนั้นเตชินก็หันไปมองยังลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง ซึ่งก็พอดีกับที่ต้องตามหันมาทางพวกผมพอดีซึ่งเ้าตัวก็มีท่าทีละล่ำละลักเล็กน้อย เดาได้เลยว่าเตชินคงส่งสายตาพิฆาตไปยังอีกคนแน่ ๆ คนตรงหน้าผมไม่ได้ว่าอะไรเพียงแค่หันกลับมามองหน้าผมอีกครั้งแล้วกลับมาตั้งใจทำงานต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย
*****
พอปิดร้านเสร็จเรียบร้อยพี่ชินก็ขอตัวกลับไปก่อน แต่ก็มิวายหันมาจ้องหน้าผมด้วยสายตาดุ ๆ ทำเอารู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาเลย เพราะไม่รู้ว่าไอ้โยมันไปคุยอะไรกับพี่ผมไว้ ซึ่งพอผมเดินออกมาจากร้านก็เห็นไอ้บ้านั่นยืนยิ้มหน้าระรื่นเชียวครับ แม่ง! นี่มันจะดีใจอะไรขนาดนั้นวะอยากเอากับผมมากขนาดนั้นเลย
ครับ!
เรานัดกันเย็นนี้เพื่อไปทำเื่อย่างว่ากัน ซึ่งเื่นี้ก็ต้องย้อนกลับไปเมื่อ่เช้าที่อยู่ ๆ มันก็เดินเข้ามาในร้านแล้วมาพูดกับผมว่า ‘ขอจีบหน่อย’ ซึ่งก็พอเดาได้ว่ามันคงแค่อยากจะมีอะไรกับผมอีกครั้งก็เท่านั้นไม่ได้นึกพิศวาสอยากจะเป็แฟนตามที่พูดมาหรอก
“เชิญครับ” พอผมเดินไปถึงรถ โยมันก็เปิดประตูรถรอไว้พลางผายมือเชิญให้ขึ้นรถ ผมจึงก้าวเท้าขึ้นรถไปก่อนที่อีกคนจะปิดประตูให้แล้วรีบวิ่งไปยังฝั่งคนขับ และไม่นานนักรถคันหรูก็ค่อย ๆ ขับเคลื่อนออกมาจากร้านมุ่งสู่ท้องถนนอันแสนวุ่นวาย
ผมแอบกังวลใจนิด ๆ เพราะไม่รู้ว่าไอ้หมอนี่จะพาผมไปที่ไหน ซึ่งถ้าไม่บังเอิญว่ามันรู้จักกับพี่ชินล่ะก็ จ้างให้ผมก็ไม่ขึ้นรถออกมากับมันแน่นอน (ถึงจะเคยนอนด้วยกันมาแล้วก็เหอะ)
“แล้วนี่มึงจะพากูไปไหนเนี่ย?” ผมถามอีกคนเพราะไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี
“พาไปดินเนอร์” ไอ้ตัวดีว่า
“ฮะ? อะไรนะ?” ผมถามอีกคนทันทีก็ไหนว่าแค่ไปทำกันเฉย ๆ ไง
“กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้องสิ เกิดมาหิวเอากลางทางมันจะไม่ดีเอานะ” โยพูดพลางทำเสียงกวนเบื้องล่างไม่หยุด
“ก็รีบ ๆ ทำรีบ ๆ กลับบ้านดิวะ...เื่มาก” ผมบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิดหากแต่เขาไม่ตอบโต้กลับขับรถต่อไปอย่างไม่สนใจ
หลังจากทานมื้อเย็นกันเสร็จโยก็ขับรถพาผมมายังคอนโดแห่งหนึ่งคิดว่าน่าจะเป็คอนโดของเ้าตัวนั่นแหละ เขาขับรถขึ้นไปจอดยังที่จอดรถซึ่งคงเป็ที่จอดส่วนตัวแน่นอนเพราะเห็นว่ามีทางเชื่อมไปยังทางเข้าของห้องที่น่าจะเป็ที่อยู่อาศัย
“เชิญครับคูณเชฟ” ผมกลอกตาใส่แม่งไปทีหนึ่งเมื่อเห็นท่าผายมือเสร่อ ๆ นั่นอีกแล้วและเมื่อเดินเข้ามายังด้านในห้องซึ่งมันดูกว้างสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียวน่าจะกินพื้นที่ทั้งฟลอร์ ภายในห้องสุดหรูนี่มีทั้งโซนครัว โซนรับแขก มีสระว่ายน้ำส่วนตัว แยกเป็สัดส่วนแล้วไหนจะมีชั้นบนอีก 2 ชั้นซึ่งไม่รู้ว่ามันคือห้องอะไรบ้างอีก
นี่อยู่คนเดียวเหรอวะ..เป็ผมคงเหงาตายพอดี
“จะอาบน้ำก่อนไหม ห้องน้ำอยู่ในห้องนอนชั้น 2 นะเดินไปเลี้ยวซ้าย” วาโยว่าก่อนจะเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อรินน้ำเทใส่แก้วก่อนจะยื่นมันมาให้ผมแก้วหนึ่งกินเองแก้วหนึ่ง
“เออ” ผมตอบสั้น ๆ ดื่มน้ำเข้าไปอีกหนึ่งแล้วเดินขึ้นไปชั้น 2 ตามที่อีกคนบอก แต่เมื่อเข้ามาในห้อง ผมกลับทำอะไรไม่ถูกเลยครับเพราะนี่มันไม่ใช่ห้องผมนี่หว่าจะหยิบจับอะไรก็ดูจะเก้ ๆ กัง ๆ ไปเสียหมด
“หาอะไรอยู่เหรอ?”
“เชี่ย! ม..มาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลยวะ” ผมอุทานออกมาด้วยความใเพราะจู่ ๆ ไอ้บ้าโยก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แล้วก็ไม่รู้ว่ามันเดินตามขึ้นมาั้แ่เมื่อไรทำเอาผมใแทบสิ้นสติก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปหยิบเอาผ้าเช็ดตัวสีขาวผ้าใหญ่มาให้
“อะ..ผ้าเช็ดตัว”
“อือ ขอบใจ” ผมกล่าวขอบคุณแบบขอไปทีแล้วเดินไปทางห้องน้ำที่อยู่ถัดไปจากห้องแต่งตัวไม่ไกลกันนัก หากแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อถูกคนด้านหลังจับเข้าแขนรั้งตัวไว้ ก่อนที่จะรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่อีกคนเข้ามาพูดใกล้ ๆ หู “อาบด้วยกันดีกว่าจะได้ไม่เสียเวลา..เนาะ”
โปรดติดตามตอนต่อไป..
--ตอนหน้าฉ่ำาาาาาาาาาาาา--