บทที่ 5 ได้สมบัติคืนมา
อึก อึก
'ทำไมถึงเ็ปได้ขนาดนี้นะ! ' หยวนเหมยสะดุ้งตื่นขึ้นมาพบว่ายามนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวความรู้สึกหน่วงที่หัวใจคล้ายโรคหัวใจของเธอกำเริบอีกครั้งแต่เมื่อเธอหายใจเข้าออกอย่างช้า ๆ กลับหายไป
"หรือว่าที่ฉันรู้สึกเจ็บไม่ใช่เพราะอาการของรฉันแต่เป็ความเ็ปที่เหม่ยหลิงต้องพบเจอ ฉันรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงได้อยากจบชีวิตตัวเอง ช่างไม่รักตัวเองเอาเสียเลยดูฉันสิอยากมีชีวิตอยู่ เฝ้าอ้อนวอน์กลับไม่มีความเมตตา แต่เอาล่ะในเมื่อตอนนี้ฉันเป็เธอฉันจะไม่ยอมตายง่าย ๆ แน่และฉันจะไม่ยอมทนกับครอบครัวนี้อีกต่อไป แม้เหวินเทียนสามีของเธอจะรักเธอมากแค่ไหนแต่ก็ไม่สามารถปกป้องเธอได้อย่างนี้จะมีไปทำไมสู้หย่าไปเสียดีกว่า คนที่รักเธอจริง ๆ มีเพียงตัวเองกับน้องชายเท่านั้น " เมื่อคิดได้อย่างนั้นหยวนเหมยลุกขึ้นจากเตียงนอนเดินไปหาผู้เป็สามีเพื่อขอให้เขาหย่าให้ตนเอง และโชคดีที่แม่สามีเองก็นั่งอยู่ที่เก้าอี้พร้อมทั้งสามีของเธอ เธอจะจบเื่นี้ภายในวันนี้
"เหม่ยหลิงเธอฟื้นแล้วหรือ? มาสิเดี๋ยวฉันจะพยุงเธอเอง วันนี้ฉันเข้าครัวทำข้าวต้มให้เธอด้วยนะคิดว่าเธอตื่นจะยกไปให้ที่ห้อง "เหวินเทียนเห็นภรรยาของตนเดินมาเขารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ไปประคองด้วยความเป็ห่วง แต่ทว่ากลับถูกหยวนเหมยปัดมือออก
"ฉันเดินเองได้ จริงสิในเมื่ออยู่กันพร้อมหน้าแล้วฉันมีเื่อยากจะพูดกับทั้งแม่สามีและคุณ "
"เพี้ยนหรือไงฟื้นขึ้นมาจู่ ๆ ก็พูดจาแปลก ๆ " ฟางเซียนเหล่ตามองก่อนจะเอ่ยขึ้นมา
"ใช่ค่ะ! ตอนนี้ฉันเพี้ยนเพราะตายแล้วฟื้นและ้าเรียกร้องความยุติธรรมของตัวเอง พูดกันตามตรงในเมื่อคุณแม่ไม่้าฉันให้เป็สะใภ้ในบ้านหลังนี้และคอยรังแกฉันจนทำให้ฉันแท้งลูกมิหนำซ้ำยังใช้งานฉันสารพัด ข้าวแต่ละมื้อต้องให้กินทีหลังคุณแม่กับพี่ลู่หลินจนร่างกายพ่ายผอม เวยอันเองก็อด ๆ อยาก ๆ วันนี้ฉันจะมาเรียกร้องสิทธิ์ของฉันคืน เหวินเทียนคุณช่วยหย่าให้ฉันในวันนี้ด้วย ฉันไม่อยากจะอยู่ในบ้านหลังนี้แม้เพียงเศษเสี้ยวนาทีไม่ว่ามองไปทางใดก็เห็นเพียงความเ็ปกับความทุกข์ทรมานใจที่แม่ของคุณทำกับฉันมาตลอด และอย่าบอกว่าคุณรักฉันและไม่ยอมปล่อยฉันไป หากคุณรักฉันจริง ๆ คงไม่ปล่อยให้ฉันพบเจอเื่ไม่ยุติธรรมมาหลายปีถึงเพียงนี้ เอาล่ะในเมื่อคุณแม่้าให้เหวินเทียนปองดองกับลูกสาวเ้าของโรงเย็บผ้าก็รีบไปเอาใบหย่ามาสิจะได้ทำให้มันจบไป " ฟางเซียนแสยะยิ้มออกมาอย่างดีใจที่จู่ ๆ เหม่ยหลิงเปลี่ยนไปและยอมปล่อยบุตรชายของเธอ เธอรีบหันไปบอกเหวินเทียนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เหม่ยหลิงไปเอาใบหย่ามาให้เธอเซ็น
"เหวินเทียนลูกรีบไปเอาใบหย่ามาสิ ดีเหมือนกันต่อจากนี้ชีวิตของลูกชายฉันจะได้ก้าวไปข้างหน้ามีอนาคตที่ดี"
"แม่ทำไมแม่ถึงเห็นดีเห็นงามกับลูกสะใภ้อย่างนี้ล่ะครับไม่เอาผมไม่หย่า เหม่ยหลิงอย่าทำอย่างนี้เลยนะ! ต่อจากนี้เรามาเริ่มต้นใหม่กันเถอะ หากเธอไม่อยากอยู่บ้านหลังเดียวกับคุณแม่เราย้ายไปอยู่ที่บ้านของตระกูลเธอก็ได้นี่น่า บ้านหลังนั้นตอนนี้ก็ถูกปล่อยเอาไว้ไม่มีคนอยู่ด้วยซ้ำเธอจะได้สบายใจอย่างไรล่ะ" หยวนเหม่ยได้ยินเธอยิ้มกริ่มขึ้นมาพร้อมหัวใจที่พองโต ก่อนจะมาพูดเื่นี้เธอยังคิดมากเื่ที่อยู่อยู่เลย หากเธอมีบ้านของเธอทำไมเธอถึงต้องเป็กังวลล่ะ
"ใช่! ฉันจะกลับไปอยู่บ้าน "
"ฉันจะทำให้ทุกวันของเธอมีแต่ความสุข งั้นเราล้มเลิกความคิดที่จะหย่ากันเลยนะ"
"ไม่! ฉันจะกลับไปอยู่ที่บ้านของฉันหลังจากหย่ากับคุณรีบไปเอาใบหย่ามาสิ " ใบหน้าของเหวินเทียนที่ยิ้มระเรื่อกลับกลายเป็ตึงเครียดเมื่อได้ยินคำพูดที่มั่นคงแน่วแน่ของเหม่ยหลิง แต่แล้วแม่สามีกลับยืนขึ้นหัวเราะออกมาอย่างขบขัน
"ฮ่า ฮ่า เธอจะกลับไปอยู่บ้านเธออย่างนั้นหรือ? ไม่มีทางเสียหรอกฉันรับเลี้ยงเธอมาให้ข้าวให้น้ำทั้งเธอทั้งน้องของเธอจะให้ฉันเลี้ยงโดยไม่มีค่าตอบแทนได้ยังไง! หากอยากออกไปจงออกไปแต่ตัวเพราะเธอจะไม่ได้อะไรออกไปแม้แต่น้อย " หยวนเหม่ยคิดอยู่แล้วว่าคนเ้าเล่ห์อย่างฟางเซียนคงไม่ยอมง่าย ๆ เธอจึงจะใช้เื่ที่เธอได้พบเจอมาเป็ข้อต่อรอง ดูสิว่าศึกครั้งนี้ใครจะชนะ!
"หากคุณแม่เอ่ยมาอย่างนั้นฉันเองก็ไม่ขอไว้หน้า ระหว่างที่ฉันมาอยู่ที่นี่งานบ้านทุกอย่างคุณแม่โขกสับใช้ฉันอย่างกับทาส แถมยังไม่เคยให้พักแม้แต่เจ็บไข้ได้ป่วยก็ไม่เคยได้นอน ความเอ็นดูเมตตาไม่ต้องพูดถึง มีหลายครั้งที่ฉันกับน้องชายได้กินเพียงข้าวปั่นแข็ง ๆ ที่แอบซ่อนเอาไว้เพราะมื้ออาหารมื้อนั้นคุณแม่กับพี่ลู่หลินกินสองคนจนหมด เพราะความขี้งกและไม่เคยให้ฉันได้จับจ่ายใช้เงิน นี่คือความอัปยศที่ฉันเคยได้พบเจอมาและอีกสิ่งหนึ่งที่ฉันสมเพชตัวเองคือการมีสามีอย่างเหวินเทียน แม้ปากจะบอกว่ารักแต่ไม่เคยปกป้องฉันได้อย่างที่พูด เพราะคอยเชื่อฟังแต่คนเป็แม่เสมือนควายถูกจูง อย่างนั้นไม่ว่าจะเป็บ้านของตระกูลฟ่งจะต้องกลับมาเป็ของฉันเหม่ยหลิง หากจะบอกว่าเป็ค่าเลี้ยงดูก็คงจะไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาเป็คุณแม่เองต่างหากที่จะต้องชดใช้ให้ฉันทั้งร่างกายและจิตใจ วันที่ฉันแท้งพี่ลู่หลินรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นหากเื่นี้ฉันเอ่ยปากบอกทางการเท่ากับว่าพี่ลู่หลินเป็คนร้ายที่ลงมือฆ่าคนได้เลยก็ว่าได้ คุณแม่คิดดี ๆ จะทำยังไง ยอมหย่าง่าย ๆ ยกสมบัติของฉันคืนทุกอย่างจบกันด้วยดี หรือจะให้เื่ที่คุณแม่กับครอบครัวนี้ทำกับฉันกระฉ่อนออกไปข้างนอก อีกอย่างถ้าเื่นี้ถึงหูลูกสาวโรงเย็บผ้าคิดว่าพ่อของเธอจะยอมให้ลูกสาวมาแต่งกับเหวินเทียนหรือ?" หยวนเหม่ยกอดอกเดินเข้ามาใกล้ ๆ แม่สามีที่เสียรู้ลูกสะใภ้ ไม่คิดเลยว่าการที่เธอตายแล้วกลับมาได้ครั้งนี้จะทำให้เธอปีกกล้าขาแข็ง หากเป็เมื่อก่อนเธอคงทำได้เพียงยืนตัวสั่นไม่กล้าแม้แต่จะเงยมองหน้าด้วยซ้ำไป
แต่ทว่าเหวินเทียนนั้นไม่อยากจะหย่ากับเหม่ยหลิงเลยเขารักเธอจริง ๆ แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่แม่ของเขากับพี่สาวทำเื่เลวทรามต่ำช้ากับเธออย่างนี้หากปล่อยเธอออกจากบ้านหลังนี้คงจะปลอดภัยมากกว่า
"ก็ได้ฉันจะหย่าและคุณแม่จะต้องชดใช้เื่ที่ผ่านมาให้เหม่ยหลิงด้วย คืนทุกอย่างของเธอให้กับเธอและมอบเงินให้เธอไปตั้งตัวห้าสิบหยวน " น้ำเสียงเข้มขรึมได้พูดขึ้นทำให้ผู้เป็แม่ต้องหันไปมองหน้าลูกชายทันที
"นี่เหวินเทียนลูกพูดอะไรออกมา ขนาดลู่หลินไปทำงานเดือน ๆ หนึ่งได้ค่าแรงไม่ถึงสิบหยวนต่อเดือนด้วยซ้ำนี่ลูกเสียสติไปแล้วหรือที่จะยอมจ่ายให้เธอตั้งห้าสิบหยวน "
"หรือแม่อยากให้เื่ที่แม่กับพี่ลู่หลินทำลงไปรู้กันทั้งหมู่บ้านหรือ? อีกอย่างเงินจำนวนนั้นยังน้อยไปด้วยซ้ำที่เธอต้องทนทุกข์ทรมานกับสิ่งที่ต้องเจอ หากพี่ลู่หลินพบเจอความไม่ยุติธรรมเหมือนเหม่ยหลิงคุณแม่จะทนได้มั้ยครับ" หยวนเหม่ยจ้องมองสองแม่ลูกด้วยความสะใจ
"ก็ได้ ๆ เฮอะที่ฉันยอมไม่ใช่ว่าฉันรับผิดหรอกนะ แต่เพราะลูกชายของฉันเป็คนดีมีเมตตากลัวว่าเธอออกจากที่นี่ไปแล้วไม่มีเงินจะดำรงชีวิต อีกอย่างเื่ที่เธอตายแล้วฟื้นคนเขาคงรู้กันไปทั่วต่อจากนี้คงจะใช้ชีวิตยากหน่อยนะ ฮ่าฮ่า " แม่สามีไม่สำนึกสักนิดกลับดีใจที่ทั้งสองจะหย่ากันเพราะเธอจะได้ให้ลูกชายเข้าหาซิงเยียนได้อย่างเต็มที่