บทที่ 134 ทาสกองทัพ
ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งพื้นที่ เมื่อไม่มีเสียงโวยวายของผู้นำเผ่าม้าแคระและเสียงร้องขอความเมตตาจากบุตรชายของเขาแล้ว บรรยากาศที่กำลังอยู่ระหว่างความเป็นและความตายนี้ทำให้ทุกคนอึดอัดใจ ทหารเผ่าม้าแคระเหล่านี้ย่อมรักตัวกลัวตายเช่นกัน แต่ในขณะเดียวกัน...พวกเขาก็กำลังชั่งใจระหว่างการละทิ้งผู้นำเพื่อตนเอง กับการยึดมั่นในศักดิ์ศรี
หากไม่ใช่เพราะพวกเขามีครอบครัวที่ต้องดูแล และไม่สามารถขาดบุรุษในครอบครัวได้ พวกเขาก็พร้อมที่จะกระโจนเข้ากองไฟแล้วตายไปพร้อมกับท่านผู้นำเพื่อรักษาเกียรติอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ แต่...ถ้าพวกเขาจากไป ภรรยาและลูกๆของเขาจะอยู่ได้หรือไม่?
ในสถานการณ์การใช้ชีวิตที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ การมีชีวิตอยู่รอดอีก 1 คน ก็จะสามารถเป็นหนึ่งกำลังที่ปกป้องเผ่าม้าแคระจากพวกสัตว์ร้ายได้ ไม่น่าแปลกใจที่เผ่าม้าแคระจะปกป้องบุรุษและพยายามฝึกฝนพวกเขาให้มีความสามารถมากพอ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อลดจำนวนคนตายให้ได้มากที่สุดนั่นเอง
หลี่ชิงหมินตรวจสอบบุรุษตรงหน้าแล้ว พบว่าเขาถูกพิษแมลงเข้าจริงๆ แต่ความใจเย็นของหวงซีเฉิงทำให้เขาไม่พูดอะไรออกมา ตอนนี้สิ่งที่เขาอยากรู้ก็คือหวงซีเฉิงผู้นี้วางแผนจะทำการใดกันแน่
หลายวันที่ผ่านมาเขาหายตัวไปพร้อมกับคนของตนเอง เชื่อได้เลยว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่ แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง
“เพื่อที่จะรักษาบุตรชายของเจ้า ผู้นำเผ่าม้าแคระถึงกับต้องการทำผิดสัญญาที่ให้ไว้ต่ออาณาจักรเซิน โทษของพวกเจ้าเผ่าม้าแคระทั้งหมดก็คือความตาย” เขาพูดประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับว่าการลงมือฆ่าของเขานั้นเป็นแค่เรื่องเดินเล่นทั่วไป
คนเป็นผู้นำเผ่ากัดฟันกรอด เขารู้อยู่แล้วว่าเรื่องมันจะต้องเป็นเช่นนี้ ก็เหมือนกับที่ทุกคนในเผ่าม้าแคระคิดนั่นแหละ โอกาสมาถึงที่แล้ว คนเป็นแม่ทัพใหญ่อาณาจักรเซินจะปล่อยพวกเขาไปอย่างนั้นหรือ? ไม่มีทาง!!
“เจ้าจะทำสิ่งใดก็รีบทำ เรื่องนี้เป็นเพราะข้าพลาดท่าให้แก่เจ้า ข้าพ่ายแพ้แล้ว!”
“ท่านพ่อ....”
“เจ้าไม่ต้องไปร้องขอความเมตตาจากพวกมันอีก นี่คือเรื่องของการทำสงคราม ถ้าข้าชนะ...ข้าก็จะสามารถรักษาเจ้าได้ แต่ตอนนี้ข้าพ่ายแพ้แล้ว พวกเราเผ่าม้าแคระไม่เกรงกลัวต่อความตาย!” เขากล่าวอย่างภาคภูมิใจ ต่อให้ลึกๆแล้วจะกลัวตาย ทว่าการแสดงออกมานั้นไม่ควรจะทำให้เผ่าพันธุ์ม้าแคระต้องเสียชื่อ
ถ้าไหนๆก็ต้องตายแล้ว อย่างนั้นก็ต้องตายอย่างสมเกียรติ!
“ดีที่เจ้าเข้าใจอะไรง่ายๆ” หวงซีเฉิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
ออร่ากดดันของเขาพวยพุ่งออกมาเมื่อเดินไปด้านหน้า กดดันให้สมาชิกของเผ่าม้าแคระทั้งหลายที่มั่นใจในฝีมือของตนเองมาตลอดรู้สึกว่าไร้พลังเสียเหลือเกินเมื่ออยู่ต่อหน้าบุรุษผู้นี้
ความต่างชั้นของพวกเขานั้นเหมือนกับสวรรค์และพื้นดิน ในขณะที่พวกเขาอยู่เพียงในหุบเขาและรังแกชาวบ้านของอาณาจักรเซิน ตอนนั้นพวกเขาเข้าใจว่าตนเองเป็นผู้กุมอำนาจทั้งหมด ความแข็งแกร่งของพวกเขาในฐานะนักรบ ไม่สามารถมีชาวบ้านคนไหนมาเทียบได้ ก็เหมือนกับตอนนี้ แต่กลับเป็นพวกเขาที่รู้สึกถึงมันแทน
“น่าเสียดายที่การสังหารพวกเจ้าเผ่าม้าแคระไปก็ไม่ได้ทำประโยชน์อันใด” ในขณะที่ผู้นำเผ่าเตรียมพร้อมที่จะรับความตาย จู่ๆหวงซีเฉิงก็พูดขึ้น ดาบของเขาพาดอยู่ที่คอของคนเป็นผู้นำแล้วยกขึ้นตบหน้าเขาสองสามครั้งอย่างดูแคลน
“ก็แค่ทำให้ดาบของข้าเปื้อนเลือดสกปรกเพิ่มขึ้นเท่านั้น” พูดจบก็ถอนดาบกลับมา สร้างความประหลาดใจให้กับสมาชิกของเผ่าม้าแคระเป็นอย่างมาก
“เจ้า....เช่นนั้นเจ้าต้องการอะไรจากพวกเรากันแน่” คิ้วหนาของผู้นำเผ่าม้าแคระขมวดมุ่น
“เช่นเดียวกับที่เจ้าลงมือต่อชาวบ้านของอาณาจักรเซินของเรา...” คำพูดของหวงซีเฉิงไขความกระจ่างให้แก่เผ่าม้าแคระในทันที ดวงตาของผู้นำเผ่าเย็นวาบด้วยความเกลียดชัง
“ไม่มีทาง!!”
“โอ้...เจ้าดูเหมือนคนมีทางเลือกจริงๆ” แม่ทัพใหญ่ตวัดดาบออกไป ปลายดาบของเขาไม่ได้อยู่บนคอของผู้นำเผ่าม้าแคระอีกต่อไป แต่กลับไปอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่มผู้อ่อนแอ
ด้วยความเร็วของดาบ ทำให้เกิดกระแสลมวูบหนึ่งผ่านไป สร้างรอยแผลอย่างรวดเร็วที่ใบหน้าของชายหนุ่มผู้นั้น ดวงตาของคนเป็นผู้นำเผ่าเบิกกว้างก่อนจะค่อยๆสงบลง
“พวกข้าเผ่าม้าแคระยอมตายดีกว่าที่จะกลายเป็นทาสของอาณาจักรเซิน!!”
“ดี ถ้าอย่างนั้น....ข้าจะได้สั่งให้คนลงมือทันที ข้าอยากจะรู้ว่าในฐานะผู้นำเผ่าแล้ว เจ้าจะสามารถเห็นสมาชิกในเผ่าม้าแคระของตนเองค่อยๆตายไปทีละคนเพื่อศักดิ์ศรีของเจ้าหรือไม่” หวงซีเฉิงไม่ยี่หระ เขาไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะตัดสินใจอย่างไรในคราแรก เพราะสุดท้ายแล้ว...เขาสามารถเสียเวลาอีกหน่อยเพื่อเล่นสนุกกับพวกมันได้อยู่ดี
“จะ เจ้า!! ไอ้คนสารเลว! เจ้าเป็นแม่ทัพใหญ่ของอาณาจักรเซินจริงๆหรือ? ข้ากำลังคิดว่าเจ้านั้นเป็นตัวสวะที่ปีศาจส่งลงมาเสียมากกว่า!!” ถ้อยคำด่าทอของเขาดังขึ้นอีกครั้ง แต่หวงซีเฉิงไม่สนใจ
“อึก...” ปลายดาบของเขาค่อยๆกดลึกลงไปในคอของบุตรชายผู้นำเผ่า เริ่มเห็นเป็นทางไหลของเลือดที่ซึมออกมา หากไม่รีบจัดการให้ดี สุดท้ายแล้วคนตรงหน้าก็อาจจะเสียเลือดจนตายได้
“ลูกข้า...เจ้า.....” ไม่ต้องรอให้หวงซีเฉิงสังหารทหารด้านหลังจนหมด เพียงแค่ลงมือต่อบุตรชายของเขา หัวใจของคนเป็นบิดาก็แทบจะสลายลงแล้ว
“ห้า สี่ สาม...” เสียงทุ้มนับเลขถอยหลัง เป็นสัญญาณว่าดาบของเขากำลังจะทะลวงลำคอของบุรุษตรงหน้าและอีกฝ่ายสมควรจะสิ้นใจในอีก 3 วินาทีต่อจากนี้
บุตรชายของเจ้าตัวสบตากับเขา นี่คือการตัดสินใจของบิดา แม้ว่าเขาจะเจ็บปวดเพียงใด แต่จะไม่ส่งเสียงออกมาเพื่อรบกวนการตัดสินใจสุดท้ายของบิดาเด็ดขาด
ความแน่วแน่นี้ทำให้หวงซีเฉิงนึกชอบอีกฝ่ายมากขึ้นอีกเล็กน้อย หากเผ่าม้าแคระเป็นพันธมิตรต่ออาณาจักรเซินได้ เขาจะรับรองเรื่องการเปลี่ยนผู้นำเผ่าเป็นเจ้าเด็กคนนี้แทน เชื่อเถอะว่าหากผู้นำเผ่าถูกเปลี่ยนตัว เผ่าม้าแคระจะต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองขึ้นอีกมากแน่
ดูจากความสุขุมและมั่นคงของอีกฝ่ายแล้ว บิดาของเขาก็ยังเทียบไม่ติด!
“สอง...”
“ห...”
“หยุด!! พอ พอแล้ว! ข้ายอมแพ้ ข้ายอมรับ!!” ในที่สุด เมื่อถูกเล่นกับจิตใจมากเกินไป คนก็ไม่สามารถที่จะใจแข็งได้อีก เขารีบก้มหน้าลง อยากจะตายมันเสียตั้งแต่ตอนนี้
หากไม่ใช่เพราะเขาใจร้อนเกินไป สถานการณ์ก็ไม่มีทางมาถึงจุดจบเช่นนี้ได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขาเอง! เขากำลังผลักดันให้เผ่าม้าแคระตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเช่นนี้!!
“ข้าจะยอมรับ ให้พวกเจ้าอาณาจักรเซินทำสัญญาทาสกับสมาชิกในเผ่าม้าแคระได้ แต่ถ้ามีใครที่ต้องการตายมากกว่ามีชีวิตอยู่ เช่นนั้นข้าก็มิอาจจะบังคับพวกเขาได้เช่นกัน”
“ตกลง ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มจากเจ้าก่อน” หวงซีเฉิงหันไปสบตากับเด็กหนุ่มตรงหน้า หากเขาตัดสินใจที่จะตาย อย่างนั้นเขาก็จะปล่อยให้อีกฝ่ายไปอย่างสบายมากที่สุด ถือเป็นการให้เกียรติและแสดงความนับถือต่ออีกฝ่ายด้วย
“ข้า....อ่อก ข้าอยากจะอยู่กับเผ่าม้าแคระต่อไป...” ชายหนุ่มหวั่นไหวเล็กน้อย
แม้ว่าการเป็นทาสของผู้อื่นจะทำให้เสื่อมเกียรติ แต่...เขาเชื่อว่ายังมีสมาชิกเผ่าม้าแคระจำนวนมากที่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ ดังนั้น...ต่อให้จะเป็นเพียงเล็กน้อย เขาก็ยังอยากที่จะได้เห็นการจัดการของคนอาณาจักรเซิน อย่างน้อยๆ...เขาก็ยังสามารถจากไปอย่างสงบเมื่อพิษถูกกระตุ้นขึ้นอีกครั้ง
“ดี ถ้าอย่างนั้นก็จัดการด้วย” หวงซีเฉิงหันไปส่งสัญญาณให้คนของตนเองเข้ามา
ผู้รักษาที่เตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้วรีบเข้ามาจัดการเลือดที่ไหลซึมออกมาจากลำคอเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นก็ให้ชายหนุ่มกินยาหลากหลายชนิด แน่นอนว่าแม้แต่ตัวของชายหนุ่มเองก็ไม่ได้คิดว่าแม่ทัพใหญ่จะให้คนช่วยถอนพิษของแมลงเหล่านั้นออกไปจากเขาด้วย
คนแรกที่ลงนามยังเป็นตัวของเขา ตอนนี้บุตรชายของผู้นำเผ่าม้าแคระได้กลายเป็นทาสของกองทัพอาณาจักรเซินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และใช่! พวกเขาจะเป็นทาสของกองทัพอาณาจักรเซิน ไม่ใช่ทาสของอาณาจักรเซิน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทางกองทัพเท่านั้นที่เป็นผู้ตัดสินใจจะใช้งานพวกเขาได้
หวงซีเฉิงไม่ต้องการเห็นใครบางคนใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้และขอเอาเผ่าม้าแคระไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ยิ่งได้ยินเกี่ยวกับเรื่องของเทพพยากรณ์ที่ผู้นำเผ่าตะโกนด่าออกมาเมื่อครู่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามีใครต้องการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ป่าในเผ่าม้าแคระอยู่
เขาไม่มั่นใจว่าการทำงานนี้ราบรื่นไปถึงไหนแล้ว หากมีเวลาจะต้องให้คนตรวจสอบสถานการณ์ของเผ่าพันธุ์อื่นๆในหุบเขาอย่างแน่นอน เขากลัวว่ากลุ่มชาติพันธุ์เหล่านี้...หากวันหนึ่งถูกควบคุมเอาไว้ทั้งหมดและกระตุ้นให้สร้างปัญหาขึ้นมา จะทำให้ภาระหนักอึ้งกลายเป็นของกองทัพไปอีก
เมื่อเห็นว่าบุตรชายของผู้นำเผ่าก็ยังยอมเป็นทาสให้กับอาณาจักรเซิน ทหารจำนวนมากก็ทำได้แค่ยอมรับเท่านั้น วนมาเรื่อยทางกระทั่งถึงผู้นำเผ่า เขามีเวลาคิดมากกว่าใคร แต่คิดเท่าไรก็ยังเลือกไม่ได้อยู่ดี...
หวงซีเฉิงเอ่ยถามเขาเป็นครั้งสุดท้าย หากเขายังไม่ตอบอะไรจะถือว่าเขาปฏิเสธที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ ดวงตาของสองพ่อลูกสบกันอีกครั้ง ก่อนที่สุดท้ายแล้วบิดาผู้ห่วงใยบุตรชายมากกว่าเกียรติของตนเองก็มีแต่ต้องยอมแพ้เท่านั้น ทำเอาหวงซีเฉิงที่คิดว่าจะได้สังหารใครบางคนต้องผิดหวัง
ดาบของเขาวันนี้ยังไม่ได้ดื่มเลือดสดๆเลย ถือว่าน่าเสียดายจริงๆ....หากว่ามีใครสักคนยอมตาย เขาจะได้ล้วงเอาความลับของเผ่าม้าแคระผ่านดวงวิญญาณให้หมด ก่อนหน้านี้มีการสังหารกันเกิดขึ้นก็จริง แต่ทหารพวกนั้นเป็นเพียงพวกระดับต่ำ เมื่อตกตายไป วิญญาณก็แตกสลายไปหมด เรียกมาใช้ไม่ได้เลย
เขาอุตส่าห์คาดหวังว่าผู้นำเผ่าจะยอมรับความตาย หากเป็นเช่นนั้น...เขาก็จะรีบเรียกเจ้าตัวมาเป็นทาสวิญญาณให้แก่เขา ถึงตอนนั้นคงจะได้เห็นสีหน้าตลกๆของอีกฝ่ายแล้ว
การจัดการของกองทัพรวดเร็วมาก ด้วยการนำของพวกทหารเผ่าม้าแคระ ในที่สุดกองทัพก็ได้สัญญาทาสมาจากผู้คนเกือบทั้งหมด แม้จะมีสี่ห้าคนที่ยอมรับความตาย แต่จำนวนเท่านี้ไม่ถือว่ามากมายอะไร ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ต้องพูดถึง
ผู้รักษาของกองทัพจัดการผู้ติดพิษทั้งหมดจนหายดี การกระทำที่จริงใจนี้ทำให้สมาชิกของเผ่าม้าแคระมองพวกเขาในแง่ดีมากขึ้น อย่างน้อยๆก็ดีกว่ากลุ่มที่เคยมาเอาเปรียบเทพพยากรณ์ของพวกเขาก่อนหน้านี้
หวงซีเฉิงพาชิงหมินไปที่เผ่าม้าแคระด้วย คนตัวเล็กอยู่บนหลังของสิงโตน้อยที่ไม่ได้ตัวน้อยตามชื่อ สร้างความหวาดกลัวให้กับสมาชิกของเผ่าม้าแคระเป็นอย่างมาก ที่นั่นไม่มีใครกล้าส่งเสียงรบกวนพวกเขา สั่งให้ทำสิ่งใดก็ล้วนแต่ทำสิ่งนั้นทั้งหมด
ชาวบ้านของอาณาจักรเซินถูกปลดปล่อยจากสัญญาทาสที่พวกเผ่าม้าแคระดูแลอยู่ ในขณะเดียวกัน...หวงซีเฉิงก็มอบโอกาสให้กับเผ่าม้าแคระด้วย
คำประกาศของเขาเกี่ยวกับสัญญาทาสนั้นอาจจะไม่น่าเชื่อถือไปหน่อย แต่เผ่าม้าแคระไม่ได้มีทางเลือกมากนัก พวกเขาทำได้แค่เชื่อว่าคนเป็นแม่ทัพใหญ่จะรักษาคำพูด
“สัญญาทาสนี้จะมีเวลา 30 ปี หากพวกเจ้าดูแลพื้นที่นี้ได้อย่างดี ทั้งยังไม่รบกวนชาวบ้านอีกต่อไป ในฐานะแม่ทัพใหญ่...ข้าจะปลดปล่อยพวกเจ้าเผ่าม้าแคระออกจากสัญญาทาส”
“นี่เป็นสัญญาที่ทำขึ้นกับกองทัพโดยตรง สิทธิอำนาจในการจัดการทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับกองทัพเท่านั้น ข้าไม่ได้ต้องการเรียกใช้พวกเจ้าเหมือนกับทาสทั่วไป แค่ป้องกันไม่ให้พวกเจ้ารังแกชาวบ้านอีก...”
“แล้วก็....หากมีโอกาสที่พวกเจ้าสามารถสร้างความดีความชอบได้ ข้าจะลดเวลาในการเป็นทาสแก่พวกเจ้า ทุกๆ 5 ปี ข้าจะส่งคนมาตรวจสอบที่นี่ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็คงจะเป็นไปตามคำที่ข้าประกาศเอาไว้”
หวงซีเฉิงเรียนรู้วิธีในการควบคุมผู้คนมาก ระยะเวลา 30 ปีในสายตาของเผ่าม้าแคระอาจจะไม่ได้มากมายอะไรเมื่อเทียบกับสัญญาตลอดชีวิตและมีผลต่อสมาชิกในเผ่าที่เกิดใหม่ทั้งหลาย แต่สำหรับหวงซีเฉิง...เขารู้ว่า 30 ปีนี้จะเปลี่ยนอะไรไปได้มากมาย
หากเป็นไปอย่างที่เขาคิด วิธีชีวิตของชาวอาณาจักรเซินและเผ่าม้าแคระจะรวมกันเป็นหนึ่ง หุบเขาแห่งนี้จะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น พวกเขาจะรู้จักพึ่งพาต่อกัน หากชาวบ้านรู้จักใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ พวกเขาอาจจะได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างมาจากเผ่าม้าแคระก็เป็นได้
นอกจากนี้....หวงซีเฉิงบังคับทำสัญญาทาสก็เพื่อให้กองทัพเป็นผู้มีอำนาจหนึ่งเดียวต่อพวกเขา จนกว่าการแย่งชิงบัลลังจะจบลง เพราะสุดท้ายแล้ว...ปัญหาที่เกิดอยู่ในตอนนี้ ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นเพราะความโลภของผู้คนทั้งนั้น
หวงซีเฉิงไม่คิดว่าตนเองจะทำหน้าที่แม่ทัพกระทั่งตาย เมื่อเขาอายุมากขึ้นแล้วมีผู้สืบทอด เขาก็พร้อมที่จะปล่อยวางชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายแล้วหนีไปอยู่กับชิงหมินของเขาสองคนเท่านั้น
ความฝันที่เขาไม่คิดหวังมาก่อนได้เกิดขึ้นหลังจากที่ได้ซึมซับความสบายอกสบายใจจากคนข้างกาย หากเป็นก่อนหน้านี้...เขาก็คงจะเหมือนบิดาที่คร่ำเคร่งที่จะดูแลอาณาจักรเซินไปจนกระทั่งตาย ซึ่งเมื่อคิดถึงตอนนี้...เขากลับรู้สึกว่าความจงรักภักดีเหล่านั้นก็แค่เรื่องของคนโง่เขลา
………………………………………..