ยามอิ๋น ( 03.00น.- 05.00น. )
บนถนนเส้นเล็กมีห้าคนพ่อแม่ลูกเดินตามกันในความมืด เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองหานไห่ ต้องใช้เวลาเดินเท้าสองชั่วยาม (1 ชั่วยาม = 2ชั่วโมง )
มู่หย่งเกิงไม่มีเงินจ่ายค่าเกวียนสำหรับทุกคนในครอบครัวเขาจึงได้พาภรรยาและลูกๆเดินเท้าเพื่อเข้าเมืองไปขายสมุนไพร
มู่หว่านหลินเดินมาได้หนึ่งชั่วยามนางก็รู้สึกเมื่อยขาเป็อย่างมาก ใจนางสู้แต่ร่างกายอันผอมแห้งนี้มันไม่ยอมสู้ไปกับนาง
“ทุกคนพักสักครูก่อนเถอะเ้าค่ะ ขาของข้ามันไม่ยอมเดินต่อแล้วมันบอกว่าอยากจะขอพักสักหน่อย”
“หลินเอ๋อร์ให้พ่อแบกเ้าดีหรือไม่” มู่หย่งเกิงเห็นลูกสาวคนเล็กหยุดเดินจึงหันไปถาม
“ดีเ้าค่ะท่านพ่อ เพราะตอนนี้ข้ารู้สึกเหมือนว่าขาของข้ามันจะหลุดออกจากร่างไปเสียให้้ได้เ้าค่ะ”
ทุกคนได้ยินนางพูดก็พากันหัวเราะนาง นี่เป็ครั้งแรกที่นางเดินทางไกลและอดทนเดินมาได้ถึงหนึ่งชั่วยามพวกเขาก็พากันปลื้อมใจแทบแย่
ั้แ่นางฟื้นขึ้นมานางก็ไม่ค่อยเอาแต่ใจและขี้หงุดหงิด นั้นยิ่งทำให้ทุกคนในบ้านพากันรู้สึกดีใจที่นางเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
‘ก็แน่ละพวกท่านเลี้ยงนางแบบลูกคุณหนูนี่นางถึงได้ร่างกายอ่อนแอเช่นนี่’
ชีวิตเก่านางเรียนต่อยมวย ยูโด ว่ายน้ำ ทั้งตัวนางในโลกเก่าก็แรงเยอะมากกว่าผู้ชายบางคนเสียอีก แต่ดูร่างใหม่ของนางสิทั้งผอมแห้ง ทั้งอ่อนแอ คงต้องใช้เวลาอีกนาน อืม..ค่อยๆเป็ค่อยๆไป เื่เพิ่มน้ำหนักนางถนัดนักละ ฮ่า ฮ่า
มู่หว่านหลินถูกท่านพ่อแบกขึ้นหลังเพราะความง่วงบวกความเมื่อยทำให้นางคล้อยหลับไป รู้สึกตัวอีกทีก็ถึงประตูเมืองเสียแล้ว
ป้ายบนหน้าประตูเมืองขนาดใหญ่เขียนว่า เมืองหานไห่
มู่หย่งเกิงพาครอบครัวเดินมุ่งหน้ายังร้านขายสมุนไพร เป่าเฉียน ก่อนจะหันมาบอกภรรยาและลูกๆทั้งสอง ให้รอด้านนอกเขาจะเข้าไปกับลูกชายคนโต
“ข้าขอไปด้วยเ้าค่ะท่านพ่อ” มู่หว่านหลินกลัวพ่อกับพี่ชายจะถูกโก่งราคาเลยจะขอตามเข้าไปด้วย
เพราะคิดว่านางคงอยากจะรู้ว่าเห็ดขายได้ราคาเท่าไหร่จึงไห้นางตามเข้าไปด้วย
“ได้ ” พูดจบเขาก็เดินนำลูกๆเข้าไปด้านใน
“สวัสดีขอรับหลงจู๊”
“สวัสดีๆ พวกเ้ามีสมุนไพรอะไรมาขายให้ข้าหรือ”
หลงจู๊ชราท่านนี้อยู่แผนกรับซื้อสมุนไพร เมื่อมีคนเดินมาทางนี้เขาก็รู้ได้ทันทีว่าย่อมต้องนำสมุนไพรมาขายอย่างแน่นอน
มู่หย่งเกิงหันไปมองลูกชายก่อนจะพยักหน้าให้เขานำเห็ดหลินจือแดงทั้งห้าดอกออกมา
“นี่ขอรับหลงจู๊สมุนไพรที่พวกข้านำมาขาย” มู่ข่ายเฉิงค่อยๆหยิบเห็ดหลินจือแดงออกมาจากตะกร้าทีละดอกอย่างเบามือ
หลงจู๊ชราเห็นสมุนไพรที่พวกเขานำมาขายก็รู้สึกตกตะลึงและตื่นเต้นเป็อย่างมากเขาไม่เคยเห็นเห็ดหลินจือแดงดอกใหญ่ขนาดนี้มาก่อนอีกทั้งมันยังมีมากถึงห้าดอก เขาหยิบมันขึ้นมาดูอย่างละเอียดทีละดอก
เห็ดหลินจือแดงนี่อายุมากกว่าพันปีแน่นอน ครอบครัวนี้ช่างโชคดีจริงๆจึงเก็บได้มากถึงห้าดอกใหญ่
หลงจู๊ชราตรวจดูเห็ดหลินจือทั้งห้าดอกอย่างละเอียดแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาพูดอย่างยินดีว่า
“ข้ารับซื้อเห็ดหลินจือแดงของพวกเ้าดอกละร้อยตำลึงทอง พวกเ้าพอใจกับราคานี้หรือไม่”
“…..” มู่หย่งเกิง สติหลุดออกจากร่างไปแล้วั้แ่ที่ได้ยินว่าร้อยตำลึงทอง เมื่อหลงจู๊ถามประโยคหลังเขาเลยไม่ได้ยิน
“พอใจเ้าค่ะ ใช่ไหมเ้าคะท่านพ่อ”
เมื่อเห็นว่าพ่อกับพี่ใหญ่พากันสติหลุดออกจากร่างไปชั่วขณะ นางจึงตอบตกลงขายก่อนจะหันไปดึงแขนเสื้อบิดาและเรียกเขา
“ขอรับๆ ข้าพอใจ ” มู่หย่งเหิงตอบรับทั้งๆที่สติยังกลับคืนมาไม่หมด จนกระทั่งรับเงินมาแล้วเขาก็ยังไม่ได้สติ
“นี่เงินของพวกเ้านับดูก่อน วันหน้าหากพวกเ้ามีสมุนไพรอีกนำมาขายที่ร้านนี้ได้”
“ขอบคุณเ้าค่ะหลงจู๊ วันหน้าถ้าหากมีสมุนไพรเช่นนี้อีกพวกข้าจะนำมาขายให้ร้านของท่านอีกเ้าค่ะ"
มู่หว่านหลินรับถุงเงินมาแล้วเทออกจากนั้นก็นับต่อหน้าหลงจู๊ จนหลงจู๊ชราแปลกใจที่เด็กสาวชาวบ้านคำนวนเลขได้เร็วกว่าลูกคิดที่เขาใช้เสียอีก
"ครบเ้าค่ะหลงจู๊ เช่นนี้วันนี้พวกข้ากลับก่อนนะเ้าคะ ไปกันเถอะท่านพ่อพี่ใหญ่”
ทั้งสองยังคงแข็งเป็ท่อนไม้ให้มู่หว่านหลินจับจูงไปเดินออกจากร้านไป
…..
ถิงหรูหนิงเห็นสามีและลูกชายเดินเหม่อลอยออกมาจากร้านขายสมุนไพรก็รู้สึกสงสัยหรือว่าเห็ดนั้นจะขายไม่ได้แล้วทำให้พวกเขาเสียใจ
“หลินเอ๋อร์ ท่านพ่อกับพี่ใหญ่ของเ้าพวกเขาเป็อะไรไปหรือ”
“ท่านแม่ท่านไม่ต้องใไป พวกเขาเพียงแค่ในิดหน่อยเ้าค่ะ เดี๋ยวก็หาย”
“อืม..แล้วพวกเราจะไปไหนกันต่อละ ” เมื่อเห็นว่าสามียังอยู่ในอาการเหม่อลอยนางจึงหันมาถามลูกสาว
“ไปร้านเสื้อผ้าเ้าค่ะ พวกเราจะซื้อเสื้อผ้าใหม่คนละสิบชุดไปเลยเ้าค่ะ และวันนี้พวกเราจะค้างคืนที่โรงเตี๊ยมหนึ่งคืนเ้าค่ะ"
“น้องเล็ก เมื่อครู่เ้าบอกว่า คืนนี้พวกเราจะนอนโรงเตี๊ยมหรือ”
'เห็ดหลินจือแดงนั้นขายได้เงินมากเพียงนั้นเชียว'
มู่เจิ้งฉวนหยุดเดินแล้วหันมาถามน้องสาว
“โอ๊ย..เ้าจะหยุดเหตุใดไม่ยอมเสียก่อนน้องรอง” มู่ข่ายเฉิงที่เดินตามมาอย่างเหม่อลอยชนแผนหลังน้องชายก็ได้สติคืนมาทันที
“ข้าขออภัยพี่ใหญ่เมื่อครู่ข้ามัวแต่ใ ว่าอย่างไรน้องเล็ก”
“เมื่อถึงโรงเตี๊ยมข้าจะเล่าให้ท่านฟังพี่รอง ตรงนี้คนเยอะท่านดูสิ ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่กันก่อนเถอะเ้าค่ะ”
มู่หว่านหลินไม่ตอบคำถามเขาแต่กลับชวนพวกเขาไปซื้อเสื้อผ้าเสียก่อน
ถิงหรูหนิงพอจะจับใจความได้ว่าสามีและลูกๆของนางขายเห็ดหลินจือแดงได้มากกว่าหนึ่งพันตำลึงเงินแน่ๆ ถึงจะดีใจมากขนาดไหนแต่นางก็เก็บอาการได้ดีกว่าใคร ถิงหรูหนิงจับแขนสามีเดินตามลูกสาวไปยังร้านขายเสื้อผ้า