บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 47 การเปลี่ยนแปลงในเมืองหลวง

           กู้ชิงฮั่นขมวดคิ้ว ใคร่ครวญดูแล้วก็กดเสียงต่ำพูดว่า “ชางไห่ นับแต่นี้ไป สั่งคนในจวนว่าห้ามออกไปไหนโดยพลการเด็ดขาดหากต้องออกไปซื้อของ ก็ให้ระวังตัวให้มาก” แล้วหันไปบอกฉีเฟิงว่า “ฉีเฟิง เจ้ามีคนรู้จักในเมืองหลวง ไปสืบที ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

           ทั้งสองคำนับ ฉีเฟิงพูดขึ้นมาว่า “ฮูหยินสามหากในวังหลวงเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ ทหารของจวนผู้ว่าในเมืองหลวงได้รับราชโองการให้ออกลาดตระเวนเท่านั้นสาเหตุอย่างไรคงไม่มีผู้ใดทราบ”

           “ฉีเฟิงพูดถูก” ต้วนชางไห่พูด “วังหลวงออกคำสั่งย้ายค่ายดาบดำเข้าเมืองมา แถมยังเปลี่ยนทหารอารักษ์ขาวังหลวงแสดงว่าในวังหลวงมีหมายจะปิดข่าว ตอนนี้เราคงสืบหาข่าวได้ยาก”

           กู้ชิงฮั่นนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “เมืองหลวงจะปิดประตูเมืองหรือ?”

           “ตอนนี้ยัง” ฉีเฟิงพูดว่า “แต่ว่าจากสถานการณ์ในตอนนี้ คืนนี้น่าจะเริ่มประกาศใช้กฎอัยการศึกและเมื่อไหร่ก็ตามในเมืองใช้กฎอัยการศึก การปิดประตูเมืองหลวงก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้”

           “แต่ว่าอีกสองวันก็จะเคลื่อนขบวนศพของท่านแม่ทัพไปฝังแล้วหากปิดประตูเมือง เราจะออกนอกเมืองได้อย่างไรเล่า?” กู้ชิงฮั่นพูดอย่างรู้สึกกังวล“การเคลื่อนขบวนศพทำตามฤกษ์ยาม หากคลาดเคลื่อนไปจะกระทบต่อดวงชะตาฮวงจุ้ย แถมยังจะผิดต่อกฎข้อบังคับไม่แน่อาจจะมีคนฉวยโอกาสนี้ก่อเรื่องได้”

           ต้วนชางไห่พูดว่า “ฮูหยินสามวางใจ ประตูเมืองยังอยู่ในมือของค่ายหู่เสินผู้บัญชาการของค่ายหู่เสินเคยเป็นคนของท่านเหล่าโหวมาก่อนเดี๋ยวข้าจะไปลองถามเขาดู ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จะต้องเคลื่อนขบวนศพของท่านแม่ทัพออกไปตามกำหนดให้ได้”

           กู้ชิงฮั่นตบหน้าอกพร้อมยิ้มบาง “เจ้าดูข้าสิร้อนใจจนสับสนไปหมดท่านผู้บัญชาการเซวียตอนนี้ยังคงเป็นผู้บัญชาการของค่ายหู่เสิน มีเขาอยู่การเคลื่อนขบวนศพของท่านแม่ทัพก็ไม่น่าจะมีปัญหา” หลังจากนั้นสีหน้าก็แสดงความกังวลขึ้นมาอีกครั้ง “มิน่าทำไมในวังหลวงถึงไม่ส่งคนมาสักที ที่แท้ภายในก็วุ่นวายนี่เอง...!”

           หยางหนิงยืนอยู่เฉยๆ ไม่พูดอะไรเมื่อได้ยินบทสนทนาของหลายๆ คนแล้ว ก็รู้ทันทีว่าตอนนี้ในเมืองหลวงไม่ค่อยสงบ

           “จริงสิ ฮูหยินสาม ตอนที่เราเดินมาเห็นท่านอู่เซียงโหวกำลังออกไป สีหน้าเขาไม่ค่อยดีเลย แล้วก็...แล้วก็เอาแต่บ่นด่า...!” ต้วนชางไห่หยุดพูด ก่อนจะเบาเสียงลงแล้วพูดว่า“เขาเหมือนจะไม่พอใจท่าน เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?”

           กู้ชิงฮั่นยิ้มแห้ง แล้วพูดว่า “เจ้าคิดว่าเขามาเพราะเรื่องอะไรเล่า? ใครๆ ก็บอกว่ามีพ่อเป็นเสือลูกก็ต้องเป็นเสือคำพูดนี้ใช้กับอู่เซียงโหวไม่ได้จริงๆ” เมื่อเห็นว่าหยางหนิงยืนอยู่ข้างๆจึงยากที่จะพูดออกไป ก่อนจะหันไปพูดกับหยางหนิงว่า “หนิงเอ๋อร์เจ้าไม่ต้องสนใจเรื่องอื่นนะ จัดการเรื่องงานศพของท่านแม่ทัพให้เรียบร้อยก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน”

           หยางหนิงพยักหน้ารู้ว่าเรื่องมันเรียงรายกันมาหลายเรื่องต่อๆ กัน กู้ชิงฮั่นเองตอนนี้ก็สับสนวุ่นวายใจไม่น้อย

           ในเมืองหลวงเกิดการเปลี่ยนแปลง กู้ชิงฮั่นยังต้องไปบอกกับไท่ฟูเหรินอีกเมื่อกู้ชิงฮั่นออกไปแล้ว ต้วนชางไห่ก็สั่งการกับฉีเฟิง ฉีเฟิงรีบออกไปในทันที

           “ซื่อจื่อหากอู่เซียงโหวพูดอะไรที่ท่านไม่ชอบใจ ท่านก็อย่าได้ใส่ใจเลย” ต้วนชางไห่เห็นหยางหนิงเองก็มีสีหน้าที่ไม่ดีเช่นกันคิดไปเพียงว่าเขาคงทำผิดต่ออู่เซียงโหวมา ก็เลยปลอบใจว่า “อู่เซียงโหวปกติก็ไม่สนใจเรื่องจุกจิกบางทีพูดจาอะไรมากเกินไปหน่อย... หรือพูดตรงเกินไป”

           หยางหนิงยิ้มแปลกๆ แล้วพูดว่า “เขามายกเลิกการแต่งงานน่ะ”

           “มันก็เพราะ...!” ต้วนชางไห่ที่กำลังจะพูดปลอบต่อ ต้องชะงักไป แล้วพูดเสียงหลงแทนว่า“อะไรนะ? ยกเลิกงานแต่งงานหรือ? ซื่อจื่อ ท่าน... ท่านล้อเล่นหรือเปล่า?”

           หยางหนิงยักไหล่ แล้วพูดว่า “เจ้าเห็นว่าข้าล้อเล่นหรืออย่างไร?”

           “เป็นไปได้อย่างไร?” ต้วนชางไห่พูดอย่างตกใจว่า “การแต่งงานครั้งนี้ท่านเหล่าโหวทั้งสองเป็นคนกำหนดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นท่านองครักษ์เสื้อแพรหรือท่านอู่เซียงโหวทั้งสองต่างเป็นตระกูลบรรดาศักดิ์ของต้าฉู่ เป็นชนชั้นสูงเมื่อกำหนดการแต่งงานมาแล้ว อย่าว่าแต่บ้านตระกูลใหญ่เลย ต่อให้... เป็นคนทั่วไปก็จะมายกเลิกง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้”

           หยางหนิงยิ้มแล้วพูดว่า “เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือ อู่เซียงโหวไม่ค่อยสนใจอะไร? เจ้าพูดถูกเขาบอกว่าต้องการยกเลิกงานแต่ง ก็เหมือนการฉีกกระดาษให้ขาดนั่นแหละ”

           ดวงตาเสือของต้วนชางไห่แสดงออกถึงความโกรธมือกำหมัดแน่น พูดด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวว่า “ศพของท่านแม่ทัพยังไม่ทันได้เคลื่อนขบวนไปฝังเขา...เขาก็กลับคำสัญญาแล้ว เขายังเห็นองครักษ์เสื้อแพรของเราอยู่ในสายตาอยู่หรือไม่?”

           หยางหนิงลูบคางแล้วพูดว่า “เขาบอกว่าตระกูลฉีของเราไม่มีใครที่เป็นลูกผู้ชายที่รับภาระใหญ่ได้ยังบอกอีกว่า ข้าเป็นบ้าแบบนี้ โง่ไร้ความสามารถ ไม่คู่ควรกับคุณหนูของพวกเขา”

           ต้วนชางไห่สูดหายใจเข้าลึกๆ น้ำเสียงยังคงเจือไปด้วยความโกรธ“ซูเจินนี่ได้ทีขี่แพะไล่ เขา...!” เขาโกรธจนตัวสั่นไปหมดพูดอะไรไม่ออก

           หยางหนิงยกมือตบไปที่ไหล่เขา ยิ้มแล้วพูดว่า “จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากหรือก พ่อเป็นอย่างไรลูกก็คงเป็นแบบนั้นมีพ่อที่ไม่รักษาคำพูดแบบนี้ ลูกสาวก็คงไม่ได้ดีไปกว่ากันหรอก” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดเสียงเบาๆ ว่า “ท่านอาต้วนท่านเคยเห็นคุณหนูของพวกเขาไหม หน้าตาเป็นไงบ้าง?”

           ต้วนชางไห่กล่าวว่า “ไม่เคยเห็นนะ แต่ว่าอู่เซียงโหว... ซูเจินหน้าตาก็ไม่เลวฮูหยินของอู่เซียงโหวก็ถือว่าเป็นสาวงามคนหนึ่งลูกสาวของพวกเขาก็น่าจะหน้าตาใช้ได้” เขาพูดเสียงเข้มๆ ว่า“ซื่อจื่อ เขาต้องการยกเลิกงานแต่ง ท่านตอบไปว่าอย่างไร?”

           “ซานเหนียงบอกว่าต้องเรียนท่านย่าก่อน”หยางหนิงถึงแม้จะไม่พอใจการกระทำของอู่เซียงโหวมากแต่เขาไม่ได้สนใจการแต่งงานครั้งนี้มากนัก “รอดูว่าท่านย่าจะว่าอย่างไรบ้าง”

           ต้วนชางไห่ยังโกรธไม่หาย ยิ้มแห้งแล้วพูดว่า“ถึงแม้ซูเจินจะทำอะไรไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร แต่คิดไม่ถึงว่าเรื่องใหญ่แบบนี้ คิดจะกลับลำก็กลับลำเลยใจคนยากแท้หยั่งถึงจริงๆ คิดถึงเมื่อหลายปีก่อน...” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ก็ลังเลแล้วก็ไม่พูดต่อ

           หยางหนิงยิ้มแล้วพูดว่า “ท่านอาต้วนรู้จักซูเจินดีงั้นหรือ?ข้าไม่ค่อยรู้จักว่าที่พ่อตาของข้าคนนี้เท่าไรเลย”

           ต้วนชางไห่รู้ดีว่าแต่ก่อนซื่อจื่อจะมึนๆ งงๆหน่อย ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นปัญญาอ่อน แต่สมองก็ไม่ค่อยจะเต็มเท่าไรแต่ว่าตอนนี้ถูกกระทบกระเทือนจนฉลาดขึ้นมา เริ่มรู้เรื่องราวอะไรมากขึ้น เขาลังเลแล้วพูดว่า “ตอนที่ซูเจินยังเป็นหนุ่มเจ้าสำราญคนหนึ่ง ท่องเที่ยวเริงนารีไปทั่วอู่เซียงโหวอยู่นอกเมืองหลายปี ไม่ได้ดูแลสั่งสอนให้ดี...!”

           หยางหนิงทนไม่ได้ต้องด่าในใจก่อนหน้านี้ซูเจินวางมาดเป็นคนดีด่าฉีหนิงว่าเป็นพวกไม่เอาอ่าว แต่ตอนนี้เขาเองก็เป็นแบบนั้นมาก่อน

           “ตอนงานแต่งของท่านสาม ซูเจินก็มาร่วมงานเลี้ยงยัง...!” ต้วนชางไห่ยกหมัดขึ้นมา แล้วส่ายหัวแล้วพูดว่า “เรื่องมันผ่านไปแล้วช่างมันเถอะ”

           หยางหนิงยังคงอยากรู้ ก็เลยถามไปว่า “ท่านอาต้วน เกิดอะไรขึ้น?อย่าบอกนะว่าซูเจินก่อเรื่องในงานของท่านอาสาม?”

           ต้วนชางไห่ยิ้มแห้งแล้วพูดว่า “ซื่อจื่อพูดถูกแล้วงานแต่งงานในครั้งนั้น ซูเจินกับคุณชายสองสามคนแอบไปที่ห้องหอให้เหตุผลว่าจะมาก่อกวนห้องหอ พูดเอาง่ายๆ แบบนั้น จนกระทั่งท่านสามพาคนมาถึง...!” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ต้วนชางไห่ก็ยิ้มแปลกๆ “เมื่อท่านสามมาถึงซูเจินก็เลือดนองเต็มตัว จากนั้นก็สลบไป”

           “ห้ะ?” หยางหนิงรู้สึกสนใจมาก เมื่อได้ยินว่าซูเจินซวยก็รู้สึกยินดีมาก “เกิดอะไรขึ้น?”

           ต้วนชางไห่หันไปมองรอบๆ แล้วพูดเสียงเบาๆ ว่า“ซื่อจื่อรู้แล้ว อย่าไปบอกใครนะ ถึงแม้จะมีคนรู้พอสมควรแล้ว แต่เรื่องนี้ไม่มีใครพูดแล้ว”เขาหยุดไป ยิ้มแล้วพูดว่า “ถึงแม้ไม่เห็น แต่คาดว่านิสัยหื่นกามของซูเจินคงไม่เปลี่ยน คิดอยากจะใช้ห้องหอในการย่ำยีฮูหยินสามแต่กลับถูกฮูหยินสามใช้กรรไกรแทงไปที่ขา ถึงแม้ซูเจินจะเป็นลูกชายคนโตของเมียแต่งแต่ไม่มีเชื้อความกล้าหาญองอาจของท่านไปเลย สลบคาที่”

           หยางหนิงหัวเราะร่าออกมาตอนนี้ถึงได้เข้าใจ ว่าทำไมตอนที่อู่เซียงโหวซูเจินเห็นกู้ชิงฮั่นแล้วถึงได้มีอาการหวาดกลัวแบบนั้น ที่แท้มีความหลังกันนี่เอง

           เมื่อคิดถึงใบหน้าที่สวยงามอ่อนโยนแต่ลงมือเหี้ยมโหดเด็ดขาด ก็อดที่จะยิ้มไม่ได้

           “ถึงแม้ซูเจินจะทำเรื่องไร้ศีลธรรมไปหน่อยแต่เรื่องการยกเลิกงานแต่งงานโดยพลการนั้น ข้าน้อยคิดไม่ถึงจริงๆ” ต้วนชางไห่ยิ้มแห้งแล้วพูดว่า “คนๆ นี้ใจร้อนต้องการเห็นความสำเร็จในทันที แม้ท่านเหล่าโหวซูเป็นวีรบุรุษที่รักษาคำพูดแค่ไหนคิดไม่ถึงเลยว่า...!” แล้วเขาก็ส่ายหัว “หลังจากที่ซูเจินรับสืบทอดตำแหน่งของอู่เซียงโหวชื่อเสียงก็ไม่เหมือนเดิมอีก เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนพูดถึงสี่ตระกูลบรรดาศักดิ์ใหญ่ก็จะแอบพูดลับหลังว่าอู่เซียงโหวเทียบไม่ได้เลยกับโหวอีกสามท่านแต่ท่านแม่ทัพก็ไม่ได้รังเกียจเลย ยังคงรักษาคำสัญญาการแต่งงานเอาไว้”

           “ท่านอาต้วนซูเจินมายกเลิกงานแต่งงานด้วยตัวเอง เหตุผลหลักๆ ก็น่าจะมาจากที่ท่านพ่อสิ้นแล้ว” หยางหนิงค่อยๆ พูด “เขาคิดว่าต่อแต่นี้ไปจวนองครักษ์เสื้อแพรก็จะต้องถดถอยดังนั้นก็ไม่อยากจะดองญาติกับเรา ฟังจากที่ท่านพูดเกี่ยวกับเรื่องที่เขาทำในอดีตการทำเรื่องแบบนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร”เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ “ตอนนี้ข้าแค่รู้สึกแปลกใจว่าเขาเลือกมายกเลิกงานแต่งงานในเวลาแบบนี้ ในเวลาที่ท่านพ่อยังไม่เคลื่อนขบวนศพไปฝังตัวเขาก็น่าจะรู้ว่ามันคือการฉีกหน้าเรา หากว่าเขามีสมองอยู่บ้างก็ไม่น่าจะทำแบบนี้”

           ต้วนชางไห่ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ซื่อจื่อท่านพูดมาแบบนี้มันก็น่าแปลกจริงๆ ด้วย ถึงแม้ซูเจินจะเป็นคนไม่เอาไหน แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ตามหลักแล้ว ต่อให้อยากจะยกเลิกการแต่งงาน ก็ควรจะรออีกสักระยะหนึ่ง แต่กลับเลือกที่จะทำในตอนที่ยังไม่เคลื่อนขบวนศพท่านแม่ทัพไปฝังมันต้องมีเบื้องหลังอะไรแน่ๆ”

           หยางหนิงหันไป แล้วพูดใกล้ๆ ต้วนชางไห่ว่า “ท่านอาต้วน ท่านว่ามันจะมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังไหม? ข้ารู้สึกว่าเรื่องการยกเลิกงานแต่งนี่ซูเจินน่าจะไม่ได้ตัดสินใจคนเดียวแน่ๆ”

           ต้วนชางไห่คิดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “เรื่องแบบนี้ เราเดาไม่ได้หรอก” จากนั้นก็ขมวดคิ้วแล้วพูดอีกว่า“แต่ว่าหากว่าการแต่งงานถูกยกเลิกจริง ชื่อเสียงของจวนองครักษ์เสื้อแพรของเราก็จะยิ่งตกต่ำลงไปอีก”

           “การยกเลิกงานแต่งในครั้งนี้ฝ่ายที่ชื่อเสียงตกต่ำเป็นพวกเขา” หยางหนิงยิ้มแห้ง “ไม่รักษาคำพูด ชื่อเสียงของอู่เซียงโหวคงเหม็นเน่าไปอีกนาน”

           “ซื่อจื่อ ท่านไม่เข้าใจ” ต้วนชางไห่ยิ้มแฝงไปด้วยความเจ็บปวดแล้วพูดว่า“ตอนนี้จวนองครักษ์เสื้อแพรของเรากำลังลำบาก หลายๆ คนกำลังจับตาดูเราอยู่ตระกูลซูยกเลิกงานแต่งงาน ถึงแม้พวกเขาจะเสียชื่อเสียง แต่ชื่อเสียงของจวนองครักษ์เสื้อแพรเองก็ได้รับผลกระทบไปด้วยท่านลองคิดดูสิ ตระกูลซูยกเลิกงานแต่งงาน คนนอกที่ไม่รู้อะไรก็คิดแค่ว่าแม้แต่ตระกูลซูก็ดูถูกเรา ก็จะคิดว่าจวนองครักษ์เสื้อแพรกำลังตกต่ำหากเป็นอย่างนี้ เกรงว่จะมีใครหลายๆ คนที่ได้ทีขี่แพะไล่” เขาพูดเสียงเบาๆ ว่า “คำสัญญาแต่งงานเมื่อถูกยกเลิกตระกูลซูเสียหน้า ส่วนองครักษ์เสื้อแพรของเราอาจจะเสียมากกว่านั้น”

           “เป็นอย่างนี้นี่เอง!”หยางหนิงหรี่ตา เหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่าง

    คล้ายกับเรื่องบันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303