บรรยากาศภายในคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับอัดแน่นไปด้วยพายุอารมณ์อันบ้าคลั่งที่มองไม่เห็น หลังจาก 'พราว' วิ่งร้องไห้หนีออกจากบ้านและขับรถยนต์ฝ่าสายฝนหายลับไป 'มารุต' ก็ยืนช็อคค้างอยู่กลางห้องโถงใหญ่ สองมือหนากุมศีรษะตัวเองอย่างสิ้นหวัง ตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งที่จะตามมา ทั้งการฟ้องหย่า การเสียชื่อเสียงในวงสังคมธุรกิจ และการสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสร้างมา มารุตเดินพล่านไปรอบห้องนั่งเล่นด้วยความคลุ้มคลั่งและสับสน เขาบันดาลโทสะกวาดแจกันแก้วคริสตัลประดับบนโต๊ะคอนโซลร่วงหล่นลงกระทบพื้นไม้จนแตกละเอียดเสียงดังลั่นเพล้ง เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้นราวกับเศษซากชีวิตสมรสที่ไม่มีวันซ่อมแซมได้ มารุตเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ด้วยมือไม้สั่นเทา คว้าขวดบรั่นดีราคาแพงมารินใส่แก้วแล้วกระดกเข้าปากรวดเดียวเพื่อสะกดสติ แต่แอลกอฮอล์กลับยิ่งแผดเผาให้ความโกรธและความวิตกกังวลรุนแรงยิ่งขึ้น
'แพรว' เดินก้าวลงมาจากบันไดช้า ๆ เธอสวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีเข้มตัวยาว ใบหน้าสวยเฉยเมยทว่าแววตากลับสั่นไหวและตึงเครียดไม่แพ้กัน แพรวเดินตรงมาหามารุตที่ยืนกุมขมับอยู่
"นี่มันความผิดของพี่แพรวคนเดียวเลย!... ถ้าพี่ไม่กลับมาจากอเมริกา... ถ้าพี่ไม่เสนอตัวเข้ามาหาผม... เื่บ้า ๆ พวกนี้ก็คงไม่มีวันเกิดขึ้น! พราวก็คงไม่จับได้คาเตียงแบบนี้!" มารุตหยัดกายลุกขึ้นยืนตวาดลั่นใส่แพรวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกลี้ยวพาลโยนความผิดทั้งหมดให้แก่เธอ
แพรวชะงักไปชั่ววินาทีก่อนแววตาคู่คมจะเปลี่ยนเป็โกรธจัดและผิดหวังรุนแรง เธอแค่นยิ้มหยันสู้เดินเข้าประจันหน้ากับน้องเขยอย่างเด็ดเดี่ยว "ความผิดของพี่คนเดียวเหรอคะมารุต? ช่างพูดออกมาได้อย่างหน้าไม่อายและเห็นแก่ตัวจังเลยนะ! วันแรก ๆ ที่พี่ก้าวเข้ามาหา มารุตก็ตอบรับััพี่อย่างกระหายอยากและลุ่มหลงไม่ใช่เหรอคะ? มารุตเคยบอกพี่เองไม่ใช่เหรอคะว่าพราวเป็เหมือนก้อนน้ำแข็งที่จืดชืด ไร้อารมณ์ร่วมรัก ไม่เคยตอบสนองความ้าของมารุตได้สะใจเท่าพี่... มารุตเป็คนโอบกอดและร่วมรักกับพี่อย่างเร่าร้อนดิบเถื่อนเองไม่ใช่เหรอคะ! อย่ามาทำตัวเป็เหยื่อไร้เดียงสาเสแสร้งปั้นแต่งในยามที่เกิดเื่เลยค่ะ ในเมื่อมารุตเองก็รักสนุกและพ่ายแพ้ต่อกิเลสตัณหาของตัวเองเหมือนกัน!"
มารุตกัดฟันกรอดจ้องมองแพรวด้วยสายตาประดุจสัตว์ร้าย "พี่ไม่รู้อะไรเลยพี่แพรว! ตอนนี้บริษัทของผมเพิ่งกู้เงินจากธนาคารมาถึงห้าสิบล้านบาทเพื่อขยายโครงการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ริมแม่น้ำ ถ้าพราวหย่ากับผม พ่อของพราวจะดึงเงินลงทุนและถอนตัวจากการเป็ผู้ค้ำประกันเงินกู้ทั้งหมดทันที! ธนาคารจะเรียกคืนเงินกู้ทั้งหมดในคราวเดียว ซึ่งบริษัทของผมไม่มีเงินสดพอที่จะจ่ายคืน! บริษัทที่ปู่ของผมก่อตั้งและสร้างมากับมือจะต้องถูกฟ้องล้มละลายและขายทอดตลาดเพื่อชดใช้หนี้สินทั้งหมด! ผมจะสูญเสียทุกอย่าง ทั้งเงิน ชื่อเสียง และสถานะทางสังคมกลายเป็คนสิ้นเนื้อประดาตัว!"
แพรวหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งระคนสมเพชจ้องมองเขาด้วยแววตาเหยียดหยาม "ที่แท้มารุตก็ไม่ได้ห่วงหรือรักพราวเลยสักนิดสินะคะ! สิ่งที่คุณห่วงและกลัวเสียไปมีแค่เงินทอง อำนาจ และมรดกของตระกูลพราวต่างหาก! คุณแต่งงานกับพราวเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ และคุณมานอนกับพี่เพื่อตักตวงตัณหาความสุขส่วนตัว ตอนที่จับขาพี่พาดไหล่กระแทกกระทั้นบนเคาน์เตอร์ครัวและกระซิบว่าพราวนุ่มนวลสู้พี่ไม่ได้ ทำไมตอนนั้นไม่เห็นกลัวล้มละลายแบบนี้ล่ะคะ? คุณช่างเป็ผู้ชายที่ขี้ขลาดและน่ารังเกียจที่สุดเลยค่ะ!"
คำพูดขยี้ความจริงของแพรวประหนึ่งสายฟ้าฟาดผ่าขั้วหัวใจ มารุตปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเขาเองก็เต็มใจตักตวงความสุขจากเนื้อนุ่มของแพรวและใช้ประโยชน์จากฐานะของภรรยา มารุตคว้าจับไหล่บางของแพรวเขย่ารุนแรงสะกดอารมณ์บ้าคลั่ง "หยุดพูดเดี๋ยวนี้พี่แพรว! เพราะความร่านอยากได้ของพี่ทำให้ชีวิตผมกำลังจะพังพินาศ! พราวจะฟ้องหย่าผม... ธุรกิจและชื่อเสียงของผมจะพังหมด!"
"ชีวิตมารุตพังคนเดียวงั้นเหรอคะ?! แล้วพี่ล่ะคะ พี่ที่ต้องทิ้งศักดิ์ศรีน้องสาวมาเป็ชู้รักคอยรองรับตัณหาเบื้องล่างของคุณล่ะคะ!" แพรวะโกลับเสียงสั่นเครือหยาดน้ำตาเม็ดใสแห่งความระทมไหลอาบแก้มใส
ความโกรธเกลี้ยว ความผิดบาป ความกลัว และความอัดอั้นตันใจที่ปะทุถึงขีดสุดของคนสองคนแปรเปลี่ยนเป็แรงผลักดันดิบเถื่อนทางกายชั่ววูบ มารุตจ้องมองริมฝีปากที่สั่นระริกและใบหน้าอาบน้ำตาของแพรวด้วยความรู้สึกผสมปนเป ทั้งโกรธเกลียดแต่ก็ยังเสน่หาลุ่มหลงในเรือนร่างเนียนนุ่ม มารุตกระชากร่างบางเข้ามากอดรัดแ่า บดเบียดริมฝีปากลงจูบแพรวอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนประหนึ่ง้าลงทัณฑ์ระบายโทสะและทำลายล้างความอึดอัด
ััจูบของมารุตคืนนี้ไร้ซึ่งความอ่อนโยน ลิ้นร้อนสอดแทรกซอนเข้าบดจูบอย่างดุดันกระแทกกระทั้นจนแพรวเจ็บปาก ทว่าแพรวกลับไม่ผลักไส เธอจูบตอบรับรุนแรงปานจะกัดกิน ล่าล้างอารมณ์โกรธแค้นและระทมใจของทั้งสองคน สองร่างล้มลงบนโซฟาหนังตัวกว้างที่เคยเริงรักด้วยกัน มารุตทึ้งกระชากเสื้อคลุมผ้าไหมของแพรวออกอย่างไม่แยแสเสียงผ้าขาด เรือนร่างนวลสลัวของแพรวปรากฏต่อสายตาท่ามกลางแสงไฟสลัว
มารุตคว้าจับกรามเรียวของแพรวบังคับให้จ้องสบตาคมกริบของเขาและเอ่ยกระซิบเสียงต่ำ "พี่อยากได้ผมไม่ใช่เหรอพี่แพรว? พี่เป็คนทำให้ครอบครัวผมพัง! งั้นก็รับความดิบเถื่อนของผมไปซะให้สาสม!"
แพรวแค่นยิ้มผ่านน้ำตาเยาะเย้ย "เอาสิมารุต! ถ้าพี่ต้องจมลงนรก มารุตก็ต้องจมลงนรกไปพร้อมกับพี่!"
บทรักอันเต็มไปด้วยความชังปนใคร่ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงและหนักหน่วง มารุตแทรกกายเข้าสู่ช่องทางรักของแพรวอย่างดุดันและกระแทกกระทั้นรุนแรงในจังหวะเดียวโดยปราศจากการเล้าโลมหรือถนอมอารมณ์ แพรวแหงนหน้ากรีดร้องครางลั่นด้วยความหวาดเสียวปนความเ็ปลึกซึ้ง แผ่นหลังเนียนบดเบียดเสียดสีกับโซฟาหนังเย็นเฉียบรุนแรง สองมือบางจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของมารุตจนเกิดรอยเืไหลซิบ มารุตขยับขยายจังหวะสะโพกสอบกระแทกกระทั้นอย่างป่าเถื่อนและถี่รัวเน้นย้ำจุดกระสัน เสียงเนื้อกระทบกันในท่าทางที่ดิบเถื่อนทรมานและเสียงหายใจหอบดังระงมผสานกับเสียงสายฝนภายนอกที่ยังคงเทกระหน่ำ ทั้งสองคนร่วมรักกันอย่างบ้าคลั่งประหนึ่งคนเสียสติที่รู้ดีว่าวันพรุ่งนี้ชีวิตของตนเองจะพังพินาศย่อยยับ จึงขอใช้บทรักตัณหานี้เป็สิ่งสุดท้ายในการเผาผลาญศีลธรรมที่เหลืออยู่ให้มอดไหม้เป็จุล
มารุตบดกระแทกสะโพกสอบรัวเร็วเข้าใส่ส่วนลึกของแพรวอย่างสุดแรงส่ง แพรวเกร็งตัวแอ่นรับความรุ่มร้อนเสียวซ่านลึกซึ้งร้องครางหวานปนสะอื้นไห้ไม่ขาดสาย จนกระทั่งทั้งสองคนสั่นระรัวปลดปล่อยสายธารสิเน่หาร้อนระอุเข้าสู่กายกันและกันนอนหอบเหนื่อยล้าไร้เรี่ยวแรง
เมื่อพายุอารมณ์ราคะสงบลง ความจริงอันหนาวเหน็บก็คืบคลานเข้ามากัดกินใจ มารุตขยับตัวลุกขึ้นยืนจัดแจงแต่งกายสวมกางเกงและเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว เขาเดินตรงไปห้องน้ำล้างหน้าล้างตาและชำระล้างร่างกาย ลบเลือนกลิ่นอายตัณหา มารุตจ้องมองรอยข่วนสีแดงบนแผ่นหลังของตัวเองในกระจกเงาด้วยสายตาขยะแขยงชิงชังตัวเอง จากนั้นเขาก็เดินเลี่ยงออกจากห้องนั่งเล่นก้าวตรงเข้าสู่ห้องทำงานส่วนตัวเพื่อหาทางจัดการวิกฤตของตนเองอย่างเห็นแก่ตัว โดยไม่ปรายสายตามองแพรวที่นอนเปลือยเปล่าสั่นเทากลางห้องแม้แต่น้อย
แพรวนอนขดตัวร้องไห้โฮสะอื้นจนตัวสั่นระริกอยู่บนโซฟาเพียงลำพังคนเดียวท่ามกลางความมืดสลัวอันเย็นะเื เธอค่อย ๆ ใช้ฝ่ามือเรียวพยุงร่างอันระบมบอบช้ำที่เหนื่อยล้าของตนนั่นลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบากกระเส่า รวบรวมเสื้อผ้าขาดวิ่นมาโอบคลุมร่างกายที่เย็นเฉียบ แพรวพยุงกายที่บอบช้ำสะบักสะบอมขยับก้าวขึ้นบันไดเวียนกลับไปยังห้องนอนแขกของตัวเองอย่างเงียบเชียบและเชื่องช้าที่สุด เธอเอื้อมมือดันปิดบานประตูล็อคกุญแจแ่าป้องกันมารุตบุกรุก ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นไม้ปาร์เก้ รั้งหยิบดึงเอากระเป๋าเดินทางล้อลากใบใหญ่สีแดงเข้มที่เคยวางหลบซ่อนอยู่ในตู้ออกมาเปิดกางบนพื้น แพรวลงมือหยิบจับเสื้อผ้าข้าวของเครื่องประดับและของใช้ส่วนตัวที่เหลือทั้งหมดของเธอพับใส่กระเป๋าอย่างลนลานพะวักพะวนพลางสะอื้นไห้อย่างรวดเร็ว เธอรู้อยู่เต็มอกว่าเธอไม่สามารถทนอาศัยทนหายใจอยู่ร่วมชายคาในคฤหาสน์หลังใหญ่หลังนี้ที่อวลไปด้วยกลิ่นอายคราบน้ำตา รอยบาปตัณหา และการทรยศหักหลังน้องสาวของตนเองได้อีกต่อไปแม้เพียงเสี้ยววินาทีเดียว
แพรวหยัดกายลุกขึ้นเดินก้าวไปยังหน้าบานกระจกเงาโต๊ะเครื่องแป้งไม้โอ๊คสีขาว เธอเพ่งมองสะท้อนใบหน้าสะสวยหวานหยดย้อยที่บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบมาสคาร่าสีดำเลอะคราบน้ำตาอย่างน่าชัง และรอยแดงเข้มช้ำเต่งตึงชวนสมเพชเวทนาที่ซอกคอระหงระเรื่อ แพรวใช้ฝ่ามือสั่นระริกเอื้อมขึ้นมาลูบเบา ๆ ไปตามรอยช้ำสีเืนกเ่าั้ ยิ่งลูบน้ำตาก็ยิ่งร่วงไหลอาบแก้มพรากออกมาอีกระลอกใหญ่ประหนึ่งดั่งสำนึกเสียใจพ่ายแพ้ในศีลธรรม แพรวเดินไปยืนที่หน้าต่างห้องนอนแขก ทอดสายตามองดูเม็ดฝนที่ยังคงตกลงมาไม่ขาดสาย เธอจดจำ่เวลาที่เธอต้องหย่าร้างอย่างเ็ปและหนีจากอเมริกามาพึ่งพิงน้องสาวที่เมืองไทย หวังว่าจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่และพบความอบอุ่น แต่สุดท้ายความอิจฉาริษยาและความ้าเอาชนะน้องสาวกลับชักนำให้เธอทำเื่ชั่วช้าทำลายชีวิตสมรสของพราวจนย่อยยับไม่มีชิ้นดี แพรวตระหนักชัดเจนแล้วว่าความรักและเซ็กซ์ที่เธอมีร่วมกับมารุตเป็เพียงสิ่งชั่วคราวที่ฉาบเคลือบไว้ด้วยกิเลสตัณหาจอมปลอม และเมื่อพายุใหญ่พัดเข้ามา มารุตก็พร้อมจะสะบัดทิ้งและเหยียบย่ำเธอเพื่อเอาตัวรอดอย่างเืเย็น พายุในใจของคนผิดบาปได้พัดพาทุกสิ่งจนพังพินาศ ทิ้งไว้เพียงาแและซากปรักหักพังแห่งศีลธรรมที่ไม่มีวันซ่อมแซมได้อีกตลอดกาล