“..ทองครบตามจำนวนขอรับท่านปรมจารย์.. ส่วนนี่คือบัตรเงินของท่าน ภายในมีเงินจำนวน 5,600 ล้านบาทขอรับ รหัสของบัตรคือเลข 1 จำนวน 4 ตัวขอรับ ท่านปรมจารย์โปรดตรวจสอบ” หลังจากที่พนักงานของเดอร์คอยน์ตรวจเช็กจำนวนของทองครบตามจำนวน พิภพก็เร่งจัดการเื่เงินให้กับท่านปรมจารย์ทันที แม้ว่าการนับจะเป็ไปอย่างล่าช้า แต่เขาก็ใช้จำนวนพนักงานเกือบทั้งหมดเพื่อนับมันเลยทีเดียว
“ขอบใจ...” เฟยกล่าวก่อนจะยื่นมือรับบัตรเงินนั้นมา เท่านี้เขาก็หมดธุระกับที่แห่งนี้ไปอีกนาน ด้วยจำนวนเงินเท่านี้ บางคนอาจจะสามารถใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ได้อย่างฟุ่มเฟือยตลอดไปโดยไม่ต้องทำงาน..
“โปรดรอสักครู่ขอรับท่านปรมจารย์.. โปรดรับสิ่งนี้เอาไว้ด้วยขอรับ มันเป็บัตรระดับสูงสุดของเดอร์คอยน์ หากท่านปรมจารย์้าติดต่อพวกเราในครั้งหน้า โปรดแสดงบัตรนี้ แล้วพนักงานของเราจะดูแลท่านเป็อย่างดีขอรับ..” พิภพกล่าว ซึ่งเฟยก็รับมาอย่างไม่ได้ใส่ใจ ก่อนจะโยนมันเข้าไปเก็บที่ช่องว่างมิติเก็บของ..
“ขอบใจ.. ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องไปก่อน มีธุระที่อื่นต่อ.. เออ! จริงสิ.. พอดีผม้ารู้ข้อมูลของพวกแก๊งปล่อยเงินกู้ทวงหนี้โหด แต่ก็ยังไม่รู้ว่าแก๊งไหนเหมือนกัน.. เอาเป็ว่าถ้ารู้ชื่อแล้ว คุณช่วยตรวจสอบข้อมูลให้กับผมหน่อยจะได้ไหม..” เฟยกล่าว
“แน่นอนขอรับท่านปรมจารย์ เบอร์โทรของกระผมอยู่ด้านหลังบัตรสมาชิกของท่านแล้ว.. โปรดติดต่อ หากท่าน้าให้กระผมรับใช้..” พิภพกล่าว เฟยที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนที่เขาจะเดินออกจากเดอร์คอยน์ไปในที่สุด..
“เฮ้อออ.. ช่างเป็บุคคลที่ลึกลับเสียจริง!.. อาหลง! สั่งให้พนักงานของเราทุกคนที่เห็นพลังของท่านปรมจารย์เก็บไว้เป็ความลับด้วย.. ฉันจะรายงานกับสำนักงานใหญ่เองโดยตรง”
พิภพกล่าวสั่ง ซึ่งแน่นอนว่าพนักงานทุกคนก็ต้องปิดปากเงียบเอาไว้ หากพวกเขาเผลอพูดสิ่งนี้ออกไปในโลกภายนอก คนอื่นก็คงได้หาว่าเขาเป็บ้ากันพอดี พิภพถอนหายใจ และทำได้เพียงแค่มองตามหลังชายผู้ที่เขายอมรับว่าเป็ปรมจารย์ตัวจริงเสียงจริงจากด้านหลังของเขา พลางก้มมองเม็ดยาปราณระดับสูงในมือ..
‘หวังว่าจะได้พบกับท่านอีกเร็วๆนี้นะขอรับ..’ พิภพกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขาไม่รอช้ารีบกลืนเม็ดยานั้นลงคอไปในทันที ก่อนจะนั่งในท่าสมาธิรวบรวมลมปราณ..
‘วิเศษ.. วิเศษมาก! การชักนำพลังปราณราบรื่นเป็อย่างมาก.. ระดับ 4 ที่เทียบเท่ากับรองผู้จัดการของเมืองดังๆอยู่แค่เพียงเอื้อมมือเท่านั้น..ฮ่าๆๆ’ พิภพกล่าวคิดก่อนจะตั้งใจรวบรวมพลังปราณของเขาต่อ..
ทางด้านของเฟยที่ออกมาจากเดอร์คอยน์ ซึ่งเวลานี้มันก็เป็เวลากว่า 9 โมงเช้าเกือบจะครึ่งแล้วด้วยซ้ำ นั่นเท่ากับว่าเขาอยู่ที่เดอร์คอยน์นี้นานถึง 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว และเขาจะต้องทำอีกหลายสิ่งหลายอย่างก่อนที่จะไปพบกับพ่อแม่ และน้องสาวใน่บ่ายของวัน..
“ก่อนอื่นก็คงจะต้องไปที่ห้างสรรพสินค้าก่อนล่ะมั้ง..” หากพูดถึงสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่างที่จำเป็ แหล่งรวมที่จะซื้อพวกมันได้ก็คงจะเป็ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่นี่แหละ เมื่อคิดได้ดังนั้นเฟยก็ไม่รอช้ารีบเดินมุ่งหน้าไปทางทิศสถานที่ตั้งของห้างใหญ่ประจำเมืองในทันที..
“ห้างเปิด 10 โมงเหรอ.. เออ จริง! หลงลืมไปหมดแล้วตัวเรา ถ้ายังอย่างนั้นหาอะไรกินแถวนี้ก่อนก็แล้วกัน..” เฟยกล่าวพร้อมกับเดินไปยังร้านอาหารบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า เขาเลือกทานร้านข้าวมันไก่เ้าดัง เขาจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมาทานอยู่ แต่ตอนนี้เขาก็ลืมรสชาติมันไปหมดแล้ว..
“เอาอะไรดีอาตี๋..” เ้าของร้านข้าวมันไก่ถามแก่เฟย พร้อมกับสับไก่ดัง ตับ! ตับ!
“เอาเป็ข้าวมันไก่ต้มธรรมดาก็พอครับเฮีย..” เฟยกล่าวตอบไป ก่อนจะไปนั่งโต๊ะที่ยังว่างอยู่ แต่ทว่าสายตาของเ้าของร้าน เฮียแกดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบเฟยเท่าไรนัก ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร แต่เฟยก็ไม่ได้สนใจ เขาแค่มากินข้าว จ่ายตังค์ แล้วก็จากไป..
“น้ำชาเย็นค่าพี่ชาย..” เสียงหวานๆจากหญิงสาวดังขึ้นมา หลังจากที่เฟยนั่งได้ไม่นาน..
“เออ.. คือว่าผมไม่ได้สั่งนะครับ เสิร์ฟผิดโต๊ะหรือเปล่าครับน้องสาวคนสวย” เฟยกล่าวถาม
“อุ้ยตาย.. ปากหวานเสียด้วย มีแฟนหรือยังคะพี่ชายสุดหล่อ” หญิงสาวคนเดิมกล่าวถามต่อ ทั้งที่ยังไม่ได้ตอบคำถามของเฟยเลยแม้แต่น้อย เฟยที่เห็นอย่างนั้นเขาก็ได้แต่กะพริบตาปริบๆ และเฮียเ้าของร้านก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเสียงดัง..
“อาหมวย ลื้อจะแจกน้ำชามั่วๆอย่างนั้น มันใช้ได้ที่ไหน อย่างนี้อั๊วก็ขาดทุนตายกันพอดี” เฮียแกกล่าวกับลูกสาวอย่างเบื่อหน่าย อาหมวยลูกสาวของเขาเห็นคนหล่อเป็ไม่ได้ จะคอยเสิร์ฟน้ำชาเย็นแถมฟรีให้ตลอด บางทีถึงขั้นให้กินข้าวฟรีบ้างก็มีมาแล้ว ถ้านางถูกใจใครล่ะก็นะ..
“ไม่มั่วนะป๊า พี่ชายคนนี้เขาหล่อจะตาย.. เอาเลยค่าพี่ชายดื่มเลย เดี๋ยวหมวยเลี้ยงพี่ชายเองนะแก้วนี้” หมวยลูกสาวเ้าของร้านกล่าว ส่วนเฟยก็ได้แค่ยิ้มแห้งให้กับเธอ และจิบชาตามที่บอกทีละนิดๆ และกว่าอาหารมื้อที่แสนจะทรมานนี้จะจบลงก็ผ่านไปกว่า 10 นาที การทานอาหารที่มีคนอื่นที่ไม่รู้จักคอยจ้องมองตลอดเวลามันช่างน่ากลัวอย่างแท้จริง..
“เฮียครับ เก็บตังค์ด้วยครับ..” เมื่อเฟยทานเสร็จ เขาก็ต้องรีบเอ่ยเพื่อที่จะหนีจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
“ได้เลยอาตี๋ รออั๊วแป๊บ..” เฮียแกตอบกลับ ก่อนสับมีดลงบนเขียงเหมือนพ่อค้าเขียงหมู แต่ในขณะที่เขากำลังจะเดินมาเก็บเงินจากเฟยนั้น เสียงของอาหมวยเ้ากรรมนายเวรก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง..
“จ่ายตงจ่ายตังค์อะไรกันคะพี่ชาย.. มื้อนี้กินฟรีค่า แล้วถ้าอร่อย อยากลองมากินฟรีๆไปตลอดชีวิตเลยไหมคะ” เสียงกล่าวร่าเริงของน้องหมวยดังขึ้น ส่วนเฮียแกที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับหน้าถอดสี..
“ไอย๊ะ! ลื้อเอาอีกแล้วเหรอ.. ลื้อจะทำให้อั๊วขาดทุนย่อยยับไปถึงไหน” เฮียแกตอบกล่าว
“เงียบไปเลยนะป๊า.. ตึกนี้เป็ของอั๊ว ถ้าป๊าอยากจะขายของที่นี่ต่อก็เงียบๆไปเลย.. ไม่ต้องห่วงนะคะพี่ชาย หมวยเลี้ยงพี่ชายเอง นะ..” หมวยกล่าวพร้อมกับชักสีหน้าใส่เฮียแก ก่อนจะหันมายิ้มหวานๆให้กับเฟย
“เฮ้อออ.. ม๊านะม๊า ไม่น่ารีบเซ็นโอนตึกให้หลานมันก่อนเลย รู้ไหมว่าอั๊วลำบากใจ” เฮียเ้าของร้านข้าวมันไก่กล่าวอย่างท้อแท้ใจ เฟยที่ไม่ค่อยเข้าใจก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆไป ก่อนจะหันกลับมาตอบกลับหมวยอย่างสุภาพ เพราะเขาคนนี้ไม่เคยต้องติดหนี้ใคร และไม่ต้องมีใครมาเลี้ยง มันเป็คติประจำใจของเขา..
“ผมกิน ผมก็ต้องจ่ายเงินสิครับคุณหมวย.. เอาไว้ถ้าเราได้มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ถึงตอนนั้นก็ฝากท้องน้อยๆของผมด้วยนะครับ” เฟยกล่าวพร้อมกับหาเหตุผลที่คนประเภทนี้จะยอมรับมันได้..
“อุ้ยต๊ะ! ชีวิตคู่อย่างนั้นเหรอ.. งุ้ยย งั้นครั้งนี้จะยอมให้ก่อนก็ได้ค่าพี่ชาย.. ทั้งหมด 40 บาท ส่วนชาเย็นนี้หมวยแถมให้พี่ชายนะ.. ว่าแต่มีเฟซบุ๊ค หรือ จะเป็ไลน์ด้วยก็ดีนะคะ พี่ชายมีไหม..” หมวยกล่าว ซึ่งเฟยก็ยากที่จะปฏิเสธไป และเขาก็ได้แต่โทษตัวเองว่าเขาน่าจะยอมให้เธอเลี้ยงข้าวไป จะได้จบๆ
หลังจากจ่ายเงิน และโดนปล้นเฟซบุ๊คไป เฟยก็เร่งฝีเท้าออกจากร้านด้วยความกลัวทันที เขาไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้อยู่บนโลกด้วย ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าตัวเองนั้นดูดีแค่ไหนในตอนนี้ แต่ถ้ามันจะเป็อย่างนี้เขาขอกลับไปอ้วนเหมือนเดิมจะดีกว่า..
‘..น่ารักง่ะ สมัครจีบหนึ่งอัตราค่า’ ยังไม่วายเสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้นพร้อมกับข้อความที่เด้งแจ้งเตือนจากเฟซบุ๊ค ซึ่งมันก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคนนั้นที่ทักเขามาก็คืออาหมวยลูกเ้าของร้านข้าวมันไก่นั่นเอง
“เฮ้ออ ยังจะตามมาหลอกมาหลอนอีกนะ..” เฟยกล่าวบ่นออกมาอย่างเหลืออด ก่อนจะเลิกสนใจ และเดินไปทำธุระอย่างที่เขาตั้งใจเอาไว้ นั่นก็คือการช้อปปิ้ง..
ในระหว่างที่เฟยกำลังเดินเข้าห้างสรรพสินค้า สายตาเกือบจะทุกคู่ก็จ้องมองมาที่เขาราวกับสัตว์ป่าผู้หิวโหย เขาไม่รู้เลยว่าวันนี้คือวันอะไร วันที่เท่าไร สิ่งที่เขารู้เพียงอย่างเดียวในตอนนี้คือ ‘ผู้หญิง เป็สัตว์มนุษย์ที่น่ากลัวอย่างแท้จริง’ เฟยพยายามจะทำเป็ไม่สนใจ และรีบเดินไปยังโซนร้านเสื้อผ้าในทันที..
‘แกๆ ดูผู้ชายคนนั้นสิ!.. หล่อง่ะ’ เสียงดังจากหญิงสาวนิรนาม A
‘ช่ายยย หล่อมาก เขามีแฟนแล้วหรือยังอ่ะ..’ เสียงตอบจากหญิงสาวนิรนาม B
‘ไม่รู้เหมือนกัน.. เราลองเข้าไปทักเขาดูหน่อยไหม’ เสียงดังจากหญิงสาวนิรนาม A คนเดิม
‘จะดีเหรอแก.. เขาอาจจะรำคาญเราก็ได้..’
ไม่ว่าเสียงจะมาจากทางทิศไหน เฟยที่ไม่ใช่คนธรรมดาก็ได้ยินทั้งหมด และเขาก็ภาวนาอยู่ในใจว่าขออย่าให้พวกเธอใจกล้าเดินเข้ามาทักกับเขาเลย และด้วยความกลัวผสมโรงกับความรีบ ทำให้เฟยไม่ค่อยจะได้มองทางดีๆนัก จู่ๆเขาก็เดินชนกับหญิงสาวคนหนึ่งเข้าให้..
“เออ.. ขอโทษครับ เป็อะไรหรือเปล่า” เฟยที่มีร่างกายแข็งแรงก็ไม่ได้ล้ม ผิดกับหญิงสาวที่เขาชน ตัวของเธอเล็ก และบางมากกว่าจึงล้มลงไปกับพื้น แต่เฟยก็ขมวดคิ้วประหลาดใจ เมื่อพบว่าเขาได้เดินชนใครเข้า แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานมากแล้วสำหรับตัวของเขา แต่หญิงสาวคนนี้มันยากที่หลงลืมตามกาลเวลา..
เพราะเธอคนนี้คือดาวประจำสาขาที่เขาเรียน ‘น้ำทิพย์’