หลี่เหนียงเดินออกจากบ้านพร้อมกับถุงผ้าหนึ่งห่อ หลี่หานรออยู่ด้านนอก ไม่กล้าข้ามเข้ามาในเขตรั้วบ้าน เขายังคงเกรงกลัวเย่เฟิง ชายหนุ่มคนนั้นมีวรยุทธสูงเกินหยั่ง ชาวบ้านทั่วไปหาได้สู้ด้วยได้ไม่
หลี่เหนียงออกมาจากบ้านแล้วก็เดินไปหาพ่อราคาถูกซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ นางยื่นห่อผ้าให้พร้อมกับบอกกล่าว “นี่เ้าค่ะท่านพ่อ ลูกท้อสิบลูกตามที่ท่านขอ”
หลี่หานรีบหยิบฉวยทันทีจากมือเล็กๆ ก่อนจะเปิดห่อผ้าดูเพื่อความแน่ใจ พอเห็นว่าเป็ผลท้อสิบผลจริงๆ เขาก็โล่งใจ ก่อนจะยื่นมือเข้ามาลูบศีรษะลูกสาวคนเล็ก
“ทำดีมากหลี่เหนียง เท่านี้คนบ้านหลี่ก็ไม่อดตายแล้ว”
“ถือเป็เื่ดีที่ข้าได้ช่วยท่านพ่อ ความจริงข้าอยากนำลูกท้อมาให้ท่านพ่อมากกว่านี้ แต่เกรงว่าท่านแม่จะจับได้”
“ไม่เป็ไร เท่านี้ก็พอแล้วล่ะ” หลี่หานปั้นหน้ายิ้ม เสริมว่า “เอาล่ะพ่อต้องไปแล้ว ลูกเองก็รีบๆ กลับบ้าน หากออกมานานเกินไปเกรงว่าแม่เ้าจะสงสัย”
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ยามนี้พี่หลี่กุ้ยและพี่หลี่จุนออกไปเที่ยวเล่น คงอีกนานกว่าจะกลับ ดังนั้นหากข้ากลับบ้านช้าสักหน่อยก็ไม่เป็ไรหรอก อีกอย่างยามนี้ท่านแม่ยังปลูกผลไม้ในสวน ไม่มีเวลามาตามหาพวกข้าหรอกเ้าค่ะ”
หลี่หานตาโตเมื่อได้ยินว่าเหม่ยอิงกำลังทำสวนอยู่
“แม่เ้าคงซื้อเมล็ดพันธุ์มาเยอะเลยสิ หลังจากเข้าไปในเมืองฉางเล่อ” เขาถามด้วยความอยากรู้
“เ้าค่ะ ท่านแม่อยากปลูกผักผลไม้ไว้กินเอง รวมถึงซื้อไก่มาสองตัวไว้ออกไข่ให้กินทุกเช้า” หลี่เหนียงตอบจนหมดเปลือก
“เช่นนั้นก็ดีแล้ว แต่ลูกอย่าลืมคนบ้านหลี่เด็ดขาดเข้าใจไหม หากแม่ไก่ฟักไข่ออกมาก็รีบนำมาให้พ่อ รวมถึงผักและผลไม้ต่างๆ ที่แม่เ้าปลูก” มีความโลภในสายตาของหลี่หาน ดูเหมือนเขาจะได้เชื้อนี้มาจากหวังฝูแม่ของเขา
“ข้าจะพยายาม” หลี่เหนียงพยักหน้าตอบ
“เอาล่ะถ้าเช่นนั้นพ่อต้องขอตัวกลับไปก่อน”
หลี่หานเดินจากไปด้วยรอยยิ้มเบิกบาน ด้วยลูกท้อที่อยู่ในมือเขาจะได้รับความดีความชอบจากท่านแม่และท่านพ่อ บางทีในอนาคตอาจได้ตำแหน่งผู้นำสกุล
“ข้าต้องทำงานให้หนักเพื่อคนสกุลหลี่ ตอนนี้แขนของข้าต้องรีบหายเร็วๆ ไม่งั้นคงเป็เื่แย่ ทุกคนไม่สามารถอดตายได้ คงมีแต่ต้องฝากหลี่เหนียงให้หยิบฉวยของจากเหม่ยอิง แต่จะว่าไปแล้วนางแพศยานั่นก็เลวจริงๆ ไม่คิดแบ่งข้าเลยสักนิด ไม่คิดถึงคนบ้านหลี่ นางงูพิษสมควรตาย!”
หลี่หานสาปแช่งเหม่ยอิง โกรธแค้นเข้ากระดูกดำ สำหรับเขาอดีตภรรยาคือตัวปัญหา นางจำเป็ต้องเสียสละตัวเองเพื่อคนบ้านหลี่ ไม่ใช่ทำตัวห่างเหินเช่นนี้
……….
หลี่เหนียงกลับเข้าไปในบ้านอุ้มพยัคฆ์น้อยในมือ นางเดินเข้าไปในครัว เปิดชั้นเก็บของที่ลูกท้อยังเหลืออยู่ หลังจากยืนอยู่เช่นนั้นนานสองนานเด็กสาวก็หันไปกล่าวกับพยัคฆ์ขาวในมือ
“ข้าทำตัวไม่ดีต้องโกหกท่านแม่แล้วว่ากินเอง แต่เื่นี้จะโทษข้าก็ไม่ได้ คนบ้านหลี่อดอยากไม่มีกิน บ้านของท่านแม่มีคนอาศัยอยู่เพียงไม่กี่คนแต่บ้านหลี่มีมากกว่า 30 คน จำนวนต่างกันอย่างมาก แล้วลูกท้อเพียง 10 ผลจะพออิ่มได้อย่างไร”
พยัคฆ์ขาวไป๋ไป๋ส่ายหน้ากล่าวในใจ “เด็กหญิงคนนี้ช่างโง่เขลาเบาปัญญา ถูกหลอกได้ง่ายๆ ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของคนบ้านหลี่ แต่จะว่าไปแล้วคนบ้านหลี่ก็เกียจคร้านจริงๆ ที่ไม่ยอมทำงานทำการ พวกเขาไม่สมควรมีลูกเยอะ เลี้ยงดูแลลูกก็ไม่ได้ เฮ้อ...คิดแล้วก็น่าปวดหัว เอาเป็ว่าอยู่เงียบๆ ไปเช่นนี้แล้วฟื้นฟูพลังิญญาดีกว่า”
หลี่เหนียงอุ้มพยัคฆ์ขาวเดินไปยังสวนที่กำลังถูกเหม่ยอิงบุกเบิก เมื่อมาถึงนางก็เห็นหลุมถูกขุดไว้หลายหลุมแล้ว ท่านแม่กำลังหว่านเมล็ดลงไป หยาดเหงื่อปรากฏบนใบหน้า ผมยาวสลวยสีดำถูกรวบด้วยปิ่นราคาถูก
เหม่ยอิงรับรู้ถึงสายตาที่จ้องมองจากด้านหลัง หันกลับมาจึงเห็นลูกสาวคนเล็ก นางวางถุงเมล็ดพันธุ์แล้วเข้าไปหาลูกสาว
“กินข้าวอิ่มแล้วหรือถึงได้มาที่นี่”
หลี่เหนียงกัดริมฝีปาก ค่อยตอบว่า “เ้าค่ะ ข้ากับท่านพี่เหนื่อยมากจึงกิน...ลูกท้อสิบลูก พี่หลี่กุ้ยกินเยอะที่สุด หวังว่าท่านแม่จะไม่โกรธ”
นี่คือการโกหกครั้งแรกของเด็กสาว แต่เพื่อคนบ้านหลี่ หากขาดลูกท้อ 10 ผลพวกเขาจะอดตาย ดังนั้นนางจึงมีแต่ต้องทำ ยอมเป็เด็กนิสัยไม่ดี
เหม่ยอิงขมวดคิ้ว รู้สึกว่าคำพูดของลูกสาวมันแปลกๆ ผลท้อเพลิงของนางเป็ของวิเศษหาใช่เป็ผลไม้ธรรมดา เด็กๆ กินไม่กี่คำก็อิ่มแล้วเพราะพลังิญญาที่อัดแน่นอยู่ด้านใน แต่วันนี้คำพูดของลูกสาวราวกับเื่หลอกลวง แต่นางก็ไม่คิดมาก
“ไม่เป็ไร ต้นท้อของแม่มีอยู่เยอะลูกหิวก็แค่กิน”
“ท่านแม่...ไม่โกรธหรือเ้าคะ”
“ข้าจะโกรธเ้าไปใย คนเป็แม่ย่อมดีใจที่เห็นลูกตัวเองกินได้เยอะๆ อยู่แล้ว” เหม่ยอิงลูบศีรษะลูกสาว ก่อนจะหันไปมองรอบๆ “แล้วตอนนี้พี่เ้าอยู่ไหนเล่า ทำไมเหลือแต่เ้าคนเดียวหลี่เหนียง”
“เอ่อ...พี่ชายไปเล่นข้างนอกเ้าค่ะ คงอีกนานกว่าจะกลับบ้าน”
“เป็เช่นนั้น แล้วก็บอกว่าจะช่วยแม่แต่เอาเถอะเด็กยังไงก็คือเด็กละนะ หลี่เหนียงเองก็ไปเล่นด้วยสิ หรือว่าอยากจะช่วยแม่ทำงาน”
“ข้าขอตัวไปเล่นนะเ้าคะ”
“ตามสบาย แต่อย่ากลับบ้านค่ำล่ะมันอันตราย”
“เ้าค่ะ”
หลี่เหนียงพยักหน้าก่อนจะเดินออกมา นางมองเหม่ยอิงที่อยู่ข้างหลังพร้อมกับทอดถอนหายใจ
“ท่านแม่ข้าขอโทษที่ต้องโกหก ขอโทษที่ไม่ได้ช่วยงานท่านตามสัญญา ข้าต้องรีบไปบอกพี่ชายเกี่ยวกับเื่ลูกท้อ ไม่งั้นคงเป็เื่ลำบากหากท่านแม่รู้ความจริง” หลี่เหนียงสาวเท้าจากไปโดยมีพยัคฆ์ขาวในมือ
เหม่ยอิงพอฝังเมล็ดพันธุ์ไว้ใต้ดินแล้วก็นั่งพัก นางเป็เ้าของอาณาเขตเซียนา เพียงนั่งอยู่ตรงนี้แล้วตั้งใจดีๆ นางสามารถััได้ถึงการเต้นของเมล็ดพันธุ์ที่กำลังแตกหน่อใต้ดิน โดยไม่ต้องรดน้ำพรวนดิน ผักกาดเริ่มโผล่พ้นพื้นดินให้เห็น พริกเองก็เช่นกัน รวมถึงหัวไชเท้าขนาดใหญ่
“รวดเร็วยิ่ง วันนี้คงทำอาหารได้หลายเมนู แต่จะทำเมนูไหนดีนะ” เหม่ยอิงเคยดูการทำอาหารออนไลน์มามากแต่ไม่เคยลงมือทำจริง ตอนนี้นางยังจำส่วนผสมและวิธีทำได้ จึงคิดจะลงมือเข้าครัวด้วยตัวเอง เหมือนเมื่อวานที่ทำข้าวผัดไข่
“งั้นเอาเมนูหมูสามชั้นตุ๋นแล้วกัน แต่ไม่รู้ว่าหมูป่าที่เย่เฟิงกล่าวยังอยู่ดีหรือไม่ คงต้องไปถามเขาสักหน่อย” เหม่ยอิงคิดจะซื้อหมูมาเลี้ยงจากตลาดเมืองฉางเล่อ บังเอิญตอนนั้นเย่เฟิงบอกว่าพบหมูป่าท้ายหมู่บ้านใกลู้เา นางจึงไม่ซื้อและคิดจะให้เย่เฟิงไปจับนำมาทำอาหาร
หลังจากคิดได้เหม่ยอิงก็ลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปเก็บผลผลิตที่เติบโตเต็มที่
“อาณาเขตของเซียนาวิเศษจริงๆ นอกจากจะทำให้วัตถุดิบเติบโตขึ้นในเสี้ยววินาที มันยังสามารถรักษาการเติบโต คล้ายกับทุกอย่างที่ถูกปลูกอยู่ในตู้แช่แข็ง ต่อให้ไม่เก็บผลผลิตก็จะไม่เสียหาย ดังนั้นเก็บแค่พอประมาณแล้วกัน” เหม่ยอิงพูดกับตัวเอง นางเริ่มลงมือเลือกวัตถุดิบที่จำเป็สำหรับเมนูเย็นนี้ พอเก็บเสร็จก็เดินไปหาเย่เฟิง พบว่าตอนนี้เขาสร้างกำแพงล้อมหน้าบ้านเสร็จแล้ว แถมยังมีประตูใหญ่ ขาดแต่กระดิ่งหน้าประตูไว้ประดับ
พอเห็นเหม่ยอิงมาเย่เฟิงก็หยุดมือ ก่อนจะเหลือบไปเห็นวัตถุดิบในตระกร้า ทันใดนั้นตาเขาถึงกับโต
“ไม่ต้องสงสัยเลย ผักผลไม้พวกนั้นคือเมล็ดพันธุ์ที่เซียนเหม่ยซื้อมาจากตลาด แต่ตอนนี้เซียนเหม่ยกลับเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว! แถมกลิ่นไอิญญายังเข้มข้น ของพวกนี้ทั้งหมดคือของวิเศษ อยู่ในระดับเดียวกับผลท้อเพลิงแถมยังมีจำนวนมาก!”
“ยืนจ้องอะไรของเ้า วันนี้ข้าจะทำหมูสาวชั้นตุ๋นให้ทาน จำได้ว่าเ้าบอกข้าเกี่ยวกับหมูป่าท้ายหมู่บ้าน เ้าคงไม่ลืมกระมัง” เหม่ยอิงถาม นางไม่คิดใช้งานเขาฟรี เพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็ผู้บำเพ็ญเพียรดังนั้นจึงยื่นแตงกวาให้หนึ่งลูก
“คุณหนูเหม่ย...นี่คือ”
“ค่าตอบแทนไง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดเอาไปแค่นี้ก่อนแล้วกัน หลังจากนั้นเ้าก็ไปเอาหมูป่ามาให้ข้า...อ้ออย่าลืมฆ่ามันแล้วก็ล้างเครื่องในทำความสะอาดล่ะ จากนั้นข้าจะทำอาหารอร่อยๆ ให้กิน ด้วยผักของข้าจากสวน”
เย่เฟิงกลืนน้ำ ผักทุกชนิดคือของวิเศษและถ้าหากมันถูกทำเป็อาหารหนึ่งจาน นึกภาพไม่ออกเลยว่ารสชาติจะเป็อย่างไร ดังนั้นเขาจึงไม่ปฏิเสธแตงกวาหนึ่งลูก
“ขอบคุณคุณหนูเหม่ยสำหรับแตงกวาลูกนี้ งานที่นี่ยังไม่เสร็จคงต้องวันพรุ่งนี้”
“ไม่เป็ไร ไว้หายเหนื่อยก็ค่อยกลับมาทำ”
“ขอรับ ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวไปที่หลังหุบเขาเพื่อตามหาหมูป่าก่อน”
“เช่นนั้นก็ไปเถิด”
.....
บ้านสกุลหลี่ เมื่อกลับมาถึงบ้านหลี่หานก็เข้าไปบอกข่าวดีกับหวังฝูและหลี่ิชุน ทันทีที่ทั้งคู่เห็นลูกท้อ 10 ผลก็เกิดความโลภในใจ ทั้งคู่ต่างหยิบไปคนละ 3 ลูก ดังนั้นในห่อผ้าจึงเหลือเพียง 4
“เ้าทำได้ดีมากหลี่หาน เอาล่ะเหลือ 4 ลูกเ้าก็เอาไปแบ่งกับพี่น้องกินเถิด” หวังฝูยิ้มบอกในขณะกอดลูกท้อในอกแน่นไม่ยอมปล่อย ราวกับกลัวว่าลูกชายจะเข้ามาแย่ง