เยว่เล่อกลับมาถึงเมืองหลวง ก็รีบยื่นเทียบขอเข้าพบอี้ฮวาทันที อี้ฮวาที่ยังยุ่งวุ่นวายกับตารางเรียนั้แ่เช้าจึงยังไม่ได้รู้ข่าวเื่เทียบเชิญของเยว่เล่อ
จนยามเว่ย ก่อนจะเริ่มรับประทานอาหารกลางวัน จ้งที่รับหน้าที่คอยดูแลองค์ชายน้อยใน่นี้ ได้วิ่งมาบอกข่าวการขอเข้าพบของคุณหนูสกุลอี้ให้นางฟัง
อี้ฮวาได้ยินดังนั้นก็ตาลุกวาวขึ้นทันที แต่นางยังต้องเรียนใน่บ่ายอีก ทำอย่างไรดีนะ นางกลอกตาไปมา ใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนจะคิดขึ้นได้ว่าจะแกล้งป่วย นางรีบเอามือกุมหัวแล้วร้องขึ้นเสียงดังขึ้นว่า
"โอ้ยปวดหัว ข้าปวดหัวเหลือเกิน"
ผู้คนรอบด้านที่ได้ยินต่างตกอกใกันยกใหญ่ แม้แต่นางกำนัลในเรือนอื่นที่แอบมาสืบข่าวก็ใไม่แพ้กัน นางมาวางยาถ่ายนี่นา เหตุใดองค์ชายน้อยถึงปวดหัวขึ้นได้กัน คิดได้ดังนั้นนางก็ตั้งท่ารีบวิ่งออกไปทันที
ขณะที่นางกำนัลคนนั้นลนลานและกำลังจะวิ่งจากไป ได้ถูกองครักษ์ในเรือนจับตัวไว้ได้ทัน พวกเขารู้สึกว่าหญิงสาวผู้นี้ดูมีพิรุธ ดังนั้นจึงจับตัวไว้ แล้วนำเข้าไปในห้องโถง
อี้ฮวาที่แกล้งปวดหัวได้แต่งุนงงเมื่อเห็นองครักษ์ด้านหน้าพาตัวหญิงสาวผู้หนึ่งเข้ามา
"หม่อมฉันเปล่านะเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ทำอะไรนะเพคะ"
นางพูดจาสับสนวนไปวนมา พึมพำไปร้องไห้ไปด้วยความหวาดกลัว จนอี้ฮวางุนงงขึ้นมากกว่าเดิม พี่สาวคนนี้เป็อะไรไปหว่า นางมัวแต่สงสัยจนลืมว่าตัวเองกำลังแกล้งปวดหัว
หนานกงกงที่กำลังรอองค์ชายน้อย ก่อนหน้านี้ที่เขาเห็นองค์ชายน้อยปวดหัวเขาก็ใ รีบวิ่งไปตามหมอหลวงมาทันที เขากลับมาพร้อมกับหมอหลวงและเห็นเหตุการณ์ที่แลดูแปลกประหลาดตรงหน้า
เด็กน้อยที่นั่งอยู่กับพื้น หญิงสาวที่นั่งร้องไห้อยู่ตรงหน้าเด็กน้อย และองครักษ์ที่ยืนคุมหญิงสาวที่คาดว่าจะเป็นางกำนัลอยู่ด้านหลัง
เขาขมวดคิ้วขึ้นเป็ปมก่อนจะตวาดนางกำนัลผู้นั้นขึ้นว่า
"เ้าเป็คนจากตำหนักใด แล้วเ้ากำลังทำอะไร"
นางกำนัลผู้นั้นได้แต่น้ำตาไหลอาบแก้ม นางกลัวเหลือเกิน โทษฐานวางยาเชื้อพระวงศ์ โดยเฉพาะโอรสที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปราน แม้จะมีกี่ชีวิตก็ชดใช้ไม่หมด
ก่อนหน้านี้นางถูกคุณชายหวงหู่ ที่มาเยี่ยมเยียนหวงกุ้ยเฟยบีบบังคับ หากไม่ทำตามเขาจะทำร้ายนางและครอบครัวของนาง เขาบอกว่ามันเป็เพียงยาถ่ายที่มีฤทธิ์อ่อนๆเท่านั้น เขาแค่แค้นที่เมื่อวานถูกทำร้าย แม้องค์ชายน้อยจะกินเข้าไปก็ไม่เป็อันตรายมากนัก และไม่มีทางจับได้ว่ามันเป็การวางยาในอาหาร ดังนั้นเมื่อวางยาเสร็จก็จะไม่มีใครรู้ว่าเป็การถูกวางยาอย่างแน่นอน ที่เขาเล็งเป้ามาที่นางเพราะนางมีญาติผู้พี่ทำงานในห้องครัวขององค์ชายน้อย ดังนั้นนางจึงมีโอกาสมากที่สุดที่จะวางยาได้ เขาแค่คิดจะแก้แค้นเล็กๆน้อยๆจริงๆ
แต่ตอนนี้นางถูกจับได้แล้ว แถมยาขวดนั้นกลับเป็ยาพิษที่มีฤทธิ์รุนแรง ถึงขั้นองค์ชายน้อยปวดหัวอย่างหนัก นางที่เป็คนวางยาไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน
"ฮือๆๆ หม่อมฉันเปล่า หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ"
เสียงร้องไห้ของนางกำนัลดังขึ้นจนอี้ฮวาเบิกตามองไปทางนางกำนัลคนนั้น นางแค่จะแกล้งป่วยเพราะไม่อยากเรียน่บ่าย แต่เหตุใดพี่สาวต้องร้องไห้เสียใจขนาดนี้ เอ๊ะว่าแต่เมื่อกี้นางปวดอะไรหว่า ปวดท้องหล่ะมั้ง
"โอ๊ยๆ ปวดท้องๆ"
นางกำนัลที่ได้ยินดังนั้นเบิกตากว้างจนเกือบจะถลนออกจากเบ้า ยาที่นางได้มาเป็ยาอะไรกัน นางต้องตายแน่ๆ
หนานกงกงที่ได้ยินดังนั้นก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขารีบไปตามหมอหลวงเพราะองค์ชายน้อยปวดหัวอย่างหนัก เอ๋ หรือปวดท้องกันแน่นะ เขาเริ่มสับสน ตอนนั้นเขามัวแต่ใ หรือเขาจะจำผิด เอาเถอะรีบให้หมอหลวงตรวจอาการขององค์ชายน้อยก่อนดีกว่า
หนานกงกงกวาดตามองนางกำนัลผู้นั้นก่อนจะพาหมอหลวงรีบเข้าไปตรวจองค์ชายน้อย เขาพยุงองค์ชายน้อยขึ้นมาแล้วพาไปด้านในตำหนัก ก่อนจะพาหมอหลวงตามเข้าไป โดยให้องครักษ์จับตาดูนางกำนัลผู้นี้เอาไว้
"รู้สึกอย่างไรบ้างพะยะค่ะ"
หมอหลวงถามขึ้น
"ปวดหัว เอ้ย ปวดท้องมากๆเลย"
อี้ฮวาก็เริ่มสับสน สรุปเมื่อกี้นี้นางจะปวดท้องหรือปวดหัวกันแน่นะ
เมื่อได้ยินดังนั้นหมอหลวงก็เงยหน้าขึ้นมององค์ชายน้อยอย่างรู้ทัน แต่ไม่ได้เปิดโปง เขาตรวจอาการและถามรายละเอียดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า
" องค์ชายน้อยไม่เป็อะไรมาก เพียงร่างกายอ่อนเพลียเลยส่งผลต่อส่วนต่างๆในร่างกาย ต้องพักผ่อนมากๆสักสองสามวัน"
หมอหลวงกล่าวอย่างใจดีก่อนจะเขียนเทียบยาบำรุงร่างกายให้นางกำนัลในตำหนัก ด้วยเหตุนี้เองอี้ฮวาจึงได้วันหยุดพักผ่อนมาอีกสองวัน แลกกับการต้องกินยาต้มขมปี๋
หลังหมอหลวงจากไป หนานกงกงก็โล่งใจที่องค์ชายน้อยไม่ได้เป็อะไรมาก หากเป็อะไรขึ้นมาเขาต้องรับผิดชอบไม่ไหวเป็แน่ แต่นางกำนัลที่นั่งร้องไห้ที่ห้องโถงมันคืออะไรกันล่ะนั่น
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงเตรียมตัวก้าวออกไปจากตำหนักองค์ชาย แต่อี้ฮวาที่เห็นก็รีบกระเด้งตัวเตรียมลุกไปดูเื่สนุก แล้วก็คิดได้ว่าตอนนี้นางเป็คนป่วยจึงได้งอตัวลงเล็กน้อยก่อนจะกล่าวขึ้นว่า
"ข้ายังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย"
หนานกงกงที่ได้ยินดังนั้นก็นึกขึ้นได้ว่า วันนี้องค์ชายยังไม่ได้จัดการกับอาหารกลางวันที่ตั้งรอไว้ เขาจึงนำองค์ชายออกมา
เมื่อทั้งสองเดินออกมาถึงห้องโถงที่ยังคงมีนางกำนัลนั่งอยู่กับพื้นและองครักษ์คอยยืนจับตาดูอยู่ข้างๆ หนานกงกงก็เดินเข้าไปใกล้ๆแล้วถามด้วยเสียงเคร่งขรึมขึ้นว่า
"สรุปเ้ามาทำอะไรที่นี่"
นางกำนัลผู้นั้นได้แต่ส่ายหน้า โดยไม่กล่าวอะไร
อี้ฮวาที่มองซ้ายมองขวาอย่างสงสัย แต่ก่อนจะมีใครเอ่ยอะไรขึ้นมา ก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
"จ๊อก~~"
ไม่ใช่เสียงอื่นใด เสียงท้องขององค์ชายน้อยนั่นเอง
นางกำนัลที่ได้ยินดังนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าองค์ชายน้อยตาเขม็ง หากเขายังไม่กินข้าวกลางวัน งั้นก็ยังไม่ได้กินอาหารที่มีพิษสิ่นะ นางกำนัลที่คิดได้ดังนั้นก็ร้องไห้ด้วยความโล่งใจขึ้นทันที
หนานกงกงเลิกสนใจนางกำนัลตรงหน้า เขากำลังพาองค์ชายไปที่โต๊ะอาหาร
นางกำนัลที่เห็นดังนั้นรีบวิ่งไปใกล้ๆองค์ชาย ก่อนรีบกระซิบเบาๆโดยไม่มีใครได้ยินว่า
"อาหารมีพิษ ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ"
อี้ฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้างขึ้นทันที แม้นางจะเด็กแต่ก็เข้าใจความหมายในคำพูดของนางกำนัล
หนานกงกงที่ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เขาส่งสายตาดุดันไปทางนางกำนัลผู้นั้นก่อนจะถามขึ้นว่า
"องค์ชายเกิดอะไรขึ้นหรือพะย่ะค่ะ"
อี้ฮวาที่ได้ยินก็ส่งสายตาไปทางนางกำนัลคนนั้นนิดหนึ่งก่อนจะบอกว่า
"ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย ควรกินอะไรร้อนๆ นางมาช่วยเตือนหน่ะ"
หนานกงกงที่ยังคงสงสัย รู้สึกว่าที่องค์ชายกล่าวมาก็มีเหตุมีผลอยู่นะ จึงสั่งให้ข้ารับใช้ไปทำข้าวต้มร้อนๆมาแทนอาหารที่โต๊ะ อี้ฮวาบอกว่าองรักษ์จับนางเข้ามาเป็เื่เข้าใจผิดกัน สุดท้ายก็ไม่มีใครสนใจนางกำนัลผู้นั้นอีก
อี้ฮวาหาโอกาสถามนางกำนัลว่าอาหารจานไหนที่มีปัญหา ใครสั่งนางมา และยาที่ใช้คือยาอะไร
นางกำนัลตอบอี้ฮวาตามความจริงว่าอาหารจานไหนที่มีปัญหา และบอกว่าผู้บงการคือหวงหู่ ที่แค้นองค์ชายเื่เมื่อวานนี้ แต่นางไม่รู้จริงๆว่ายาที่ได้มาจะใช่แค่ยาถ่ายหรือไม่
อี้ฮวาที่ได้ยินก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจ ก่อนจะหาวิธีเอาอาหารจานนั้นออกจากโต๊ะ
จังหวะเดียวกันนั้นเยว่เล่อที่อี้ฮวาให้จ้งไปตามก็ก้าวเข้ามาในห้อง เขารีบวิ่งตรงเข้ามานางอย่างดีใจ
อี้ฮวาที่เห็นเยว่เล่อเข้ามาก็ดีใจเป็อย่างมากเช่นกัน นางรีบกระซิบบอกเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้เขาฟังทันที
"เ้ามาก็ดีแล้ว รีบช่วยข้าคิดหน่อย พี่สาวคนนี้ถูกเ้าหวงหู่ข่มขู่ให้มาวางยาถ่ายข้า หากผู้อื่นรู้นางต้องไม่รอดแน่ พวกเราจะทำยังไงกันดี"
ดังนั้นพวกเขาทั้งสองจึงสุมหัววางแผน จนได้แผนที่ดีมากขึ้นมาหนึ่งแผนคือ พวกเขาจะแกล้งเล่นกันใกล้ๆโต๊ะอาหาร แล้วปัดไปโดนอาหารจานที่นางกำนัลผู้นั้นบอกจนตกแค่จานเดียว อย่างมากพวกเขาก็แค่โดนทำโทษนิดหน่อย แต่หากไม่ทำพี่สาวต้องโดนโทษหนักแน่
หลังคิดแผนการเสร็จก็เริ่มดำเนินการตามแผน แต่ไหนเลยพวกเขาจะดำเนินการได้อย่างราบรื่น
"ว่าแต่เราจะเล่นอะไรกันดีล่ะ"
"ข้าชอบเล่นเก็บดอกไม้"
"บ้าหรอ เล่นเก็บดอกไม้จะไปชนจานตกได้ยังไง"
"จริงด้วย งั้นเราเล่นอะไรกันดี"
"มันต้องวิ่งไล่จับสิ่ ถึงจะไปชนจานนั้นได้ ว่าแต่จานนั้นอยู่ตรงไหนหล่ะ"
กล่าวจบพวกเขาก็มองโต๊ะอาหาร พบว่าอาหารที่นางกำนัลบอกอยู่ด้านในของโต๊ะ พวกเขาจึงหันมาคุยกันใหม่อีกครั้ง
" มันอยู่ลึกมากเลยเอาไงดี"
" ข้าว่าเล่นโยนลูกหินไปตกจานนั้นดีกว่า"
"เ้าจะโยนลงจานนั้นพอดีเลยมั้ย"
เยว่เล่อที่ได้ยินคำถามชักจะลังเลใจ หากไม่ลงจานนั้นแล้วไปลงจานอื่น พวกเขาก็จะหมดโอกาสโยนเป็ครั้งที่สอง เพราะต้องโดนเรียกมาทำโทษก่อนแน่ๆ
พวกเขาทั้งสองคิดไปคิดมาอยู่นานจนเหล่านางกำนัลกำลังมาเก็บอาหารอยู่แล้ว อี้ฮวาที่ใคิดอะไรไม่ออกก็นึกขึ้นมาได้วิธีหนึ่ง นางแกล้งพาเยว่เล่อเดินไปใกล้ๆโต๊ะอาหารแล้วแกล้งล้มลง มือพยายามคว้าอาหารจานนั้นให้ตกลงมา และนางก็ทำได้สำเร็จ
ในสายตาของผู้ใหญ่ในที่นั้น พวกเขาเห็นเด็กน้อยสองคนเดินไปใกล้ๆโต๊ะอาหาร แล้วพยายามเอื้อมมือไปคว้าอาหารจานนึงมา แล้วค่อยๆเทลงกับพื้น จากนั้นพวกเขาพวกเขาก็วางจานลงช้าๆ
หนานกงกงที่เห็นอย่างนั้นก็เรียกอี้ฮวามาสั่งสอน อยู่นาน
"อาหารที่พระองค์ไม่ทรงโปรด จะเอามาโยนทิ้งๆขว้างๆได้อย่างไร ข้าขอลงโทษท่านด้วยการต้องกินอาหารจานนี้มากเป็พิเศษ สามมื้อติดต่อกันพะยะค่ะ"
อี้ฮวาอ้าปากค้าง นั่นมันผัดพริกหยวกที่นางเกลียดนี่นา พี่สาวช่างเลือกจานอาหารได้ดีจริงๆ
นางกำนัลที่ยังไม่ได้ไปไหน เมื่อเห็นการกระทำขององค์ชายน้อย นางก็ซาบซึ้งใจ ได้แต่จดจำบุญคุณครั้งนีเไว้ในใจ ก่อนจะขอตัวลากลับตำหนัก
หวงหู่ที่ได้ยินข่าวว่าองค์ชายน้อยไม่สบายจนต้องหยุดพักสองวันก็กระหยิ่มยิ้มย่อง คิดว่าแผนการของตัวเองสำเร็จ
หวงกุ้ยเฟยที่รู้เื่ก็เรียกหลานชายมาตักเตือนที่ทำอะไรไม่รู้จักระมัดระวัง และบอกเขาว่าหากจะทำอะไรครั้งหน้าให้บอกนางก่อน
นางกำนัลที่กลับมาถึงตำหนักก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเื่นี้ ทำให้หวงหู่และหวงกุ้ยเฟยเข้าใจว่า องค์ชายน้อยไม่สบายเพราะแผนของหวงหู่
-------------------------
ตอนหน้าจะเป็เื่สายเปย์ตัวน้อย ฝากติดตามต่อกันด้วยนะคะ