ตอนที่ 17 กู้อู๋เหยียนดังแล้ว (2)
สื่อจำนวนไม่น้อยอยากจะสัมภาษณ์พิเศษกู้อู๋เหยียน ไหนจะยังมีรายการทีวีบางส่วน รายการวาไรตี้ก็เชิญกู้อู๋เหยียนไปเป็นแขกรับเชิญเช่นกัน อวี๋รั่วหลานโดนสื่อและคนจากรายการกระหน่ำโทรหาทุกวัน แสนลำบากใจเกินกว่าจะบรรยาย
“สัมภาษณ์พิเศษจากสื่อและคำเชิญเข้าร่วมรายการวาไรตี้ระงับไว้ก่อนนะ ปฏิเสธคำเชิญพวกเขาไปอ้อมๆ ก่อนชั่วคราว ให้เหตุผลว่างานยุ่งจนไม่มีเวลา”
กู้อู๋เหยียนเซ็นเอกสารเสร็จก็ชำเลืองมองอวี๋รั่วหลานที่เหมือนอยากจะพูดอะไร จึงถามอย่างเรียบเฉย “ยังมีเรื่องอะไรอีกไหม”
“ช่วงนี้แฟนคลับที่สนับสนุนคุณมาเช็กอินถ่ายรูปด้านล่างตึกเรา ยังมีบางคนส่งดอกไม้และของขวัญจนกองพะเนินเป็นภูเขาอยู่ตรงรีเซพชันไปแล้วค่ะ ของพวกนี้ควรจัดการยังไงดีคะ”
เห็นกู้อู๋เหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย อวี๋รั่วหลานก็พูดอย่างระมัดระวัง “พวกเราตั้งป้ายไว้ด้านนอกบริษัทแล้วว่าไม่รับของขวัญค่ะ แต่ก็ยังมีแฟนคลับบางส่วนเอาของมาวางไว้หน้าประตู พวกเราหมดหนทางแล้วเหมือนกันค่ะ”
กู้อู๋เหยียนหยุดมือที่เซ็นชื่อ เงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าอ่อนโยน กล่าวอย่างนุ่มนวล “คุณอัปคำเตือนลงในเวยป๋อทางการหน่อยแล้วกัน จากนั้นก็กำชับรปภ. ว่าให้คอยดูดีๆ ถ้าเห็นมีคนมาวางของ ก็เอาไปคืนคนคนนั้นทันที”
แม้อวี๋รั่วหลานจะแต่งงานแล้ว แต่ทันทีที่โดนสายตาอ่อนโยนของประธานกู้จับจ้อง หัวใจเธอก็เต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อยเช่นกัน ไม่แปลกเลยที่ชาวเน็ตจะหลงใหลคลั่งไคล้เขา
หลังจากอวี๋รั่วหลานออกไปจากออฟฟิศ กู้อู๋เหยียนก็เพิ่งนึกขึ้นได้ หยิบโทรศัพท์ตั้งโต๊ะต่อสายภายในเพื่อตามลี่เฟิงมาออฟฟิศ แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าลี่เฟิงถูกตัวเองส่งไปพบผู้กำกับเจี่ยงเฮ่า เจรจาเรื่องความร่วมมือแล้ว
เดิมทีความร่วมมือที่สำคัญขนาดนี้ เขาควรจะไปด้วยตัวเอง แต่เพราะช่วงนี้ถูกเรื่องต่างๆ ในบริษัทรุมเร้าจนปลีกตัวไปไม่ได้ เลยต้องสั่งลี่เฟิงบินไปเกาะไห่หนานในคืนนั้น อย่างไรเสีย ด้วยสถานะของผู้กำกับเจี่ยงเฮ่าในวงการภาพยนตร์ หากไม่รีบคว้าโอกาสในครั้งนี้ไว้ เกรงว่าคิดอยากจะร่วมงานอีกก็ยากแล้ว
ตอนที่กู้อู๋เหยียนอยู่ในประเทศ M ก็เริ่มติดตามความเคลื่อนไหวในวงการภาพยนตร์และละครในประเทศแล้ว แต่อย่างไรด้วยนิสัยของกู้เฉิงเฟิง จะต้องทดสอบเขาสารพัดวิธีแน่นอน และหวนอวี๋ที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ตัวเขาต้องยืนหยัดด้วยลำแข้ง
ความร่วมมือที่ผู้กำกับเจี่ยงเฮ่าเป็นฝ่ายติดต่อมาครั้งนี้ สำหรับกู้อู๋เหยียนแล้ว เป็นขนมเปี๊ยะที่ตกลงมาจากฟ้า[1] ขอแค่คว้าการร่วมงานกับผู้กำกับเจี่ยงเฮ่าไว้ได้ การพัฒนาหวนอวี๋ก็เหมือนเสือติดปีกเลยทีเดียว ไม่ว่าการร่วมงานครั้งนี้จะยากเย็นแค่ไหน เขาก็ต้องพยายามจนสุดความสามารถ ผลักดันให้สำเร็จให้ได้!
กู้อู๋เหยียนเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งทั่วทั้งตัว ก่อนหันหน้ามองไฟถนนที่ส่องสว่างอยู่นอกหน้าต่าง เขาถอดแว่นตา นวดคลึงดวงตาที่อ่อนล้าแล้วสวมกลับเข้าไป ดึกขนาดนี้อีกแล้ว นับตั้งแต่เริ่มรับช่วงหวนอวี๋ วันเวลาที่เขาต้องหัวปั่นกับงานจนไม่รู้เดือนรู้ตะวันก็กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
เขาออกมาจากลิฟต์ เพิ่งมาถึงประตูบริษัท บอดี้การ์ดชุดดำร่างสูงใหญ่กำยำสองคนก็ลงมาจากรถลินคอล์นคันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างทาง ยืนขนาบซ้ายขวาของกู้อู๋เหยียนทั้งสองข้าง พูดด้วยน้ำเสียงตามแบบฉบับว่า “ประธานกู้ กรุณาไปกับพวกเราด้วยครับ”
กู้อู๋เหยียนที่ถูกบอดี้การ์ด ‘คุ้มกัน’ ให้ขึ้นรถโดนขนาบทั้งสองฝั่งเพื่อให้เขานั่งอยู่ตรงกลาง ในสมองเขาเริ่มคิดใคร่ครวญ เป็นเพราะความขัดแย้งกับกู้ซิวหรานที่สวนสนุกเมื่อครั้งก่อนงั้นหรือ แต่เรื่องเล็กขนาดนี้ คงไม่ถึงกับต้องส่งบอดี้การ์ดมาเชิญเขาหรือเปล่า เขาครุ่นคิดว่ายังมีเรื่องอะไรอีก กลับนึกไม่ออกชั่วขณะ ทำได้แค่จัดการไปตามสถานการณ์แล้ว
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง รถลินคอล์นสีขาวก็จอดอยู่ตรงวิลล่าสไตล์ตะวันตกหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ในย่านคนรวย บริเวณระหว่างทางที่จะขึ้นเขา กู้อู๋เหยียนลงจากรถ บอดี้การ์ดคอยตามติดอยู่ด้านหลังเหมือนกลัวว่าเขาจะหนี
หลังจากกลับประเทศมา เขามาวิลล่าหลังนี้ไม่กี่ครั้ง ที่นี่ประดับตกแต่งอย่างหรูหรามาก ภาพที่วางประดับและแขวนบนผนังเป็นฝีมือของอาจารย์ชื่อดัง หรูหราจนเกือบจะฟุ่มเฟือย แตกต่างจากสภาพที่อบอุ่นในความทรงจำราวฟ้ากับดิน ในสวนด้านหลัง ดอกชบาที่คุณแม่ปลูกเองกับมือก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ถูกปลูกทดแทนด้วยดอกไม้ใบหญ้าที่หายากชนิดต่างๆ เพื่อแสดงถึงความมั่งคั่งให้เป็นที่ประจักษ์
ความรู้สึกที่เขามีต่อวิลล่าในตอนนี้ นอกจากความเยือกเย็นแล้ว ก็ยังเป็นความเยือกเย็นเช่นเดิม เย็นจนเสียดแทงกระดูก ถ้าไม่มีความจำเป็นละก็ เขาไม่อยากอยู่ที่นี่ให้นานแม้แต่ชั่วขณะเดียว
บอดี้การ์ดยังคงติดตามอยู่ตลอด กระทั่งเวลาที่เขาถูกพ่อบ้านเชิญเข้าไปในห้องหนังสือของกู้เฉิงเฟิง ตอนนี้กู้เฉิงเฟิงนั่งอยู่บนโซฟาอย่างน่าเกรงขาม ใช้สายตาอันเฉียบแหลมมองสำรวจกู้อู๋เหยียนที่ยืนอยู่ด้วยความนอบน้อม ผ่านไปนานถึงพยักหน้าน้อยๆ ส่งสัญญาณให้เขานั่งลงบนโซฟาด้านข้าง
ที่คิดไม่ถึงคือกู้ซิวหรานก็อยู่ด้วยเช่นกัน เขานั่งตัวตรง ไม่มีท่าทางโอหังอวดดี กำเริบเสิบสานอย่างลูกผู้ดีมีเงินเหมือนตอนอยู่ข้างนอก ราวกับยมทูตขาวดำที่พบกับท่านพญามัจจุราชในนรก น่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน
เชิงอรรถ
^ อุปมาถึง ของที่ได้มาโดยไม่ต้องออกแรง