ณ ูเาแสงอุดร สำนักภูผา
"ศิษย์พี่ดารา ขะ ข้าเจอศพ อยู่หลังเขาด้วย!!"
เด็กหนุ่มอายุราว 14 ปีกำลังวิ่งไปที่หญิงสาวตรงหน้าอย่างตื่นตระหนก พร้อมทั้งะโเสียงดังไปทั่ว
หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็คิ้วขมวดเป็ปม นางรีบเดินไปหาชายหนุ่มตรงหน้าทันที
"น้องเสือ ใจเย็นๆ ไหนค่อยๆว่ามา"
เสือรีบเล่าเหตุการณ์ให้ฟังโดยทันที
ตนเองกำลังเดินไปทั่วูเาเพื่อหาสมุนไพรไปขายอยู่นั้น ระหว่างไปแถวหลังเขา มันได้ไปพบชายผู้หนึ่งแต่งตัวแปลกๆกำลังนอนสลบอยู่ เห็นดังนั้นจึงคิดจะเข้าไปช่วยเหลือ หลังจากลองััตัวดูก็ต้องใอยากมากเพราะตัวของชายดังกล่าวเย็นจนน่าใจหาย พอลองเรียกหรือเขย่ายังไงก็ไม่มีท่าทีจะขยับเลยสักนิด มันเลยคิดว่าต้องตายแล้วอย่างแน่นอน จึงรีบวิ่งกลับมาที่สำนักระหว่างวิ่งกลับมาก็เจอศิษย์พี่มันพอดี
ตัวของเสือนั้นเป็แค่เพียงเด็กรับใช้ เวลาว่างมักจะหาสมุนไพรไปขายเสมอเพื่อเอาเงินไปซื้อทรัพยากรในการฝึกฝน วันนีี้มันเจอศพกลางป่าจึงกลัวอย่างมากเพราะถ้ามีสัตว์ดุร้ายเข้ามาในป่านี้เท่ากับมันจะไม่สามารถออกมาหาสมุนไพรได้อีก มันจึงรีบกลับมาแจ้งต่ออาจารย์ในสำนักและได้พบกับศิษย์พี่ดาราเสียก่อน
หลังจากได้ฟังเหตุการณ์ทั้งหมด ดาราได้ให้เสือพาไปยังที่ๆพบศพทันที ตัวดารานั้นเป็ศิษย์สายนอกจึงพอมีฝีมืออยู่บ้าง ถ้าต้องพบกับสัตว์ร้ายก็ยังพอเอาตัวรอดได้ หลังจากมาถึงเสือก็ต้องใอีกครั้งเมื่อศพที่ว่านั้นหายไปแล้ว
"เสือนี่เ้าคงไม่ได้ล้อเล่นตลกใช่ไหม ไหนหละศพที่เ้าว่า"
ดาราทำหน้าดุร้ายใส่เสือทันที เพราะตัวมันเองก็มีงานต้องไปทำเช่นกัน
"ไม่ๆ ข้าไม่ได้เล่นตลกอะไรจริงๆนะศิษย์พี่เมื่อตอนนั้นข้าเจอตรงนี้แหละ"
เสือรีบแก้ต่างทันทีเพราะตัวมันเองนั้นจำทุกจุดในระแวกนี้ได้อย่างดี เพราะต้องมาหาสมุนไพรประจำ จุดที่เจอก็ตรงนี้ไม่ผิดแน่ แต่ร่างนั้นหายไปไหนกันหละ?
ห่างออกไป 1 กิโลเมตร ข้างลำธาร เมฆกำลังซดน้ำอย่างกระหาย ก่อนหน้านี้มันตื่นขึ้นมากลางป่าแห่งหนึ่ง มันเดินไปรอบๆเพื่อหาว่ามันอยู่ที่ไหน เดินได้สักพักมันก็เจอเข้ากับลำธารที่มันกำลังนั่งซดน้ำอยู่ตอนนี้
"หลังจากฟังลุงแก่พูดก็ไม่ได้สติอีกเลย ตื่นมาก็มาอยู่กลางป่าอีก จับใจความได้ว่าต้องเป็อะไรสักอย่าง ถึงจะกลับบ้านได้ แล้วไอที่ว่ามันต้องทำยังไงวะ?"
เมฆนั่งขบคิดอยู่สักพักก็ออกเดินทางต่อ เมื่อสังเกตุบริเวณต่างๆรอบตัวมันเองพอรู้ได้ว่ามีความแตกต่างจากป่าที่มันโผล่ไปก่อนหน้านี้อย่างมาก ทั้งสัตว์และพืชต่างๆที่นี่ดูไม่เป็อันตรายสักนิด ทำให้ตัวมันอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
มันเดินต่อไปเรื่อยๆจนพบเข้ากับเส้นทาง ที่ดูไม่เหมือนธรรมชาตินักเหมือนถูกทำขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ เนื่องจากไม่มีต้นไม้เป็ทางยาวไปไกลมาก เมฆจึงเดินตามทางไปเรื่อยๆหวังว่าจะเจอคนที่พอจะช่วยตัวมันได้บ้าง ระหว่างเดิน เมฆลองสำรวจตัวเองว่ามีอะไรแปลกไปไหม มีเพียงอย่างเดียวที่แปลกไปคือมีแหวนหนึ่งวงที่นิ้วชี้ข้างขวาของมััน แม้ว่าจะพยายามถอดเท่าไหร่ก็ถอดไม่ออก มันจึงเลิกคิดเื่นี้ไป
"ข้าจะเล่นงานเ้าแน่ กล้าล้อเล่นกับข้างั้นหรอหะ! ข้านั้นเดินไปทั่วอย่างที่เ้าว่าก็ไม่พบสิ่งใดสักนิด" เสียงหญิงสาวดังมาแต่ไกล
"ไม่ๆๆ ข้าไม่ได้ล้อเล่น มันมีจริงๆนะ ข้าก็ไม่ทราบว่ามันหายไปได้เช่นไร อย่าตีข้าเลยโอ๊ยๆๆ หูข้าจะฉีกแล้วศิษย์พี่ดารา!"
เสียงของชายหนุมร้องโอดโอยมาไล่ๆกัน
เมฆที่อยู่ใกล้ๆพอได้ยินเสียงก็หูผึ่งทันทีรีบวิ่งแจ้นไปตามเสียงนั้น
"ขอโทษครับ คุณครับ ช่วยผมด้วยครับคือตอนนี้ผมหลงทางกำลังหาทางออกจากป่านี้ครับบ"
เมื่อเห็นคนอยู่ตรงหน้า ตัวมันรีบขอความช่วยเหลือทันที
"พะ พี่ดารา นี่ไงคนนี้แหละที่ข้าเจอ!!"
เสือจำได้ทันทีว่าคนที่กำลังเรียกพวกมันอยู่นั้นคือคนที่มันเจอเป็ศพกลางป่า แต่ตอนนี้มันยังไม่ตาย
ชิ้งงงงงง
"ถอยออกไป เข้ามาอีกนิดข้าสับเ้าเป็ชิ้นแน่ เ้าเป็ใคร มาจากที่ใดกัน เป็คนจากสำนักไหน!!"
ดาราชักดาบออกมาทันที เนื่องจากเห็นว่าชายตรงหน้าน่าสงสัยอย่างมาก ทั้งการแต่งตัว และหน้าตาไม่เหมือนคนแถวนี้สักนิดเดียว จึงทำให้ระมัดระวังตัวอย่างมาก
"ไม่ๆคือผมหลงทาง แล้วผมก็ไม่รู้ว่าที่นี่อยู่ไหน ผมไม่ได้เป็คนของสำนักไหนหรืออะไรเลย ผมพยายามหาทางกลับบ้านเลยเดินมาเรื่อยๆจนโผล่มาในป่านี้เท่านั้น"
เมฆเห็นท่าทีของหญิงสาวจึงรีบบอกปัดไปทันที ด้วยความที่ตัวมันมีสมองอยู่บ้างจึงไม่ได้พูดถึงเื่ที่มันเจอ มันจำมาจากหนังที่เคยดูได้ว่าเวลาเอาความลับที่ตัวเองเจอไปบอกต่อ ส่วนใหญ่มักจะโดนจับ ถูกฆ่าหรือโดนปล้นเสมอ มันจึงโกหกพอสมเหตุสมผลที่สุด
"หลง? อย่ามาโกหก รอบๆบริเวณกว่า100กิโลเมตรนี้ เป็อาณาเขตของสำนักภูผาเ้าจะเดินหลงมาไกลจนถึงนี่เลยงั้นหรอ ข้าไม่ใช่คนไร้สมองเช่นเ้าถึงได้โกหกโง่ๆเช่นนี้"
ดาราตวาดกลับทันที เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมฆเริ่มเหงื่อตกเป็เขื่อนแตก สีหน้าเริ่มซีด รับรู้ได้ลางๆว่าต้องจบไม่สวยแน่ๆ
"ถ้าไม่อยากตาย อยู่นิ่งๆ แล้วตามข้ากลับไปที่สำนัก ข้าจะให้อาจารย์ไต่สวนเ้า"
หลังกล่าวเสร็จดาราให้เสือมัดมือเมฆทันที เมฆเมื่อถูกจับไว้นั้นก็วิตกกังวลอย่างมาก
ระหว่างเดินทางตามหญิงสาวตรงหน้าไป ได้แต่คิดหาข้อแก้ตัวต่างๆรอเอาไว้ก่อน เวลาผ่านไปได้ 2ชม. เมฆก็เดินมาถึงประตูขนาดใหญ่โต ขนาดของมันเท่ากับตึก5-6ชั้นเลยทีเดียว
เมื่อหญิงสาวะโเรียกคนด้านในประตูเสียงของประตูก็ดังสนั่นไปทั่ว
เอี๊ยยยยยยด ครืนน
ประตูที่มีขนาดใหญ่เปิดออกช้าๆจนเห็นภาพด้านในได้ถนัดตา
เมื่อมองเข้าไปด้านในเมฆต้องตาเป็ประกายทันที มันเห็นเป็เมืองขนาดใหญ่โตอย่างมากมองไปไกลถึงหลายกิโลเมตรทีเดียว ใจกลางเป็กำแพงขนาดใหญ่ซึ่งมีประตูอีกเช่นกัน มีป้ายด้านหน้าที่เมฆไม่สามารถอ่านออกได้อยู่
ดาราได้พาเมฆเดินไปยังทิศทางดังกล่าว ระหว่างทางเมฆสังเกตุรอบๆตัวมัน เห็นการแต่งตัวแปลกๆเต็มไปหมด ส่วนใหญ่จะใส่ชุดที่ค่อนข้างรัดรูปดูคล่องแคล่วอย่างมาก ผู้คนที่เห็นเมฆต่างมองด้วยความสนอก สนใจเหมือนมันเป็ของแปลก มันจึงลองเปรียบเทียบตัวมันเองกับคนที่นี่ดู ก็พบว่าแปลกจริงๆ ทั้งหน้าตา สีผิว การแต่งตัว คนที่นี่นั้นตัวขาวผ่อง ตาและผมก็หลากหลายสีสัน ตัวมันที่ผมดำและตาดำสนิด จึงทำให้ดูไม่ค่อยเข้าพวกเสียเท่าไหร่นัก หลังจากเดินมาได้สักพักก็ถึงใจกลางเมืองนี้
"ข้าศิษย์ดารา ชั้น1 สายนอก ขอเข้าสำนักด้วย"
สิ้นเสียงะโของหญิงสาว ประตูก็ค่อยๆเปิดออก เอียยยยยด
........
จบตอน
่นี้งานเยอะเลยไม่ได้ลงต่อเนื่องนะครับ