ตอนที่ 23 ยอมตายไม่ยอมล้ม
ราดิชได้ยินเสียงต่อสู้ไกลออกไปเขาตัดสินไปดูเสียหน่อย เพราะฟังจากเสียงเหมือนจะเป็การต่อสู้ของสัตว์อสูรมากกว่าเขามองฝ่าความมืดไปเห็นเงาร่าสองร่างปะทะกัน ก่อนที่จะมีร่างหนึ่งล้มลงมันคือผู้พ่ายแพ้
สิ่งที่เขาเห็นคือร่างของเ้างูั์ที่นอนทอดร่างเป็ศพอยู่โดยผู้ที่สังหารมันมีร่างใหญ่โตกว่าสองเมตรแต่ถ้าเทียบกันแล้วมันตัวเล็กกว่าเ้างูไม่น้อยร่างนั้นมีลักษณะคล้ายสัตว์เลื้อยคลานจำพวกกิ้งก่ามีเกล็ดสีม่วงอมดำปกคลุมทั่วร่าง
ทว่ามันกลับยืนสองขาขาคู่หลังของมันเต็มไปด้วยมัดกล้าม ส่วนขาคู่หน้าที่ยื่นออกมามีกรงเล็มแหลมคมปากของมันเต็มไปด้วยแหลมคม ดวงตาสีเหลืองของมันชวนให้ผู้คนหวาดผวา
“หืม?เ้านี่มัน!!”
ราดิชหลบฉากไปอยู่หลังหินก้อนหนึ่งพร้อมเก็บซ่อนกลิ่นอายของตัวเองทันทีเขาลงมือประเมินเ้าตัวนั้น
เผ่า ไทแรนเดล LV 8 ชื่อ ไม่มี
ค่าสเตตัส
HP 728/956 (สีเขียว) (รายละเอียด)
MP 405/555 (สีฟ้า) (รายละเอียด)
SP 586/830 (สีเหลือง) (รายละเอียด)
SP 468/840 (สีแดง) (รายละเอียด)
ค่าพลังโจมตีโดยเฉลี่ย 921 (รายละเอียด)
ค่าพลังป้องกันโดยเฉลี่ย 908 (รายละเอียด)
ค่าพลังเวทมนตร์โดยเฉลี่ย 636 (รายละเอียด)
ค่าพลังทนทานโดยเฉลี่ย 648 (รายละเอียด)
ค่าความเร็วโดยเฉลี่ย 904 (รายละเอียด)
สกิล
เดรกปฐี LV 2 เกล็ดั LV 3
ััอันตราย LV 7 ััการเคลื่อนไหว LV 6
แอบซ่อน LV 7 ไร้สุ้มเสียง LV 5
ต้านพิษ LV 8 ต้านกรด LV 7
ต้านการตัดเฉือน LV 5 ต้านพลังทำลาย LV 6
ต้านการเน่าเปื่อย LV 1 มองเห็นในที่มืด LV 10
ความทนทาน LV 8 ความเร็วสูง LV 4
สกิลพ๊อยท์ 1560
‘เ้านี่มันเป็เดรกนี่ เป็ร่างแรกของัปฐีไม่นึกว่าจะเจอมันมัน ดูจากเลเวลแล้วน่าจะอยู่มานานทีเดียว เชือดมันทิ้งดีกว่าคงได้ค่าประสบการณ์ไม่น้อย ถึงมันจะมีสกิลน่ารำคาญก็เถอะ’
สัตว์อสูรที่เอาชนะเ้างูได้ตัวนี้เป็ร่างแรกก่อนที่จะวิวัฒนาการเป็ัปฐีที่แท้จริงแม้จะเป็แค่ร่างแรก แต่สกิลและสเตตัสของมันสูงมากเฉลี่ยแล้วเหนือกว่าพวกงูกับตั๊กแตนเสียอีก และมันมีสกิลน่ารำคาญด้วยคือสกิลเกล็ดั
สกิลเกล็ดันอกจากจะเพิ่มพลังป้องและลดพลังโจมตีทั้งหมดแล้วยังมีผลแทรกแซงเวทมนตร์ด้วย ทำให้เวทมนตร์ที่มีอานุภาพต่ำสลายไปก่อนถึงตัวเรียกว่าทำให้มันถึกทนทีเดียว
สำหรับเผ่าพันธุ์ที่ชื่อว่า เดรกเป็เผ่าัขั้นก่อนวิวัฒนาการเป็ัที่แท้จริงสังเกตได้จากว่าถ้าตัวไหนมีสกิลเดรก มันสามารถพัฒนาไปเป็ัได้ทั้งนั้นพวกมันล้วนมีสเตตัสและสกิลที่แข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรในระดับเดียวกัน
“แกมันชะตาขาดแล้วที่เจอข้าฮ่าๆ”
ราดิชออกจากที่ซ่อนและยิงลูกไฟแสงศักดิ์สิทธิ์ใส่ไทแรนเดลทันทีเ้าไทแรนเดลถูกไฟปะทะเข้าเต็มหน้าจังจนปลิวไปแม้จะมีเกล็ดัลดทอนพลังทำลายลงไปแต่ก็ยังลดเืมันได้กว่าหนึ่งในสี่เห็นได้ชัดว่าพลังทำลายของเวทมนตร์บทนี้รุนแรงแค่ไหน
โฮก!!
ไทแรนเดลที่ปลิวกระเด็นไปร้องคำรามอย่างโกรธแค้นมันลุกขึ้นมาและได้พบผู้ลอบทำร้ายมัน มันอ้าปากพ่นลูกไฟใส่เขาทันทีนี่เป็ความสามารถของสกิลเดรกปฐีเลเวลหนึ่ง เบรธไฟร์บอลเป็การพ่นลูกไฟออกมาตามธาตุเพื่อโจมตี ดังนั้นลูกไฟนี้จึงเป็ธาตุดินเป็หลักบวกกับธาตุไฟเล็กน้อย
ราดิชอยากลองดูเหมือนกันว่ามันจะแรงแค่ไหนเขายืนรับลูกไฟนี้ไม่หลบ
ตูม!!
“แอ๊ก!!”
ราดิชถึงกับจุกหลังรับแรงปะทะแม้พลังชีวิตจะลดลงไปไม่ถึงหนึ่งในสี่ แต่เขามีพลังชีวิตเกือบพันเลยนะแสดงว่าเขาโดนดาเมจมันสองร้อยเลย ทั้งที่มีสกิลต้านดินและไฟแถมพลังทนทานเขาก็สูงด้วย
“ถ้าเป็คนอื่นโดนคงตายในทีเดียวไม่แปลกที่เ้างูจะสู้ไม่ได้”
ราดิชไม่กล้าประมาทอีกเขาเปิดใช้สกิลเสริมพลังทั้งหมด ทำให้สเตตัสของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากทว่ามันก็กินทั้ง MP SP จำนวนมหาศาล ทั้ง MP และ SP ของเขามันลดราวกับน้ำรั่ว
แม้จะมีสกิลลดการใช้MP และ SP แต่สกิลเสริมพลังพวกนี้ยิ่งเลเวลสูงก็ยิ่งใช้ MP และ SP มากขึ้นแต่ก็ได้มาซึ่งพลังที่มหาศาลเช่นกัน เขาตัดสินรีบเผด็จศึกเ้านี่
ไทแรนเดลยังคงพ่นลูกไฟใส่เขาอย่างต่อเนื่องมันเป็สัตว์ที่มีสติปัญญาสูงระดับหนึ่ง จึงเลือกโจมตีระยะไกลก่อนแน่นอนราดิชก็ยิงลูกไฟศักดิ์สิทธิ์สวนกลับไปและถูกมันอย่างจังเพราะเวทนี้เน้นความเร็วเป็หลักแม้จะมีพลังทำลายน้อยเกือบที่สุดในเวทแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม
ตูม!!
โฮก!!!!
ไทแรนเดลกรีดร้องโหยหวนหลังโดนลูกไฟศักดิ์สิทธิแผดเผาร่างพลังชีวิตของมันลงไปกว่าหนึ่งในสี่แม้จะมีสกิลเกล็ดัแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมันมากนัก
ราดิชพุ่งเข้าประชิดตัวมันด้วยการใช้สกิลเคลื่อนไหวสามมิติเขาเหยียบไปบนอากาศอย่างรวดเร็ว พร้อมดาบในมือที่เปล่งแสงเจิดจ้าสว่างแสบตาเ้าไทแรนเดลที่ตั้งหลักได้พยายามเหวี่ยงกรงเล็บเข้าปะทะ
ปัง!!
กรงเล็บของมันทำให้วิถีดาบของราดิชสะท้อนกลับออกไปราดิชอาศัยแรงปะทะเหวี่ยงดาบฟันกลับหลังด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม คราวนี้เขาฝืนร่างกายอย่างมากจนได้รับความเ็ปไม่น้อยเพราะเป็การเหวี่ยงเต็มแรง
ฉั่วะ!!!
ดาบนี้ฟันเข้าเต็มหน้าอกของมันจนเกล็ดัแตกกระจายมันกรีดผ่านร่างเนื้อจนเืสาดพุ่ง เ้าไทแรนเดลถึงผงะถอยหลังแววตาของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว มันไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งแบบนี้มาก่อนทว่ามันก็ไม่คิดยอมแพ้
มันพ่นลูกไฟใส่ราดิชในระยะประชิดแน่นอนว่าใกล้ขนาดนี้ราดิชก็หลบไม่ทัน แล้วยิ่งอยู่ในสภาวะโถมไปทั้งตัวแบบนี้ลูกไฟจึงอัดเข้าเต็มลำตัวของเขา
ตูม!!
“อั่ก!!”
ราดิชถึงกับจุกแทบกระอักแรงปะทะทำเอาเขาตัวหมุนกลับลอยคว้างใน่เวลานั้นเขาก็ยิงหอกแสงออกไปเป็การโต้ตอบหอกแสงพุ่งเข้าเสียบร่างของไทแรนเดลจนมันผงะ แต่เวทบทนี้ถูกลดทอนความแรงไปมากหอกนี้แค่ทะลุเกล็ดของมันเข้าเนื้อไปเล็กน้อยเท่านั้น
ราดิชอาศัยจังหวะนี้พลิกตัวกลับอย่างพิสดารจนลงถึงพื้นได้อย่างปลอดภัยแต่ก็เซเสียหลักเล็กน้อยขณะเดียวกันเ้าไทแรนเดลก็ตบใส่เขาหมายบดขยี้ร่างนี้ แต่ราดิชก็ใช้ดาบป้องกันและถอยห่างทิ้งระยะออกมา
รูปแบบการโจมตีของไทแรนเดลมีไม่กี่อย่างระยะไกลก็พ่นลูกไฟ ระยะประชิดก็ใช้กรงเล็บและหางฟาดซึ่งมันที่ตั้งหลักได้ก็หมุนตัวฟาดหางใส่ราดิชเต็มแรงหมายให้เขาเสียหลัก
แต่ราดิชะโหลบขึ้นไปในอากาศได้ทันก่อนจะหยั่งเท้าพุ่งเข้าหามันพร้อมดาบในมือที่เปล่งแสงเจิดจ้ามากกว่าเดิมมันเปี่ยมไปด้วยพลังทำลายอย่างแท้จริง คราวนี้เขาพุ่งแทงใส่มันเต็มแรงฝ่ายเ้าไทแรนเดลก็พ่นลูกไฟใส่เขาในระยะประชิด ซึ่งราดิชคงไม่คิดหลบอยู่แล้วแม้การโจมตีของมันจะทำให้พลังชีวิตของเขาลดไปมากกว่าครึ่งแล้วก็ตาม
“ตาย!!”
ราดิชะเิพลังเวทเพิ่มความเร็วพุ่งเข้าเสียบไทแรนเดลเต็มแรงแต่เขาต้องทนรับลูกไฟอีกลูกก่อนที่ดาบจะแทงทะลุร่างเ้าไทแรนเดล พร้อมกับใช้มืออีกข้างที่มีลูกไฟศักดิ์สิทธิ์ยัดเข้าปากมันที่กำลังอ้าจะพ่นลูกไฟอีก
สวบ!!
ตูม!!
ดาบแทงทะลุร่างของไทแรนเดลจนมิดด้ามพร้อมการปะทะของลูกไฟศักดิ์สิทธิ์กับลูกไฟัในปากของไทแรนเดลจนะเิขึ้นแรงะเิเป่าหัวเ้าไทแรนเดลจนกระจุยเหลือแค่คอ ส่วนราดิชโดนแรงะเิกระเด็นไปไกลเขาจำต้องปล่อยดาบให้ปักคาร่างมันไว้แบบนั้น
“แอ๊ก!!”
ราดิชกระเด็นไปกระแทกพื้นในสภาพาเ็สาหัสจากแรงะเิร่างท่อนบนเขาไหม้เกรียมน่าน่าสงสาร มือข้างที่ยัดลูกไฟเข้าปากยิ่งแล้วใหญ่มันไหม้เกรียมแหลกเหลวแทบไม่เหลือสภาพเดิม แม้จะมีสกิลลดทอนความเ็ปแต่เขาก็ยังรู้สึกได้ถึงความเ็ปที่แล่นขึ้นมามากได้อยู่ดี
พลังชีวิตของเขาเหลือหนึ่งั้แ่ตอนะเิแล้วแต่ที่ยังไม่ตายเพราะการทำงานของสกิลขันติ ซึ่งมานาของเขาก็ลดฮวบไปทันทีั้แ่ตอนโดนแรงะเิ ผลของสกิลขันติทำให้เมื่อโดนโจมตีจนพลังชีวิตหมดจะเหลือพลังชีวิตไว้ที่หนึ่งและตราบใดที่ยังมี MP อยู่ก็จะไม่ตายแน่นอนเมื่อโดนดาเมจอีกจะไปลดค่า MP แทนดังนั้นถ้า MP หมดเมื่อไรก็ตายได้เหมือนกัน
“เล่นเอาเกือบตาย”
ราดิชลุกขึ้นมานั่งและเริ่มร่ายเวทรักษาใส่ตัวเองาแเริ่มสมานตัวพร้อมพลังชีวิตที่ฟื้นคืนอย่างต่อเนื่องถ้าถามว่าทำไมเขาไม่ร่ายเวทรักษาตอนต่อสู้ คำตอบคือมันทำไม่ได้เวทรักษาจำเป็ต้องมีการบริกรรมคาถาแบบต่อเนื่องและผลของมันจะค่อยๆฟื้นพลังชีวิตไม่ได้ฟื้นแบบรวดเดียวอย่างการดื่มน้ำยาโดยตรง
แม้การดื่มน้ำยาจะได้ให้ผลเร็วกว่าแต่การดื่มซ้ำในระยะเวลาติดกันจะทำให้ผลของมันลดลงอย่างมากจำเป็ต้องทิ้งระยะเวลานานพอสมควรถึงจะดื่มขวดที่สองได้อย่างมีประสิทธิภาพต่างจากเวทรักษาที่ผลของมันไม่มีทางลดลง
ดังนั้นการดื่มยาฟื้นพลังจึงเป็ทางเลือกสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินแต่ก็ต้องมีโอกาสหยิบยาขึ้นมาดื่มให้ได้นะซึงในการต่อสู้จริงนั้นแทบเป็ไปไม่ได้เลยที่จะทำแบบนั้นดังนั้นสกิลสายฟื้นฟูอัตโนมัติจึงมีความสำคัญมาก
“หัวกระจุยเลยนะแก”
ราดิชมองร่างไร้หัวของไทแรนเดลที่ดาบของเขาปักคาอยู่แม้มันจะหัวะเิกระจุย แม้มันจะตายไปแล้ว แต่ทว่าร่างของมันก็ไม่ยอมล้มลงมันยืนตายด้วยความหยิ่งในศักดิ์ศรี ในสายเืัที่ไหลเวียนอยู่ในกายของมันเขาเองก็มองมันด้วยสายตาชื่นชมเช่นกัน
-ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนดLV 18 เพิ่มเป็ LV 19
-เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด
-ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ต้านทานดิน LV 4 เพิ่มเป็ LV 5
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลลดทอนความเ็ป LV 3 เพิ่มเป็ LV 4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล เพิ่มพลังแสงศักดิ์สิทธิ์ LV 5เพิ่มเป็ LV 6
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลโจมตีด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ LV 5เพิ่มเป็ LV 6
-ได้รับสกิลพ๊อยท์
-ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนดLV 19 เพิ่มเป็ LV 20
-เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด
-ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล เพิ่มความเร็วนึกคิดLV 3 เพิ่มเป็ LV 4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล เพิ่มความน่าจะเป็ LV 3 เพิ่มเป็ LV4
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเคลื่อนไหวสามมิติ LV 8 เพิ่มเป็ LV 10
-เงื่อนไขครบถ้วน สกิลเคลื่อนไหวสามมิติ LV 10 พัฒนาเป็สกิล เคลื่อนไหวในอากาศ LV 1
-ได้รับสกิลพ๊อยท์
-ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนดLV 20 เพิ่มเป็ LV 21
-เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด
-ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านการทุบตี LV 2 เพิ่มเป็ LV 3
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลพลังชีวิต LV 6 เพิ่มเป็ LV 7
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลปริมาณเวท LV 6 เพิ่มเป็ LV 7
-ได้รับสกิลพ๊อยท์
“หืม??ขึ้นมาทีเดียวสามเลเวล น่าจะสะสมมาจากตอนฆ่าพวกกวางด้วยละมั้ง”
“แถมสกิลเคลื่อนไหวสามมิติก็พัฒนาเป็เคลื่อนไหวในอากาศด้วยเท่านี้เราก็จะต่อสู้ได้อย่างอิสระมากขึ้น ฮ่าๆๆ สมกับที่ฝืนทนทรมานมานาน”
ราดิชลุกขึ้นมายืนอีกครั้งตอนนี้ร่างกายของเขาฟื้นค่าพลังชีวิตกับมานามาจนเกือบเต็มแล้ว คงมีแต่ค่า SP สีแดงที่ลดไปเยอะมาก เขามองไปที่ร่างเของเ้างูและร่างของไทแรนเดล
“ก่อนอื่นก็ต้องจัดการกับพวกแกก่อน”
ราดิชย่างสามขุมเข้าหาซากศพของพวกมันและเริ่มถอดเกล็ดไทแรนเดลแล่เนื้อเ้าตั๊กแตน เนื้อของเ้าตั๊กแตนก็ยังคงแห้งเหมือนเดิมส่วนเนื้อของไทแรนเดลนั้นมีกลิ่นคาวเล็กน้อยแต่รสชาตินุ่มใช้ได้แม้จะสู้เนื้อกวางไม่ได้ก็ตาม
แต่คราวนี้เขาไม่จำเป็ต้องกินดิบแล้วเพราะได้ฉายาเปิบพิสดารมาแล้ว เขาใช้เวทไฟย่างพวกมันจนสุกก่อนจะลงมือกินแน่นอนว่าเนื้อสุกย่อมมีรสชาติดีกว่าเนื้อดิบอยู่แล้ว
-ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล กินจุ LV 8 เพิ่มเป็ LV 9
“ขอบคุณที่เป็พลังงานให้ข้า”
ราดิชยืนมองซากโครงกระดูกของพวกมันก่อนจากไปเขาปล่อยซากโครงกระดูกพวกมันไว้แบบบนั้นและเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้นเพื่อรออุปกรณ์ปรุงยาแน่นอนว่าเป้าหมายของเขาคือปรุงยาด้วยหญ้าฟูกัสเพื่อที่จะใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดซึ่งวิธีการนี้มันได้หายสาบสูญไปนานมากแล้ว ปัจจุบันไม่มีใครปรุงยาจากมันได้อีกทุกคนคิดว่ามันเป็เพียงหญ้าที่เป็อาหารสัตว์อสูรเท่านั้นถึงจะเพิ่มมานาได้นิดหน่อยก็ตาม
นับเป็ความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ซึ่งราดิชย่อมจะใช้ประโยชน์จากมันให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะมีคนรู้ความลับเื่นี้ และมาแย่งผลประโยชน์ไปจากเขาในภายหลังทว่าตอนนี้มันเป็สิ่งที่จะช่วยให้เขาแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นไปอีก