สนามบินส่วนตัว – 20:00 น.
พริมาไม่ได้รับอนุญาตให้กลับไปที่ห้องเช่าของเธออีก อาชิงจัดการขนย้ายข้าวของทั้งหมดมาให้เธออย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ของใช้ส่วนตัวของเธอถูกนำมารวมกับกระเป๋าเดินทางหรูหราที่ Long Corp จัดหาให้ ซึ่งเต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่ดูดีแต่ไม่มีความเป็ตัวเธอเลยแม้แต่น้อย
เธอถูกพามาที่สนามบินส่วนตัวโดยรถยนต์กันะุ โดยมีผู้ติดตามสองคนนั่งประกบอยู่ด้านหน้า พริมามองออกไปนอกหน้าต่าง อำนาจของเหว่ยหลงไม่เพียงแต่พรากอิสรภาพของเธอไป แต่ยังพรากเมืองที่เธอเติบโตมาไปด้วย
เมื่อก้าวเข้าสู่เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่ถูกตกแต่งอย่างหรูหราด้วยหนังแท้สีครีม พริมาก็รู้สึกว่าโลกของเธอกำลังถูกบีบให้แคบลงอย่างถึงที่สุด
เหว่ยหลง ยืนรออยู่ข้างประตูเครื่องบิน เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทที่ขับเน้นให้รูปร่างเขาดูแข็งแกร่งราวกับสิงโตเ้าป่า แววตาคมกริบของเขามีประกายพึงพอใจ ที่ทุกอย่างเป็ไปตามแผน
“มาแล้วเหรอ พริมา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกแต่เต็มไปด้วยความควบคุม "ที่นี่ปลอดภัยกว่าที่กรุงเทพฯ มาก ไม่มีใครกล้ามายุ่งกับเธอได้อีก"
พริมาไม่ได้ตอบ เธอเดินไปนั่งที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารบัญชีภาษาอังกฤษที่เธอพกติดตัวมา ขึ้นมาเปิดอ่านทันที การจดจ่ออยู่กับตัวเลขคือวิธีเดียวที่เธอจะรักษาสติและหลักการของตนเองไว้ได้
เครื่องบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับกรงทองติดปีก เหว่ยหลงไม่ได้นั่งฝั่งตรงข้าม แต่เขากลับย้ายมานั่งลงข้างๆ เธอในระยะประชิด
“งานของเราเริ่มต้นแล้วนะ” เขาพูดด้วยภาษาอังกฤษ “ฉันอยากให้เธอตรวจสอบงบดุลของบริษัทในเครือที่มาเลเซียก่อน เราจะคุยกันเื่นี้เมื่อไปถึงฮ่องกง”
พริมาพยายามอ่านเอกสารโดยไม่สบตาเขา “ฉันกำลังทำอยู่ค่ะ”
เหว่ยหลงยื่นมือมาวางบนมือเธอที่กำลังถือปากกา การััของเขาหยุดการทำงานของเธอโดยสิ้นเชิง
“เธอทำงานหนักเกินไปแล้ว พริม” เขาพูดด้วยภาษาไทย น้ำเสียงของเขาอ่อนลงแต่กลับแฝงความเ้าเล่ห์ของการ "ฉัน้าให้เธอพักผ่อน เพราะจากนี้ไปเธอต้องใช้พลังงานอย่างมากในการอยู่ในโลกของฉัน"
พริมาดึงมือกลับทันที “ฉันต้องทำงานแลกค่าจ้างตามสัญญาค่ะคุณเหว่ยหลง”
เหว่ยหลงยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ ความอ่อนโยนของเขาเป็เพียงฉากหน้า “เงินนั้นเป็ของเธอแล้ว พริม ตอนนี้... ฉัน้าแค่ เวลา ของเธอ”
เขาใช้มืออีกข้างดึงร่างเธอให้เอนพิงเบาะที่นั่ง แล้วปรับเบาะให้เอนลงเล็กน้อย มันคือการบังคับที่นุ่มนวลที่สุด “พักซะ ถ้าฉันเห็นเธอยังฝืนทำงานอยู่ ฉันจะลงโทษเธอ”
ระหว่างที่พริมาพยายามปิดตาลงตามคำสั่ง เหว่ยหลงก็รับสายโทรศัพท์จากคนสนิท เขาเปลี่ยนไปใช้ภาษาจีนกวางตุ้ง
พริมาฟังถ้อยคำที่เธอไม่เข้าใจ แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นเ็า ดุดัน และเต็มไปด้วยคำสั่งที่ไร้ความปรานี มีการเอ่ยถึงชื่อตระกูลคู่แข่ง และคำที่ฟังดูคล้าย "ตัดทิ้ง" หรือ "เก็บ" อยู่หลายครั้ง แม้จะไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แต่พริมาก็ััได้ถึงความมืดมิดที่แท้จริงของโลกที่เหว่ยหลง
ความกลัว เข้ามาเกาะกุมหัวใจของเธออย่างหนักหน่วง เธอตระหนักว่าเธอกำลังก้าวเข้าไปสู่กรงทองที่ไม่ได้มีแค่กำแพงสวยงาม แต่มันเต็มไปด้วย อันตรายถึงชีวิต และ ความลับสีดำ
เมื่อเหว่ยหลงวางสาย เขามองมาที่ใบหน้าซีดเซียวของพริมา เขาเปลี่ยนกลับมาใช้ภาษาไทย น้ำเสียงนุ่มลงแต่มีความแน่วแน่ "ไม่ต้องกลัว พริม นั่นคือโลกที่เธอไม่จำเป็ต้องเข้าใจ มันคือเื่ของฉัน และฉันจะจัดการทุกอย่างเอง"
เมื่อเครื่องบินแตะพื้นดินของฮ่องกง แสงไฟระยิบระยับของเมืองที่คับคั่งก็ส่องเข้าตา พริมาถูกพาไปที่คฤหาสน์ของตระกูลหลง ซึ่งไม่ใช่บ้านหลังเล็กๆ แต่มันคือ 'อาณาจักร' ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง มองเห็นอ่าววิคตอเรียได้อย่างชัดเจน ความหรูหรานั้นทำให้เพนต์เฮาส์ที่กรุงเทพฯ ดูเหมือนห้องพักธรรมดาไปเลย
ขณะที่ก้าวลงจากรถ เหว่ยหลงไม่ได้ถามหรือรอ เขาใช้แขนที่แข็งแกร่งโอบรอบเอวพริมาและดึงเธอเข้ามาชิดตัว การกระทำนี้ไม่ได้เป็การให้เกียรติ แต่เป็การประกาศสิทธิ์
พริมาพยายามดิ้นเล็กน้อย แต่เขาจับเธอไว้แน่น
“ต้อนรับสู่บ้านหลังใหม่ของเรา พริม” เขาพูดกระซิบข้างหู ซึ่งเป็ถ้อยคำที่ทำให้เธอรู้สึกว่าความใกล้ชิดนี้คือ พันธนาการ "จากนี้ไป... เธอคือของฉันอย่างสมบูรณ์"
ในวินาทีที่เหว่ยหลงพาพริมาเดินเข้าสู่คฤหาสน์แห่งอำ
นาจเื่ราวก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ