ตอนที่ 678 เที่ยวชมเมืองหลวงบัญชา์(3)
หวืดดดดดดด!!
เมื่อพูดจบร่างของเจิ้งฟู่กลับมายืนอยู่ที่เดิมอีกครั้งก่อนที่เขาจะหันหลังและเดินกลับไปที่รถม้าของเขาโดยมีชายชราเดินตามเค้าไปติดๆอย่างไม่ห่าง........
อ้า!!
หลังจากที่เจิ้งฟู่จากไปแล้ว ชายหนุ่มห่านก็พลันได้สติกลับมาซึ่งรวมถึงทุกคนที่อยู่ตรงนั้นด้วยทุกคนต่างก็ถูกพลังงานลึกลับบางอย่างสะกดข่มเอาไว้ทำให้ขยับหรือทำสิ่งใดได้จนเจิ้งฟู่ได้จากไปแล้วทุกคนถึงสามารถที่ขยับตัวได้อีกครั้ง.......
“เมื่อกี่มันอะไรกัน?ทำไมข้าถึงขยับตัวไม่ได้?!” หนึ่งในลูกน้องของชายหนุ่มห่านถามขึ้นอย่างสงสัยและอยากรู้เป็อย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน......
“ข้าก็เช่นกันในตอนที่เ้านั่นปรากฏตัวขึ้นข้าก็ขยับตัวไม่ได้!”
“ข้าด้วย! ข้าก็ขยับตัวไม่ได้!!”
ทุกคนต่างก็พูดออกมาเป็เสียงเดียวกันหมดว่าตอนที่เจิ้งฟู่ปรากฏตัวต่อหน้าพวกตนพวกตนไม่สามารถขยับตัวทำอะไรได้เลยที่ทำได้คือการมองดูเจิ้งฟู่พูดและก็จากไปเท่านั้นทว่ากับสองสาวแล้วพวกนางไม่คิดอย่างนั้นพวกนางรับรู้ได้ว่านี้เป็เพียงภาพลวงตาที่เจิ้งฟู่สร้างขึ้นมา แต่มันเป็ภาพลวงตาที่สมจริงและแข็งแกร่งมากจนไม่มีใครมองออก.......
“ข้าบอกเ้าแล้วว่าเขานั้นน่าสนใจจินลี่!”หญิงสาวที่ชื่อจินเซียวพูดขึ้นอย่างหลงใหลพร้อมกับส่งสายตาหลากอารมณ์จ้องมองไปยังทิศทางที่เจิ้งฟู่จากไป.......
“อ่า! เขาเป็ดังเสือร้ายที่อยู่ภายใต้หนังของลูกแกะเลย! เขาสามรถปิดซ่อนพลังและความสามารถของตนได้เป็อย่างดีโดยที่พวกเราทั้งหมดไม่อาจตรวจสอบพลังที่แท้จริงของเขาได้ช่างเป็ชายหนุ่มที่มีความสามารถนักแต่น่าเสียดายที่เราไม่รู้ว่าเขาเป็ใครและจะตามหาเขาได้ที่ไหน!” หญิงสาวจินลี่เองก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าชายหนุ่มที่พี่หญิงของตนให้ความสนใจนั้นน่าสนใจจริงๆแต่เธอรู้สึกเสียดายที่เธอไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้เป็ใครและอยู่ที่ไหน.......
“ข้าว่าพวกเราต้องได้พบกับเขาแน่ๆเ้าคงได้ยินคำพูดสุดท้ายของเขานะ เขาเรียกศิษย์พี่ห่านว่าศิษย์พี่เช่นนั้นก็แสดงว่าเขาเองก็เป็ศิษย์ของสถานศึกษานิกายบัญชา์เช่นกัน!”หญิงสาวจินเซียนกล่าวเตือนน้องสาวของตนถึงคำพูดสุดท้ายของชายหนุ่มที่พูดทิ้งเอาไว้ซึ่งเธอจำมันได้ดีเลยถึงประโยคสุดท้ายนี้.......
อ่า!
“เช่นนั้นก็แสดงว่าพวกเราอาจจะพบเขาภายในสถานศึกษาสินะ?”หญิงสาวจินลี่พลันตาสว่างวาบขึ้นเมื่อได้ฟังคำพูดของพี่สาว......
“ถูกต้องแล้ว เราอาจจะเจอเขาที่สถานศึกษาก็ได้แต่มันอาจจะยากหน่อยเพราะเราไม่รู้ว่าเขาอยู่ตำหนักใดในสถานศึกษาหรือว่าเขาพักอยู่ข้างนอกสถานศึกษามีเพียงแค่วันรับยาทิพย์ในเดือนหน้าเท่านั้นที่เราจะสามารถพบเขาได้!”หญิงสาวจินเซียวกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เศร้าใจเล็กน้อยเพราะนางไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้พักอยู่ที่ไหนหากว่าพักอยู่ตำหนักในพื้นที่สถานศึกษามันคงง่ายที่จะตามหาแต่หากว่าพักอยู่ข้างนอกมันก็ยากที่จะพบมีเพียงแค่รอให้ถึง่เวลารับยาประจำเดือนเท่านั้นถึงจะได้พบกัน.......
เฮ้อ.........
ทั้งสองสาวพูดคุยกันโดยที่ไม่ได้สนในต่อกลุ่มของชายหนุ่มห่านเลยแม้แต่นิดทุกคำพูดที่พวกเธอพูดออกมานั้นล้วนทำให้ชายหนุ่มห่านเกิดความไม่พอใจและเกิดเป็ความแค้นขึ้นในใจของชายหนุ่ม เพราะเจิ้งฟู่ได้ทำให้มันเสียหน้าและอับอายต่อผู้คนจำนวนมากรวมถึงหญิงงามทั้งสอง.......
.......................................
กลับมาที่เจิ้งฟู่..........
“นายน้อย! มันจะไม่เป็อะไรอย่างนั้นเหรอที่ไปมีเื่กับศิษย์นิกายบัญชา์แบบนั้น?!”ชายชราถามเจิ้งฟู่ขึ้นหลังจากที่ขับรถม้าออกมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว......
“ท่านผู้เฒ่าไม่ต้องกังวลไปหรอกข้าเองก็เป็ศิษย์ของนิกายบัญชา์เช่นกันมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นและทำให้ท่านต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอนข้ารับประกันได้!”เจิ้งฟู่ตอบกลับชายชราไปทันทีเมื่อเห็นว่าชายชรากำลังรู้สึกวิตกกังวลอยู่.......
อ่า!!
“ถ้าหากเป็เช่นนั้นข้าน้อยก็วางใจ ข้าน้อยเพียงแค่กลัวว่าพวกเขาจะทำอะไรท่านไม่ได้กลัวว่าตัวข้าน้อยจะเป็อะไรไปหรอกข้าน้อยเป็เพียงแค่ชายชราธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีค่าถึงจะถูกทำร้ายมันก็ไม่เป็อะไรหรอกขอรับ!” แท้จริงแล้วชายชราไม่ได้กลัวว่าตนจะเดือดร้อนแต่เขาเป็ห่วงเจิ้งฟู่กลัวว่าเจิ้งฟู่เดือดร้อนเมื่อไปมีเื่กับศิษย์นิกายบัญชา์แต่เมื่อเขารู้ว่าเจิ้งฟู่เองก็เป็ศิษย์ของนิกายบัญชา์เช่นกันความกังวลที่มีก็ได้หายไป.......
ซึ่งคำพูดของชายชราได้ทำให้เจิ้งฟู่รู้สึกตะลึงและอึ้งมากเขาไม่คิดว่าชายชราจะเป็ห่วงเขาแทนที่จะเป็ห่วงตัวเองกลัวว่าจะติดร่างแห่ไปด้วยกับเื่นี้และเพราะแบบนี้เจิ้งฟู่จึงรู้สึกประทับใจในตัวของชายชราคนนี้มากและเขาก็คิดว่ามอบเงินตอบแทนพิเศษให้หลังจากที่เขาเที่ยวชมทั่วทั้งเมืองบัญชา์จนครบหมดแล้ว........
“อย่าคิดมากเลยท่านผู้เฒ่าตัวข้านั้นไม่เป็อะไรหรอก ว่าแต่สถานที่ต่อไปที่พวกเราจะไปกันคือสถานที่ใดนะ?”เจิ้งฟู่เห็นว่าสถานการณ์มันลืมจะดูเศร้าๆ เขาเลยเปลี่ยนหัวข้อพูดคุยไปเป็เื่สถานที่ที่เขาจะไปต่อจากนี้แทน......
“ทะเลสาบบัญชา์ขอรับนายน้อย!” ชายชรารีบตอบกลับเจิ้งฟู่ไปในทันที......
“อ่า! ท่านช่วยเล่าประวัติของทะเลสาบบัญชา์ก่อนที่จะไปถึงได้หรือไม่?”เจิ้งฟู่รู้สึกอยากที่จะรู้ประวัติความเป็มาของทะเลสาบแห่งนี้เขาจึงขอให้ชายชราเล่าให้เขาฟังก่อนไปถึง......
“ได้ขอรับนายน้อย!ทะเลสาบบัญชา์นั่นเป็สถานที่ที่ท่านบรรพบุรุษผู้ต่อตั้งได้บรรลุระดับพลังระดับเทพซึ่งท่านได้ฝากเจตจำนงและความรู้แจ้งของท่านเอาไว้ ณ สถานที่นั้นแต่นั่นก็เป็เพียงแค่ตำนานที่กล่าวสืบถอดกันมันเท่านั้นเพราะหลายหมื่นปีแล้วที่ไม่มีใครพบเจอกับเจตจำนงและความรู้แจ้งที่ว่านั่นเลยแต่ที่ผู้คนไปกันนั้นก็เพราะว่าทิวทัศน์ของมันนั้นสวยงามและเป็สถานที่ที่คู่รักชอบไปกัน!” ชายชราเล่าประวัติโดยคราวๆให้เจิ้งฟู่รู้ซึ่งมันก็ไม่ได้มีความเป็มาที่น่าตื่นเต้นอะไรมากนักเพราะมันเป็สถานที่สำหรับคู่รักและผู้ที่้าชมทัศนียภาพที่สวยงาม......
อ่า!!
สิบนาทีผ่านไป........
“ถึงแล้วขอรับนายน้อย!ด่านหน้านี้ก็คือทะเลสาบบัญชา์ขอรับ!” หลังจากที่ใช้เวลาเดินทางสิบนาทีในที่สุดรถม้าก็หยุดลงพร้อมกับเสียงของชายชราที่ดังขึ้นบอกว่าถึงที่หมายแล้ว.....
“ขอบคุณท่านผู้เฒ่า!ท่านจะลงไปด้วยไหม?” เจิ้งฟู่กล่าวขอบคุณชายชราก่อนจะถามชายชราว่าเขา้าลงไปด้วยไหม.......
“ไม่ละขอรับข้าน้อยขอรออยู่ที่รถม้านี้ก็แล้วกัน สถานที่แห่งนี้ข้าน้อยมาบ่อยแล้วเชิญนายน้อยเดินเที่ยวชมได้เต็มที่ได้!” ชายชรากล่าวปฏิเสธไปในทันทีเนื่องจากตัวเขานั้นมักจะมาที่นี้อยู่บ่อยใน่ที่ไม่มีงานขับรถม้าเขาจึงขออยู่รอที่รถม้าแทน......
“เช่นนั้นก็แล้วแต่ท่านผู้เฒ่าก็แล้วกันข้าจะไปไม่นานหรอกข้าเพียงแค่อยากดูว่าทะเลสาบบัญชา์ที่ว่านี้เป็อย่างไรเท่านั้น!”เจิ้งฟู่พยักหน้าให้พร้อมกับบอกว่าเขาจะไปไม่นาน เพียงแค่ไปดูว่าหน้าตาของทะเลสาบบัญชา์ที่ว่านี้เป็อย่างไรก็กลับแล้ว.......
ณ ทะเลสาบบัญชา์.........
ทิวทัศน์ของทะเลสาบบัญชา์นั้นสวยงามอย่างที่ชายชราพูดจริงๆแต่หากเจิ้งฟู่มา่พระอาทิตย์ใกล้จะตกมันจะสวยยิ่งกว่านี้เพราะแสงอาทิตย์จะกระทบกับน้ำทำให้เกิดประกายระยิบระยับออกมาให้เห็นรวมถึงต้นไม้และดอกไม้นาๆชนิดที่อยู่รอบๆทะเลสาบนี้ด้วยพวกมันล้วนเป็ตัวช่วยทำให้ทะเลสาบแห่งนี้สวยงาม.........
“มีผู้คนมาเยี่ยมชมที่นี้ไม่เป็จำนวนมากเลยแหะส่วนใหญ่แล้วจะเป็คู่รักเสียมากกว่า แต่น่าแปลก ทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงได้มีกลิ่นอายพลังงานลึกลับที่ต่างออกไปจากรูปปั่นกันกลิ่นอายทั้งสองนี้แตกต่างกันราวกับไม่ใช่คนคนเดียวกันหรือว่าแท้จริงแล้วคนที่บรรลุระดับเทพได้ไม่ใช่ท่านบรรพบุรุษแต่เป็ภรรยาของท่านบรรพบุรุษ?!”
มันช่วยไม่ได้ที่เจิ้งฟู่จะคิดแบบนั้นออกมาเพราะจากที่เขาได้ฟังเื่เล่าจากชายชรามา ที่ว่าท่านบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งได้บรรลุระดับเทพในสถานที่แห่งนี้และทิ้งเจตจำนงและความรู้แจ้งเอาไว้ เช่นนั้นสถานที่แห่งนี้ต้องมีกลิ่นอายเดียวกันกับที่รูปปั่นสิแต่ทำไมกลิ่นอายพลังที่เขาััได้มันถึงแตกต่างออกไปไม่เหมือนกัน ถึงแม้กลิ่นอายลักลับนี้จะทรงพลังเหมือนกันแต่มันอ่อนโยนกว่านั่นจึงทำให้เจิ้งฟู่คิดว่าคนที่บรรลุระดับพลังไม่ใช่ท่านบรรพบุรุษแต่เป็ภรรยาของเขา........
ห้านาทีผ่านไป.......
หลังจากที่เจิ้งฟู่สำรวจดูอีกเล็กน้อยเขาก็ไม่เห็นว่าทะเลสาบบัญชา์นี่จะมีอะไรเขาจึงคิดที่จะจากไปเพื่อไปดูสถานที่อื่นต่อ เพราะมันยังเหลืออีกหลายสถานที่แต่ในขณะที่เจิ้งฟู่กำลังจะหันหลังกลับไปยังรถม้าของเขานั้น จู่ๆเจิ้งฟู่ก็รู้สึกวินหัวและเซตัวไปมาอย่างควบคุมไม่ได้......
อ่า!!
หวืดดดดดดดดด!!!
ในจังหวะเดียวกันนั้นจู่ๆก็มีลำแสงเส้นหนึ่งพุ่งขึ้นมาจากน้ำในทะเลสาบและพุ่งเข้าตรงเข้ามาที่หว่างคิ้วของเจิ้งฟู่อย่างเงียบๆแม้แต่เจิ้งฟู่เองก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับเื่นี้ และเมื่อลำแลงนั้นหายเข้าไปที่หว่างคิ้วของเจิ้งฟู่แล้วอาการวินหัวยืนไม่ทรงตัวของเขาก็หายไป......
“กะ.....กะ...เกิดอะไรขึ้น?ทำไมจู่ข้าถึงควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้?” เจิ้งฟู่พยายามหันมองรอบๆตัวว่ามีใครแอบทำอะไรเขาหรือไม่แต่ทว่าเขาก็ไม่พบเห็นสิ่งผิดปกติใดๆ ทุกอย่างยังคงเป็เช่นเดิมคู่รักหลายคู่ที่อยู่รอบๆก็ยังคงพูดจาหวานๆใส่กันไม่มีใครสักคนที่น่าสงสัยเลย......
“ไม่มีใคร? แล้วเมื่อครู่นี้เราเป็อะไร?” เจิ้งฟู่รู้สึกสงสัยและอยากรู้เป็อย่างมากเขาไม่เชื่อหรอกว่าจู่ๆตัวเขาจะวินหัวจนยืนไม่คงที่แบบนั้นได้หากไม่เจอกับอะไรเข้าแต่เขาก็หาเหตุผลและต้นตอของเื่นี้ไม่ได้ว่ามันเกิดมาจากสาเหตุใด.......
“เฮ้อ! เดียวก็คงจะได้รู้เองแหละว่ามันเป็เพราะอะไรแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!” เมื่อเห็นว่าคิดไปก็ไมได้อะไรขึ้นมาเจิ้งฟู่จะเดินกลับไปที่รถม้าของเขา ซึ่งชายชราคนเดิมกำลังนั่งรอเขาอยู่.....
“เป็อย่างไรบ้างขอรับนายน้อย?”ชายชราเปิดปากถามเจิ้งฟู่ในทันทีเมื่อเขาเห็นเจิ้งฟู่กลับมา.....
“ก็สวยดีนะ! แต่ทะเลสายแห่งนี้มันเหมาะกับคู่รักมากกว่าข้ามาคนเดียวไม่มีคู่ อยู่แล้วรู้สึกอิจฉายังไงก็ไม่รู้ ข้าเลยเลือกที่จะกลับมาและไปที่อื่นต่อดีกว่า!”เจิ้งฟู่กล่าวตอบชายชรา พร้อมกับพูดให้ดูตลกนิดหน่อยเพื่อทำให้ความรู้สึกคับข้องใจก่อนหน้านี้หายไป......
อ่า!!
“มันเป็ธรรมดาอยู่แล้วขอรับนายน้อยแม้แต่คนชราอย่างข้าน้อยก็ยังอดที่จะอิจฉาหนุ่มสาวเ่าั้ไม่ได้เช่นกัน ฮ่า ฮ่าฮ่า! ขึ้นรถม้าเถอะขอรับ เดียวข้าน้อยจะพาไปยังสถานที่ต่อไป!” ชายชราเองก็คิดเช่นเดียวกันกับเจิ้งฟู่เขาจึงได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ขบขันออกมา ก่อนจะบอกให้เจิ้งฟู่ขึ้นรถม้าเพื่อที่เขาจะได้พาไปยังสถานที่ต่อไป......
“แล้วสถานที่ต่อไปที่พวกเราจะไปคือที่ไหน?”เจิ้งฟู่ถามขึ้นด้วยความอยากรู้ซึ่งมันเป็เื่ธรรมดาที่เขามักจะถามให้รู้ก่อนว่าสถานที่ที่เขากำลังจะไปนั้นเป็เช่นใด.......
“สถานที่ต่อไปที่พวกเราจะไปกันคือเวทีประลองเก้าชั้นฟ้าขอรับ!”
เวทีประลองเก้าชั้นฟ้า?
เจิ้งฟู่รู้สึกไม่ค่อยดีเลยเมื่อได้ยินชื่อสถานที่ที่เขาจะไปต่อเพราะเวทีประลองนั้นย่อมต้องมีพวกเืร้อนและคนที่อยากจะแสดงความสามารถของตนต่อหน้าผู้อื่นและบางทีมันอาจจะเป็สถานที่ที่ทำให้เจอกับศัตรูเก่าหรือคนที่มีความแค้นต่อกันซึ่งเจิ้งฟู่คิดว่าคนที่ดวงดีอย่างเขาต้องประสบพบเจอกับเื่ราวที่น่าปวดหัวแน่ๆแต่ในเมื่อมันเป็สถานที่ขึ้นชื่อของเมือง เขาก็ต้องไปชมมันสักครั้งหนึ่งและเขาก็ภาวนาขออย่าให้มีเื่ใดๆเกิดขึ้นเลย......
“อ่า! เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ!”
*************************************************
เนื่องจากวันจันทร์ผมไปทำธุระที่อยุธยาทั้งวัน ดังนั้นวันนี้ผมจะลงให้ 3 ตอนนะครับ แต่หากว่าทันผมจะลงไว้ 4 ตอนเลย แล้วแต่ว่าจะทันไหม แต่ที่แน่ๆคือ 3 ตอน ครับ