
“ไม่ได้คิดแต่ว่าฉัน้าทำงานให้เป็การตอบแทนเพราะเกรงใจไม่งั้นฉันไม่รับความช่วยเหลือจากน้ำอบ”
“น้องน้ำอบเลยต้องยอมไม่ไปทำงานอย่างอื่นล่ะที่ได้เงิน”
“ไม่ค่อยมีเวลาพอจะไปทำค่ะเลิกเรียนก็มีเวลาว่างไม่กี่ชั่วโมง แต่ถ้างานบางอย่างคุณท่านก็ให้เงินอยู่นะคะ”
“อะไรล่ะที่ว่าให้เงิน”
“เช่นช่วยปลูกต้นไม้ล้างรถให้คุณท่านแต่ถ้าพวกงานครัวที่ช่วยน้าตุ่นฉันไม่รับเงินค่ะ”
“เด็กดีอยู่นะเธอ”
“ค่ะ ตั้งใจว่าเรียนจบจะของานคุณท่านทำค่ะ”
“กตัญญูรู้คุณคนก็ดีนะ เรียนจบฉันไปเมืองนอกไปต่อโท”
“ค่ะคุณรวยนี่คะไม่ต้องทำงานหาเงินก็เรียนต่อได้ส่วนฉันต้องหาเงินมาช่วยเหลือแม่เพื่อเป็ค่าใช้จ่ายในบ้านค่ะ”
“พี่ชายเธอเป็อะไรได้ยินว่าเป็หนี้”
“ติดยาค่ะ หนี้ห้าหมื่น ตอนแรกฉันจะยืมคุณท่านมาไถ่พี่ชายแต่ว่าดันเอาเงินมาใช้หนี้ให้แม่แล้ว”
“แค่ห้าหมื่นพรุ่งนี้พาฉันไปตู้เอทีเอ็มเดี๋ยวกดให้เลยเอาไว้ไถ่ตัวพี่ชายเธอ”
“คุณไม่กลัวฉันไม่มีเงินคืนเหรอคะ”
“ฉันรอวันเธอเรียนจบมีเงินเดือนค่อยมาจ่ายก็ได้แค่นี้ฉันไม่ได้ลำบากอะไรอีกอย่างเป็เงินที่ฉันเก็บไว้ส่วนตัวไม่ได้ขอคุณพ่อคุณแม่”
“ฉันขอรับด้วยความจำเป็นะคะสาบานตรงนี้ว่าหากมีจะรีบคืนแต่ถ้าหาไม่ได้ก็คืนเมื่อได้ทำงานแล้ว”
“อือ ไปนอนเถอะปิดไฟให้ด้วย”เขาสั่งแล้วหันข้างให้พราวนภา
ตอนเช้ามืดที่หน้าบ้านของนางพิมพรรณมีเสียงเอะอะดังหน้าประตูในขณะที่เ้าของบ้านที่ปกติจะตื่นแล้วแต่เช้านี้กลับไม่มีเสียงดังในครัวเพื่อเตรียมขนมไปส่งร้านกันต์กวีเดินไปดูและก็โดนชายแปลกหน้าล็อกคอเอาไว้แล้วลากเขาเข้ามาในบ้าน
“อะไรวะปล่อยนะ”
“แกเป็ใครผัวแม่หรือลูกน่าจะผัวลูกสาวนะพอดีเสี่ยไม่รอห้าวันแล้วจะเอาเงินวันนี้เช้านี้เลย”
“เงินอะไร” เขาดิ้นเล็กน้อย
“นังพิมพรรณ!”ชายอีกคนที่ยืนข้างๆเข้าะโเสียงดังทำให้นางพิมพรรณตื่นด้วยความใเพราะกินยาคลายกล้ามเนื้อเลยนอนหลับยาว
“มาทำไมไหนว่าห้าวันไง”
“เปลี่ยนใจเอาวันนี้ตอนนี้”
“แม่ใครมา พวกแกมาทำไม” พราวนภาใแล้วรีบไปยืนใกล้กับแม่
“เอาเงินเท่าไร” กันต์กวีเอ่ยถาม
“ห้าหมื่น”
“เอาพี่เพชรมาแลกสิ” พราวนภายื่นข้อเสนอ
“พวกแกเลือกไม่ได้หรอกไม่เอาก็รับศพไอ้เพชรไป”
“ปล่อยฉันถ้าอยากได้เงิน”
“ก็ได้ เอามาสิ”
“ต้องไปกดที่ตู้เอทีเอ็ม”
“ตุกติกแค่ฉันกลับไปสายเกินกำหนดไอ้เพชรเป็ศพแน่นอนมันกุมความลับเสี่ยไว้เยอะด้วยถ้ามันตายก็ยิ่งดีสำหรับเสี่ยถ้าไม่อยากให้มันตายอย่าตุกติกหรือแจ้งตำรวจกูเตือนแล้วนะ แค่กูกลับผิดเวลาไอ้เพชรตาย”สีหน้าและน้ำเสียงทำให้พราวนภาหลบหลังแม่เพราะรู้สึกกลัว
“ไปสิไปรถอะไรก็ได้ไปกดเงิน” กันต์กวีหันไปบอกชายทั้งสองคนไม่ทันไรก็มีรถเก๋งคันเก่าแล่นมาจอดแล้วชายสองคนก็ลากกันต์กวีไปที่รถเพื่อไปกดเงิน
“แม่เคยได้ยินเพชรคุยโทรศัพท์ รู้สึกว่าเพชรจะเป็สายให้ตำรวจด้วยนะแต่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ทางเสี่ยอะไรนั่นจับได้แล้วสุดท้ายเพชรต้องไปทำงานกับเสี่ยและก็ต้องขายยาด้วยหลังๆเพชรเสพหนักเลยติดค่ายาและสะสมไว้เรื่อยๆจนยอดบานปลาย”
“แม่เชื่อเหรอ”
“ไม่รู้แม่แค่เคยได้ยินลูกก็รู้พี่ชายลูกนิสัยยังไงเคยเล่าอะไรให้ฟังที่ไหน”
“ตอนนี้ก็ขอให้มันไม่ทำอะไรพี่เพชรก็พอมันสายเกินที่เราจะกลับไปแก้ไขแล้วล่ะแม่รอคุณกันต์กดเงินมาและก็รอพี่เพชรกลับมา”
“เขาดีขนาดจะช่วยเราเหรอลูก”
“ไม่รู้สิแม่ก็เพิ่งรู้จักนี่ล่ะจ้ะ”
“อ้าว”
“ว่าที่คู่หมั้นน้ำอบจะหมั้นอีกสามเดือนข้างหน้าจ้ะแม่”
“ระหว่างรอไปหาอะไรกินก่อนลูก”สองแม่ลูกเข้าครัวชงกาแฟและหาขนมรองท้องแล้วออกมานั่งรอด้านนอกอย่างมีความหวัง
ทางด้านกันต์กวีด้วยความชะล่าใจกดเงินออกมาและก็ถือไว้กับตัวแต่ลืมไปว่าพวกนั้นมีสามคนเมื่อเข้าไปในรถก็ถูกมัดมือมัดเท้าปิดปากด้วยผ้าแล้วพาชายหนุ่มไปทิ้งที่เปลี่ยวห่างจากถนนใหญ่ราวๆสองกิโลเมตรส่วนเงินมันก็เอาไปจนหมดเกลี้ยงเขาขยับตัวทีละนิดไปเรื่อยๆเพราะยังไม่สว่างดีนักเผื่อจะมีใครมาเจอแต่ก็จนปัญญาเพราะทางด้านข้างเป็พงหญ้าสูงท่วมศีรษะความหวังอันน้อยนิดที่จะขยับไปถึงถนนหมดลงทันที
“แม่นานไปแล้วนะ”
“นั่นสิ คุณกันต์จะเป็อะไรหรือเปล่าลูก”
“นั่นสิแม่เอาไงดี เราโทรหาพี่เพชรดีกว่า”
“แม่โทรแล้วลูก”นางพิมพรรณกดโทรศัพท์หาลูกชายและก็ได้รับคำตอบเพียงสั้นๆว่าเสี่ยยังไม่ได้สั่งให้ใครมาเอาเงินห้าหมื่นเพราะเสี่ยอยู่บ้านเมียน้อยกลับมาอีกสองวันทำให้นางพิมพรรณใเพราะรู้แล้วว่าถูกลูกน้องเสี่ยหลอกเอาเงิน
“เป็อะไรแม่” พราวนภามองหน้าแม่ด้วยความใ
“พี่เขาบอกว่าเสี่ยยังไม่ได้สั่งให้มาเอาเงินพวกมันหลอกเราแล้วคุณกันต์ล่ะป่านนี้ไม่โดนพวกนั้นทำร้ายแล้วเหรอลูก”
“คุณกันต์ หนูจะทำยังไงดีหนูลองโทรเผื่อเขาจะรับสาย”
เสียงเรียกเข้าดังขึ้นโทรศัพท์มือถือที่ถูกยัดในกระเป๋ากางเกงด้านหลังทำให้เขาขยับมือไปกดอย่างยากลำบากกันต์กวีนอนกลิ้งเผื่อจะไปโดนหน้าจอแล้วกดรับสายได้บ้างแต่ก็เปล่าประโยชน์เขาภาวนาแค่ว่าให้คนเดินผ่านมาได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่กำลังดัง
“แม่ไม่รับสายเลยทำไงดี แจ้งความก็กลัวพี่เพชรโดนทำร้ายเอาไงดีแม่”
“โทรอีกลูก เผื่อเขาจะรับสายได้โทรจนแบตหมดนั่นล่ะ”
เสียงฝีเท้าเดินมาใกล้ๆทำให้กันต์กวียิ้มด้วยความหวังเขานอนคว่ำเพื่อให้เสียงโทรศัพท์ดังชัดขึ้นและก็ได้ผลเมื่อเสียงใสๆเอ่ยขึ้น
“คนบ้าที่ไหนมานอนเล่นดินแต่เช้าเนี่ย”ใบตาลเด็กสาววัย18ปีที่อาศัยอยู่บ้านปูนเล็กๆห่างจากที่นี่ราวๆสามกิโลเมตรและทุกเช้าจะออกมาวิ่งก่อนไปเรียนแต่เช้านี่เจอกระต่ายสีขาวน่ารักวิ่งเข้าพงหญ้าเลยตามมาดู
“กระต่ายบ้าหายไปไหนแล้ว วิ่งมาซะไกล หอบเลยฉันไอ้บ้าออกมานะไปอยู่ด้วยกันก่อนออกมา”
“อื้อ” เขาเรียกให้เด็กสาวหันไปมองด้วยความหวัง
“รู้แล้วเดี๋ยวก่อนไปดูกระต่ายก่อนฉันวิ่งมาไกลมากนะจะจับมันก่อนนั่นไงเห็นแล้ว”ใบตาลวิ่งไปที่เ้ากระต่ายน้อยแล้วก็พลาดเมื่อมันหลุดมือวิ่งหนีไปหน้าตาเฉย
“เสียเวลาวะ”ใบตาลวิ่งกลับมาหากันต์กวีมองหน้าเขาแล้วแกะผ้าปิดปากออก
“ช่วยฉันด้วย”
“รู้แล้ว ว่าแต่เป็ใครมาจากไหน”
“ช่วยก่อนได้ไหมปวดฉี่มากแกะผ้าก่อนได้ไหม”
“เฮ้ออยู่นิ่งๆ”ใบตาลแกะผ้ามัดมือมัดเท้าเขาออกและชายหนุ่มก็รีบลุกเพื่อไปยังพงหญ้าด้านหลังอย่างรวดเร็ว
“ฉี่ไม่ราดกางเกงก็บุญไหมล่ะ” ใบตาลมองหลังเขาแล้วทำท่าจะเดินกลับ
“ดะเดี๋ยวไม่ทันได้ขอบคุณเลยนะ”
“ไม่เป็ไร แล้วจะกลับยังไง”
“ฉันมีมือถือเดี๋ยวโทรให้คนมารับที่นี่คือที่ไหน”
“เดินออกไปมีป้ายบอกเองล่ะ”
“เดี๋ยวเธอชื่ออะไร ฉันชื่อกันต์”
“ใบตาล” เด็กสาวตอบแล้วเดินนำหน้าเขาไปยังถนนแล้วชี้นิ้วไปยังป้ายบอกสถานที่ก่อนจะขึ้นคร่อมจักรยาน
“เธออยู่ไหน”
“บ้านตรงโน้นมีอยู่ห้าหกหลังไกลๆโน้น บ๊ายบาย”เด็กสาวตอบแล้วยิ้มโบกมือไปมาแล้วปั่นจักรยานไปทำให้กันต์กวีรู้สึกประหลาดใจกับเด็กสาวคนนี้
“ช่วยแล้วก็ไปเลย บ้านตรงโน้นเหรอเอาไว้ฉันจะกลับมาขอบคุณนะตอนนี้ฉันต้องกลับก่อน”เขากดโทรศัพท์ให้คนขับรถที่บ้านมารับและให้คนขับรถนั่งรถแท็กซี่กลับไปเอารถที่จอดทิ้งไว้ปากซอยบ้านของนรารักษ์ส่วนตัวเขาขับรถไปยังบ้านของพราวนภาทันที
“คุณกันต์”พราวนภาพุ่งตัวมาหาเขาแล้วยิ้มด้วยความดีใจที่เขาปลอดภัย
“มันทำอะไรคุณไหมคะ” นางพิมพรรณถามด้วยความเป็ห่วง
“มันเอาเงินไปแล้ว ติดต่อพี่ชายเธอได้ไหมพราว”
“เพชรบอกว่าลูกน้องเสี่ยหลอกเรา” นางพิมพรรณตอบด้วยน้ำเสียงเศร้า