Chapter 3
ผมกับครั้งแรกของการเข้าร้านการ์ด
“นี่ฉันทำอะไรลงไป?”
โจ๊กเฝ้าบ่นกับตัวเองแบบนี้มาเป็รอบที่สิบแล้วเห็นจะได้ในขณะที่เขากลับมาที่อพาร์ตเมนท์ของตัวเองอีกครั้งภายในวันที่แสนจะยุ่งเหยิงเ้าตัวนั่งอยู่ตรงโซนห้องนั่งเล่นที่ภายในห้องขนาดย่อมๆ ของเขาแม้จะไม่ใช่อพาร์ทเม้นท์ที่หรูหราหรือใหญ่โตอะไรนักแต่เขาก็เป็คนเรียบร้อยพอที่จะจัดห้องให้แบ่งเป็สัดส่วนใช้งานได้อย่างลงตัว
ค่าเช่าเดือนละ 7,000 บาทต่อเดือนเทียบกับทำเลที่ติดทั้งรถไฟฟ้าและสถานอำนวยความสะดวกสบายทั้งหลายก็จัดว่ายอดเยี่ยมมากๆแต่ทั้งหมดนั้นกำลังจะมลายหายไปแล้ว
เพราะนายจักรรินทร์คนนี้เพิ่งจะบอกปัดเงินก้อนโตที่จะช่วยมาเติมเต็มความฝันของเขาและอาจจะรวมไปถึงค่าเช่าห้องนี้ไปด้วย โจ๊กได้แต่นั่งฟุบอยู่บนโต๊ะรับแขกตัวเล็กๆของเขาพร้อมกับชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่กำลังถูกปิดฝาเอาไว้เพื่อรอให้ไข่ที่ตอกใส่ลงไปนั้นสุกได้ที่
“แกจะไปปฏิเสธเงินขนาดนั้นทำไมว้าไอ้โจ๊กไอ้โง่....”
โจ๊กบ่นกับตัวเอง ก่อนจะชำเลืองไปมองเ้าการ์ดตัวปัญหาที่ชื่อว่า“สโนว์เบล” ซึ่งตอนนี้มันก็ยังคงวางอยู่ใกล้ๆ ตัวของเขาโดยที่ตอนนี้มีซองพลาสติกใสมาใส่เอาไว้เพื่อกันไม่ให้มันเป็รอย (จนราคาตก)เป็ที่เรียบร้อย
“ยี่สิบล้านเชียวนะเอาเป็ทุนไปเรียนต่อที่อังกฤษได้แบบสบายๆ เลยด้วย”
ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดายถ้าไม่ใช่เพราะว่าไอ้เ้าผู้ชายปากสุนัขที่ชื่อว่าไวเปอร์เห่ยๆอะไรนั่นมันมาสะกิดต่อมโมโหของเขาแล้วล่ะก็ป่านนี้เขาคงไปฉลองกับเงินรางวัลครั้งใหญ่ที่ร้านอาหารสุดหรูไปแล้วไม่ใช่ต้องมานั่งโซ้ยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบยาจกเช่นนี้หรอก
โจ๊กก็ยังคงทำได้เพียงแค่ถอนใจพาลนึกไปถึงเ้ามนุษย์นิสัยเสียคนนั้นที่พอเขาบอกปัดไม่ขายการ์ดให้กับมัน พี่แกก็โมโหจนแทบจะเข้ามาทำร้ายเขาได้เลยด้วยซ้ำโชคดีที่คุณผู้จัดการร้านคนนั้นเข้ามาห้ามปรามเอาไว้ จนกระทั่งพูดไกล่เกลี่ยให้หมอนั่นยอมจนทำได้แค่กระฟัดกระเฟียดและถอยกลับออกไป
โจ๊กเองก็รู้สึกผิด แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ผิดต่อเ้าปากสุนัขนั่นเลยแม้แต่น้อยแต่เป็คุณผู้จัดการคนนั้นต่างหาก ทั้งๆ ที่เขาอุตสาห์เดินเื่ราวให้จนใหญ่โตแต่สุดท้ายตัวเขาดันกลับทำให้ทุกอย่างมันพังไม่เป็ท่า
“ไม่เป็ไรหรอกครับนี่ก็ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกที่มีคนมาล้มเลิกการเจรจาซื้อขายกันกลางคันแบบนี้หรอกครับอ่า...ถึงแม้ว่าจะเพิ่งมีคนเอาการ์ดหายากแบบนั้นมาขายก็ตามที”
เสียงของคุณผู้จัดการที่ใจดีคนนั้นย้อนเข้ามาในความทรงจำของเขาใบหน้าที่ยิ้มแย้มแบบใจดีนั้นบ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่ได้ถือสาอะไร ออกจะเข้าใจเสียด้วยซ้ำ
“ผมเองต่างหากที่ต้องขอโทษที่หาคู่ค้านิสัยแย่ๆแบบนั้นมาให้กับคุณนะครับแต่ถ้าเป็ไปได้หาก้าจะให้เราติดต่อผู้ซื้อจ้าวอื่นมาให้ล่ะก็เรายินดีที่จะทำให้นะครับแต่คงไม่ใช่วันนี้แล้วล่ะครับผมแนะนำว่าให้เื่มันซาๆ ลงหน่อยไม่อย่างนั้นทางผมและคุณลูกค้าเองจะเสียเครดิตในการค้าขายกันไปทั้งหมดน่ะครับยังไงก็ไม่ต้องลำบากใจหรอกนะครับไว้ซักเดือนสองเดือนถึงตอนนั้นถ้ายังสนใจจะขายทางเราจะรีบดำเนินการให้ทันทีเลยครับ”
ทั้งช่วยเหลือและยังให้คำแนะนำดีๆให้อีก อย่างน้อยๆ โจ๊กก็ได้รับรู้แล้วว่าคนในวงการของ AOS มันก็ไม่ได้เลวร้ายไปทุกคนหรอกอันที่จริงมันก็ควรจะเป็อย่างนั้นล่ะ ไอ้นิสัยแย่ๆของเ้าปากสุนัขนั้นมันน่าจะเป็ที่สันดานมากกว่า แม้จะรู้สึกเสียดายเื่เงินแต่ลึกๆ กลับรู้สึกดีที่ปฏิเสธหมอนั่นไปแล้วล่ะ
“แบบนี้ก็คงเรียกว่ากลับสู่ความเป็จริงอีกครั้งล่ะนะ”
โจ๊กพูดพลางเปิดเอาฝาของชามใส่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกกลิ่นหอมฉุยของต้มยำมะนาวรสโปรดที่เขาชอบนั้นลอยเตะจมูกเข้ามาไม่รอช้าเ้าตัวหันไปคว้าตะเกียบและพุ้ยเอาเส้นเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆอาจจะเป็เพราะวันนี้เจอเื่เครียดมามากมันก็เลยหิวเป็พิเศษ อาหารมื้อแรกของวันที่ได้ทานตอนบ่ายสามนั้นมันจึงอร่อยกว่าปกติ!
“ตอนนี้เป็ที่รู้กันว่าเกม AOS นั้นกำลังเข้าสู่ยุคที่รุ่งเรืองแบบสุดๆ ค่ะด้วยเปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้นของผู้เล่นในแต่ล่ะปีนั้นทำให้เหล่าโปรเพลย์เยอร์นั้นเริ่มจะหันมาให้ความจริงจังกับเกมนี้มากขึ้นซึ่งการเกิดขึ้นของเหล่าโปรเพลย์เยอร์นี้เองจึงทำให้มีการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ในหลายๆระดับที่มีเงินรางวัลที่สูงมากขึ้นไปด้วยโดยที่ตอนนี้อัตราการหมุนเวียนรายได้ของเหล่าผู้เล่นจากทั่วโลกนั้นทำสถิติมากกว่ากีฬาชนิดไหนๆค่ะ”
ไม่ทันขาดคำก็มีเสียงจากโทรทัศน์ดังมาจากด้านหน้าส่งให้โจ๊กระสายตาจากอาหารมื้อเย็นของเขาขณะที่กำลังซุยเอาเส้นเข้าปากมือเป็อันต้องค้างตาจ้องมองภาพที่กำลังเผยให้เห็นสารคดีตัวหนึ่งที่กำลังถ่ายเื่ของ AOS อยู่พอดี
“วันนี้มันอะไรวะ ทำไมมีแต่คนพยายามยัดเยียดไอ้การ์ดเกมนี้มาให้ฉันเห็นจัง”
ชายหนุ่มบ่นกับตัวเองเขาวางตะเกียบลงขณะที่หยิบเอาชาเขียวแบบไร้น้ำตาลขึ้นมาจิบ
“จะเห็นได้ชัดเลยนะคะว่าตอนนี้เด็กรุ่นใหม่ๆเริ่มหันมาให้ความสนใจกับการก้าวขึ้นไปเป็นักกีฬา E-Sport มืออาชีพกันมากขึ้น โดยเฉพาะกับการเป็นักกีฬาของAOS นั้นจัดว่ามีการเจริญเติบโตที่สูงมากปัจจุบันนี้ทางเกมได้เริ่มมีการหันมาให้ความใส่ใจในรุ่นเยาวชนมากขึ้นจนมีเด็กๆที่อายุั้แ่ 13ปี ขึ้นไปก้าวขึ้นมาเป็นักกีฬามืออาชีพกันแล้วด้วยเหตุนี้ทางทีมงานของ AOS จึงเริ่มมีการกำหนดมาตรฐานของการเป็โปรเพลย์เยอร์ให้มีสูงขึ้นโดยที่อันดับแรกก็คงจะเป็เื่วุฒิการศึกษาที่ควรมีขั้นต่ำก็คือจบมัธยมปลายรวมไปถึงกำหนดขั้นตอนการสอบเป็มืออาชีพที่มีอะไรหลายๆ ที่เข้มงวดขึ้นจนตอนนี้จะบอกว่ามันเป็อาชีพที่หากคุณมีฝีมือมันก็จะมีความมั่นคงสูงมากเช่นเดียวกันค่ะ....”
ฟังแล้วโจ๊กก็ส่งเสียงหัวเราะหึออกมาขณะที่เขากลับไปคีบเส้นบะหมี่กลับเข้าปากต่ออีกครั้ง
“ไม่อยากจะเชื่อว่าการเล่นเกมจะเป็อาชีพที่มั่นคงได้ด้วยแฮะ....”
จะบอกว่าเขาเป็พวกล้าสมัยก็คงจะเถียงไม่ออกหรอกอันที่จริงเขาเองแทบจะไม่เคยสนใจเื่ของ AOS นี้มาเลยด้วยซ้ำ แต่อยู่ดีๆวันนี้มันก็เหมือนกับฟ้ากำลังยัดเยียดข้อมูลจำนวนมากของการ์ดเกมนี้มาให้เขารู้จักแล้วจะบอกว่าไม่รู้สึกสนใจมันก็คงจะเป็การโกหกคำโตทีเดียว
กริ๊งงงงงงงง!
ไม่ทันขาดคำจู่ๆโทรศัพท์มือถือของเขาก็ส่งเสียงร้องออกมาดังลั่น ทำเอาเ้าตัวต้องชะงักและหยิบมันขึ้นมาดูจึงได้เห็นว่ามีการติดต่อมาหาแบบ “เฟสไทม์” จากเพื่อนรักของเขาที่ไม่ใช่ใครอื่น“ไอ้ทิต” นั่นเอง
“เป็ไงวะไอ้โจ๊กตอนนี้ฉันว่างแล้วก่อนหน้านี้ฉันยังไม่ทันได้คุยกับแกเลยว่ะ ก็เลยโทรฯ มาหาด้วยความคิดถึงเลยนะเนี่ย”
ทันทีที่เปิดรับสายขึ้นมาได้ใบหน้ากวนประสาทของเพื่อนซี้ก็โผล่ขึ้นมาให้เห็นชายหนุ่มผมสั้นรูปร่างท้วมนิดๆ กับรอยยิ้มกว้างที่แทบจะฉีกถึงหูปรากฏขึ้นขณะที่ปลายสายนั้นนั่งอยู่บนตรงหน้าเตียงนอนหลังเล็กๆกับความเงียบท่าทางจะอยู่ในโรงแรมที่พักของเขาแล้ว
“มีอะไรวะ?” โจ๊กทักกลับมาเสียงเนือยๆทำเอาเพื่อนซี้ต้องเลิกคิ้วขึ้น
“ทำหน้าตาแบบนั้นแถมกำลังโซ้ยบะหมี่กึ่งซะขนาดนี้เพื่อนซี้คนนี้ขอเดาว่าการสัมภาษณ์งานมันไม่เวิร์คเลยสิท่า?”
คำถามดักคอจากเพื่อนรักทำเอาโจ๊กต้องถอนใจเป็อันชัดเจนทั้งหมด
“เอาน่า ก็่นี้งานมันหายากจะตายไปมันต้องมีซักที่สิวะที่จะเปิดรับแกเข้าไปทำงานบ้างน่ะ” อาทิตย์ปลอบด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ“ฉันว่าแกลองหางานแนวอื่นไว้บ้างก็ดีนะเว้ยไอ้โจ๊กไม่ใช่เล็งแต่งานบรรณาธิการอย่างเดียวน่ะมันก็มีงานตั้งหลายแบบที่ใช้ภาษาเป็หลักนะ...ตอนนี้อะไรก็ทำๆไปก่อนให้มันตั้งหลักได้ดีกว่านะฉันว่าแล้วเดี๋ยวพอมีโอกาสแกค่อยไปสมัครงานที่ชอบทีหลังก็ได้นะเว้ยไม่งั้นแกต้องกลับไปทำงานที่สุพรรณฉันไม่รู้ด้วยนะ”
“ขอบใจมากสำหรับกำลังใจนะเพื่อน ฉันมีแรงที่จะไปหางานทำเพิ่มมากขึ้นเยอะเลย”
โจ๊กพูดด้วยน้ำเสียงเอือมระอาขณะที่จัดการปิดจ็อบอาหาร (มื้อประหยัด) ตรงหน้าของเขาจนหมดเกลี้ยงไม่ช้าเ้าตัวจึงหันไปคว้าเอาช็อคโกแล็ตราคาแพงตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดเื่ในวันนี้มาแกะหอเตรียมที่จะบรรเทาความเครียดเต็มที่ซึ่งนั่นก็ทำให้เพื่อนเกลอจากญี่ปุ่นหัวเราะลั่น
“ท่าทางจะเครียดหนักจริงๆ เว้ยเฮ้ยถึงขนาดต้องเอาไอ้ช็อคโกแล็ตหลอกเด็กนี่มากินอีกแล้วกินเสร็จแล้วอย่าลืมแปรงฟันก่อนนอนด้วยนะจ๊ะหนู ไม่งั้นเดี๋ยวฟันมันจะผุได้”
“จุ้นน่า” โจ๊กเบ้ปากใส่
“ว่าแต่วันนี้แกโทรฯ มาหาฉันทำไมวะไอ้ที่มาถามเื่ AOS อะไรนั่นน่ะร้อยวันพันปีแกไม่เห็นจะสนใจเลยนี่หว่า จู่ๆ มาถามนี่ทำเอาฉันงงเหมือนกันนะเว้ย”
ได้ยินคำถามนี้แล้วโจ๊กโยนช็อคโกแล็ตรูปสี่เหลี่ยมเล็กๆในถุงเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ กระทั่งเห็นใบหน้าสงสัยของเพื่อนแล้วก็ชั่งใจว่าจะเล่าเื่ทั้งหมดออกไปให้ฟังเลยดีหรือไม่ซึ่งสุดท้ายก็เลยตัดสินใจลองพูดแย๊บๆ ถามไปก่อนดีกว่า
“ก็ไม่ทำไมหรอกพอจะไปได้ยินอะไรมาบ้างก็เลยสนใจน่ะ”
“ได้ยินมาบ้าง?” อาทิตย์เลิกคิ้วขึ้น “ได้ยินเื่อะไรมาวะ?”
“ก็เห็นเขาว่าตอนนี้อาชีพนักกีฬา E-Sport อะไรนั่นมันกำลังรุ่งเอามากๆ เลยไม่ใช่เหรอ?”
“โคตรรุ่งเลยเถอะ” เพื่อนเกลอเสริมทันที “พวกเด็กๆที่มีฝีมือน่ะเริ่มจะหันมาเอาดีทางด้านเกมกันเยอะมากเลยนะตอนนี้แล้วก็เพราะเงินรางวัลในแต่ล่ะการแข่งขันมันสูงขึ้นเยอะด้วยมันก็เลยทำให้แต่ล่ะทัวร์นาเมนต์เริ่มจะมีคนสนใจมากขึ้นไหนจะการสตรีมสด เป็พรีเซ็นเตอร์ อะไรอีกสารพัดน่ะนะยิ่งมีฝีมือดีก็ยิ่งมีรายได้สูงขึ้นตามไปด้วย”
“แล้วงานมันจะมั่นคงเหรอ?” โจ๊กถาม
“ระดับหนึ่งเลยนะเพราะเดี๋ยวนี้มันมีพวกสโมสรที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำทีมสำหรับแข่ง E-Sport โดยเฉพาะโผล่ขึ้นมาเป็ดอกเห็ดเลยล่ะถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนสโมสรกีฬาฟุตบอลอะไรทำนองนั้นในแต่ล่ะสโมสรก็จะมีการดึงตัวผู้เล่นมาเข้าทีมคัดตัวให้เก่งๆและส่งไปแข่งทัวร์นาเมนต์เพื่อล่าเงินรางวัลมันก็จะมีสร้างเป็ทีมรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ ชุดสำรอง ชุดใหญ่ เหมือนกันหมดเลยมีโคชฝึกสอน มีเงินเดือน มีบ้านให้อาศัยยิ่งเป็มือดีก็จะยิ่งมีผู้จัดการส่วนตัวมาดูแลผลประโยชน์ให้สารพัด...ก็เรียกว่าเป็อาชีพแบบเต็มปากเต็มคำได้เลยนั่นล่ะ”
ที่พูดมาก็พอจะเข้าใจได้หากให้เปรียบเป็การทำงานก็คงจะเหมือนการไต่ระดับจากระดับเล็กๆขึ้นไปในระดับสูงเรื่อยๆ สโมสรพวกนี้เองก็คงจะมีสโมสรเล็กที่แข่งในงานเล็กๆหรือสโมสรชั้นนำที่ส่งผู้เล่นไปแข่งในระดับโลกเปรียบได้ดังบริษัทเล็กหรือบริษัทใหญ่เ้าตลาดอะไรทำนองนั้น
“ฉันได้ยินมาว่าเดี๋ยวนี้เด็กๆก็เริ่มจะหันมาเอาดีทางด้านนี้กันแล้วเหรอ อายุ 13 นี่ก็ไปทำงานเป็นักกีฬา E-Sport ได้แล้วจริงดิ?” โจ๊กถาม
“ก็ถ้ามีฝีมือพอนะพวกสโมสรชั้นนำน่ะชอบที่จะปั้นเด็กมีแววขึ้นมาใช้งานเองมากกว่าการไปซื้อตัวพวกนักกีฬาที่มีชื่อเสียงเข้ามาเป็ไหนๆหวังกำไรในระยะยาวที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากดีกว่าทุ่มซื้อแบบสุ่มเสี่ยงจริงมั้ยล่ะยิ่งยุคใหม่ๆ มีทัวร์นาเมนต์รุ่นเยาว์ชนอายุไม่เกิน 16ปี อะไรแบบนี้ด้วยแล้วพวกเด็กๆ ก็ยิ่งหันมาเอาดีเยอะขึ้นน่ะ แน่นอนว่ามีเงินเดือนด้วยนะ”
“หมายความว่ายิ่งเริ่มเข้าวงการเร็วก็ยิ่งได้เปรียบกว่าชาวบ้านใช่มั้ย?”
“ไม่ว่าจะอาชีพไหนๆ ยิ่งเริ่มต้นเร็วเอาจริงเอาจังก่อนคนอื่น มันก็ได้เปรียบกว่าทั้งนั้นล่ะ” อาทิตย์ไหวไหล่
“แล้วถ้ามาเริ่มเล่นซักตอนยี่สิบกว่าๆนี่ล่ะ?”
“ก็ไม่ได้มีกฎการแข่งขันที่ไหนเขาจำกัดไม่ให้อายุเกินไปนี่หว่าโปรเพลย์เยอร์เก๋าๆ ที่อายุ 50 กว่าๆ ก็มีให้เห็นเยอะแยะไป อย่าง โรแบร์ ผู้เล่นชาวฝรั่งเศสน่ะอายุตั้ง 62 แกยังเจ๋งขนาดรั้งอันดับท็อป 20 ไว้ได้มาเกือบสิบปีแล้วนะ”
โจ๊กไม่รู้จักคนที่ชื่อ “โรแบร์”อะไรนั่นหรอกนะ แต่ก็ชัดเจนเหมือนกันว่าอายุดูจะไม่ใช่ปัญหาอะไรของนักกีฬา E-Sport เสียเสียเท่าไรนักเพราะขนาดตาลุงอายุหกสิบกว่าๆ ก็ยังลงแข่งขันในสนามระดับโลกได้เลย
“เดี๋ยวนะ” จู่ๆ อาทิตย์ก็ชะงักไป“แกถามเื่อายุแบบนี้ แสดงว่าแกนึกสนใจเื่นี้งั้นเหรอ?”
คนโดนถามชะงักไปโจ๊กเพียงหยิบเอาขวดน้ำเข้ามาเปิดฝาจิบบางๆปล่อยให้เพื่อนได้แต่หรี่ตามองราวกับจะจับผิดบางอย่าง
“ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายหรอก....”
โจ๊กพูดลอยๆแต่เขาก็ยังโดนจ้องกลับมาไม่เลิก จนสุดท้ายเ้าตัวก็ได้แต่ถอนใจและยอมรับโดยตรง
“เออสนใจอยากจะลองศึกษาเล่นกับเขาบ้างน่ะ”
“จริงนะ!”
ว่าแล้วเ้าเพื่อนเกลอก็ส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง
“แกจะะโทำไมเล่า?” โจ๊กย้อนกลับมา
“ก็แกน่ะฉันชวนให้มาเล่นด้วยตั้งไม่รู้กี่ครั้งแกก็เมินตลอดรู้มั้ยว่าเพื่อนของฉันทุกคนน่ะมันเล่น AOS กันหมด แล้วเพื่อนที่ฉันสนิทด้วยที่สุด คนที่ฉันอยากจะคุยเล่นด้วยที่สุดมันดันไม่รู้เื่เลยเนี่ยมันหงุดหงิดนะเว้ยแล้วนี่แกสนใจที่จะเล่นมันจริงๆ รึเปล่าไอ้โจ๊ก?”
“หา เออ....ก็....”
โจ๊กดูสองจิตสองใจอันที่จริงก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้สึกนึกอยากที่จะไปเสียเวลาอยู่กับไอ้การ์ดเกมที่ว่านี่เลยแต่วันนี้อะไรหลายๆ อย่างมันกลับดลใจให้เขารู้สึกสนใจมันขึ้นมาเสียเฉยๆ
“ก็สนใจอยากจะศึกษาอยู่น่ะ”
“เยี่ยม!”อาทิตย์ะโลั่น “แกนี่ล่ะน้า ไอ้ตอนที่ฉันอยู่ไทยก็ไม่รู้จักพูดให้มันไวๆไม่งั้นฉันจะสอนให้ทุกอย่างเลย แล้วกว่าฉันจะกลับก็อีกตั้งสองเดือนเอางี้เดี๋ยวฉันจะแนะนำร้านประจำที่ฉันไปบ่อยๆ ให้รับลองเลยว่าถ้าไปที่นั่นเดี๋ยวจะมีคนมาสอนแกให้เอง ฉันสนิทกับเ้าของร้านดีแกลองไปศึกษาลองไปเล่นดูก่อนก็ได้ ดีซะอีกนะเว้ยตอนนี้แกเองก็เครียดเื่หางานอยู่ไม่ใช่เหรอ ไปหาอะไรทำแก้เครียดบ้างก็ดีไม่แน่อาจจะมีอะไรดีๆ มาก็ได้นะ”
ได้ยินแล้วโจ๊กก็นิ่งไปครู่หนึ่งราวกับจะชั่งใจอันที่จริงเขาเองก็อยากจะหาอะไรทำแก้เครียดกับสิ่งที่เจอมาทั้งวันนี้เหมือนกันแต่จะให้กลับไปที่ร้านเดิมมันก็ใช่เื่หลังจากที่เขาเพิ่งก่อปัญหามาซะใหญ่โตขนาดนั้น
“แกหมายถึงไอ้ร้านการ์ดแฟ็คทอรี่อะไรนั่นรึเปล่า?”โจ๊กถาม
“เฮ้ย! ไม่ใช่หรอกน่า ไอ้พวก CF น่ะมันไม่เหมาะสำหรับพวกมือใหม่หรอกมันเป็ร้านที่พวกมือโปรเขาจะเข้าไปทำพวกซื้อขายการ์ดกัน ที่นั่นจะมีแต่พวกเขี้ยวๆไปรวมตัวกันทั้งนั้นแหละ ถ้าจะเริ่มหัดใหม่แกไปเริ่มกับพวกร้านการ์ดอื่นๆ จะดีกว่าพวกนั้นเขาจะเป็กันเองมากกว่าน่ะ ...เดี๋ยวฉันจะแชร์โลเคชั่นไปให้เองรอแป๊ปนะ”
ไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรเ้าเกลอรักก็ทำการส่งตำแหน่งที่ตั้งร้านการ์ดดังกล่าวนั้นมาให้ทันทีไม่ช้าใบหน้ากวนๆ ก็กลับมาอยู่ตรงหน้าจออีกครั้งก่อนจะเผยรอยยิ้มแฉ่งออกมาให้เห็น
“เ้าของร้านเขาชื่อเจ๊ฝนน่ะ ถึงแกจะดูเขี้ยวๆดุๆ หน่อยแต่แกใจดีมากนะ บอกชื่อฉันไปเดี๋ยวเขาจะดูแลแกอย่างดีแน่นอนแกก็ลองไปเล่นๆ ดูละกันนะเพื่อน ถ้าชอบแล้วอยากจะได้อะไรก็ติดต่อมานะเว้ยที่ญี่ปุ่นมีพวกการ์ดแปลกๆ กับอุปกรณ์เสริมดีๆ ขายเยอะไปหมดเลยราคาก็ไม่แพงด้วยเอาไว้ฉันกลับไปเราจะได้มาเล่นด้วยกันไง”
พูดถึงตรงนี้จู่ๆ อาทิตย์ก็ชะงักไปก่อนจะชะโงกหน้าไปอีกด้านหนึ่งก่อนเหมือนได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง
“มีคนมาเคาะห้องฉันว่ะสงสัยเป็ลูกทัวร์ ...เออ งั้นเดี๋ยวฉันไปก่อนนะเว้ยแล้วจะติดต่อมาใหม่ ยังไงแกก็ไม่ต้องเครียดเื่งานให้มันมากนะคนเก่งๆ แบบแกเดี๋ยวมันต้องหาทางออกได้เองล่ะน่า”
ว่าแล้วเ้าเพื่อนรักจากญี่ปุ่นก็ตัดสายทิ้งไปโดยไม่คิดจะรอฟังคำพูดใดๆของนายโจ๊กเลยด้วยซ้ำ เท่านั้นเองเขาจึงทำได้แค่ถอนใจวางโทรศัพท์มือถือลงไปบนโต๊ะก่อนจะเอื้อมไปหยิบเอาการ์ดตัวปัญหาที่ทำให้เกิดเื่ขึ้นมามองอีกครั้งใจหนึ่งเขาเองก็คิดอยากจะปรึกษาเื่นี้กับไอ้ทิตอยู่เหมือนกันแต่อีกทางหนึ่งก็คิดว่ามันเป็เื่ใหญ่เดี๋ยวจะทำให้หมอนั่นใเสียเปล่าๆยังไงเื่การ์ดใบนี้ก็คงต้องเก็บเป็ความลับแล้วค่อยๆ ศึกษาไอ้วงการ AOS นี้ให้ดีก่อนจะดีกว่า
ตอนนี้เขาก็มีเงินจำนวนอย่างต่ำ 10ล้านบาทอยู่ในมือแล้วแค่จะดึงยังไงให้มันคุ้มค่ามากที่สุดก็คงต้องแล้วแต่สถานการณ์แล้วล่ะยังไงซะเขาก็มีความรู้ในเื่นี้น้อยมากจะศึกษาให้มันเข้าใจยิ่งขึ้นเพื่อจำนวนเงินที่มากขึ้นมันจะเป็อะไรไป อย่างน้อยๆตอนนี้เขาก็ตกงานไม่มีอะไรทำอยู่แล้วนี่
ว่าแล้วก็ก้มลงมองตำแหน่งของสถานที่ที่ไอ้ทิตแชร์โลเคชั่นมาให้
มันเป็ร้านการ์ดเกมเล็กๆ ที่ชื่อว่า“บัตเตอร์ฟลาย การ์ดช็อป” ตั้งอยู่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าเอกมัยเสียเท่าไรเห็นดังนั้นแล้วโจ๊กจึงก้มหน้ามองการ์ดในมือแบบสองจิตสองใจกระทั่งมองไปที่นาฬิกาแลเห็นว่าตอนนี้เองก็เพิ่งจะบ่ายสามกว่าๆ เท่านั้นแล้วคืนนี้เขาเองก็ไม่มีคิวที่จะต้องทำอะไรอีกแล้วด้วย
“เอาวะลองไปดูหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร....”
โจ๊กใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจากอพาร์ตเมนต์ของเขาที่อยู่ตรงอารีย์มาถึงเอกมัยได้ในเวลาอันสั้นด้วยการใช้งานบัตรแบบรายเดือนของเขาชายหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มันสบายตัวยิ่งขึ้นอาบน้ำชำระความอ่อนล้าออกไปแต่ก็ยังเก็บอะไรหลายๆ อย่างเอาไว้บนใบหน้าของตนเองดูเหมือนว่าซอยที่เขาเดินเข้าไปนั้นจะเป็ซอยที่ติดกับถนนสี่เลน ทำให้เดินสบายและมีผู้คนสวนกันไปมาตลอด
ทำเลของร้านก็จัดว่าไม่เลวร้ายนักเดินทางสะดวกแถมที่ทางก็ไม่เปลี่ยวค่อนข้างปลอดภัยดีเสียด้วย
เดินเท้าอีกราวๆ 5นาทีจากสถานีรถไฟฟ้า โจ๊กก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านบัตเตอล์ฟลายที่ว่าในที่สุดด้านหน้าร้านติดป้ายตัวเบ้อเร่อพร้อมรูปผีเสื้อที่ดูมีเอกลักษณ์ด้านหน้าเป็บานกระจกกับประตูอัตโนมัติที่มีโปสเตอร์รูปการ์ดต่างๆ ของเกม AOS ติดเต็มไปหมด ร้านดูไม่ได้ใหญ่ขนาดการ์ดแฟ็คทอรี่มันมีขนาดราวๆ สองคูหาดูจากภายนอกเห็นเคาท์เตอร์มากมายตั้งอยู่กับแสงสว่างและบรรยากาศรอบๆที่ดูสะอาดสะอ้านดี ด้านนอกมีลูกค้าที่ดูมีอายุหน่อยๆกำลังนั่งอยู่ตรงม้าหินตัวยาวกับที่เขี่ยบุหรี่คงเป็ที่สำหรับให้ลูกค้าไว้สูบบุหรี่และหลบมุมไม่ให้มาเกะกะและรบกวนลูกค้าคนอื่นๆ ได้อีกด้วย
“บรรยากาศคนล่ะอย่างกับไอ้ร้านก่อนหน้านี้เลยวุ้ย”
โจ๊กพูดลอยๆขณะที่กำลังสองจิตสองใจว่าจะเข้าไปด้านในดีหรือเปล่าความแตกต่างของร้านที่เขาเคยแวะไปก่อนหน้านี้มันทำให้รู้สึกประหลาดใจทั้งขนาดของร้านและจำนวนลูกค้าที่ดูจะน้อยกว่ามาก คิดๆแล้วเ้าตัวจึงถอนใจก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปในนั้นทันที
ประตูเลื่อนอัตโนมัติเปิดกว้างออกพร้อมกับเสียงกระดิ่งไฟฟ้าที่ดังแว่วขึ้นมาเบาๆลูกค้าหลายคนที่นั่งรวมตัวกันอยู่ด้านในชำเลืองสายตามามองวูบหนึ่งพอพวกเขาเห็นว่าเป็คนที่ไม่รู้จักก็พากันหันไปคุยเหมือนเดิมแบบไม่ใส่ใจนักด้านในนั้นอากาศเย็นสบายและไม่มีกลิ่นเหม็นอับใดๆมีดนตรีแนวบอสซาโนว่าเปิดคลอขึ้นมาเบาๆ ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายจนโจ๊กหวนไปนึกถึงพวกร้านกาแฟแบบหรูๆขึ้นมาได้
มองไปรอบๆจะเห็นเชลฟ์กระจกแบบติดเพดานลอยอยู่รอบๆ ทิศ ในนั้นมีการ์ดของ AOS สารพัดรูปแบบวางพร้อมป้ายราคาติดไปทั่วชวนให้รู้สึกถึงความเป็ร้านค้าและเป็ของตกแต่งร้านที่ดูเข้ากันดี ไม่ทันขาดคำจึงมีเสียงหัวเราะร่าเริงมาจากพวกลูกค้าที่นั่งรวมตัวกันอยู่ตรงเก้าอี้รับแขกตรงด้านในอย่างสนุกสนานโดยที่โจ๊กได้เพ่งสายตามองดีๆจึงได้เห็นว่าในกลุ่มนั้นมีเด็กสาวอยู่คนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงกลางและถูกห้อมล้อมด้วยหนุ่มๆหลายวัย
“ว่าไงเธอน่ะ มีอะไรให้ช่วยรึเปล่า?”
ไม่ทันไรก็มีเสียงทักขึ้นจากเค้าท์เตอร์ตรงด้านหน้าร้านพร้อมกับร่างของสุภาพสตรีคนหนึ่งที่โผล่พรวดมาจากด้านล่างเธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนและกางเกงยีนที่ดูทะมัดทะแมงใบหน้าที่ปราศจากรอยยิ้มนั้นจ้องเขม็งกลับมา เรือนผมสีดำถูกรวบเป็หางม้าและริ้วรอยทำให้เธอดูมีอายุราวๆ สามสิบต้นๆ
“เอ้า นิ่งอะไรอยู่ไอ้น้องมีอะไรก็ว่ามาสิ?”
คำถามแบบห้าวๆนั้นทำให้โจ๊กต้องชะงักไป รู้สึกได้ว่าผู้หญิงที่จู่ๆก็โผล่มาจากหลังเค้าท์เตอร์นั้นน่าจะเป็เ้าของร้านนี้อย่างไม่ต้องสงสัย...เพราะถ้าเป็ลูกจ้างการทักทายลูกค้าแบบนี้ก็ถือว่าบ้าบิ่นสิ้นดี!
“คือว่าผมสนใจอยากจะมาลองศึกษาเื่ AOS น่ะครับ” โจ๊กตอบไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ศึกษา?”ฝั่งตรงข้ามนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะร้องอ๋อขึ้น “เธอคือโจ๊กใช่มั้ย?”
“ครับ...แล้วนี่คุณรู้ชื่อของผมได้ยังไง?”
“ก็ไอ้ทิตมันเพิ่งจะไลน์มาหาฉันเมื่อกี้นี้เองน่ะสิเห็นมันบอกว่าให้ช่วยดูแลเพื่อนมันให้หน่อย แต่ไม่คิดว่าเธอจะแวะมาหาเร็วขนาดนี้เลยนะ”
ว่าแล้วหญิงสาวคนนี้ก็วางโทรศัพท์มือถือของเธอลงบนโต๊ะเผยให้เห็นโปรแกร็มไลน์ที่กำลังอยู่ในหน้าสนทนา และพาดหัวโตๆ ไว้เลยว่า “ไอ้หมาทิต”เห็นดังนั้นแล้วโจ๊กจึงยิ้มเจื่อนดูท่าทางเพื่อนของเขาจะสนิทกับเ้าของร้านที่นี่จริงๆ ด้วยสินะ
“งั้นคุณก็คือคุณฝนใช่มั้ยครับ?”
“อื้อ ใช่” เธอพยักหน้ารับห้วน“ส่วนนายก็เป็มือใหม่ถอดด้ามไม่รู้เื่อะไรเกี่ยวกับ AOS เลยใช่มั้ยเนี่ย?”
“อ่า...จะว่าแบบนั้นก็ได้ครับ”
โจ๊กไม่อยากจะบอกว่าเขาดันรู้เื่ข้ามสเต็ปไปหลายขั้นแล้วล่ะ....อย่างน้อยๆ ก็เื่ราคาของการ์ด
“งั้นเหรอ”คุณเ้าของร้านดูจะมีสีหน้าอ่อนใจคล้ายี้เีอธิบายยังไงชอบกล“ถ้างั้นก่อนอื่นเธอคงต้องลงทะเบียนข้อมูลของผู้เล่นใหม่ก่อนล่ะนะ ค่าลงทะเบียน150 แต่ถ้านายซื้อไอดีสล็อตของเกมเลยก็จะลงทะเบียนฟรี ส่วนค่าสล็อตก็ 400 บาทซึ่งฉันแนะนำว่าคุ้มกว่า เพราะถ้าหากนายจะเล่น AOS จริงๆ ยังไงก็ต้องมีไอดีสล็อตทุกคน”
คนเด็กกว่าชะงักกึกไปเหมือนถูกกดหยุดด้วยรีโมตใบหน้าที่แน่นิ่งทำเอาหญิงสาวต้องเลิกคิ้วขึ้น
“เป็อะไรไป?” เธอถาม
“ลงทะเบียนนี่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยเหรอครับ?”
“แหงสิยะจะใช้บริการอะไรก็ตามมันก็ต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งนั้นล่ะไม่อย่างนั้นร้านฉันจะอยู่ได้ยังไงกัน?”
เสียงแหลมๆนั้นทำเอาโจ๊กต้องยิ้มเจื่อนๆ สุดท้ายก็พยักหน้าอย่างจำใจอันที่จริงก็คาดไว้ั้แ่แรกแล้วว่าคงจะมีค่าใช้จ่ายในการเล่นเกม AOS นี้แน่ๆ ล่ะ แต่ใครจะคิดว่าราคามันจะตั้ง 400บาทแบบนี้
“ถ้างั้นเอาเป็ไอดีสล็อตเครื่องนึงเลยนะ?”เจ๊ฝนถาม
“...ครับ”
ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกเมื่อตัดสินใจไปแล้วก็คงทำได้แค่พยักหน้ารับ
“ดีมาก”
พลันเห็นว่ามีรายได้เข้ามาคุณเ้าของร้านก็ยิ้มแฉ่งก้มลงไปหยิบแท็บเล็ตในตู้เก็บของด้านล่างขึ้นมา เธอกดไปที่แอพหน้าตาแปลกๆตัวหนึ่งที่โจ๊กไม่ค่อยคุ้น ก่อนจะจิ้มอีกสองสามทีกระทั่งเป็หน้าต่างรูปใบสมัครที่ใช้เพื่อกรอกข้อมูลต่างๆ ลงไป
“ถ้างั้นเธอกรอกข้อมูลของเธอลงไปในนี้ก่อนนะเดี๋ยวฉันจะไปหยิบเอาไอดีสล็อตให้นายก่อน”
ว่าแล้วเธอก็ยื่นแท็บเล็ตมาให้กับเขาก่อนจะเดินหายไปด้านหลังร้านปล่อยให้โจ๊กได้แต่ยืนมึนอยู่ตรงหน้าเคาท์เตอร์เพียงลำพังสุดท้ายเ้าตัวจึงไหวไหล่ก่อนจะเริ่มพิมพ์ตัวหนังสือลงไปในช่องข้อมูลดังกล่าวซึ่งมันก็ถามเหมือนกับใบสมัครทั่วไปที่มีทั้งชื่อเพศอายุวันเดือนปีเกิดอะไรทำนองนั้น...จะมีวุ่นวายหน่อยก็ตรงรหัสบัตรประชาชนแล้วก็มีบัญชีธนาคารที่โจ๊กยังไม่รู้ว่าจะใส่ไปเพื่ออะไรและมันก็สามารถเว้นไว้ก่อนได้เขาจึงปล่อยมันผ่านไป
“เสร็จรึยัง?”
เจ๊ฝนเดินกลับมาในไม่ช้าพร้อมกับกล่องกระดาษขนาดย่อมๆ ที่ถือติดมือมาด้วย ด้านหน้ามันมีสัญลักษณ์ของ AOS ติดเอาไว้ด้วยซึ่งโจ๊กก็ยังไม่ค่อยจะรู้นักว่ามันคืออะไรเขาจึงถามขึ้นพร้อมๆกับยื่นแท็บเล็ตกลับไปให้
“แล้วไอ้ไอดีสล็อตนี่มันเอาไว้ทำอะไรงั้นเหรอครับ?”
“อ๋อ นี่น่ะเหรอ...ก็จะเรียกว่าเป็เครื่องใส่ไอดีการ์ดของผู้เล่นแต่ล่ะคนก็ได้มั้งมันจะใช้เอาไว้ใส่ทั้งการ์ดที่จะใช้ในการเล่นเกมแล้วก็ไอดีการ์ดกับตัวเชื่อมต่อเข้ากับระบบออนไลน์แล้วก็ระบบดูเอลต่างๆทั่วโลกได้อีกด้วยน่ะ เป็เหมือนเครื่องประจำตัวหรือบัตรประชาชนที่ผู้เล่นทุกคนจะต้องมีนั่นแหละ”
“ถ้าไม่มีก็คือเล่นเกมไม่ได้เลยสินะครับ?”โจ๊กถาม
“ใช่”
หญิงสาวยิ้มรับก่อนจะหยิบเอาแท็บเล็ตที่ได้รับการกรอกข้อมูลรายละเอียดทั้งหมดนั้นกลับมามอง
“ไหนดูซิ...จักรรินทร์ พิทักษ์ศิลป์อายุ 22 รหัสบัตรประชาชนครบ บัญชีธนาคารเอาไว้ผูกทีหลังสินะ อื้อ โอเค”
เธอรับคำเสียงใสก่อนจะกรอกตัวตัวหนังสือและรหัสอะไรบางอย่างลงไปเพื่อยืนยันใบสมัครนั้นกระทั่งมีการโหลดของระบบอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะปิดโปรแกรมนั้นลงและหันไปเปิดคอมพิวเตอร์ตรงหลังเค้าท์เตอร์และเสียบบัตรสีดำใบหนึ่งเข้าไปในเครื่องอะไรซักอย่างที่มีหน้าตาแปลกๆใกล้ๆ กัน
“เดี๋ยวรอทางระบบอัพเดทแล้วก็ยืนยันไอดีของเธอก่อนนะไม่เกินห้านาทีก็เสร็จแล้ว ระหว่างนั้นมาดูเ้าเครื่องนี้กันก่อน”เจ๊ฝนพูดพลางวางกล่องที่ถือมาด้วยลงตรงหน้าของโจ๊ก “อย่างที่อธิบายไปก่อนว่าเ้านี่ก็คือไอดีสล็อต มันจะเป็ตัวที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างไอดีผู้เล่นของเธอเข้ากับระบบทุกๆอย่างของ AOS เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่จะมาใช้บริการเล่นอะไรในเกมก็ตามทีเธอจะต้องนำเครื่องนี้มาด้วยเสมอนะ”
“ครับ” โจ๊กพยักหน้ารับ
“เ้านี่จะเป็เครื่องที่ใส่ได้ทั้งการ์ดและไอดีการ์ดของเธออย่างที่บอกไว้ั้แ่แรกมันมีแบ็ตเตอร์รี่ในตัวเพื่อที่จะได้ปล่อยวายฟายในตัวออกมาได้ตลอดเวลาด้วยเพราะฉะนั้นจะต้องชาร์จก่อนใช้งานทุกครั้งด้วยล่ะ หนึ่งเครื่องใส่การ์ดได้สูงสุด100 ใบ ประกัน 1 ปี ถ้าเครื่องมีปัญหามาเคลมได้ภายใน 7 วัน”
คำอธิบายแบบเดิมๆแสนจะคุ้นชินเวลาไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มากับเขาด้วย
กระทั่งเธอเปิดกล่องนั้นขึ้นมาเพื่อที่จะให้ดูของด้านในของมันภายในนั้นมีกล่องโลหะขนาดความกว้างพอๆ กับโทรศัพท์มือถือเครื่องใหญ่ได้เลยแต่จะมีความหนากว่าพอสมควรน้ำหนักของมันหลังจากที่เจ๊ฝนส่งมาให้ลองจับก็ถือว่าเบาพอที่จะยัดใส่กระเป๋ากางเกงได้แบบสบายๆ
“ตัวเครื่องไม่มีรอยอะไรโอเคใช่มั้ย?” เจ๊ฝนถาม
“อ๋อ ครับ”
โจ๊กตอบกลับอันที่จริงเขาเองก็ดูไม่ออกหรอกว่ามันต้องตรวจสอบยังไง จะบอกว่าตอนนี้ก็ยังงงๆอยู่ก็ว่าได้ ว่าแล้วเ้าตัวก็หยิบเอาเงิน 400 บาทจากในกระเป๋สตางค์ยื่นให้กับคุณเ้าของร้านคนนี้ทันที
“ดีถ้างั้นเดี๋ยวฉันให้คนมาอธิบายส่วนต่อไปให้เองนะ”
เจ๊ฝนยิ้มรับก่อนจะชะโงกหน้าไปอีกทางและเอามือป้องปากะโขึ้นมาเสียงดัง
“ริน มาทางนี้หน่อยสิเจ๊มีเื่อยากให้ช่วยน่ะ!”
เสียงะโนั้นทำให้ร้านเงียบไปชั่วขณะเห็นได้ชัดว่าเจ๊ฝนคนนี้เรียกไปทางกลุ่มคนที่นั่งรวมตัวกันอยู่ตรงเก้าอี้ด้านหลังร้านซึ่งหญิงสาวที่อยู่กลางวงสนทนานั้นก็ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าสงสัย
“คะ มีอะไรให้รินช่วยเหรอเจ๊ฝน?”
เสียงหวานขานรับขึ้นมาก่อนที่ร่างบางนั้นจะเดินตรงมาที่เค้าท์เตอร์ทันควัน พอมาดูใกล้ๆแล้วจึงได้เห็นว่าผู้หญิงคนนี้ดูจะน่ารักไม่หยอก ผิวขาวตัวเล็กและยิ้มสวยทีเดียวเรือนผมสีดำอมน้ำตาลนั้นถูกรวบเป็หางม้าหลวมๆและสวมเสื้อยืดแขนยาวกับกางเกงขาสั้นดูทะมัดทะแมง
“พอดีว่านายคนนี้เขาเพิ่งจะมาร้านเป็ครั้งแรกแล้วก็เป็มือใหม่ด้วย เจ๊ก็เลยอยากจะให้เราช่วยเป็พี่เลี้ยงให้เขาหน่อยน่ะ”
“พี่เลี้ยง?”
เด็กสาวคนนี้ชะงักไปก่อนจะหันมาสบตากับโจ๊กแบบงงๆแต่ดูเหมือนคำว่า “พี่เลี้ยง” นั้นจะดังไปถึงหูพวกหนุ่มๆที่รวมตัวกันอยู่ตรงด้านหลังร้านนั้นเข้าให้ พวกเขาจึงส่งเสียงหัวเราะออกมายกใหญ่
“ซวยแล้วไงล่ะหนูรินเจอยัยเจ๊ของเราจิกหัวใช้อีกแล้ว”
“เป็รอบที่เท่าไรแล้วเนี่ยที่หนูรินของพวกเราต้องไปตามใจอีเจ๊มาช่วยติวให้พวกมือใหม่แบบนี้”
เสียงกวนประสาทนั้นดังขึ้น ส่งให้“อีเจ๊” คนที่ว่าต้องหันไปแยกเขี้ยวไส้
“หุบปากไปเลยไอ้พวกลืมข้าวแดงแกงร้อนไอ้ตอนที่พวกแกเพิ่งจะเข้ามาขอความช่วยเหลือจากร้านฉันใหม่ๆใช้โน่นใช้นี่ล่ะไม่มีบ่น เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งทำอะไรให้หน่อยก็ไม่ได้....ไม่ต้องห่วงนะรินเจ๊ไม่ให้ทำงานฟรีหรอกนี่ไงถือซะว่าเป็เควสช่วยเหลือมือใหม่ก็แล้วกันถ้าทำเสร็จแล้วเจ๊ให้รางวัลเป็ชุดเรติน่าสองซองเลยเป็ไง?”
“เอ๊ จริงเหรอคะงั้นยินดีทำให้เลยค่า”
หญิงสาวขานรับอย่างยินดีเป็ที่สุดส่วนเ้าพวกหนุ่มๆ หลังร้านก็ส่งเสียงโห่ร้องกันมาอีกระรอกคลื่น
“เฮ้ยๆ ไม่เห็นจะบอกเลยนี่ว่าจะให้รางวัลเป็ของชุดใหม่ตั้งสองซองแบบนี้น่ะงั้นให้ผมสอนหมอนี่ให้ก็ได้”
“เอ้ยๆ งั้นผมดีกว่าผมเองก็สอนมือใหม่ได้เหมือนกัน”
พอได้ยินว่ามีรางวัลตอบแทนเท่านั้นแหละไอ้พวกบ้านี่ก็แย่งกันทำงานเป็พัลวัน ส่งให้เจ๊ฝนต้องหันไปแยกเขี้ยวใส่ทันที
“ฝันไปเหอะฉันไม่มีวันยอมให้พวกแกมาสอนมือใหม่ให้อีกแล้วเด็กกี่คนแล้วที่โดนพวกแกสอนให้แล้วเผ่นแนบไม่มาที่ร้านฉันอีกเลยพอเป็ผู้ชายก็ไปกวนส้นเท้าเขา พอเป็ผู้หญิงพวกแกก็ไม่หม้อเขา...ฉันให้รินช่วยนี่ล่ะดีที่สุดแล้ว!”
เกิดเสียงคัดค้านดังตามกันมาเป็ทอดๆและออกไปในแนวเดียวกันว่า “อะไรวะ!”บ้างล่ะ “อีเจ๊ใจโฉด” บ้างล่ะ ซึ่งแน่นอนว่าคนโดนสรรเสริญนั้นมีหรือจะใส่ใจเธอหันมายิ้มแฉ่งให้กับโจ๊กอย่างไม่ใยดีเสียงนกเสียงกา
“ถ้างั้นไม่ต้องห่วงแล้วนะน้องชายเดี๋ยวฉันจะให้รินช่วยสอนเื่ต่างๆ ให้เธอเอง รับประกันว่าถ้าจะหาใครที่รอบรู้เื่AOS มากที่สุดก็คงไม่พ้นสาวน้อยน่ารักคนนี้แน่นอนแล้วก็นี่....อ่ะ ไอดีการ์ดของนายเสร็จพอดี”
ว่าแล้วเธอก็หันไปดึงเ้าการ์ดสีดำใบแรกที่เสียบไว้ตรงคอมพิวเตอร์มายื่นให้กับโจ๊กมันมีหน้าตาคล้ายกับเครดิตการ์ดมาก เป็บัตรแข็งที่มีตัวหนังสือนูนขึ้นมาในรูปชื่อและรหัสไอดีของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
“ขอบคุณครับ...”
โจ๊กยังคงรับมันมาแบบงงๆกระทั่งเจ๊ฝนหันไปหยิบเอาการ์ดอีกใบที่อยู่ตรงใต้เคาท์เตอร์ไปเสียบตรงคอมพิวเตอร์อีกครั้งก่อนจะกดอะไรซักอย่างบนแป้งคีย์บอร์ดจนมีเสียงดัง “ติ๊ด!” ไม่ช้าเธอจึงหยิบเอาการ์ดใบนั้นซึ่งมีตัวหนังสือสีแดงเขียนว่า“Quest” ตัวโตๆ ไว้บนนั้นมายื่นให้กับหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆเขา
“ส่วนนี้ก็เป็เควสการ์ดของเรานะริน”ว่าแล้วก็ยิ้มกว้างให้ “ยังไงก็ฝากช่วยดูตานี่ให้หน่อยก็แล้วกันนะเห็นว่าเป็มือใหม่ที่ไม่รู้เื่รู้ราวอะไรเลยซักอย่างเดียวเนี่ยสิแล้วเขาก็เป็เพื่อนของไอ้ทิตด้วย”
“พี่เป็เพื่อนกับพี่ทิตเหรอคะ?”
หญิงสาวที่ชื่อว่า “ริน”คนนี้หันมายิ้มกว้างให้กับโจ๊กทันทีพอได้ยินชื่อของไอ้ทิตขึ้นมาแล้วดูเหมือนเธอจะยิ้มให้กับเขาได้เป็มิตรขึ้น
“ครับ ผมชื่อโจ๊กครับ”
“ค่ะ หนูชื่อรินนะคะพี่” คนเด็กกว่ารีบแนะนำตัวเองกลับไป“รินเองก็พอจะสนิทกับพี่ทิตอยู่เหมือนกัน ถ้างั้นไม่ต้องห่วงนะคะเดี๋ยวรินจะช่วยดูแลให้อย่างดีเลยก่อนหน้านี้พี่ทิตเขาก็ช่วยอะไรรินไว้ตั้งหลายอย่าง....ว่าแต่ว่า”
รินพูดขึ้นพลางหรี่ตามองไปที่เครื่องไอดีสล็อตที่อยู่บนเคาท์เตอร์สลับกับใบหน้าของเจ๊ฝนไปพลางๆ
“ทั้งๆที่เขาไม่รู้เื่อะไรเลยซักอย่างแต่เจ๊ก็ยังหลอกขายไอ้ไอดีสล็อตนี้ให้จนได้เนี่ยนะคะ?”
“เฮ้ย พูดว่าเจ๊หลอกขายก็เกินไปนะ!” คนแก่กว่าฉีกยิ้มกว้าง “ยังไงซะถ้าจะเริ่มเล่น AOSทุกคนก็ต้องมีไอ้เครื่องนี้ด้วยกันทั้งนั้นล่ะจริงมั้ยล่ะ?”
“แต่ก็น่าจะให้เขาลองเครื่องทดสอบก่อนก็ได้ไม่ใช่เหรอคะเผื่อว่าเขาไม่ชอบขึ้นมาจะทำยังไงกัน?”
พอได้ยินคำว่า “เครื่องทดสอบ”ที่ว่านั้นขึ้นมา โจ๊กก็หันไปจ้องหน้าเจ๊ฝนเขม็งทันที ซึ่งคนโดนกล่าวหาว่า“หลอกขายของ” ก็เบือนสายตาไปทางอื่นผิวปากออกมาด้วยท่าทางกวนๆจนทำให้คนจ้องต้องออกอาการเบ้ปาก
“ไปไม่ต้องพูดมากเลยยัยริน รีบๆไปทำหน้าที่ของเธอซะก่อนฉันจะเปลี่ยนใจลดของรางวัลเควสเหลือแค่ซองเดียวเท่านั้น”
“จ้าๆ”คนเด็กกว่ายิ้มอ่อนใจก่อนจะหันมาพยักหน้าให้กับโจ๊ก “เอ้อว่าแต่พี่โจ๊กเป็มือใหม่แสดงว่ายังไม่มีเด็คเป็ของตัวเองเลยใช่มั้ยคะ?”
“เด็ค?” โจ๊กเลิกคิ้วขึ้น
“อ่า...ชุดการ์ดที่จะใช้สำหรับเล่น AOS น่ะค่ะ?”
“อ๋อ ยังไม่มีหรอกครับ”
ชายหนุ่มส่ายหน้าหย็อยๆซึ่งนั่นก็ทำให้เจ๊ฝนที่ยืนอยู่หลังเค้าท์เตอร์ยิ้มแฉ่งขึ้นมาอีกครั้ง
“ดีเลยน้องชายถ้าอย่างนั้นเจ๊ขอเสนอสตาร์ทเตอร์เด็คสำหรับมือใหม่เลยนะตอนนี้เรามีให้เลือกหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็เด็คเผ่าไหนธาตุไหนเราก็มีให้เลือกใช้งานทั้งหมดส่วนเื่ราคาก็.....”
“ขอเด็คทดสอบสำหรับมือใหม่ก็พอค่ะเจ๊ฝน”
ไอ้ครั้นจะสวมิญญานักขายอีกครั้งเจ๊ฝนก็โดนติดเบรกจนหน้าคะมำคนเด็กกว่าเพียงยิ้มหวานให้พลางแบมือออกมาให้คุณเ้าของร้าน (สุดเขี้ยว) เห็นเท่านั้นเองก็มีเสียง “จิ๊!”ดังขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าไม่สบอารมณ์ เจ๊ฝนก้มลงไปหยิบกล่องพลาสติกทรงสี่เหลี่ยมยื่นไปให้รินด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“ขอบคุณค่ะคุณเ้าของร้าน อ๋ออีกอย่างผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งลงทะเบียนครั้งแรกจะได้ใช้บริการเครื่องออนไลน์ฟรี 4ชั่วโมงสินะคะ แล้วก็ของรินน่ะถึงจะเป็การทำเควสก็เถอะแต่ก็ถือว่าทำหน้าที่แทนเ้าของร้านเพราะฉะนั้นออนไลน์ฟรีนะคะบอกซะก่อน”
“ย่ะ! รีบๆ พาเ้าหมอนี่ขึ้นไปเลยก่อนที่เจ๊จะเปลี่ยนใจลดรางวัลจากเควสของเราจริงๆ!”
ได้ยินดังนั้นแล้วรินจึงยิ้มร่าคว้าเอากล่องพลาสติกสีขาวในมือของเจ๊ฝนมาทันทีก่อนทีเธอจะหันมายิ้มหวานให้กับโจ๊ก
“งั้นตามมาเลยค่ะ เดี๋ยวรินจะรับหน้าที่ช่วยสอนเื่ต่างๆของ AOS ให้เอง”
“ครับ”
โจ๊กรับคำอย่างว่าง่ายก่อนที่เขาจะหยิบเอาไอ้เครื่องไอดีสล็อตนั้นมาพร้อมกับกล่องและใบรับประกันว่าแล้วร่างสูงจึงเดินตามสาวน้อยน่ารักตรงหน้าไปในที่สุดกระทั่งเธอพาเดินผ่านพวกหนุ่มๆ ที่ยังคงนั่งล้อมวงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานต่อเช่นเคย
“เฮ้ยไอ้น้องชายจะเรียนกับหนูรินก็ได้ แต่ห้ามจีบหนูรินของพวกเราเชียวนะ!”
มีเสียงเย้วๆะโผ่านมาจนสาวน้อยที่ชื่อว่ารินคนนี้หันไปโวยวายได้อย่างน่ารักเป็ทำนองว่า“บ้า!”ก่อนที่เธอจะพาโจ๊กเดินขึ้นบันไดเพื่อไปยังชั้นบนในที่สุด
“ทุกคนที่นี่ออกจะเพี้ยนๆไปหน่อยอย่าถือสาเลยนะคะพี่โจ๊ก” เธอหันมาพูดด้วยขณะที่ก้าวนำขึ้นไป“พอดีพวกเราอยู่ด้วยกันมานานก็เลยสนิทกันมากจนหยอกล้ออะไรกันไปเรื่อยเปื่อยน่ะค่ะ”
“ครับ ผมก็ไม่ได้ถือสาอะไรหรอกครับ”
โจ๊กเพียงรับคำนิ่งๆซึ่งนั่นทำให้ฝั่งตรงข้ามยิ้มกว้างทันที
“อ้อ แล้วที่รินพูดก่อนหน้านี้ไม่ต้องใส่ใจหรอกนคะเจ๊ฝนเองก็ไม่ได้ขายของแบบเอาเปรียบลูกค้าอะไรเลยจริงอยู่ว่าพี่โจ๊กอาจจะไปทดสอบลองเล่น AOS ดูก่อนจะลงทะเบียนผู้เล่นก็ได้แต่สินค้าที่เจ๊ฝนนำมาขายก็ถือว่าราคาถูกกว่าท้องตลาดแล้วก็ที่เจ๊พูดน่ะถูกต้องแล้วนะคะว่าถ้าหากจะเล่น AOS แล้วจริงๆผู้เล่นทุกคนจะต้องมีไอดีสล็อตทั้งนั้นน่ะค่ะ...ถือซะว่าเป็ค่าเครื่องเกมกับค่าเรียนอะไรทำนองนั้นก็แล้วกันนะคะ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับอันที่จริงเขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจเื่นั้นเท่าไรนักหรอก(แม้ว่าตอนนี้เ้าตัวจะเหลือแบงค์ร้อยในกระเป๋าเพียงไม่กี่ใบแล้วก็ตาม)
“แล้วพี่โจ๊กนี่ไม่เคยรู้จักหรือเล่น AOS มาก่อนเลยใช่มั้ยคะ?” รินถาม
“ครับ”
“แล้วทำไมจู่ๆ ถึงเกิดสนใจขึ้นมาล่ะคะหรือว่าไปโดนพี่ทิตเขากล่อมให้มาเล่นล่ะสิใช่มั้ย?”
ถามแบบยิ้มๆ มาแบบนั้นโจ๊กก็ได้ทำได้แค่พยักหน้ารับไปส่งๆ ทั้งอย่างนั้นเองอันที่จริงสาเหตุหลักที่เขาเกิดจะต้องมาศึกษาเื่ของ AOS เอาไว้แบบนี้ก็น่าจะเป็เพราะไอ้เงินจำนวนยี่สิบล้านบาทที่มันหลับใหลอยู่ในกระเป๋าสะพายที่เขาสะพายติดไหล่มาด้วยต่างหาก
“ถ้างั้นเดี๋ยวรินจะอธิบายรายละเอียดทั้งหมดให้ฟังเลยก็แล้วกันนะคะ”รินพูดพลางผายมือออก “เริ่มจากที่ร้านการ์ดนี้ก่อนเลยก็แล้วกันพี่โจ๊กคงจะเคยเห็นพวกร้านการ์ดแฟ็คทอรี่มาก่อนแล้วใช่มั้ยคะ?”
“ครับ” อันที่จริงเคยแวะเข้าไปด้วยซ้ำ
“ถ้างั้นก็รู้ไว้ก่อนว่าการ์ดแฟ็คทอรี่หรือที่เราจะเรียกกันว่าCF นั้นจะแตกต่างจากร้านการ์ดแบบนี้อย่างหนึ่งก็คือCF นั้นจะเป็ร้านที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยบริษัท AOS หรือเป็ตัวแทนอำนวยความสะดวกผู้เล่นจากบริษัทแม่ของ AOS โดยตรงน่ะค่ะ ส่วนร้านการ์ดอย่าง ร้านบัตเตอร์ฟลายนี้จะเป็ร้านที่มีคนนอกเป็เ้าของกิจการและจะเซ็นสัญญาเป็สมาชิกกับบริษัทแม่ด้วยอีกแรงน่ะค่ะซึ่งทั้งคู่จะมีความแตกต่างในการใช้บริการอยู่หลายอย่างทั้งเื่การซื้อขายสินค้าหรือแม้แต่เื่เควสอะไรทำนองนี้ล่ะค่ะ”
“เควสเหรอครับ?” โจ๊กเลิกคิ้วขึ้น
“อ่า เื่นี้เดี๋ยวรินจะอธิบายทีหลังนะคะ”เด็กสาวยิ้มรับก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นชั้นสามไปอีก“พี่ทิตคงจะแนะนำมาแล้วสินะคะว่าหากจะมาเริ่มเล่นใหม่ๆก็ควรจะเริ่มฝึกหัดที่ร้านการ์ดแบบนี้ก่อน นั่นน่ะเป็สิ่งที่ถูกต้องแล้วล่ะค่ะเพราะว่าอย่างร้านเราจะมีเควสที่คอยให้ซัมมอนเนอร์หน้าเก่าๆ มาคอยสอนพวกมือใหม่อย่างที่รินทำตอนนี้แล้วก็จะมีอุปกรณ์กับสินค้าที่เหมาะกับพวกมือใหม่มากกว่าเ้าของร้านก็จะแนะนำอะไรที่เหมาะสมกว่า ไม่เหมือนพวก CF ที่เขาจะถือว่าลูกค้าที่เข้าไปในนั้นจะเป็พวกชำนาญแล้วเขาเพียงแต่จะบริการให้ตามคำขอแต่จะไม่ค่อยมีคำแนะนำอะไรให้หรอกนะคะ สินค้าที่ขายที่นั่นก็จะเป็ราคามาตรฐานสากลที่ไม่มีการต่อรองใดๆได้ด้วย ส่วนเื่การบริการอื่นๆ ก็จะคล้ายๆ กันค่ะจะมีทั้งเครื่องดูเอลเซ็นเตอร์ กับ ออนไลน์เซ็นเตอร์ ให้ใช้งานเหมือนกันส่วนค่าบริการก็จะแพงกว่าร้านของเราอยู่นิดหน่อย”
ว่าแล้วทั้งสองคนก็เดินขึ้นมาจนถึงชั้นสามของร้านในที่สุด้านั้นมีประตูบานกระจกปิดทางเข้าไว้อีกครั้งพร้อมกับป้ายตัวหนังสืออิเลคโทรนิคที่เขียนไว้ว่า“ออนไลน์เซ็นเตอร์” อยู่้าอีกด้วยสาวน้อยที่ชื่อรินคนนี้ไม่รอช้าเปิดบานประตูกระจกนั้นเข้าไปส่งให้โจ๊กที่ตามมาติดๆ ต้องชะโงกหน้ามองไปรอบๆ ด้วยท่าทีประหลาดใจ
“โดยที่ในโซนของร้านเรานั้นจะมีอยู่สามโซนใหญ่ๆด้วยกันนะคะพี่โจ๊กหนึ่งก็คือชั้นหนึ่งเป็โซนต้อนรับลูกค้าเจ๊ฝนจะเป็คนดูแลส่วนนั้นทั้งการรับเควสเทรดซื้อขายการ์ดหรืออยากจะดำเนินการอะไรก็จะรวมอยู่ที่ชั้นหนึ่งทั้งหมดชั้นสองที่เราเดินผ่านมาก็จะเป็ดูเอลเซ็นเตอร์จะเป็ห้องที่มีไว้สำหรับให้ซัมมอนเนอร์มาต่อสู้กันเองน่ะค่ะส่วนชั้นสามนี้จะเป็ออนไลน์เซ็นเตอร์ เป็จุดที่ซัมมอนเนอร์อย่างเราจะสามารถออนไลน์เข้าไปในโลกอาเคเดียได้น่ะค่ะ”
“อาเคเดีย?”
โจ๊กรับคำแบบงงๆซึ่งสาวน้อยคนสวยก็เพียงยิ้มรับและพยักหน้าส่งสัญญาณว่าเดี๋ยวเธอจะพาไปดูส่วนนี้เอง
พลันเดินเข้ามาดูในห้องออนไลน์เซ็นเตอร์นี้ให้ชัดๆแล้ว มันจะเป็ห้องขนาดแคบที่เป็ทางเดินพอจะเบียดไหล่กันได้สามคนและด้านในนั้นจะแบ่องห้องย่อยไว้อีกเป็ล็อคๆพร้อมกับหมายเลขกำกับห้อง ซึ่งด้านในสุดของทางเดินก็มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเล็กๆเหมือนจะเป็คนคุมพื้นที่ในส่วนนี้
“สวัสดีค่ะพี่เต้”
รินเอ่ยทักเสียงใสไปทางผู้ชายคนนั้นจนเขาชะงักระมือออกจากหนังสือนิยายเล่มหนาในมือไปได้ทันทีที่เห็นลูกค้าสองคนเดินเข้ามาในส่วนของออนไลน์เซ็นเตอร์แล้วเ้าตัวก็ยิ้มแฉ่ง
“ไงจ๊ะรินไม่ได้มาที่ส่วนออนไลน์ซะนานเลยนะเราน่ะ”
ชายหนุ่มคนนั้นทักมาเขาเป็คนผมสั้นสวมแว่น ท่าทางอายุจะราวๆ 20 ปลายๆ
“พอดีว่า่นี้รินยุ่งแต่กับการจัดเด็คใหม่กับพวกพี่ๆเขาน่ะค่ะ ก็เลยไปอยู่ในโซนดูเอลบ่อยหน่อย”
“อื้อ ...เจ๊เขาโทรฯขึ้นมาบอกแล้วล่ะว่าเรามาทำเควสแนะนำผู้เล่นใหม่น่ะ โน่นเลยห้อง 18พี่ล็อคเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”
“ขอบคุณค่า”
สาวน้อยขานรับเสียงใสก่อนจะเดินนำนายโจ๊กเข้าไปด้านในทันทีเขาเองก็กำลังสำรวจห้องรอบๆ ที่ถูกแบ่งไว้สุดที่ตัวเลข 20 ห้องขนาดห้องนั้นเรียกว่าเล็กมากๆ ชนิดที่เขาไปก็คงจะสามารถไปยืนๆ นั่งๆขยับไปไหนมาไม่ได้ ซึ่งทันทีที่เขาตามรินเข้าไปในห้องหมายเลข 18 เท่านั้นเองมันก็เป็ไปอย่างที่คาดเอาไว้
ภายในห้องนั้นมีขนาดแคบชนิดเดินวนแค่สองสามวินาทีก็คงจะทั่วห้องได้แล้ว แต่ที่เตะตาก็คงจะเป็เก้าอี้ขนาดใหญ่สองตัวที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกัน ลักษณะของมันออกจะดูแปลกตาไม่น้อยมันเป็เก้าอี้แบบกึ่งนอนไว้ให้เอนกายนั่งได้แบบสบายๆ ้าเหมือนมีโดมย่อมๆขนาดที่พอจะครอบไว้รอบศีรษะได้ชวนให้รู้สึกไอ้เครื่องที่อยู่ในร้านเสริมสวยยังไงก็ไม่รู้นอกนั้นก็มีโต๊ะตัวเล็กๆ เหมือนไว้สำหรับใช้วางของ
“นี่จะเป็ห้องสำหรับใช้ในการออนไลน์น่ะค่ะพี่โจ๊ก”รินเริ่มอธิบายต่อ“โดยปกติแล้วผู้เล่นทุกคนจะสามารถออนไลน์เองที่ไหนก็ได้ผ่านตัวเครื่องมือออนไลน์ซิงโครแบบนี้แต่อุปกรณ์พวกนี้มันค่อนข้างจะแพงมากตัวหนึ่งมีราคาเป็แสนๆทางร้านการ์ดก็เลยจะมีพวกอุปกรณ์เหล่านี้ให้ผู้เล่นทุกคนมาใช้งานได้โดยคิดเวลาเป็ชั่วโมงแทนน่ะค่ะแต่วันนี้พี่โจ๊กสามารถใช่งานมันได้ฟรีเพราะว่ายังเป็โปรโมชั่นของการลงทะเบียนครั้งแรกอยู่...วางของก่อนก็ได้ค่ะ”
รินพูดพลางชี้ไปที่กระเป๋าสะพายของเขาโจ๊กจึงดึงเอากระเป๋านั้นไปวางลงบนโต๊ะตัวเล็กๆ ที่ว่านั่นแบบงงๆก่อนที่รินจะผายมือให้เขาไปนั่งที่เก้าอี้หน้าตาแปลกๆ ตัวนั้น
“นี่จะเป็เก้าอี้ที่เอาไว้เล่นสำหรับโหมดออนไลน์โดยเฉพาะน่ะค่ะ”รินพูดอธิบาย “มันจะเป็เครื่องที่ซิงโครกับสมองเพื่อให้เราสามารถเชื่อมต่อกับโลกอาเคเดียที่เป็เซิร์ฟเวอร์หลักของAOS ได้แน่นอนว่ามันมีความปลอดภัยที่สูงมากเพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลไปนะคะ”
“ครับ”
โจ๊กพยักหน้ารับก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้นุ่มสบายและเอนตัวได้แบบรู้สึกผ่อนคลายทำให้สามารถนั่งได้นานๆจนอยากจะเอาไปทำเป็เก้าอี้ทำงานที่บ้านเลยด้วยซ้ำซึ่งเขาเองก็พอจะได้ยินอยู่เหมือนกันว่าในยุคปัจจุบันนั้นเทคโนโลยีของเกมออนไลน์นั้นล้วนหันมาใช้ระบบการซิงโครคลื่นสมองเข้าไปในเซิร์ฟเวอร์ของเกมจนทำให้เหมือนกับว่าตัวเรานั้นไปโผล่อยู่ในมิติของเกมจริงๆเื่ความปลอดภัยนั้นหายห่วงเลยทีเดียวเชียวล่ะ
แน่นอนว่าราคาค่างวดของเครื่องออนไลน์พวกนี้ก็จัดว่าสูงลิบเฉียดหลักแสนหรือถ้าเป็เครื่องออนไลน์ในรุ่นเล็กๆแบบที่พอจะจับต้องได้ก็มีราคาหลายหมื่นทั้งนั้นคนปกติทั่วไปก็จึงนิยมหันไปเล่นที่ร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่หรือร้านการ์ดแบบนี้กันเสียมากกว่า
“งั้นหนูขอไอดีสล็อตของพี่หน่อยสิคะ”
“อ๋อ ครับ”
โจ๊กหยิบเอาเครื่องดังกล่าวที่เขาเพิ่งจะเสียเงินซื้อมาส่งไปให้
“อย่างที่หนูบอกไว้ั้แ่แรกว่าไอดีสล็อตนี่จะเป็เหมือนตัวเชื่อมตัวระหว่างเรากับเครื่องออนไลน์นี้อันดับแรกพี่ก็ต้องเอาไอดีการ์ดของพี่มาใส่ไว้ตรงนี้ก่อนน่ะค่ะ”รินนำเอาการ์ดไอดีสีดำของโจ๊กไปเสียบไว้ในช่องตรงด้านท้ายของเครื่อง“ส่วนการ์ดที่เราจะใช้สำหรับการเล่นเกมเราจะใส่ไว้ตรงนี้น่ะค่ะ”
ว่าแล้วเธอก็เปิดฝาเครื่องตรงกลางออกเผยให้เห็นช่องว่างขนาดใหญ่แบบพอดีขนาดการ์ดอยู่ตรงกลางรินจัดการเอาการ์ดที่ใช้สำหรับทดลองเล่นใส่ลงไปในเครื่องทั้งหมดไม่ช้าเธอจึงปิดฝาจนเกิดเสียงดัง “แกร๊ก”ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงเก้าอี้ที่โจ๊กนั่งอยู่ เธอกดปุ่มตรงพนักพิงแขนด้านข้างก่อนจะมีช่องบางอย่างเลื่อนออกมา
“จากนั้นเราก็เอาไอดีสล็อตของเราใส่เข้าไปในนี้ค่ะปิดฝาก็เรียบร้อย”
เธอเสียบอุปกรณ์เข้าไปจนกระทั่งมีเสียงเครื่องจักรบนเก้าอี้เริ่มทำงานขึ้น
“ระบบออนไลน์เซ็ตไอดีนี้เพิ่งจะออนไลน์ครั้งแรกและยังไม่มีชื่อของซัมมอนเนอร์โปรดใส่ชื่อของซัมมอนเนอร์ที่้าด้วยค่ะ....”
มีเสียงของผู้หญิงดังขึ้นมาจากลำโพงของเก้าอี้จนโจ๊กชะงักไปเขามองซ้ายมองขวาว่าเสียงมาจากตรงไหนด้วยท่าทางที่ในั้นทำให้สาวน้อยตรงหน้าต้องหัวเราะคิกคักก่อนจะหยิบเอาของชิ้นหนึ่งออกมาจากด้านข้างเก้าอี้
“ลองสวมไอ้นี่ดูสิคะ”
เธอยื่นเอาของที่มีลักษณะคล้ายกับแว่นตาขนาดใหญ่ขึ้นมาให้รินทำท่าเหมือนกับให้เขาสวมมันเข้าไป โจ๊กเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็สวมแว่นดังกล่าวนั้นลงไปบนใบหน้าเท่านั้นเอง ภาพที่เห็นในห้องก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยที่รอบๆตัวนั้นมีบานหน้าต่างข้อมูลที่คล้ายกับภาพในจอคอมพิวเตอร์ลอยอยู่กลางอากาศเต็มไปหมด
“ไอ้นี่มันอะไรกันเนี่ย...?”เขาเผลอรำพึงขึ้นมา
“มันเป็ระบบอินเตอร์เฟสแบบเสมือนจริงน่ะค่ะตอนนี้เชื่อมต่อกับระบบคลื่นสมองของพี่แล้ว พี่ลองเอามือแตะๆ มันดูสิคะ”
ได้ยินดังนั้นแล้วโจ๊กก็หันมามองหน้าของสาวน้อยคนข้างๆที่ยังยิ้มหวานให้อยู่ ว่าแล้วเขาจึงลองเอื้อมมือไปแตะดูแม้จะไม่รู้สึกเหมือนััโดน แต่อินเตอร์เฟสพวกนั้นก็เคลื่อนไหวไปตามมือของเขาที่แตะโดนทั้งหมด
เห็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยขนาดนี้แล้วเขาชักจะเริ่มรู้สึกแล้วว่าตัวเองนี่มันหลังเขาสิ้นดี!
“อ่า...ใส่ชื่อของผมลงไปตรงนี้สินะครับ?”
โจ๊กถามขึ้นเมื่อมีอินเตอร์เฟสบานหนึ่งพยายามเด้งขึ้นมาตรงหน้าของเขาเป็ช่องที่เขียนไว้ว่า“ชื่อของคุณ”
“ใช่ค่ะใส่ชื่ออะไรก็ได้ไม่จำเป็ต้องเป็ชื่อจริงของพี่ก็ได้นะคะแล้วก็ชื่อจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ตอนนี้ก็ใส่ๆไปก่อนให้ระบบมันทำงานต่อไปได้น่ะค่ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะจิ้มลงไปในช่องนั้นกระทั่งมีคีย์บอร์ดลอยหวือขึ้นมาตรงหน้าของเขาเ้าตัวจึงเริ่มต้นจิ้มนิ้วลงไปบนนั้นในห้วงความคิดว่าที่คนที่ไม่ได้สวมแว่นตานี้คงเห็นเหมือนกับว่าเขากำลังทำท่าทางแปลกๆอยู่กลางอากาศได้พิลึกสุดๆ แหงๆ
“ยืนยันชื่อของคุณค่ะ ซัมมอนเนอร์โจ๊กเกอร์ยินดีต้อนรับสู่โลก AOS ค่ะ”
เสียงคอมพิวเตอร์ดังขึ้นมาจากข้างหูของเขาคาดว่าเ้าแว่นตานี้คงจะมีระบบคลื่นเสียงติดอยู่ใกล้ๆ ใบหูด้วยมันจึงทำให้เขาได้ยินเสียงชัดเหมือนกับมีคนมาพูดอยู่ใกล้ๆ เลยทีเดียว
“โอเคเสร็จแล้วนะคะถ้าอย่างนั้นเราไปคุยกันต่อทางนั้นเลยดีกว่า เดี๋ยวหนูจะเริ่มอธิบายถึงเื่ราวของAOS ให้พี่ฟังอย่างละเอียดเองค่ะ”
“ทางนั้น?”
โจ๊กเลิกคิ้วขึ้นขณะที่เห็นร่างของสาวน้อยที่ชื่อรินคนนั้นเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเครื่องออนไลน์ที่อยู่ใกล้ๆกัน กระทั่งเธอนำไอดีสล็อตของตนเองเสียบลงไปบนเครื่องก่อนจะหันมายิ้มหวานให้
“ไปดูเดี๋ยวก็รู้เองค่ะ”