รัตติกาลมาเยือน แสงนวลจันทราลอยสูงขึ้นอย่างเงียบเชียบ
หูเหยียนประเมินเวลาว่าอาหารที่สัตว์น้อยทั้งสามตัวกินไปน่าจะย่อยแล้ว นางจึงยกหนังสัตว์ที่ป้องกันกลิ่นออกไป จากนั้นหยิบน่องไก่หนึ่งชิ้นที่เก็บไว้เป็พิเศษออกมาจากตะกร้า ภายใต้ความปรารถนาอันยิ่งยวดของสัตว์น้อยทั้งสาม นางโยนน่องไก่ไปที่ห่วงเหล็กเล็ก ๆ ที่มีกุญแจห้อยอยู่ กระดูกไก่ติดแหง็กอยู่ในห่วงเหล็ก คิดจะกินน่องไก่ก็ต้องเอากุญแจลงมาด้วย
สัตว์น้อยทั้งสามหันมาสบตากันไปมา ท้ายที่สุดสุนัขจิ้งจอกขาด้วนจึงเริ่มโจมตีก่อน ตามมาติด ๆ ด้วยสุนัขพื้นบ้านหน้าตาซื่อบื้อและนกฮูกตาเดียว พวกมันกระโจนไปยังตำแหน่งที่มีกุญแจแขวน ต่างปรารถนาที่จะได้กินน่องไก่
หูเหยียนยืนรอเงียบ ๆ อยู่ด้านข้าง ทันใดนั้นนางเชิดคางขึ้นเล็กน้อย สูดดมกลิ่นที่ลอยอยู่กลางอากาศ คิ้วพลันขมวดโดยไม่รู้ตัว...กลิ่นคาวเื!
กลิ่นโลหิตแรง เข้มข้น และสดใหม่ยิ่งนัก
กลิ่นนี้ทำให้หูเหยียนกระสับกระส่าย
ราวกับมีมือเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ดึงประสาทััทั้งหมดของนาง หลอกล่อให้เกิดความปรารถนา
หูเหยียนยืนเงียบ ๆ อยู่ในเพิงไม้ ตาเบิกกว้างมองไปทางที่กลิ่นคาวเืลอยมา นิ้วเริ่มหดเข้าทีละนิ้ว แรงปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายในทำให้นางมิอาจสงบได้อีกต่อไป
นางหลับตาอย่างแ่เบา พร้อมสูดหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครา จากนั้นจึงวิเคราะห์ความกระสับกระส่ายนี้ของตนเอง นางไม่อยากกลายเป็สัตว์ประหลาดดื่มเืมนุษย์ แค่นึกภาพตนเองนอนอยู่บนศพใครบางคนและดื่มเือย่างไม่หยุด คิ้วของนางก็อดไม่ได้ที่จะขมวดเข้าหากัน เก่งมาก เยี่ยมมาก ดูเหมือนว่านางไม่รู้สึกกระหายเืแล้ว
ในเมื่อไม่ได้กระหายเื ถ้าเช่นนั้นเหตุใดจึงเกิดความ้าถึงเพียงนี้ ดูเหมือนว่าจะฟื้นให้กลับมาเป็ปกติได้คงเหลือแค่การเจาะแผ่นเยื่อบาง ๆ ที่กั้นอยู่กระมัง
หูเหยียนสงบสติอารมณ์ นางย้ำเตือนตนเองมิให้กระวนกระวาย นิ้วห้อยอยู่ข้างลำตัว และเผลอวาดอะไรบางอย่างออกไป ระดับความเร็วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุดเกิดเป็ลวดลายแปลกประหลาดอยู่บนอากาศ ลวดลายนั้นมีแสงสว่างประกายเลือนรางซ่อนอยู่ แต่กลับหายวับไปกับตา คล้ายแสงดาบที่ถูกสร้างโดยผู้เยี่ยมยุทธ์ขณะฝึกฝนวิชาดาบ ราวกับว่ามันเป็สสาร หากแท้จริงเป็เพียงปราณที่รั่วไหลออกจากร่างและทิ้งรอยจาง ๆ ไว้กลางอากาศ
ดวงตาของหูเหยียนพลันเบิกกว้าง ั์ตานั้นส่องประกายด้วยสีสันอันน่าหลงใหล ประดุจเพชรเม็ดงามสองเม็ดที่สะท้อนลำแสงนับหมื่น ในท้ายที่สุดก็ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใน มุมปากของนางยกขึ้นเป็เส้นโค้ง รอยยิ้มจาง ๆ ที่ระบายออกมาแฝงด้วยความลำพองตน เย่อหยิ่ง และถือดี
ราวกับคิดบางอย่างขึ้นได้ นางจึงส่ายหน้าและคลี่ยิ้มก่อนจะยื่นมือออกไปดีดนิ้ว ทว่าเมื่อเห็นสัตว์น้อยทั้งสาม นางก็ลดมือลงข้างลำตัวอีกครา เห็นได้ชัดว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะรบกวนพวกมันทั้งสามตัวในเวลานี้
เฮ้อ ดีใจก็ดีใจไปเถิด ไม่จำเป็ต้องให้อีกสามตัวที่เหลือรับรู้
หลังจากสัตว์น้อยทั้งสามเปิดศึกตะลุมบอนกันอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดจิ้งจอกขาด้วนก็ปีนขึ้นไปบนหัวของสุนัขพื้นบ้านหน้าตาซื่อบื้อ มันเขย่งปลายเท้าและคว้าน่องไก่ นกฮูกตาเดียวบินขึ้นไป้า หลังจากทดลองบินวนด้วยอาการโซเซไปแล้วรอบหนึ่ง มันก็พุ่งเข้าหาน่องไก่ ทว่าพลาดหัวของมันจึงชนเข้ากับไม้กระดาน น่องไก่และกุญแจถูกปีกของมันกวาดลงมา กระแทกใส่หัวจิ้งจอกขาด้วน มันรีบอ้าปากกว้างคาบน่องไก่ สุนัขพื้นบ้านหน้าตาซื่อบื้อจึงรีบสะบัดหัวเพื่อให้จิ้งจอกขาด้วนตกลงมา แล้วอ้าปากรองับน่องไก่ นกฮูกตาเดียวใช้กรงเล็บคว้าน่องไก่ไปได้อย่างแม่นยำ ก่อนจะกระพือปีกบินขึ้นไปบนเพิงไม้ ซ้ำยังแสดงทีท่าโอ้อวด
หูเหยียนสบโอกาส นางใช้ปลายเท้าเตะไม้ตะบองขึ้นมาแล้วคว้าไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง จากนั้นชี้ไม้ตะบองไปด้านหน้าสอดเข้าไปในห่วงเหล็กของกุญแจ โดยยอมสละน่องไก่เพื่อแลกกับกุญแจ หูเหยียนพึงพอใจยิ่งนักกับสายตาและวิธีการของตนเอง
ทันใดนั้นประตูถูกคนเตะจนเปิดกว้าง เยี่ยนเต๋อหลินถือโคมไฟด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างถือแท่งเหล็กยืนอยู่หน้าประตู เขาสวมเสื้อผ้าหลวมโคร่ง ใบหูมีผ้าขาวผืนใหญ่ปิดอยู่ กับผ้าขาวอีกหนึ่งผืนพันรอบศีรษะเพื่อยึดผ้าขาวชิ้นใหญ่นั้นไว้ เห็นแวบหนึ่งดูคล้ายกับกระบอกดินไร้หู
เขาเข้ามาข่มขู่ ถลึงตามอง ราวกับมีความแค้นที่มิอาจอยู่ร่วมโลกกับหูเหยียน ทันทีที่เห็นนาง เขาก็แทบจะปรี่ตัวเข้ามาพร้อมกับแท่งเหล็ก แต่เมื่อเห็นท่าทางของหูเหยียนอย่างชัดเจน เท้าของเขาพลันชะงักเล็กน้อย โคมไฟในมือร่วงลงพื้นเกิดเสียงดัง ‘ตุบ’ จากนั้นเปลวไฟก็ค่อย ๆ ลุกลาม
ภายใต้เปลวไฟที่เผาไหม้ หูเหยียนยังคงยืนตระหง่านราวกับนาง์ที่จุติบนโลกมนุษย์ แม้ว่าใบหน้าของนางยังหลงเหลือคราบสมุนไพรที่ล้างออกไม่หมด ยังคงมีริ้วรอยเหี่ยวย่น หน้าซีดเหลืองราวกับหญิงชรา ทว่าเมื่ออยู่ภายใต้แสงยิ่งทำให้นางดูงดงาม ดวงหน้าที่เคยทำให้คนรู้สึกเบื่ออาหารได้ถูกมองข้ามไปแล้ว
ต่อให้เยี่ยนเต๋อหลินกำลังฝันก็คงคิดไม่ถึง ว่าเ้าบ้าที่มีขนขึ้นเต็มตัวกลับงดงามได้ถึงเพียงนี้! หากมิใช่เพราะหนังสัตว์ที่ตกอยู่ข้างเท้าของสาวงาม เขาคงคิดว่าตนเองจำผิดคนเสียแล้ว โจรผู้นี้ได้รับการดูแลจาก์อย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งจะขายยาวจิ่วไป ไม่ทันไรก็ได้รับสาวงามผู้มีชีวิตชีวามาหนึ่งคน!
อันที่จริงในเวลานี้หูเหยียนไม่ได้น่าทึ่งถึงขั้นนั้น เพียงแต่เยี่ยนเต๋อหลินเสียเืมากเกินไปในราตรีนี้ ซ้ำยังเจอหลายเื่ที่น่าใจนขวัญหนีดีฝ่อ จิตใจของเขาได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างรุนแรง เดี๋ยวโกรธ เดี๋ยวดีใจ เดี๋ยวโศกเศร้า ครั้นได้มาเห็นหูเหยียน จึงตกตะลึงในความงดงามของนาง!
เยี่ยนเต๋อหลินยังไม่ละทิ้งความคิดแย่ ๆ ความหื่นกามปะทุขึ้นอีกครา เขาเกิดอารมณ์ขึ้นฉับพลัน วิ่งถลาเข้าไปโดยไม่สนใจอันใดทั้งสิ้น ซ้ำยังร้องว่า “ให้ข้าได้...”
หูเหยียนเบี่ยงตัวหลบสุนัขชั่วร้ายที่ตะครุบอาหารอย่างเยี่ยนเต๋อหลิน นางใช้ไม้ตะบองฟาดศีรษะของเขาเสียงดังลั่น
เยี่ยนเต๋อหลินหนังหนา เขาแค่รู้สึกวิงเวียน แต่ไม่ถึงขั้นหมดสติ ที่น่าแปลกคือหลังจากเขากะพริบตาสองครา ร่างของเขาก็ค่อย ๆ ทรุดลงไปกองที่พื้น ราวกับเล่นตลกหลอกลวงผู้คนก็มิปาน
หูเหยียนปลดโซ่เหล็กรอบคอตัวเองอย่างใจเย็น จากนั้นเดินผ่านร่างเยี่ยนเต๋อหลินไปด้วยท่าทีนิ่งสงบและสง่างาม
เยี่ยนเต๋อหลินใจอ่อนดั่งสตรี ขณะที่กำลังลอบมองหูเหยียนก็ถูกไม้ตะบองฟาดใส่ที่คอ เ็ปถึงขั้นตาเหลือก อีกนิดก็แทบจะมอดม้วยมรณา ตอนที่กำลังจะส่งเสียงร้อง กลับพบว่าตนเองมิอาจเปล่งเสียงออกมา! ไม้ตะบองฟาดเข้าที่ปากของเขาอีกหนึ่งครา รุนแรงเสียจนฟันหน้าหักไปสี่ซี่ เยี่ยนเต๋อหลินใจสั่น รำพึงในใจว่าเหตุการณ์เริ่มไม่สู้ดี สาวงามสะคราญตาผู้นี้ดูอ่อนแอง่ายต่อการถูกข่มเหง ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีจิตใจชั่วร้ายและโเี้อำมหิตถึงเพียงนี้!
เขาพยายามคว้าแท่งเหล็กเพื่อตอบโต้ แต่ข้อมือขวากลับถูกหูเหยียนตีจนหัก เขาคิดจะวิ่งหนี แต่ขาซ้ายก็ถูกไม้ตะบองตีเสียจนกระดูกแตกเช่นกัน เขาเ็ปจนร่างกระตุก เหงื่อผุดออกมาจากิัระลอกแล้วระลอกเล่า เืที่บริเวณหูไหลซึมผ่านผ้าสีขาว ความหวาดกลัวในใจเพิ่มสูงขึ้นโดยพลัน และค่อย ๆ เข้าใจแล้วว่าหูเหยียนไม่ได้คิดจะตีให้เขาสลบ แต่นางปล่อยให้เขายังมีสติเพื่อรับรู้ความเ็ปเหล่านี้ นางมิได้้าชีวิตเขา แต่กลับเลือกที่จะตีบริเวณที่ทำให้เขาเ็ปที่สุดครั้งแล้วครั้งเล่า ท่าทางนั้นดูอ่อนโยนและตีเล่นเพื่อความสนุก ทว่าเยี่ยนเต๋อหลินรู้ดีว่าทุกครั้งที่นางฟาดลงมาบนร่างของเขา มันเ็ปมากเพียงใด! น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถะโเปล่งเสียงออกมา
เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย ไม่มีใครสามารถสงบสติอารมณ์ เช่นเดียวกับเยี่ยนเต๋อหลินที่ชอบรังแกคนอ่อนแอและเกรงกลัวผู้แข็งแกร่ง เขาอยากเอ่ยปากอ้อนวอน อยากโขกศีรษะลงกับพื้น อยากขอร้องให้หูเหยียนปล่อยเขาไป แต่เขามิอาจขยับเขยื้อน ทำได้เพียงมองหญิงสาวร่างบางผู้นี้ฟาดไม้ตะบองใส่เขาอย่างดุเดือดครั้งแล้วครั้งเล่า
ความรู้สึกเ็ปที่แสนทรมานขณะที่ยังรู้สึกตัวเช่นนี้ยากเกินกว่าจะรับได้ ในเวลานี้เยี่ยนเต๋อหลินมีความคิดว่า “ตายไปยังจะดีเสียกว่า” บางทีนี่อาจจะเป็การแก้แค้นของนางก็เป็ได้!
เยี่ยนเต๋อหลินไม่ใช่บุรุษผู้แข็งแกร่ง ท้ายที่สุดจึงสลบไป
เช่นเดียวกันหูเหยียนไม่ใช่คนดี นางใช้ไม้ตะบองตีเขาจนฟื้นอีกครา
เยี่ยนเต๋อหลินร้องไห้น้ำตาไหลพราก รู้สึกเสียใจ หากวันนี้เขารู้ตัวเร็วกว่านี้ สิ่งแรก...เขาจะลงมือฆ่าหูเหยียนก่อน แต่น่าเสียดายที่ไม่มียาแก้เสียใจสำหรับเขา
เมื่อหูเหยียนทุบตีจนสาแก่ใจ นางจึงหยุดมือ แล้วลดระดับไม้ตะบองไปที่หว่างขาของเยี่ยนเต๋อหลิน
เยี่ยนเต๋อหลินหวาดกลัวจนปัสสาวะราด ใบหน้าซีดขาวราวกับผี ร่างอวบอ้วนนั้นสั่นเทาคล้ายเป็ลมบ้าหมู ความหวาดกลัวฉายชัดในแววตา เขามองหูเหยียนด้วยความสำนึกเสียใจ หากยังมีโอกาส เขาจะยกนางให้เป็ย่าทวดโดยแน่แท้! และมิกล้ามีความคิดไม่ดีอีกแล้ว
เยี่ยนเต๋อหลินริมฝีปากสั่นระริก เขาะโแต่ไม่มีเสียงออกมา “ย่าทวด...ย่าทวด...”
หูเหยียนเปล่งเสียงหึ ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็เหี้ยมโหด นางยกไม้ตะบองแล้วฟาดไปที่หว่างขาของเยี่ยนเต๋อหลินอย่างแรง!
ร่างของเยี่ยนเต๋อหลินกระตุก ตาเหลือกก่อนจะเป็ลมหมดสติ
ไม้ตะบองของหูเหยียนอยู่ห่างจากจุดนั้นที่อยู่ตรงหว่างขาของเยี่ยนเต๋อหลินเพียงนิดเดียว นางหยุดเคลื่อนไหว เลิกคิ้ว ก่อนจะถ่มน้ำลายใส่ของลับของอีกฝ่าย จากนั้นโยนไม้ตะบองทิ้งพร้อมสะบัดปลายแขนเสื้อ เดินออกจากเพิงไม้เลี้ยงสัตว์ด้วยท่าทางว่องไวและเยือกเย็นดุจสายลมเย็นแสงจันทร์นวล
การกระตุ้นเช่นนี้ สู้ให้นางไปทำหน้าที่ตอนอวัยวะเพศของขันทีภายในห้องจิ้งเซิน[1] ยังจะเหมาะสมกว่า
.
.
.
[1] ห้องตอนอวัยวะเพศสำหรับขันที