ตูม!!!
เสียงะเิดังสนั่นกึกก้องราวกับเป็วันสิ้นโลก ต้นไม้ขนาดเล็กและขนาดใหญ่กระจัดกระจายไม่เหลือชิ้นดี เสียงคำรามและเสียงกรีดร้องดังสนั่นไปทั่วทั้งป่าสัตว์อสูร ในขณะนี้ป่าสัตว์อสูรเกิดการจลจลครั้งใหญ่ขึ้นมาในรอบร้อยปี!!
โฮ๊กก!!!
ราชสีห์ทองคำวิ่งว่อนหาตัวของชิงเฟิงไปทั่วป่าชั้นใน ในตอนนี้เวลาได้ผ่านไปนานถึงสามวันสามคืนแล้วแต่กระนั้นแม้แต่เงาของชิงเฟิงราชสีห์ทองคำก็ไม่สามารถหาพบได้
ความเครียดแค้นและความโกรธเคืองทำให้ราชสีห์ทองคำอาละวาดไปทั่วทั่งป่าชั้นใน สัตว์อสูรน้อยใหญ่ต่างวิ่งหนีตายไปอย่างกระเจิดกระเจิง
ในเวลานี้แน่นอนว่าไม่ได้มีเพียงแค่ราชสีห์ทองคำเท่านั้นที่กำลังตามหาตัวของชิงเฟิง ในบัดนี้สัตว์อสูรที่พอจะมีสติปัญญาเข้าใจเื่ราวต่างก็พยายามตามตัวของชิงเฟิงกันให้ควัก พวกมันพยามพลิกป่าชั้นในให้ทั่วแต่แน่นอนว่าไม่มีตัวไหนหาตัวของชิงเฟิงได้พบ
ราวกับว่าชิงเฟิงนั้นได้หายไปจากป่าสัตว์อสูรอย่างสิ้นเชิง สัตว์อสูรตัวอื่นๆลองค้นหาตัวชิงเฟิงในป่าเขตนอกและบริเวณรอบๆแต่ก็เป็เช่นเคยไม่วี่เเววเบาะแสอะไรใดๆปรากฏ อาจมีบ้างที่พบมนุษย์แต่แน่นอนว่ามันไม่ใช่ตัวของชิงเฟิง
วันเวลาค่อยๆผ่านไปแต่สัตว์อสูรก็ยังคงไม่ล้มเลิกการตามหาตัวของชิงเฟิง ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสที่ผลเส้นทางจักรพรรดิจะถูกดูดซับไปแล้วก็ตาม แต่พวกมันก็ยังคงกำเศษเสี้ยวความหวังส่วนหนึ่งเอาไว้
ในส่วนของราชสีห์ทองคำในขณะนี้มันเองก็ยังไม่ล้มเลิกความหวังในการตามหาตัวของชิงเฟิง มันในตอนนี้มันได้มาสำรวจที่บริเวณเขตนอกของป่าสัตว์อสูรแล้ว หลังจากที่สำรวจเขตชั้นในมานานหลายวันแต่ก็ไม่พบตัวของชิงเฟิงเลยดังนั้นมันก็เลยออกจากเขตชั้นในมาสำรวจในเขตนอก
โฮ๊กก!!!
ราชสีห์ทองคำคำรามสนั่นไปทั่วป่าฝูงสัตว์อสูรขนาดเล็กเริ่มตื่นตระหนก ในเวลาเดียวกันที่บริเวณหนึ่งของเขตรอบนอก ชายหนุ่มสองคนกำลังย่างเนื้อและร่ำสุรากันอย่างสบายใจ ในขณะนั้นเองจู่ๆหนึ่งในชายหนุ่มก็ได้ขมวดคิ้วขึ้นมา
"ศิษย์พี่ซ่งท่านได้ยินเสียงคำรามหรือไม่ขอรับ"คนที่ถามออกมานั้นเป็ชายหนุ่มอายุประมาณ19-20ปี รูปร่างสูงผอมแต่กลับมั่นคงดั่งหินผา ในเวลานี้ใบหน้าของชายหนุ่มนั้นตื่นตระหนกเล็กน้อยขณะที่เขาถามคำถามกับชายที่อยู่ตรงหน้าของตัวเอง
"ได้ยิน ทำไมหรือศิษย์น้องเ้ากลัวงั้นหรอ"ศิษย์พี่ซ่งคนนั้นของชายหนุ่มได้ตอบออกมา เมื่อเห็นสีหน้าที่ค่อนข้างวิตกของศิษย์น้องตัวเองเขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดแหย่ออกมา
"เอ่อ..."เจินเหรินได้ยินคำเย้าแหย่ของศิษย์พี่ตัวเองเขาก็อยากที่จะโต้แย้งออกมาแต่ถึงกระนั้นใบหน้าของเขาในตอนนี้ก็ไม่สามารถปิดบังมันได้
"ฮ่าๆ ศิษย์น้องนี่เป็ครั้งแรกที่เ้าได้เข้ามายังป่าสัตว์อสูรเขตนอก การที่เ้าจะหวาดกลัวนั้นมันก็เป็เื่ปกติ"ศิษย์พี่ซ่งหัวเราและกล่าวออกมาจากนั้นเขาก็ได้ทำหน้าจริงจังเล็กน้อยก่อนจะกล่าวอีกครั้ง"แต่ว่า..ศิษย์น้องเ้าต้องรีบทำตัวให้ชินเร็วๆ ในป่าเขตนอกนั้นแตกต่างจากป่าบริเวณรอบๆอย่างสิ้นเชิงเสียงคำรามที่เ้าเพิ่งจะได้ยินนั้นเป็สิ่งที่เกิดขึ้นเป็ปกติ"
"เอ่อ..ขอรับศิษย์พี่ซ่ง"เจินเหรินกล่าวออกมาพร้อมกับพยักหน้าเข้าใจ เขาเพิ่งจะเลื่อนระดับมาเป็ระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่1ด้วยความที่เป็คนหนุ่มเืร้อนทำให้เขาตัดสินใจตามศิษย์พี่คนนี้เข้ามาล่าสัตว์อสูรในป่าสัตว์อสูรเขตนอก
ในเมื่อเขาตามศิษย์พี่ซ่งคนนี้มาแล้วเขาควรที่จะเชื่อฟังคำสอนของศิษย์พี่คนนี้ด้วย
"แต่จะว่าไปแล้วพักนี้ป่าสัตว์อสูรเหมือนจะเกิดความโกลาหลเเปลกๆ ไม่รู้ว่าภายในส่วนลึกนั่นเกิดอะไรขึ้น"ในขณะนั้นเองจู่ๆศิษย์พี่ซ่งของเจินเหรินก็ได้พูดออกมา
เจินเหรินได้ยินคำพูดของศิษย์พี่ซ่งเขาก็ถามออกมา"ศิษย์พี่ซ่งคิดว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นในส่วนลึกของป่าสัตว์อสูรอย่างงั้นหรือขอรับ"
"ใช่ ถ้าไม่อย่างนั้นป่าสัตว์อสูรคงจะไม่วุ่นวายขนาดนี้ แต่ว่าต่อให้มันจะเกิดเื่อะไรขึ้นมันก็ไม่เกี่ยวกับพวกเรา ผู้บ่มเพาะตัวเล็กๆอย่างพวกเราแค่สามารถเอาตัวรอดในเขตนอกนี้ได้ก็นับว่าดีมากเเล้วอย่าคิดฝันเลยว่าจะก้าวไปในส่วนลึกของป่า" ศิษย์พี่พูดเตือนสติออกมา
"ศิษย์พี่ซ่งท่านคิดว่าสัตว์อสูรในส่วนลึกนั้นจะมีพลังในระดับใดหรือขอรับ"จู่ๆเจินเหรินก็ได้เกิดความสงสัยขึ้นดังนั้นเขาจึงเปิดปากถามออกมา
ศิษย์พี่ซ่งเงียบเล็กน้อยจากนั้นเขาก็ได้กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ค่อนข้างหวาดกลัว"เื่นี้ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จากการที่ข้าเคยได้ยินมาในสำนักเหมือนว่าในส่วนลึกของป่าสัตว์อสูรนั้นจะมีตัวตนที่เหนือกว่าระดับนภาดำรงอยู่!"
"เหนือกว่าระดับนภา!!!"
เจินเหรินอุทานออกมาเสียงดังอย่างใเมื่อได้ยินคำพูดของศิษย์พี่ ในขณะนี้จู่ๆความหวาดกลัวก็เข้ามากัดกินในจิตใจของเขา
ความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าระดับนภา! นั่นเป็ความแข็งแกร่งแบบไหนกัน ตามที่เขารู้มาเหมือนว่าเ้าสำนักของเขาจะอยู่เพียงแค่ระดับปฐีเท่านั้น
เหนือกว่าระดับนภา...นี่เป็เพียงแค่ตำนานเท่านั้น!
"ศิษย์พี่...แล้ว..สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งพวกนั้นคงไม่ออกมาในเขตนอกหรอกใช่ไหม"เนื่องจากความหวาดกลัวเจินเหรินจึงอดไม่ได้ที่จะถามแบงนั่น
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของศิษย์พี่ซ่งไปเขาก็รู้สึกหวาดกลัวทันที ถ้าเกิดว่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งพวกนั้นออกมาในเขตนอกเขาคงจะหนีไม่พ้นความตายแน่นอน เขาในตอนนี้ยังหนุ่มยังแน่นไม่สามารถตายได้ จู่ๆเขาก็รู้สึกอยากจะออกจากป่าสัตว์อสูรนี้ทันที
"ฮ่าๆๆ ศิษย์น้องไม่ต้องกลัว สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งพวกนั้นไม่ออกจากเขตของพวกมันอย่างง่ายๆแน่ เว้นแต่จะมีเื่สำคัญเกิดขึ้น"ศิษย์พี่ซ่งกล่าวออกมาเพื่อให้เจินเหรินสบายใจ
"อย่างนั้นข้าก็ค่อยวางใจ"เจินเหรินถอนหายใจออกมาอยาางโล่งออก ในเมื่ออสูรพวกนั้นไม่ออกมาที่เขตนอกอย่างนั้นเขาก็ค่อยสบายใจขึ้นมา อย่างนี้ค่อยสามารถหายใจสะดวกหน่อย
เพียงแต่ว่าเจินเหรินสบายใจได้ไม่นานจู่ๆสายตาของเขาก็เหลือบไปมองทิศทางหนึ่งอย่างบังเอิญ เมื่อเขามองไปทางนั้นเขาก็บังเอิญเห็นสิ่งหนึ่งเข้าพอดี!
"ศ..ศิษย์พี่ น..นั่นมันอะไร!!"เจินเหรินชี้นิ้วไปที่ทิศทางนั้นด้วยนิ้วที่สั่นเทา ในเวลานี้ตรงที่ที่เจินเหรินชี้นั้นปรากฏร่างเงาขนาดใหญ่ร่างหนึ่งขึ้นมาท่ามกลางความมืดที่แสนมืดมิด เนื่องเพราะความมืดทำให้เห็นเป็เงาสีดำขนาดใหญ่แต่ถึงกระนั้นกลับมีดวงแสงสีแดงสองดวงกำลังสว่งสไว่โชติท่ามกลางความมืด
"มีอะไร-..หนี!!!"ศิษย์พี่ซ่งหันไปมองทิศทางที่เจินเหรินชี้อย่างไม่ใส่ใจเพียงแต่ว่าเมื่อเขาเห็นร่างเงานั้นบวกกับดวงไฟสีแดงคำพูดที่ไม่ค่อยใส่ใจของเขากลับเปลี่ยนเป็ตื่นตระหนกทันที!
ศิษย์พี่ซ่งไม่รอช้าเขาได้ดึงเสื้อของเจินเหรินด้วยมือข้างหนึ่งจากนั้นเขาก็ได้ก้าวถอยหนีอย่างสุดชีวิต หวังที่จะหนีออกห่างจากร่างเงานั้น!
โฮ๊กก!!!
แต่ทว่าทั้งสองคนหนีไปได้ไม่ไกลจู่ๆร่างเงาสีดำร่างนั้นก็ได้คำรามออกมา หลังจากนั้นทั้งสองก็ถูกทำให้ลอยกระเด็นเนื่องจากถูกคลื่นเสียงคำรามนั้น
เฮือก!!
เฮือก!!