หยางเทียนกลับมาถึงที่สำนักงาน ก็ถูกเรียกตัวเข้าไปหา ผอ. ทันที
“ ทำงานได้ดีมาก ทั้งสองคน ทางคุณซายูริ อยากให้เธอสองคนไป เป็บอดี้การ์ดที่ญี่ปุ่นต่อ แต่ฉันปฏิเสธไป เพราะว่าาระหว่างแก๊งมันอันตรายมาก และที่ญี่ปุ่น เราไม่มีหน่วยสำรองคอยช่วยเหลือ หากเกิดอันตรายร้ายแรง พวกเธอไม่รอดแน่ ตอนนี้พวกเรามีปัญหาใหญ่ เพราะเมื่อวาน เ้าลัทธิบัวขาว มาเร็วกว่ากำหนด
ทำให้ตารางงานของเรา ต้องปรับเปลี่ยนใหม่กันหมด เลยส่งคนไปคุ้มครอง เ้าลัทธิบัวขาว ได้แค่ สิบคนโดยมีอาเปียว คุมไป แต่ว่าเมื่อคืนอาเปียวแจ้งมาว่า มีคนของลัทธิสุริยัน ได้ส่งคนมาลอบสังหาร หงหยางฮุ่ย เ้าลัทธิบัวขาว ทำให้คนของเราต้องาเ็ไปถึง ห้าคน จึงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ พวกเธอมาก็ดีพรุ่งนี้ ไปช่วยเป็กำลังเสริมให้ อาเปียวหน่อย คาดว่าเื่นี้คงยังไม่จบง่ายๆ แน่”
“ พวกผมจะรีบไปแต่เช้าเลยครับ” ต้าสงออกไปแล้ว ส่วนหยางเทียนยังไม่ทันได้ออกไปก็ถูกเรียกให้อยู่ก่อน
“ ได้ข่าวว่า เธอสังหารนักฆ่าถ้ำเสือไปแล้ว 1 คนใช่ไหม?”
“ ครับ”
“ ฝีมือมันเป็อย่างไรบ้าง”
“ ก็ว่องไวดี แต่ผมไวกว่า”
“ อย่าประมาทไป ถึงแม้พวกมันจะไม่ได้ฝึกพลังเทพยุทธ์ แบบสำนักของเรา แต่พวกมันก็ฝึกการเป็นักฆ่ามาั้แ่เด็ก สัณชาตญาณนักฆ่าของพวกมันนั้นไม่ธรรมดา หากว่าเราประมาทก็อาจเสียทีกับมันได้”
“ ต่อไปผมจะไม่ประมาทพวกมัน”
“ นี่คือวัคซีนซุปเปอร์เอกซ์ จากประเทศอเมริกา ป้องกันโรคโควิด 51 รุ่นใหม่ล่าสุด ฉีดเข็มเดียวจะช่วยป้องกันเชื้อไวรัสตัวนี้เป็เวลาสามปี ฉันจะฉีดให้เธอเอง”
ผอ. ถลกแขนเสื้อหยางเทียน แล้วปักเข็มใส่ที่แขน แล้วฉีดวัคซีนสีเหลืองอ่อนเข้าไปในร่างของหยางเทียน จนหมด
ซึ่งหยางเทียนเอง ก็ยังงง กับวัคซีนป้องกันอะไร เขาไม่เคยได้ยินอาจารย์คิ้วเขียวเล่าให้ฟังมาก่อน
“ โรคโควิดนี่คืออะไรหรือครับ”
“ เมื่อสามสิบปีก่อน มีเชื้อไวรัสระบาดไปทั่วโลก เรียกกันว่า ไวรัสโควิด19 ผ่านไปสิบปี ประชากรโลกต่างล้มตายกันไปกว่าครึ่งโลก โดยเฉพาะประเทศที่ด้อยพัฒนา นั้นล้มตายหายไปเกือบหมด ถึงแม้จะมีวัคซีน ออกมาหลายตัว แต่ด้วยที่ผลิตออกมาล่าช้า ไม่ทันกับสายพันธ์ใหม่ๆ ที่มันเริ่มกลายพันธ์ ทำให้วัคซีน ที่ผลิตจึงใช้ไม่ได้ผล ผ่านไปอีกสิบปี ประเทศที่กำลังพัฒนา ก็ล้มตายไปมากกว่า 80%
รวมทั้งประเทศในแถบอาเซียนนี้ทั้งหมด เหลือประชากรไม่ถึง 20 % จึงต้องรวมตัวกันเป็ประเทศอาเซียนแลนด์ยังไงล่ะ ส่วนวัคซีนที่ผลิตเมื่อสิบปีก่อน เริ่มมีผลเอฟแฟกต์ ทำลายเม็ดเืแดง ทำให้คนที่ฉีดวัคซีนมาตลอดทุก ๆปี บางคนจึงต้องกลายเป็คนป่วย ค่อยๆ ล้มตายลงไป แล้วเชื้อไวรัสโควิด ก็กลายพันธ์มาเป็ โควิท41 ข้ามสายพันธ์กว่ายี่สิบรุ่น จนมาถึงปัจจุบัน กลายเป็โควิด 51 เป็เชื้อไวรัสล่าสุด”
“ แสดงว่าใครผลิตวัคซีนป้องกันนี้ได้ ก็มีอำนาจมากเลยซิครับ”
“ ก็ใช่ แต่สุดท้าย พวกมันก็ไม่ได้ใช้เงิน ถูกรัฐบาลยึดครองไปจนหมด ประเทศใดที่ไม่สามารถผลิตได้ ก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจของพวกมัน เหมือนดังประเทศอาเซียนแลนด์ของเรา ต้องยอมเฉือนแผ่นดินตัดคลองไทย ให้พวกมันทำเป็คลองนานาชาติ นำสินค้าผ่านไปมา ได้อย่างสดวกไม่ต้องอ้อมผ่าน หมู่เกาะมลายูอีกต่อไป เพื่อแลกกับวัคซีน ให้ประชาชนทุกวันนี้”
“ แล้วพวกคนพื้นเมืองที่เคยอยู่ในอาเซียนไปไหนกันหมดครับ”
“ ตายด้วยโรคโควิด หรือไม่ก็ตายด้วยยาต้านโควิดจนเหลือไม่เท่าไรแล้ว พวกที่เข้ามาใหม่ ก็ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน และ ฝั่งยุโรปอเมริกา เพื่อมาคอยปกป้องคุ้มครอง เรือสินค้าที่ผ่านคลองนานาชาติของพวกมัน”
ความจำที่หายไปของ หยางเทียนเริ่มจะจำได้บ้าง ว่าเขาเคยไปยืนต่อแถวเพื่อรอฉีดวัคซีนเกรดซีของรัฐบาล ซึ่งมีประสิทธิภาพแค่ 50 % ซึ่งต่างกับคนรวยมีเงิน ที่สามารถฉีดวัคซีนเกรดเอ มีประสิทธภาพถึง 95 % ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร คิดแต่ว่า
มีคุ้มกัน 50% ดีกว่าไม่มีเลย แต่นึกไม่ถึงว่า ต่อไปอนาคต จะมีผลทำให้เม็ดเืแดงถูกทำลายลงไปด้วย หยางเทียนกลับไปพักที่ห้องนอน เพื่อที่จะไปทำงานแต่เช้าในวันรุ่งขึ้น
ต้าสงกับหยางเทียนมาถึง สำนักงานสาขา ของลัทธิบัวขาว ที่ก่อสร้างเสร็จแล้วกำลังจะทำการเปิด อีกสามวัน พอเข้าไป ก็พบกับ อาเปียว ที่ยืนสั่งงาน บอดี้การ์ดที่เข้ามาเสริมอีกห้าคน ถ้ารวมต้างสง กับ หยางเทียน ก็มีทั้งหมดสิบสองคน
“ ต้าสง หยางเทียน พวกนายนี่โชคดีจังได้ไปเที่ยวเกาะเงือก งานง่ายๆ พวกฉันซิแย่ เจองานหนักเมื่อคืนเกือบตาย”
“ ก็ไม่ง่ายเลย เกือบตายเหมือนกัน ดีที่หยางเทียนมีััเร็ว ไม่งั้นโดนสไนเปอร์เด็ดหัวไปแล้ว”
“ จริงหรือ?”
“ ไว้ค่อยเล่าทีหลัง วันนี้ให้พวกเรา เฝ้าจุดไหน เมื่อวานพวกลัทธิสุริยัน ส่งนักฆ่ามาจริงหรือเปล่า” ต้าสงถามรัวๆ
“ ใช่ พวกมันส่งนักฆ่าจอมพลังมาคนเดียว บุกเข้ามากลางคืน ทำลายข้าวของเสียหายและจะเข้าใสทำร้ายเ้าลัทธิ แต่โชคดีที่พวกเราช่วยกันต้านเอาไว้ แต่ก็าเ็กันไปหลายคน แต่ก็ไม่สามารถหยุดมันได้ พอมันไม่เจอเ้าลัทธิบัวขาว มันก็จากไป”
“ เวลานั้นเ้าลัทธิบัวขาวไม่อยู่หรือ?”
“ ใช่ เ้าลัทธิบัวขาวไปข้างนอกกับคนสนิทเป็การส่วนตัว เลยรอดไป”
“ พวกเราคิดว่า มันจะย้อนกลับมาอีก ทางเราบอกให้เ้าลัทธิบัวขาวให้ไปพักที่อื่นเป็การชั่วคราว แต่ว่าท่านไม่ยอมไป”
“ แล้วพวกเราได้กำลังเสริมมาเพิ่มอีกได้ไหม?”
“ ก็มาแค่สิบสองคนเท่านั้น ดังนั้น พวกเราต้องมารวมตัวกันที่หน้าห้องพัก ของเ้าลัทธิบัวขาว มารวมตัวกัน และเตรียมอาวุธจัดการกับเ้าจอมพลังผู้นี้”
“ ทำไมพวก ลัทธิสุริยัน ถึงได้้าสังหาร เ้าลัทธิบัวขาวด้วย” หยางเทียนเอ่ยด้วยความสงสัย
“ เื่นี้ไม่มีใครรู้ พวกเรามีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ใครมาทำอะไร เ้าลัทธิบัวขาวได้เท่านั้น” อาเปียวเอ่ยเช่นนี้ ทุกคนก็ได้แต่พยักหน้า เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจเท่านั้น
ณ สำนักลัทธิสุริยัน
“ คืนนี้ทางลัทธิบัวขาว คงมีการเตรียมการป้องกันเอาไว้พร้อม หากปล่อยให้จอมพลังไปเพียงคนเดียว ข้าคิดว่าจอมพลังอาจรับมือไม่ได้นะขอรับ ท่านเ้าลัทธิ” รองหัวหน้าเอ่ยกับ เ้าลัทธิสุริยันที่นั่งบนบัลลังก์สีทอง
“ ให้โอกาส ข้าอีกครั้งเถอะ ครั้งนี้ข้ารับประกันจะจับตัวเ้าลัทธิบัวขาวกลับมาให้ได้”
“ เมื่อวาน รองหัวหน้าส่งเ้า ให้ไปดูลาดเลาเฉยๆ แต่เ้ากลับทำบุ่มบ่าม บุกเข้าไปให้พวกมันรู้ตัวเสียก่อน ตราพระราชลัญจกรของราชวงศ์ิ มีความสำคัญต่อ ลัทธิเรามาก หากว่าอยู่กับ ลัทธิบัวขาวจริง ไม่ว่าต้องทุ่มเท สักแค่ไหน พวกเราในฐานะลูกหลาน ราชวงศิ ต้องแย่งชิงกลับมาให้ได้”
“ ท่านเ้าลัทธิวางใจ ครั้งนี้ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง”
“ เ้าลัทธิบัวขาว มีพลังเทพบัวขาวคุ้มกาย หากปะทะกันจริง เ้าไม่แน่ว่าจะชนะและยังมีหน่วยบอดี้การ์ดเมฆขาวอีก ผู้คุ้มกฏทั้งสี่ ตง ฟาง หนัน เป่ย ไปช่วยจอมพลังในครั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไรต้องนำตราประทับพระราชลัญจกรกลับมาให้ได้”
“ ขอรับ” เสียงผู้คุ้มกฏทั้งสี่ ที่ยืนอยู่ด้านหน้า เอ่ยออกมาพร้อมๆกัน โดยทั้งสี่คนใส่เสื้อลายหงส์แดง ัเขียว เสือขาว และเต่าดำ แตกต่างกันไป
ณ สำนักลัทธิบัวขาว
“ เรียนท่านเ้าลัทธิ ตอนนี้คนของสำนักงานบอดี้การ์ดเสือขาว ได้มีการเสริมคนเข้ามาอีกหลายคน พร้อมอาวุธครบครัน หากว่าจอมพลังสุริยันมาอีก คิดว่ามันไม่รอดแน่ ท่านไม่ต้องเป็กังวลไปนะเ้าคะ” หญิงรับใช้ เ้าลัทธิบัวขาวเอ่ยรายงาน ต่อหน้าหญิงสาววัยไม่เกินยี่สิบปี ที่นั่งนิ่งๆ ให้ หญิงรับใช้อีกคน หวีผมให้หน้ากระจกเงาบานใหญ่
“ เราไม่ได้กลัวจอมพลังอะไรนั่นเลย และไม่เคยหวังให้พวกบอดี้การ์ดฝีมืออ่อนด้อยพวกนี้ มาคุ้มครอง เพียงแต่ให้พวกเขามาคอยจัดการ เก็บซากศพของพวกมันที่จะบุกมาต่างหากเล่า” เ้าลัทธิผู้งดงาม แต่เอ่ยคำพูดออกมาแล้วล้วนแฝงด้วยอำนาจ และความมั่นใจอันเปี่ยมล้น
“ เ้าลัทธิผู้สูงส่ง หมู่มารล้วนไม่อาจเปรียบเทียนกับท่านได้ บ่าววิตกเกินเหตุไปเอง” หญิงรับใช้ รีบโค้งคำนับขออภัย เกรงเ้าสำนักพิโรธออกมา
“ ออกไปให้หมด เราอยากพักผ่อนแล้ว” หญิงรับใช้ทั้งหมดออกไปในทันที
หยางเทียนวันนี้ อาเปียวบอกให้เขา ยืนเฝ้าหน้าประตูห้องพัก ของเ้าลัทธิแต่เพียงผู้เดียว เพราะเริ่มมั่นใจในฝีมือของเขา พอเห็นเหล่าคนรับใช้ออกมา ก็ยิ้มให้
“ มีท่านเฝ้าหน้าห้องพัก ของเ้าลัทธิเพียงคนเดียวอย่างนั้นรึ?”
“ ใช่แล้ว ป้ามีอะไรหรือเปล่า”
“ ไปตามมาอีก สามคน คนเดียวจะไปพออะไรเล่า”
“ พวกเขายืนเฝ้าตรงทางเข้า เพราะพวกเขาเตรียมค่ายกลไว้ปราบจอมพลัง ดังนั้นต้องใช้คนมาก ส่วนทางนี้หากมีใครบุกเข้ามา ผมจะจัดการเองไม่ต้องห่วง”
ป้าที่คอยรับใช้ เ้าลัทธิไม่พอใจเท่าใดนัก จึงสะบัดก้นเดินออกไปด้านนอก เพื่อไปหาอาเปียว ให้ส่งคนมาเพิ่มอีก แต่พอไปถึงก็พบว่า มีคนห้าคน ปรากฏร่างออกมาที่หน้าห้องโถงใหญ่ หนึ่งในนั้นมี จอมพลังสุริยัน อยู่ด้านหน้า
“ เมื่อวานไม่เข็ด ยังหาคนใหม่มาเพิ่มอีก พวกเ้านี่รนหาเื่เจ็บตัวจริงๆ ท่านสี่ผู้คุ้มกฏ ท่านเข้าไปห้องพักด้านในจัดการกับ เ้าลัทธิบัวขาว ไอ้พวกมดปลวกนี่ ข้าจะจัดการเอง” จอมพลัง อ้าปากส่งเสียงร้องออกไปเท่านั้น พลังลมปราณพุ่งออกไป บอดี้การ์ดสิบคน รวมทั้งอาเปียว ถึงกับถอยหลังไปหลายก้าว
อาเปียวเลยสั่งออกไปทันทีว่า
“ ยิงมันเลย”
เปรี้ยงๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! เสียงปืนสิบกระบอกยิงใส่ร่างคงกระพันของจอมพลัง ะุ ไม่อาจระคายผิวของมันได้เลย แค่เจ็บๆ คันๆ เท่านั้น
อาเปียวสั่งทุกคนเปลี่ยนปืน กลายเป็ปืนตาข่ายไฟฟ้า แล้วยิงเข้าไปใส่ร่างของจอมพลัง แล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าออกไปช็อต เปรี๊ยะ ๆ ๆ ๆ ร่างคงกระพันไม่อาจทนกระแสไฟฟ้าแรงสูงได้ ถึงกับคุกเข่าไปที่พื้น น้ำลายฟูมปาก แต่พอพวกของอาเปียวเข้าไปใกล้ จอมพลังที่ผมฟู กลับมีลูกฮึด อัดใส่ร่างของ บอดี้การ์ดกระเด็นหลายคน แล้วทั้งหมดก็ใช้กระบองไฟฟ้าที่เตรียมมา ทั้งตี ทั้งจี้ใส่ เ้าจอมพลัง
แต่ก็ถูกมันอัดกระเด็นออกไป ตอนนี้ยังคงชุลมุน กันอยู่ ส่วนสี่ผู้คุ้มกฏ พุ่งเข้ามาด้านหน้าห้องพักของ เ้าลัทธิบัวขาว แล้ว คนรับใช้รีบวิ่งเข้าไปในห้องพัก เพื่อแจ้งเ้าลัทธิบัวขาวให้รู้ตัว ว่ามีผู้บุกรุกมาแล้ว
“ พวกเราลุยเข้าไปเลย” ทั้งสี่คน สวมผ้าคลุมทั้งหมด พุ่งตัวหมายเข้าไปในห้องพัก โดยไม่สนใจ หยางเทียนที่ยืนเฝ้าอยู่เลย
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ !! หยางเทียนยิงปืนเข้าใส่ไหล่ทั้งสี่พร้อมกัน เป้าหมายคือหยุดพวกเขาเอาไว้
ทำให้พวกเขาถึงกับผงะ ถอยหลังออกไปพร้อมๆ กัน แต่ะุปืนไม่ระคายผิวของพวกมันทั้งสี่เลย เพราะว่า เสื้อด้านในของมันสวมเสื้อเกราะกันะุเอาไว้
“ ไอ้เด็กนี่ อยากตายนักใช่ไหม” ชายที่ใส่เสื้อมีรูปั ปล่อยฝ่ามือออกมาใส่หยางเทียน โดยที่ฝ่ามือเป็ถุงมือสีเงินมีกรงเล็บโลหะ กำลังจะเข้าใกล้หยางเทียนแล้ว ประตูห้องของ เ้าลัทธิบัวขาว ก็เปิดขึ้น มีการเคลื่อนไหวปานสายฟ้า พุ่งออกมา หัวของชายที่โจมตีหยางเทียน คอหลุดไปกองกับพื้นเป็คนแรก
อีกสามคนตกตะลึง สะบัดผ้าคลุมออก ทุกคนสวมถุงมือ ที่มีกรงเล็บแหลมคม พุ่งโจมตี เ้าลัทธิบัวขาว พร้อมกัน แต่ในมือของ เ้าลัทธิบัวขาวปล่อย กรงจักรกลีบบัวออกไป กรงจักรพุ่งออกไปเหมือนมีเรดาห์ พุ่งเข้าตัดหัว ทั้งสามคนหลุดกระเด็นออกจากกัน อย่างรวดเร็ว จากนั้นกรงจักรก็บินกลับมาสู่มือของเ้าลัทธิ นางมองหยางเทียนด้วยสายตาเ็า เชิดหน้าหยิ่งๆ แล้วเอ่ยว่า
“ ปัดกวาดให้เรียบร้อย” นางเอ่ยจบก็เดินกลับเข้าห้องของนางไป หยางเทียนได้แต่อ้าปากคล้ายจะพูดอะไรออกมา แต่ไม่พูด รีบเดินออกไปด้านหน้า พบ จอมพลังสุริยัน กับ พวกของอาเปียวกำลังฟัดกัน ล้มลุกคลุกคลาน หยางเทียนพุ่งตัวเข้าไปแล้วชกเข้า ลูกกระเดือก แล้ว ใช้นิ้วทั้งสองจี้เข้าขมับทั้งสองข้าง ร่างของจอมพลังก็ร่วงผล็อย ลงไปนอนกองกับพื้น
อาเปียว ต้าสง และเพื่อนๆ ทุกคน นั่งลงแผ่หราไปกับพื้นด้วยความเหน็ดเหนื่อย
“ แล้วอีกสี่คนนั่น นายจัดการแล้วรึ?” อาเปียว เอ่ยออกมาอย่างยากเย็น
“ เปล่าเลย เ้าลัทธิ ออกมาก็ปล่อยกรงจักรกลีบบัว ตัดหัวพวกมันทั้งสี่คนจนหมดเลย แล้วบอกให้ผมเก็บกวาดด้วย”
“ ฮ้า ตัดหัวพวกมันขาดหมดเลยรึ?”
“ อืม”
“ ต้าสง โทรแจ้งหน่วยเก็บกวาดมาที” อาเปียวนั่งถอนหายใจอย่างหนัก
ไม่นานนัก หน่วยเก็บกวาดก็เข้ามา แล้วลากศพทั้งหมดใส่ถุง แล้วล้างพื้นจนสะอาดหมดจด จากนั้นก็เข็นร่างของเ้าจอมพลังออกไป โดยมีโซ่สีขาวรัดร่างมันเอาไว้ หยางเทียนไม่อยากรับรู้ว่า พวกเขาจะจัดการกับ มันอย่างไร แต่สงสัยว่า
เ้าลัทธิบัวขาว ที่เด็กปานนั้น เหตุใดลงมือเหี้ยมโหดเช่นนี้
ณ สำนักลัทธิสุริยัน
เ้าลัทธิสุริยัน กับรอง เ้าสำนักกำลังมองมอนิเตอร์ที่ฝังไว้ที่ดวงตาของทั้งห้าคนจึงได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด
“ กรงจักรกลีบบัว ร้ายกาจสมคำร่ำลือจริงๆ นี่ขนาดนางยังไม่ได้ใช้พลังเทพบัวขาวออกมาเลย หากว่านางใช้ออกมา ไม่รู้ว่าจะร้ายกาจเพียงใด” รองเ้าสำนักเอ่ยออกมาเบาๆ ส่วนเ้าลัทธิสุริยัน หลับตาครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ไม่นานเขาก็ลืมตาขึ้นมา
“ ตราประทับพระราชลัญจกร อยู่กับนางจริงๆด้วย”
“ ท่านเ้าลัทธิทราบได้อย่างไรขอรับ?”
“ ข้าจำหน้านางได้แล้ว นังเฒ่าไป๋หยางฮุ่ย เอ๋ย อายุจะร้อยปีอยู่แล้ว แต่กลับย้อนวัยเป็เด็กสาวไม่ถึง 20 ปี เปลี่ยนชื่อเป็หงหยางฮุ่ย ข้านึกว่านางตายไปแล้วเสียอีกที่แท้เป็เพราะพลังแห่งตราประทับพระราชลัญจกรนี่เอง รองหัวหน้า สั่งการออกไป เตรียมนำกำลังทั้งหมดที่เรามี พรุ่งนี้บุกไป สำนักลัทธิบัวขาว แย่งชิงตราประทับพระราชลัญจกรกลับมาให้จงได้”.........