"ก็ไปแต่งเองดิ ผมจะดูแลแม่กับน้องเอง" เลอนพูดหน้าตาย ทำเอาคนที่ถูกบอกให้ไปแต่งงานกับสาวน้อยวัยใสนั่งหน้าดำหน้าแดงด้วยความโมโหไอ้ลูกคนนี้นับวันมันจะถอนหงอกเขาจนจะหมดหัวแล้ว
"นี่ กะ..กู" เขายกมือชี้หน้าลูกชายเพราะตอนนี้โมโหจนนึกคำด่ามันไม่ถูกแล้ววันนี้ยังไงจะต้องสั่งสอนมันสักยกสองยก แต่ยังไม่ทันอ้าปากก็ต้องกลืนคำสอนลงไปลำคอดังเอื้อกเมื่อภรรยามองมาที่เขาตาเขียวปั้ด
เมื่อคืนก็นอนที่ห้องรับแขกไปแล้วคืนนี้ไม่อยากต้องไปนอนที่ห้องเย็นนั้นอีกรอบแน่
"ทานข้าวกันเถอะจ๊ะเดี๋ยวจะสาย"เคธีเอ่ยบอกลูกชายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพลางพยักหน้าให้ป้าแม่บ้านตักข้าวได้
"มึงไม่แต่ง กูให้รอนมันแต่งก็ได้ ไม่เห็นจะยาก" แม้จะแอบกลัวภรรยาแต่เื่อะไรเขาจะยอมแพ้ลูกในไส้
"ถ้าไม่อยากบ้านพัง ก็แล้วแต่" เลออนยักไหล่อย่างไม่แยแสผู้เป็พ่อ สองศรีพี่น้องแม้จะถูกเลี้ยงมาด้วยกันแต่ทั้งคู่กลับมีนิสัยที่แตกต่างกันสุดขั้วคนพี่เยือกเย็น เหี้ยมจนน่าสะพรึง คนน้องร้อนดั่งูเาไฟ ที่พร้อมจะปะทุและแผดเผาทุกอย่างให้ราบเป็หน้ากอง
คำพูดของลูกชายคนโตทำเอาคาลอสชะงักกึก ลืมคิดว่าอีกตัวก็อันตรายใช่ย่อยคนหนึ่งเืเย็น ไร้ิญญา อีกคนร้ายกาจจนยากจะคาดเดาไม่รู้พวกมันได้นิสัยดี ๆนี้มาจากใคร
"นี่ใคร? นี่คาลอส ถ้ากูไม่แน่จริงกูไม่เกิดมาเป็พ่อพวกมึงหรอก" คาลอสคุยโวด้วยความมั่นหน้าความจริงตัวเขารู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว เพียงแต่อยากเอาคืนคนที่เป็ต้นเหตุให้ต้องนอนที่ห้องรับแขกไม่ว่าจะคนพี่หรือคนน้องถ้ากลับบ้านมาทีไรสามีอย่างเขากลายเป็หมาหัวเน่าทุกที
"เหอะ"เลออนเเค่นยิ้ม แล้วหันไปสนใจอาหารตรงหน้าต่อ
>>>ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตา มีสายระโยงระยางกับเสียงเครื่องช่วยหายใจดังเป็จังหวะสม่ำเสมอพยาบาลใช้ผ้าขาวสะอาดคอยเช็ดเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ที่ผุดบนหน้าผากและไรผมให้กับคุณหมอวสันต์ที่เป็หัวหน้าในการผ่าตัดผู้ป่วยด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
นายแพทย์วสันต์ ต้นตระกูลดีศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดสมองและระบบประสาท หากพูดถึงฝีมือและชื่อเสียงนั้นต้องบอกไม่เคยหลุดจากท๊อปทรีของประเทศ
"มึง ๆ"เ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์สาวใช้ศอกกระทุ้งเอวเพื่อนที่นั่งข้างกันนั้นเบา ๆ
"อะไร?"เ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์สาวที่นั่งข้างกันมีสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อโดนขัดจังหวะการทำงาน
คนกระทุ้งเอวจึงพยักเพยิดให้มองไปยังประตูทางเข้า พบชายหนุ่มรูปร่างกำยำอย่างกับนายแบบหลุดออกจากรันเวย์เดินโอบเอวหญิงวัยกลางคนตรงมายังที่พวกเธอนั่งพร้อมกับชายรูปร่างแข็งแรงสองคนในชุดสูทสีดำเดินตามหลัง
"โอ้แม่เ้า...นี่มันโคตรของโคตรพ่อหล่อเลย"คนที่เคยหงุดหงิดเอ่ยด้วยใบหน้าเคลิ้มฝันจนปากกาที่อยู่ในมือร่วงลงพื้น แต่ก็ไม่คิดจะละสายตาเพื่อไปเก็บปากกานั้นขึ้นมา
"เอ่อ..ขอโทษนะครับ นายสมศักดิ์ อัครกุล อยู่ห้องไหนครับ" เลออนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพทำเอาคนถูกถามหน้าแดงด้วยความเขิน
อายจนเพื่อนสาวต้องกระทุ้งเอวอีกรอบจึงได้สติ
"สักครู่นะคะ"คนถูกกระทุ้งเอวบอกเสียงหวาน แล้วเคาะไปที่แป้นพิมพ์คีย์บอร์ดพิมพ์ผิดพิมพ์ถูกอยู่หลายรอบ เพราะมัวแต่ส่งสายตาหวานหยดย้อยให้ชายหนุ่มตรงหน้า จนมารดาที่ยืนอยู่ข้างกันแอบลอบยิ้ม
"ขึ้นลิฟห์ไปชั้นห้า แล้วเลี้ยวขวาค่ะ"
"ขอบคุณครับ"พร้อมกับส่งยิ้มขอบคุณให้ทีหนึ่งก่อนพามารดาเดินเข้าลิฟท์
"มึง เขาหล่อมาก...หล่อแบด ๆ...หล่อจนอยากได้เป็ผัว" สองสาวระริกระรี้มองตามไหล่กว้างอย่างไม่เก็บอาการจนเดินหายเข้าไปในลิฟท์
การผ่าตัดยังคงดำเนินไปหลายชั่วโมงแต่คนข้างในกลับไม่มีทีท่าจะออกมา ทำให้คนทั้งสามที่นั่งรออยู่ด้านนอกใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้
"ม๊ารู้นานยังว่าป๊าป่วย" จู่ ๆ ไวน์ก็ตัดสินใจถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัยั้แ่รู้เื่...หรือว่าตัวเธอเองเป็ต้นเหตุที่ทำให้พ่อเป็แบบนี้สังวาลมองบุตรสาวด้วยสายตาเศร้าหมองก่อนจะส่ายหน้าเป็คำตอบ
"ความจริงแล้วป๊าของหนูมีอาการป่วยนานแล้ว แต่เลือกที่จะไม่ไปตรวจและปิดบังไม่ให้คนในครอบครัวรู้ จนวันที่หนูทะเลาะกันแล้ววิ่งออกไป..ยอมรับว่าตอนนั้นม๊าทั้งใทั้งกลัวมากมือไม้สั่นไปหมดไม่มีแม้แต่แรงจะลุกดีที่ป้าแจ๋วยังมีสติอยู่รีบะโให้คนรถนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที"
ไวน์หัวสมองขาวโพลน... สังวาลเห็นดังนั้นจึงยื่นมือไปลูบหัวลูกสาวตัวน้อยแ่เบาเพื่อปลอบโยนก่อนเล่าต่อ
"คุณหมอเรียกม๊าคุยในคืนนั้น ว่าคนไข้มีเนื้องอกในสมองขนาดใหญ่จึงได้ทำการผ่าตัดผ่านกล้องโดยใช้เข็มเจาะเอาเนื้อเยื่อออกเพื่อตรวจหาความผิดปกติว่าเป็เนื้อดีหรือเนื้อร้าย...?"
ไวน์บีบมือตัวเองแน่นโดยไม่รู้สึกถึงความเจ็บแม้แต่นิดกลั้นใจฟังประโยคต่อมาจนแทบลืมหายใจด้วยกลัวว่าสิ่งที่จะได้ฟังต่อจากนี้อาจเปลี่ยนชีวิตครอบครัวของพวกเธอไปตลอดกาล
"ผลตรวจเนื้อเยื่อปรากฏว่าเป็เนื้อดี"ไวน์ถอนหายใจโล่งยังไม่ถึงนาทีใบหน้าหวานก็กลับมาตึงเครียดอีกเมื่อฟังมารดาเล่าต่อ
"คุณหมอยังบอกอีกว่าถึงแม้จะเป็เนื้อดีแต่ว่าเนื้องอกนั้นได้ขยายใหญ่จนไปกดทับเส้นประสาทส่วนกลางจึงทำให้มีอาการชักและหากไม่ได้รับการผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อนั้นออกมา เกรงว่าครั้งหน้าอาจถึงขั้นเป็อัมพาตครึ่งซีกได้"
ขณะที่สองแม่ลูกกำลังนั่งคุยกันอยู่หน้าห้องผ่าตัดด้านคุณหมอวสันต์และทีมแพทย์ที่อยู่ด้านในห้องผ่าตัด ก็ถอนหายใจโล่งเมื่อการผ่าตัด
เป็ไปอย่างเรียบร้อยและจัดการในส่วนที่เหลือ
"เพราะป๊าป่วยใช่ไหม? หนูจึงจำเป็ต้องแต่งงาน"หลังจากนั่งฟังอยู่นานไวน์ก็ได้ข้อสรุปเหตุผลที่ต้องแต่งงานกับตาแก่หัวล้านที่ไหนก็ไม่รู้
"ตึก! ตึก! เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของคนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เรียกความสนใจให้คนทั้งสามหันไปมองยังต้นเสียงก็พบกับแขกที่คุ้นเคย
"อ้าว เคธี มาได้ไงค่ะเนี่ยจะมาทำไมไม่บอกกันก่อนค่ะ"สังวาลปรับสีหน้าให้ดูเป็ปกติ แล้วผละออกจากลูกสาวลุกขึ้นไปทักทายพร้อมกับรับกระเช้าดอกคามีเลียสีขาวที่คนป่วยชอบจนรั้วเต็มไปด้วยดอกคามีเลียก่อนยื่นส่งให้ลูกสาว
แต่ทว่าบุตรสาวกลับยืนตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ ได้แต่ยืนทำตัวลีบเหมือนเป็อากาศธาตุจึงยื่นมันให้ป้าแจ๋วแทน เคธีมองไปหน้าห้องผ่าตัดสังวาลจึงเอ่ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล
"นี่ก็ผ่านไปสามชั่วโมงแล้วคุณหมอยังไม่ออกมา วาลไม่รู้ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นรึเปล่าในระหว่างการผ่าตัดถ้าเกิด..ถ้าเกิดว่า"
"ศักดิ์จะต้องปลอดภัย" เคธีจับมือที่สั่นแล้วบีบเบา ๆเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่ายสังวาลทำได้แต่ฝืนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะสังเกตเห็นชายหนุ่มที่ไม่คุ้นตายืนข้างเคธีเพราะมัวแต่ใที่อีกฝ่ายมาเยี่ยมทำให้ตอนรับกระเช้าจึงยังไม่ทันได้มองคิดว่าเป็คาลอส
ร่างสูงกำยำ กับไหล่กว้างดูสง่าราวกับนายแบบ ั์ตาสีน้ำข้าวที่เป็เอกลักษณ์ถูกถ่ายทอดมาทางพันธุกรรมของคนเป็พ่อพร้อมกับใบหน้าไร้ที่ติที่ใครได้เห็นเป็ต้องลืมไม่ลง
ขณะที่คนถูกมองนั้นกลับจ้องใครบางคนที่ดูคุ้นตาในชุดนอนสีชมพูลายการ์ตูนนิ่งเคธีดึงข้อมือลูกชายเบา ๆ เพราะดูว่าเขาจะกำลังสนใจบางอย่างอยู่ คนถูกดึงละสายตาจากชุดนอนลายปัญญาอ่อนหันมายิ้มอ่อนโยนให้มารดาที่อมยิ้มอยู่
"เลออนนี่คุณน้าสังวาล"
"สวัสดีครับคุณน้า" สังวาลยิ้มอ่อนโยนเมื่อชายหนุ่มยกมือขึ้นไหว้ด้วยท่าทางสุภาพ
"ไวน์ " คนถูกเรียกยังคงยืนก้มหน้างุด
" ไวน์...ยัยไวน์!" คนถูกเรียกสะดุ้งโหยง มือน้อยกำแน่นจนชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นยิ่งก้มมองชุดที่ตัวเองสวมใส่ยิ่งอยากจะมุดแผ่นดินหนี
"คะ..มี้" ขานรับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเอาแต่ก้มหน้างุดหลบอยู่ด้านหลัง
"เสียมารยาทจริงๆ เลยเรา มานี่" สังวาลจับไปที่ข้อมือแล้วดึงเล็กน้อยให้ไวน์ขึ้นมายืนข้างๆ เพื่อทักทายแขกคนสำคัญ
ไวน์หลับตาปี๋ทันที นี่สินะที่คนเขาว่า ยิ่งหนียิ่งเจอเธออยากจะกรี๊ดให้ลั่นโรงพยาบาลเสียจริงคนที่คิดว่าชาตินี้ทั้งชาติจะไม่มีทางโคจรมาพบกัน ไหงกลับมายืนอยู่ที่นี่ได้แถมยังเป็ลูกของเพื่อนป๊ากับม๊าอีก โอ้พระเ้า...
ในใจได้แต่ภาวนาขออย่าให้อีกฝ่ายจำหน้าได้หรือทำเป็ไม่รู้จักกันเลยก็จะกราบขอบพระคุณมาก เื่บางเื่ยิ่งอยากลืมมันไปเท่าไหร่แต่เมื่อเห็นใครบางคนก็ยิ่งย้ำเตือนความทรงจำให้กลับมาอีกครั้ง
"ยัยไวน์ นี่คุณอาเคธี"ขณะกำลังใช้สมองอันน้อยนิดคิดหาทางรอดเสียงสังวาลก็ทำให้ไวน์จำต้องยกมือไหว้ทำความเคารพพยายามเค้นรอยยิ้มที่ส่งไม่ถึงดวงตาให้กับคนที่แม้จะอายุเยอะแต่ความสวยนั้นยังไม่หายไปกับกาลเวลา
"แม่ง ศักดิ์สิทธิ์จนขนลุก" ชินหลบหลังคนเป็พี่แล้วพูดเบา ๆให้ได้ยินกันสองคน เขาลูบขนแขนที่กำลังลุกชันอย่างเหลือเชื่อ เมื่อนึกย้อนไปเมื่อ่เช้าก่อนขึ้นรถได้เดินไปจุดธูปบอกเ้าที่เ้าทางให้เจอคนที่นายตามหาใครจะคิดว่าจะศักดิ์สิทธิ์จนชินต้องยกพนมมือขึ้นเหนือหัว
"หุบปากแล้วหยุดท่าทางปัญญาอ่อนนั่นสะ" เกรย์พูดลอดไรฟัน
"ส่วนนี่พี่เลออนจ๊ะ"สังวาลแนะนำชื่อด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มแต่บุตรสาวที่ยืนข้างกันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นด้วยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจำหน้าและเื่ราวในคืนนั้นได้มากน้อยแค่ไหน
"สะ สวัสดีค่ะ"พูดจบไวน์ก็ก้มหน้างุดหลบหลังมารดา ั์ตาสีน้ำข้าวมองคนหลบหลังนิ่งแววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง เมื่อหันไปมองมารดาเพื่อยืนยันในสิ่งที่เขาคิดและเป็เช่นนั้นจริงเมื่อแม่ของเขาพยักหน้ารับ นั่นก็คือยัยเด็กขี้เหล้านี่คือคนที่เขาจะต้องแต่งงานด้วยจริง
ยากที่เลออนจะเชื่อว่าคู่นอนคืนเดียวที่เขาแทบพลิกแผ่นดินตามหากลับกลายเป็ว่าที่เ้าสาวในอนาคต นี่มันบ้าสิ้นดี
มาเฟียหนุ่มยืนล้วงกระเป๋านิ่งเมื่อดูท่าทางอีกฝ่ายเหมือนจำเขาไม่ได้หรือว่าคืนนั้นยัยนี่เมายาจนจำไม่ได้ ถ้าจำไม่ได้ก็แล้วไป แต่ถ้าแกล้งทำเป็จำไม่ได้แล้วล่ะก็..หึหึเลออนยิ้มเหี้ยม ขณะจะพูดอะไรบางอย่าง ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก คนที่อยู่ด้านนอกรีบเดินกรูไปหาคุณหมอโดยมีไวน์เกาะชายเสื้อแม่ไม่ห่าง และยังแอบหรี่ตามองชายหนุ่มเล็กน้อย
ั์ตาสีน้ำข้าวลอบชำเลืองมองเป็ระยะ และบ่อยครั้งคนถูกมองหากไม่ก้มหน้าก็จะเสมองไปทางอื่นเสมอหากเดินไปใกล้เธอก็รีบหลบไปยืนอีกฝั่ง
นั่นแสดงให้เห็นว่ายัยนี่จำได้แต่แสร้งทำเป็จำไม่ได้ ที่จริงหล่อนควรจะดีใจเสียอีกเพราะคนที่เธอได้มอบพรหมจรรย์ให้คือว่าที่สามีในอนาคตที่ทั้งโคตรหล่อและรวยขนาดนี้
แต่ถ้าอยากจะเล่นก็ได้...แต่ไม่ใช่การเล่นละครไร้ประโยชน์แบบนี้หรอกนะแต่มันคือการเล่นกับกระบอกปืนของมาเฟีย ที่บรรจุะุปืนไม่จำกัดต่างหาก ไม่ว่าจะกระหน่ำยิงมากเท่าไหร่ปืนลำนี้ก็ไม่มีวันหมดแม็กซ์และเธอ..จะไม่มีทางลืมกระบอกปืนลำนี้แน่นอน...!
"สามีฉันเป็ยังไงบ้างค่ะ"คุณหมอในชุดผ่าตัดถอดผ้าปิดจมูกออกก่อนยิ้มอ่อนโยน
"การผ่าตัดเป็ไปได้ด้วยดีครับแต่ยังต้องเฝ้าดูอาการหลังจากการผ่าตัดว่าจะมีอาการแทรกซ้อนอะไรไหมถ้าไม่มีก็รอคนไข้พักฟื้นน่าจะภายในสองสามวันนี้ก็น่าจะตื่นครับ"
"ขอบคุณหมอวสันต์มากค่ะ ขอบคุณมากจริง ๆ"สังวาลก้มศีรษะขอบคุณด้วยใบหน้าซาบซึ้ง
"ขอบคุณอาหมอค่ะ"วสันต์มองไปที่ลูกสาวของเพื่อนด้วยแววตาเอ็นดูถ้าลูกชายเขามาเห็นเข้าคงแทบจะทนไม่ไหว แต่ทำไงได้ ขนาดเขาเป็พ่อแท้ ๆ หลังจากกลับมาจากเมืองนอกเมื่อสองปีก่อนลูกชายก็แทบจะไม่โผล่หัวมาให้เจอ แถมพอเจอยังไม่ทันจะพูดอะไร เ้าตัวก็เมินอย่างกับคนไม่ใช่พ่อลูกกันสะงั้น
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หมอขอตัวก่อนนะ"คุณหมอยิ้มอ่อนโยน แล้วเดินจากไปพร้อมกับทีมแพทย์ไวน์รีบโผเข้ากอดแม่แน่นด้วยความดีใจจนลืมไปว่ามีสายตาของใครบางคนกำลังมองด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"ม๊า ป๊าปลอดภัยแล้ว ฮือ ๆ หนูจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับตาเฒ่าหัวล้านแล้ว ฮือ~"ด้วยความดีใจจึงเผลอพูดอย่างลืมตัว ทำเอาเลออนที่ได้แต่ยืนชี้นิ้วมาที่อกของตัวเองพลางมองหน้าแม่ของเขาด้วยสีหน้าเลิ่กลั่ก
ก่อนรีบหันหน้าไปทางประตูกระจกบานใหญ่ เมื่อหันซ้ายหันขวาก็เห็นว่าตัวเองยังดูหล่อไม่มีที่ติเหมือนเดิมเมื่อยกมือขึ้นลูบผมที่จัดแต่งทรงเรียบร้อยเบา ๆ เส้นผมก็ยังอยู่เต็มหัว ไม่ได้หัวล้านสักหน่อยซ้ำผมก็หนายิ่งกว่านายแบบโฆษณาแชมพูพวกนั้นอีก
"หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ" สังวาลเอ็ดลูก แอบหยิกเข้าที่เอวเบาๆ ก่อนหันไปยิ้มแห้งให้เคธีที่ยืนอมยิ้มอยู่
"ทำไมละคะ ถ้าต้องแต่งงานกับลุงอ้วนที่วัน ๆเดินแบกแต่พุงยังต้องให้บอดี้การ์ดมาหิ้วปีกคนละข้างหนูขอตายดีกว่า"แม้ไวน์จะยืนยุกยิกไปมาด้วยเพราะถูกมารดาหยิกเข้าให้ แต่ก็ยังคงพูดต่อด้วยท่าทางที่ดูไร้เดียงสา
เลออนเผลอยกมือขึ้นเแอบลูบไปที่หน้าท้องไปมาพร้อมกับถอนหายใจโล่งเมื่อซิคแพคแข็งแกร่งของเขายังอยู่ ไม่ได้อ้วนมีแต่พุงอย่างที่ยัยเด็กปากพล่อยพูดใส่ร้าย
"แม่บอกให้เงียบ!!" สังวาลเผลอตะคอกลูกสาวที่ยังพูดพล่ามไม่หยุด
"ก็ได้ค่ะงั้น...เรารีบกลับบ้านกันเถอะ ั้แ่เมื่อวานยังไม่ได้ทานข้าวเลยเนี่ยลูกสาวม๊าหิวจนไส้จะขาดแล้ว..."ไวน์พูดเบาราวกระซิบให้ได้ยินสองคน นั่นทำให้แม่ของเธอมองด้วยความแปลกใจ
"เคธี ทางนี้ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงแล้ว พวกเรากลับบ้านกันก่อนไหม"เลออนสังเกตเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนยัยนี่กำลังคิดจะชิ่ง
"คุณน้ากลับยังไงให้ผมไปส่งไหมครับ"เลออนเอ่ยน้ำเสียงสุภาพพลางเหลือบมองคนที่คิดจะหนีประโยคแกว่งเท้าหาตะปูทำเอาไวน์ยืนนิ่วหน้าไม่ชอบใจ
"ขอบคุณ แต่ไม่จำเป็" คนคิดจะชิ่งเชิดใส่ แล้วรีบเดินจูงมือแม่ของเธอออกห่างโดยไม่รู้ว่าการกระทำของเธอยิ่งทำให้เลออนนั้นมั่นใจว่าหล่อนจำเขาได้แน่ โดยปกติถ้าคนเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกไม่มีทางที่จะมีท่าทีแบบนี้นอกจากเป็คุณหนูนิสัยเสีย
"เพี๊ยะ!! ยัยไวน์ทำไมพูดกับพี่เขาแบบนั้น ไม่น่ารักเลยน่ะเรา" สังวาลเอ็ดบุตรสาวพร้อมกับตีมือเบาๆ ที่ทำตัวไม่มีมารยาทแบบนี้
เลออนยิ้มมุมปากให้กับคนที่เชิดหน้าใส่ "ครับผมไม่ถือสาเด็กขี้...ครับ" เขาจงใจเว้นคำพูดไว้ ขณะยักคิ้วใส่คุณหนูนิสัยเสียทีหนึ่งทำเอา
ไวน์หน้าเหวอกับท่าทางแบบนี้นี่อย่าบอกนะว่าเขาจำเธอได้!!
เด็กสาวจ้องเขาตาเขม็ง นี่ฉวยโอกาสกับคนเมาแล้วยังไม่สำเหนียกยังมีหน้ามาทำหน้ากวนบาทาอีก ท่าจะหน้าหนาไม่เบา
แต่คนหน้าหนากลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านแถมยังทำหน้าเหมือนไม่รู้ตัวว่าถูกขู่ฆ่าทางสายตา สังวาลแม้ใจหนึ่งจะอยากให้เลออนไปส่งแต่เมื่อมองบุตรสาวที่ยืนมองพี่เขาตาเขียวปั๊ดแล้วได้ส่ายหน้า
จะว่าเกลียดหน้าว่าที่เ้าบ่าวที่ทำให้ตัวเองต้องมาตกอยู่ในสภาพที่อาจจะโดนคลุมถุงชนก็ไม่น่าใช่เพราะเธอกับสามียังไม่ทันได้บอกว่าคนที่จะเป็ว่าที่เ้าบ่าวนั้นคือใคร
"คุณนายเดี๋ยวป้าไปเก็บของที่ห้องผู้ป่วยก่อนนะคะ แล้วป้าจะรีบไปตามหลังนี่ค่ะคุณหนู" ป้าแม่บ้านยื่นกระเช้าดอกไม้ให้ไวน์เพราะตัวเธอเองต้องไปเก็บตะกร้ากับข้าวที่คุณนายสั่งทำมาทุกเช้า
"จ๊ะป้า อ้อ!ไว้โอกาสหน้าน่ะจ้ะเลออนตอนนี้คนขับรถมารอน้าอยู่ที่ลานจอดรถนานแล้ว"สังวาลยิ้มอ่อนโยนพลางสบตากับเคธีอย่างนึกเสียดาย
ไวน์หันไปฉีกยิ้มแห้งหนึ่งที แล้วรีบยกมือไหว้ลาคุณอาเคธี และไม่อยากหายใจร่วมกับคนหน้าไม่อายแม้สักวินาที
"งั้น..เดี๋ยวผมช่วยถือกระเช้าดอกไม้ครับ"พูดจบเลออนก็ยื่นไปจับกระเช้าทันที ขณะโน้มตัวลงไปหายัยตัวเล็กพลางกระซิบให้ได้ยินกันสองคน
"ได้ผมแล้วรับผิดชอบด้วยละ"
"รับผิดชอบอะไร? ฉันไปทำอะไรนายไม่ทราบ"
"คุณลืมแล้วเหรอ? ใจร้ายจัง ทั้งที่คุณคร่อม..."เลออนจงใจพูดด้วยน้ำเสียงและใบหน้ายียวน ยักคิ้วให้เธอไปหนึ่งทีอย่างคนเป็ต่อทำเอาไวน์หน้าแดงหน้าดำอยากเอากำปั้นตะบันหน้าสักสองสามทีให้หายโมโห
แต่ในความเป็จริงสิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือหนี..ต้องหนี..และเดี๋ยวนี้..!
คนตัวเล็กคว้าหมับเข้าที่แขนมารดา "กลับแล้ว ๆจะรีบอะไรกันนักหนาเนี่ย" คนเป็แม่บ่นอุบอิบเมื่อบุตรสาวพยายามดึงมือที่แทบจะไม่ได้เรียกว่าดึงแล้วนี่แทบจะเรียกว่าลากชัดๆ โดยมีั์ตาสีน้ำข้าวมองตามด้วยแววตาวาววับราวหมาป่า
เคธียืนมองดูเหตุการณ์เงียบ ๆ เมื่อลูกชายที่วางเฉยกับทุกสิ่งแม้กับคาลอสที่เป็บิดาแท้ๆ กลับมีท่าทีที่แปลกไปเมื่อเจอหนูไวน์ หรือว่า...
"อะ แฮ่ม"เคธีกระแอมไอหนึ่งที เมื่อลูกชายยังคงมองไล่หลังสองแม่ลูก
"จะถืออีกนานไหม? กระเช้าดอกไม้นะ"
เลออนหน้าตาเลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูก เมื่อเจอกับสายตาของมารดา เขาใช้มืออีกข้างเดินไปโอบไหล่อย่างเอาใจแล้วยื่นกระเช้าดอกไม้ส่งให้บอดี้การ์ดตามเอาไปให้สองแม่ลูก
"ครับนาย"
"ไม่ใช่มึงไอ้ชิน"บอดี้การ์ดมือซ้ายยกมือขึ้นค้างเติ่งกลางอากาศได้แต่มองตาปริบปริบขณะที่พี่ชายรีบสาวเท้านำกระเช้าไปส่งเ้าของ
"กลับบ้านกันเถอะครับมี้ เอ่อ...ได้ฤกษ์เมื่อไหร่ก็บอกนะครับ"