ในที่สุดวันเทศกาลฉีเฉียวก็มาถึง เทศกาลฉีฉียวหรือเทศกาลซีซีนั้นเป็เทศกาลแห่งความรัก จัดขึ้นในวันที่ 7 เดือน 7 ตามตำนานสาวทอผ้าและหนุ่มเลี้ยงวัวจะมาพบกันปีละครั้งในวันนี้ และด้วยตำนานความรักที่มั่นคงนี้ทำให้วันนี้กลายเป็วันที่หนุ่มสาวออกมาเที่ยว บ้างก็สวดมนต์ขอพรให้ได้คู่ครองที่ดี บ้างก็ขอพรให้สามารถครองรักกันได้อย่างยาวนาน
ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดในอดีตนางจึงคาดหวังกับวันนี้เอาไว้มากนัก แล้วยิ่งปกตินางไม่ค่อยมีโอกาสได้อยู่ตามลำพังกับมู่อี้หานครั้งนี้จึงตั้งใจที่จะอยู่ด้วยกันเพียง 2 คนให้ได้
เช้านี้นางก็ยังคงอ่านหนังสือดูตำราอยู่ในเรือนอย่างสบายอารมณ์ จนลี่ถังเข้ามารายงานว่าฉวีเยว่ซินมาขอพบ จึงได้วางมือลง
“เยว่ซินเ้ามีอะไรหรือ” เหยาฮวาที่ได้เห็นการแต่งกายของเยว่ซินก็ได้แต่ยิ้มอยู่ในใจ
“ท่านพี่ ข้าได้ข่าวว่าท่านไม่ค่อยสบาย จึงมาเยี่ยมเ้าค่ะ”
“เ้าไปได้ยินมาจากที่ไหนกันว่าข้าไม่สบาย จำได้ว่าข้าไม่ได้บอกใคร” ความหมายของนางนั่นก็คือนางบอกเื่นี้แค่มู่อี้หานเพียงคนเดียว หากมีคนอื่นรู้ก็ต้องเป็เขาบอกเท่านั้น
“เอ่อ คือว่า ข้าได้ยินบ่าวไพร่พูดกันนะเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นหรือ จริงๆแล้วข้าก็ไม่ได้เป็อันใดมาก พักไม่นานเดี๋ยวก็หาย” พูดจบนางก็พิงลงไปบนเบาะอย่างเกลียดคร้าน เมื่อรวมกับใบหน้าและท่าทางของนางแล้วก็สามารถทำให้คนที่มองอยู่ตะลึงกับความงดงามของนางได้ทีเดียว
“แล้วงานคืนนี้ละเ้าคะ ไม่ใช่ว่าท่านเตรียมตัวมานานหรอกหรือ”
“จะว่าไปข้าก็เสียดายอยู่เช่นกัน เพียงแต่หากข้าไปก็ทำให้พวกเ้าไม่สนุกเสียเปล่าๆ” หากข้าไปไม่ใช่ว่าความตั้งใจของพวกเ้าจะเป็จริงหรอกหรือ เสียใจด้วยที่ข้าไม่ได้โง่ดังเช่นอดีตอีกต่อไป
“ไม่ได้นะเ้าคะ หากท่านไม่ไปพี่อี้หานจะต้องเสียใจแน่เ้าค่ะ” หากเ้าไม่ไปแล้วแผนการของข้าจะสำเร็จได้อย่างไร!! เยว่ซินได้แต่คิดแค้นอยู่ในใจ นางอุตส่าห์ใช้เวลาตั้งนานกว่าจะวางแผนนี้ออกมาได้
“ก็มีเ้าอยู่ไม่ใช่หรือ เอาเถอะ เ้าไม่ต้องหว่านล้อมข้าหรอก ข้าคงไม่ไป พวกเ้าไปกันเถิด”
“เ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัว”
ข้าอุตส่าห์เปิดทางให้พวกเ้าทั้งสองถึงเพียงนี้ก็ต้องรีบคว้าโอกาสนี้เอาไว้ให้ดีสิ เทศกาลแห่งความรักนี้ไม่ใช่ว่าพวกเ้าทั้งสองอยากอยู่ด้วยกันมากหรอกหรือ ก่อนหน้านี้มักจะมีอกันอยู่ 3 คนเสมอ คงจะรู้สึกอึดอัดแย่
เมื่อก่อนนางคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงไม่ได้รู้สึกผิดปกติไปกับความสัมพันธ์เช่นนี้เลยแม้แต่น้อย อาจเป็เพราะว่าพวกนางมักจะมีความสัมพันธ์กันเช่นนี้เสมอก็เป็ได้
ในอดีตนางก็เคยถามอี้หานเช่นกันว่าคิดว่าเยว่ซินเป็อย่างไร ในครั้งนั้นนางได้คำตอบว่าเขามองเยว่ซินว่าเป็เพียงน้องสาวที่น่ารักเท่านั้น และเห็นว่าเยว่ซินเป็ดังสัญลักษณ์ความรักของทั้งสองคน เมื่อได้ยินคำตอบเช่นนั้นหลังจากนั้นนางจึงเอาใจใส่เยว่ซินราวกับเป็น้องสาวแท้ๆของตัวเอง
หากไม่ใช่เพราะหลายวันมานี้นางคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าเื่นั้นไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอน เื่ราวที่ยาวนานและนอกจากนางที่เปลี่ยนแปลงไปก็ไม่มีสิ่งใดรอบตัวนางเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่เื่บังเอิญอย่างแน่นอน
“ลี่ถัง ท่านพ่อกลับมาหรือยัง”
“กลับมาแล้วเ้าค่ะ ตอนนี้อยู่ในห้องทำงานเ้าค่ะ”
“ดี เช่นนั้นเ้ามาช่วยข้าแต่งตัว”
“แต่งตัวไปไหนหรือเ้าคะ”หากจะไปพบนายท่านก็ไปชุดนี้ได้ไม่ใช่หรือ
“ไปเที่ยวงานเทศกาลอย่างไรเล่า” แม้จะเห็นสีหน้ามึนงงของลี่ถังแต่นางก็ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เอาไว้ไปถึงก็จะรู้ได้เอง
นางบอกว่าจะไม่ไปเที่ยวงานเทศกาลกับมู่อี้หานก็จริง แต่ไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าจะไม่ออกไปเที่ยวคนเดียว ถึงอย่างไรนางก็หว่านเมล็ดเอาไว้แล้วต้องออกไปเก็บผลเสียหน่อยไม่เช่นนั้นคงเสียดายแย่
นางเลือกแต่งกายด้วยสีที่ไม่โดดเด่นมากนัก หากคนอื่นมองผ่านๆก็คงจะจำนางไม่ได้ ทำเช่นนี้จะได้ไม่เป็ที่จดจำมากนัก หากนางออกไปอย่างโดดเด่น มีหวังกระต่ายรู้ตัวแล้วหนีหายไปเสียหมด
“นายหญิงเ้าคะ ฉวีเยว่ซินออกไปแล้วเ้าค่ะ”
“เช่นนั้นเราออกไปกันเถิด”
เทศกาลฉีเฉียวคึกคักยิ่งนัก สมกับเป็เทศกาลแห่งความรัก หากไม่ใช่ว่าวันนี้นางยังมีเื่สำคัญต้องไปจัดการก็คงจะมีเวลาเล่นสนุกไปด้วย
หลังจากเดินเลยจุดจัดงานมากว่า 1 ชั่วยามก็เจอกับสะพานที่ทอดยาวผ่านแม่น้ำขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบเงียบสงบไร้ผู้คน หากไม่ใช่ว่านางเดินผ่านความรื่นเริงมาก่อนหน้านี้ก็คงไม่เชื่อว่าไม่ไกลไปจากนี้มีงานเทศกาลขนาดใหญ่อยู่
ยิ่งมองไปบนสะพานหัวใจของนางก็ยิ่งบีบรัด ตรงนั้นคือตำแหน่งที่นางตกลงมาโดยที่มีน้องสาวนอกสายเืยืนดูอย่างเืเย็น หากนึกย้อนกลับไปดีๆก็จะเห็นได้ว่าด้านหลังเยื้องออกไปมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ แน่นอนว่านั่นคือคู่หมั้นของนางนั่นเอง
ทั้งสองร่วมมือกันเพื่อกำจัดนางออกไปจากชีวิต และหากลองคิดดูแล้วทั้งคู่ก็คงจะวางแผนบางอย่างเอาไว้เพื่อที่หลังจากนางตายไปจะได้แต่งงานกันอย่างถูกต้อง
วันนี้นางจะสงเคราะห์ให้ทั้งคู่เอง!!!
หลังจากยืนอยู่ไม่นานก็เห็นทั้งสองคนเดินมาจากอีกด้าน โชคดีที่จุดที่นางยืนอยู่นั้นลับตาคนพอสมควร หากนางไม่ส่งเสียงดังออกมาทั้งคู่ไม่มีทางเห็นอย่างแน่นอน
“ลี่ถังเ้าไปทำตามที่ข้าสั่งเอาไว้เถิด”
หลังจากลี่ถังออกไปแล้วนางก็หันไปสนใจกับทั้งสองคนต่อ ทั้งคู่โอบกอดกันอยู่บนสะพานราวกับว่าเป็คู่รักหวานชื่น ฝ่ายมู่อี้หานประคองกอดฉวีเยว่ซินเอาไว้ในอ้อมกอดอย่างทะนุทะนอม อ่อนโยนราวกับว่าหากรุนแรงไปนางจะแตกสลายเสียอย่างนั้น ใครเห็นก็ต้องอิจฉาอย่างแน่นอน
แม้ว่าภายในใจของนางจะบีบรัดจนแทบแตกสลายขนาดไหน แต่นางก็ยังคงอดทนมองต่อไป ถึงอย่างไรวันนี้นางก็ต้องรู้ความจริงทั้งหมดให้ได้
“พี่อี้หานเ้าคะ ในเมื่อนางเหยาฮวาไม่มาเช่นนี้เราก็ทำตามแผนไม่ได้สิเ้าคะ” ฉวีเยว่ซินถามขึ้นด้วยท่าทางออดอ้อน
“ไม่เป็ไรหรอกซินเออร์ ถึงอย่างไรผู้หญิงโง่ๆเช่นนั้นก็ไม่มีทางตามเราได้ทัน ต่อไปเราก็มีโอกาสจัดการนางได้อีก”
“แต่ข้าไม่อยากทนเห็นนางอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้นางราวกับว่ารับรู้ถึงอะไรบางอย่างถึงได้แปลกไปขนาดนี้ ท่านดูอย่างวันนี้สิเ้าคะหากเป็เมื่อก่อน นางไม่มีทางปฏิเสธเป็แน่”
“เื่นี้พี่ก็แปลกใจอยู่ไม่น้อย แต่ไม่เป็ไรพรุ่งนี้ข้าจะไปหานางสักครั้ง พูดจาอ่อนหวานสักหน่อยนางก็ตกหลุมพรางของเราแล้ว” หลังพูดจบเขาก็กอดฉวีเยว่ซินแน่นขึ้นไปอีก มือไม้ก็เริ่มไม่อยู่นิ่งแล้ว
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังมีความสุขอยู่นั้น เหยาฮวากลับมีน้ำตานองหน้า แม้ว่านางจะพยายามที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้มากแค่ไหนมันกลับไหลออกมามากกว่าเก่า ราวกับเขื่อนกั้นน้ำที่พังทลายลงมา น้ำตาของนางไหลลงมาไม่หยุด แต่กลับไม่มีเสียงออกมาแม้เสียงสะอื้น
ราวกับว่าหัวใจของนางนั้นด้านชาไปเสียแล้ว ที่ตอบสนองตอนนี้คงจะมีเพียงแค่ร่างกายที่ไร้หัวใจเพียงเท่านั้น
“ยังมีอีกอย่างที่ข้ารู้สึกไม่สบอารมณ์เ้าค่ะ”
“มีเื่อะไรอีกหรือ”
“ก็่นี้นางนั่นไม่ให้ข้าพบเลยเ้าค่ะ บางครั้งก็บอกว่าไม่ว่าง บางครั้งก็บอกว่าไม่ค่อยสบาย แล้วเช่นนี้ข้าจะหลอกให้นางซื้อของให้ได้อย่างไรละเ้าคะ เสื้อผ้าตอนนี้ก็ใส่ไปหลายครั้งแล้วด้วย” คิดแล้วก็เจ็บใจ นางไม่น่าเผาเสื้อผ้าครั้งก่อนที่นางนั่นส่งมาเลย ไม่เช่นนั้นก็คงจะพอเอามาใส่กับชุดของนางได้บ้าง ไม่ต้องมาสวมชุดที่ใส่หลายครั้งแล้วเช่นนี้
“เช่นนั้นเ้าก็ไปพบนางบ่อยๆ ให้นางสงสารเ้า”
“พี่อี้หานเ้าคะ ท่านซื้อเสื้อผ้าให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่เ้าคะ ข้าไม่อยากไปพบหน้านางแล้ว” เยว่ซินพูดพร้อมทั้งทำท่าออดอ้อน มือของนางก็เริ่มขยับไปมา
“ซินเออร์ เ้าก็รู้ว่า่นี้ข้าไม่สามารถใช้เงินได้มากมายนัก” เขาว่าพลางค่อยๆดึงมือของเยว่ซินออกจากอก
และเมื่อเห็นว่าสีหน้าของฉวีเยว่ซินเริ่มบึ้งตึงเขาก็ประกบปากลงบนริมฝีปากนางทันที
“นี่มันเื่อะไรกัน!!”