ตอนนที่ 1
การห้วนคืนของจักรพรรดิในอดีต
บ้านหลักตระกูลชาฮานสถานที่อยู่อาศัยของผู้นำตระกูลชาฮานคนปัจจุบันมันคือชายที่ยืนอยู่เหนือ
คนทั่วหล้าผู้ทอดสายตามองลงมาอย่างไม่เกรงกลัวกลับกันแล้วยังทวีความน่าเกรงขามเป็ไหนๆในความคิดของคนทั่วไปบ้านที่ชายผู้นี้อยู่ไหนเลยจะสามัญธรรมดาไปได้ในอาณาจักรเอวาเลียแห่งนี้ขอเพียงมัน้าไม่ว่าสิ่งใดย่อมได้มาอย่างไม่มีข้อแม้ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้ากลับหลุดจากสามัญนึกของคนทั่วไปจนหมดสิ้น
บ้านหลังหนึ่งที่ตั้งตะหง่านไม่เล็กไม่ใหญ่ท่ามกลางสวนดอกไม้ที่ดูงดงามราวกับสวน์ทว่าก็ฟุ้งกระจายออกไปด้วยกลิ่นหอมและอากาศที่บริสุทธิ์อันยิ่งยวดเพราะอย่างไรเสียก็มิได้มุ่งก็มิได้มุ่งเน้นไปที่ความสวยงามเป็หลักแต่ก็มิได้ไม่ใส่ใจฉะนั้นแล้วดอกไม้ที่งดงามพร้อมด้วยคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ล้วนแต่เป็ดอกไม้หายากทั้งสิ้นและกลับกลายเป็ว่าทั้งหมดทั้งมวลพลันผสานรวมกันคล้ายเป็ความเรียบง่ายแขนงหนึ่งที่ดูงดงามและน่าพักอาศัยอย่างถึงที่สุด
“พวกเ้าเข้าไปดูอาการของนายหญิงของเ้าเดียวนี้และให้เวลา 10 อึดใจรีบออกมารายงานแก่ข้าซะ”นํ้าเสียงเข้มดูน่าเกรงขามดังสะท้านขึ้นท่ามกลางกลุ่มสาวรับใช้อย่างพร้อมเพียงก่อนจะเผยให้เห็นเป็ร่างกำยำของชายวัยกลางคนเ้าของเสียงในอาภรเทพัยืนนิ่งไม่ไหวติงพร้อมใบหน้าที่คมเข้ม
“ไม่ต้อง!! เวลานี้ห้ามฟังมัน”ชัดเจนแล้วว่าเ้าของเสียงคนแรกคือจักรพรรดิัผู้นำตระกูลชาฮานคนปัจจุบันอย่างไม่ต้องสงสัยจากอาภรประจำตำแหน่งที่สวมอยู่ก็เป็เครื่องยืนยันได้อย่างหนักแน่นไม่มีทางเป็อื่นไปได้ทว่าเสียงที่ดังสะท้านขึ้นห้ามกระทันหันกลับกระแทกเสียงดังกว่าและขัดแย้งกับคำสั่งก่อนหน้าอย่างไม่ไว้หน้า
จักรพรรดิัมันคือบุคคลที่มีอำนาจมากที่สุดในตระกูลแห่งนี้ฉะนั้นมันกล่าวสิ่งใดย่อมเป็สิ่งนั้นบุคคลที่จะขัดคำสั่งมันได้ในที่แห่งนี้นับดูแล้วยังไม่น่าเกินจำนวนนิ้วสองมือ
“ไม่ได้ยินที่ยายเฒ่าเมจินพูดหรืออย่างไร….”ร่างกำยำที่ดูใหญ่กว่ากล่าวขึ้นด้วยนํ้าเสียงแน่นิ่งพลางกอดอกแสดงถึงอำนาจเทียมฟ้าราวกับสามารถต้านทานบารมีจักรพรรดิัได้อย่างแท้จริง“ลำพังคลื่นพลังที่แพร่ออกโดยไร้การควบคุมก็ยํ่าแย่จนข้าต้องช่วยป้องกันไม่ให้เฉียดสู่ตัวบ้านแล้ว ยังจะขัดกับคำสั่งของยายเฒ่าเมจินอีกหรืออย่างไร”
คำพูดที่ไม่ไว้หน้าใดๆทั้งสิ้นกับพรวดทะลักออกมาเต็มประดาพลันส่งผลให้สาวใช้ที่รายล้อมอยู่ต้องหน้าซีดขาวจนลมแทบจับ….จักรพรรดิั คำนี้สำหรับพวกนาง….สาวใช้ประจำตัวของจักรพรรดินีโลหิต์แล้วนับเป็สิ่งใด? เผินๆแล้วยังให้การเคารพและศรัทธามากกว่าจักรพรรดินีโลหิตนายของพวกนางไปไกลโขลฉะนั้นแล้วการที่บุคคลเช่นนี้ถูกตอกหน้าอย่างรุนแรงไหนเลยจะรักษาท่าทีที่สงบและเยือกเย็นอย่างที่เคยเป็มาได้
ไม่มีทั้งความโกรธหรือแค้นเคืองอันใดจักรพรรดิัในท่านิ่งสงบแต่ในใจวิตกกังวลจนแทบบ้าบัดนี้แม้แต่ตัวมันเองก็ทราบได้ทันทีว่าวุฒิภาวะในการตัดสินใจกระทำการใดๆในนี้ตกตํ่าลงถึงเพียงไหน...คิดถูกแล้วจริงๆที่ให้ชายตรงหน้ามายืนรอเป็เพื่อนด้วย
“เ้าคิดว่าครั้งนี้จะผ่านไปด้วยดีใช่หรือไม่?”คำถามสุดตลกนี้พลันหลุดออกมาจากปากที่เคยลั่นเสียงตะเบ็งดังสะท้านประกาศเริ่มามานานนับไม่ถ้วนในตอนนั้นทุกคนย่อมหึกเหิมสู้สุดชีวิตจากนํ้าเสียงที่เปี่ยมบารมีทว่าเวลานี้กลับอ่อนโทรมทั้งยังสั่นเครือจากความไม่มั่นใจที่ผสมปนเปมาอย่างชัดเจน
“เ้าต้องเชื่อใจในตัวยายเฒ่าเมจีนตลอดชีวิตแม้แต่ข้าเองยังไม่เคยเห็นยายเฒ่าแสดงอาการเช่นนั้น”เวลานี้เองแม้แต่คนที่ออกปากห้ามยังคิ้วขมวดเมื่อนึกย้อนไปถึงเวลาเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อนยายเฒ่าที่ปกติแล้วเย่อหยิ่งเอาแต่ใจจนบางครั้งยังส่งผลไปถึงการรักษาที่ล่าช้าอาการเอาแต่ใจนี้แม้แต่จักรพรรดิัครั้งที่าเ็สาหัสก็ยังไม่เว้น
ทว่าเมื่อไม่กี่นานก่อนทันทีที่เจอกับทาเนียสตรีท้องแก่เต็มที อาการเอาแต่ใจก็กำลังจะถูกขัดออกมาใช้ทว่าเพียงปลายตามองของยายเฒ่าแล้วกลับตื่นตะลึงจนตาเบิกกว้างและพาเอาบรรยากาศรอบข้างขึ้นมาจริงจังจนน่าอึดอัน
เป็ครั้งแรกในสายตาของเคและทิมบาที่ยายเฒ่าแสดงออกการออกมาเช่นนั้นและประกาศให้จักรพรรดินีโลหิต์เข้าการรักษาของนางโดยทันทีกระทั้งก่อนรักษายังประกาศลั่นนอกจากสาวใช้คนสนิทเพียงหยิบมือและเซซิเลียภรรยาของทิมบาแล้วไม่ว่าผู้ใดมิอาจก้าวเข้ามาในตัวบ้านได้แม้เพียงสักก้าว
การแสดงออกมาของยายเฒ่าเมจีนบุคคลที่มันในฐานะจักรพรรดิัให้ความเคารพเทียมบิดามารดานับถือนางเป็ญาติผู้ใหญ่อย่างออกหน้าและยังเป็แพทย์ที่เก่งที่สุดเพียงหนึ่งเดียวที่มันรู้จักกลับแสดงออกเช่นนี้ชัดเจนแล้วว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ยํ่าแย่จนไม่วางใจพลันพาเคร่วงหล่นจากสภาวะผู้นำกลายสภาพเป็บุคคลโง่งมตัวหนึ่งได้อย่างไม่ยากเย็น
กาลเวลาได้ไหลไปอย่างรวดเร็วทว่าในความรู้สึกของคนกำลังจะเป็พ่อคนแล้ว….ช้าจนเวลาแทบจะหยุดนิ่ง 1 นาทีของมันแทบจะยาวนานเป็เดือนและเวลาผ่านได้ราวชั่วโมงกว่าๆจักรพรรดิัก็ราวกลับรู้สึกว่าตัวเองแก่ขึ้นเป็ปีๆอย่างใดอย่างนั้น
ในวงวนของเวลาและการรอคอยตลอดเวลาทุกสิ่งภายนอกรอบตัวกลับเงียบสงัดเป็ป่าสากไม่ว่าจะเป็สาวใช้ราวกับไปถึงแม่ทัพผู้เกียงไกรทั้งสองยังพยายามไม่ส่งเสียงแม้แต่หายใจบางครั้งก็ยังไม่กล้าราวกับกลัวว่าเสียงของตนจะดังเกินไปและส่งผลกระทบต่อการรักษา
แง้…….แง้…….แง้
แต่ราวความเงียบสงบที่พวกมันรักษามาตลอดก็ถูกทำลายลงอย่างกระทันหันใบหน้าของคนทุกคนรอคอยพลันตื่นตะลึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเวลานั้นพวกมันพยายามคิดจะเข้าไปยังตัวบ้านเพื่อตามดูอาการที่เกิดขึ้นแต่อีกจิตใจหนึ่งของพวกมันก็ร้องห้ามตัวเองเอาไว้อย่างยากเย็นหากยายเฒ่าเมจีนไม่เดินออกมา
“เสียงนี้?”เคผู้นำตระกูลชาฮานพึมพำกลับตัวเองในใจและก่อเกิดเป็ความยินดีนับไม่ถ้วนที่มีให้กับเ้าของเสียงที่ร้องออกมาอย่างไร้เดียงสาแต่ความอีกใจแม้เพียงเศษเสี้ยวก็ยังคิดตำหนิเ้าของเสียงนี้ไปด้วยเช่นกัน
ตลอดระยะเวลาที่มันรอคอย….ครั้งแล้วครั้งเล่าที่มันคิดว่าตัวเองทำตัวเยี่ยงโตโง่งมตัวหนึ่งกระทั่งแม้แต่ความคิดตลอดมาทั้งชีวิตยังไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำตัวน่าอับอายได้ถึงเพียงนี้กระทั้งฝันอยู่…...เหอะจักรพรรดิัผู้เปี่ยมอำนาจหากกระทำการคล้ายตัวโง่งมเข้าอย่างเต็มประดารู้ถึงไหนก็อายถึงนั่นแล้ว
แง้…….แง้…….แง้
เสียงร้องของเด็กยังคงดังอย่างแต่เนื่องและแล้วร่างๆหนึ่งก็เดินออกมาท่ามกลางท่ามกลางบรรากาศที่ตลบอบอวนไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย...เป็ยายเฒ่าเมจีนที่เดินออกมาด้วยสภาพที่แปลกตาออกไป
นางคือสตรีคล้ายวัยสามสิบปลายๆแต่ยังคงงดงามแม้ไม่มากจนล่มเมืองแต่เสน่ห์ชวนลุ่มหลงกลับเกินกว่าชายใดจะต้านทานประกอบกับทรวดทรงที่ดูบอบบางส่วนโค้งเว้ายังดูชัดเจนยิ่งมายิ่งเปรี่ยมไปด้วยอำนาจแห่งมนเสน่ห์ชัดแล้วว่าสตรีนางนี้ต้องมานางมารตนหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
ไหนละร่างแก่ชราผลขาวเต็มไปด้วยรอบเหี่ยวย่น?....หรือจะเป็ศัตรู คำถามนี้แทบจะทำให้เหล่าสาวใช้พลันตื่นพร้อมขึ้นอย่างกระทันหันแต่หากไม่ได้รับคำสั่งจากผู้เป็นายไม่มีทางที่พวกนางจะลงมือโดยเด็ดขาด
“เสร็จเรียบร้อยแล้วเ้าหนูั”นํ้าเสียงเปรี่ยมอารมที่ปกติดูยั่วยวนชวนลุ่มหลงเวลานี้กลับอ่อนแรงจนลมแทบจับแล้วนั่นกลับไม่ทำให้น่าใเท่ากับคำว่า “เ้าหนูั” เพราะไม่แน่ว่าตลอดเวลาทั้งชีวิตของเคบุคคลที่ยังกล้าเรียกมันเช่นนี้และยังมีชีวิตอยู่ได้นับได้ว่าน้อยยิ่งกว่าน้อย
“ลำบากถึงขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือ?”ไม่เพียงแต่ไม่ติดความอันใดกับคำเรียกของสตรีตรงหน้ากระทั้งยินยอมให้นางเรียกเช่นนั้นอย่างไม่รู้สึกถึงความเสียเกียรติอันใดและคำพูดห้าวหานของเคยังดูน่าเกรงขามเช่นเคยแต่ต่อหน้านางมารตรงหน้ากลับเจือไปด้วยความเคารพอยู่หลายส่วน
“อืม...ลำบากถึงเพียงนั้นคิดดีแล้วจริงๆที่เรียกให้ข้ามารักษาอาการของนาง”ยายเฒ่าไม่สิสตรีมารร้ายตรงหน้าคลายยิ่งกล่าวยิ่งอ่อนโทรมอย่างเห็นได้ชัด“เอาละจัดเตรียมห้องสงบให้ข้าแล้วรีบเข้าไปดูนางได้แล้ว”
“เข้าใจแล้ว”เครีบกล่าวตอบอย่างรวดเร็วอย่างไรเสียมันก็้าจะเข้าไปดูอาการของภรรยาและลูกตัวเองให้เร็วที่สุดและเพียงพริบตาต่อมาการสนทนาของทั้งคู่ก็จบลงและกำลังจะแยกย้ายกันไปแล้วนํ้าเสียงของยายเฒ่าเมจีนที่ประกาศว่ามิอาจนำเื่ทั้งหมดในวันนี้ออกไปเผยแพร่ต่อได้ที่ไหน
ขณะที่หนึ่งกลุ่มคนที่กำลังเข้าไปและหนึ่งกลุ่มคนที่กำลังเดินออกมาระหว่างที่กำลังเดินสวนกันยายเฒ่าเมจีนก็จ้องมองไปยังทิมบาอย่างเพ่งพิจารณาจนหัวหน้าัผู้พิทักษ์อย่างทิมบาถึงกับเสียวสันหลังวูบแต่ก็เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นก่อนที่จะแยกกันอย่างสมบูรณ์
“นางจ้องมองข้ามีอะไรหรือเปล่า?”ทิมบากระซิบถามกับเคอย่างสงสัยแต่เคที่เวลานี้แทบจะไม่สนใจสิ่งใดเอาแต่คิดถึงบุคคลด้านในก็ไม่ปฏิเสธให้คำตอบไม่ได้จึงเอาแต่ส่ายหน้าไปมาทว่าเอาจริงแล้วต่อให้มันนั่งคิดพิจารณาเพียงก็ไม่สามารถให้คำตอบได้อย่างแน่นอนจะอย่างไรเสียเมจีนที่เดินจากไปก็คาดเดายากจนน่าประหลาดใจอยู่แล้ว
ใช้เวลาไม่นานไม่สิแทบจะไม่ต้องนับเป็เวลาด้วยซํ้าที่พวกเขารีบเดินเข้ามในห้องที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหากอารมเผยร่างทรุดโทรมของสตรีที่นอนอยู่อย่างนิ่งสงบและสังเกตดูดีๆแล้วดวงตาของนางดูไปคล้ายอ่อนกำลังอยากจะปิดทุกเมื่อ
ไม่ยากจะคิดเลยว่านางกำลังใช้แรงใจมากขนาดไหนถึงผ่านการักษาที่ขนาดยายเฒ่าเมจีนต้องละทิ้งสภาวะแก่ชราสู่ร่างปกติเพื่อทำการรักษาเพราะจะอย่างไรในความมคิดของหญิงชราตรงหน้าดูเหมือนว่านางจะต้องทุ่มเต็มกำลัง
“ยังจะทนอยู่อีกหรือ?”คำพูดจากปากเคดังออกมาพลันให้ความรู้สึกอบอุ่นมากที่สุดในโลก สำหรับนางแล้วชีวิตนี้ดูเหมือนจะสำเร็จไปแล้วอีกหนึ่งภารกิจและตอนนี้ไหนเลยนางจะหลับตาลงได้….ขอแค่ให้ได้อยู่กันพร้อมหน้าก่อน แค่พร้อมหน้ากันใน่เวลาที่บุตรชายของนางเกิดมาก็พอ
“ข้าเก่งหรือไม่?”คำพูดที่แทบจะกล่าวออกมาไม่จบประโยคได้ดังสะทานเข้ากรีดใจผู้ฟังทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้นได้ยิ่งนักจนหลายคนแทบจะกั้นนํ้าตาตัวเองไม่อยู่ในสายตาของทุกคนที่อยู่ที่นี่ตลอดชีวิตไม่คิดเลยว่าการให้กำเนิดบุตรสักคนหนึ่งจะยากถึงเพียงนี้
แต่นั่นก็เพราะกรณีของทาเนียนับเป็ข้อยกเว้นที่ดูอันตรายจนเกินกว่าการคลอดบุตรของคนอื่นไปไกลลิบและยิ่งคนที่ไม่เคยอยู่ในกระบวนการทำคลอดตัวเองด้วยแล้วนี่จะต้องเป็เหตุการณ์ฝั่งใจชวนให้พวกนางไม่ยากจะมีบุตรอย่างแน่นอนราวกระทั้งเคก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
“เอาละนายหญิงของพวกเ้าไม่เป็อะไรแล้ว”ทิมบาเอ่ยขึ้นอย่างเรียบง่ายอาศัยความเฉลี่ยวฉลาดของพวกนาง...สาวใช้ทั้งย่อมรับรู้ได้โดยพร้อมเพียงและต่างพากันเดินออกไปอย่างทันท่วงที
“เ้าต้องเบามือมิอาจกระทำรุนแรงได้โดยเด็ดขาด”เซซิเรียข่มเสียงเข้มกล่าวยํ้าเตือนเคที่อยู่ตรงหน้าขณะนั้นที่มือนางก็ปรากฏทารกคนหนึ่งกำลังหลับไปนานแล้วเวลานี้แทบไม่อาจแยกคิดได้ว่าจักรพรรดิักับชายตรงหน้าเป็คนเดียวกัน
จักรพรรดิันิ่งเสียงไม่พูดอะไรแต่สายตากลับจ้องมองหูรับฟังคำแนะนำของสตรีท้องแก่ตรงหน้าอย่างจริง….ท่วงท่าที่มันไม่เคยทำมาก่อนทั้งชีวิตบัดนี้ได้ทำครั้งแรกกลับให้ความรู้สึกที่หนักหนากว่าการกวัดแกว่งเพลงง้าวที่ใครต่อใครบอกว่ายากเป็ล้านเท่า
“ถูกต้อง...”เซซิเรียเอ่ยชื่นชมเคด้วยความรู้สึกขบขันจะอย่างไรเสียนี่ก็ไม่ใช่ภาพที่หาดูได้ง่ายๆจากที่ไหน
เมื่อทารกน้อยตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ได้อยู่ในอ้อมอกของมันแล้วไม่มีว่าเพราะเหตุใดทารกตัวน้อยกลับลืมตาขึ้นมาอย่างกระทันหัน….ดวงตาสีแดงฉานของโลหิตที่ดูน่ากลัวแต่ก็ไร้เดียงสาพลันจ้องมองมาที่มันอย่างลดละเพื่อผสานสายตาของมันเข้ากับทารกน้อยแล้วดวงตาเล็กๆกลับทวีความเข้มแข็งขึ้นมาอย่างพิศดาร
ตลอดมาในสนามรบสิ่งที่น่ากลัวที่เป็ที่กล่าวขานของชายผู้นี้แม้จะไม่ใช้อันดับหนึ่งแต่ก็ไม่ถึงอันดับสามอย่างแน่นอนว่าสายตาของมันสามารถสยบคนทั่วหล้าด้วยการกวาดตามองครั้งเดียว ดวงตาสีดำสนิทที่มีเอกลักษณ์ลายัประดับอยู่กระทั้งแม่ทัพศัตรูหากมิใช่คนเก่าชำนาญศึกย่อมถูกกำชับว่ามิอาจมองตาของชายผู้นี้ได้โดยเด็ดขาดฉะนั้นแล้วชัดเจนแล้วว่าสายตาคู่นี้นั้นน่ากลัวถึงเพียงไหน
ทว่านี่กลับเกิดสิ่งใดขึ้นเด็กน้อยผู้นำกำลังจ้องตากับมันอย่างไม่เกรงกลัวแม้ไม่สีดำสนิทเหมือนกันแต่เอกลักษณ์ลายัยังคงทอประกายให้เห็นอย่างเด็นชัดไม่แน่ว่าผสมกับสีแดงฉานเอกลักษณ์จากฝั่งมารดากลับเกิดเป็ความน่าหวาดหวั่นอันแปลกประหลาดแขนงหนึ่งอย่างใดอย่างนั้น
“เ้าตั้งชื่อหรือยัง”เคเอ่ยหันไปถามสตรีที่นอนอยู่
“ท่านพี่ตั้งชื่อเถอะ ตามที่เราตกลงกันไว้”ทาเนียดูเหมือนจะไม่มีแรงอีกแต่ไปแล้วดูเหมือนว่าสมาธิอันแข็งแกร่งของนางจะเดินทางมาสุดความสามารถแล้วและภาพตรงหน้าเองก็เดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่างแต่ทั้งหมดก็สมใจนางแล้วเหมือนกัน
“ได้ ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้เขาชื่อว่า โค”เคเอ่ยนํ้าเสียงหนักแน่นแต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยนอย่างหาที่สุดทว่าเมื่อหันกลับไปมองทาเนียแล้วนางกลับเบิกตาใจนดูตลกก่อนคลี่ยิ้มแย้มอย่างที่เคยเป็มา
“ท่านช่างรู้วิธีการเอาใจข้ายิ่งนัก โค อย่างนั้นหรอ”ดูเหมือนว่านางจะทนไม่ไหวโดยสมบูรณ์แล้วและเมื่อเคเห็นดังนั้นก็รีบเข้าไปประคองหัวนางไว้ไม่ให้ตกจากหมอนก่อนที่นางจะหลับไปจนคงเอ่ยกระซิบกับเขาที่ได้ยินกันแค่สองคนว่า“ขอบคุณท่านพี่”
โค ชื่อนี้ใช่ชื่อที่เคคิดเองซะที่ไหนเป็นางต่างหากที่เป็คนคิดขึ้นมาก่อนทั้งคู่จะหยอกล้อกันจนเกิดมีปากเสียงขึ้นเล็กๆฉะนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาพวกเขาจึงตกลงกันว่าหากเป็ผู้ชายเคจะได้สิทธิ์ในการตั้งชื่อแต่ถ้าหากเป็ผู้หญิงแล้วก็จะเป็นางที่เป็คนต้องชื่อ
ด้วยเหตุนี้เื่ทั้งหมดจึงจบลงด้วยดีแม้แต่นางเมื่อเห็นบุตรชายก็ลืมเื่การตั้งชื่อไปนานแล้วไม่คิดว่าเพราะอะไรจู่ๆจึงเกิดนึกตลกเอาชื่อที่นางพูดมาเป็ชื่อแรกมาตั้งชื่อบุตรชายเสียอย่างนั้น….นี่ถ้าไม่เรียกว่าเป็การเอาใจจะให้เรียกว่าอย่างไรได้อีก
อ่อ...อันที่จริงหรือจะแค่ว่าตัวเองกำลังรู้สึกถูกแย่งความรักหรืออย่างไร?...จึงคิดประจบเอาใจนางเช่นนี้
เมื่อหลับลงโดยสมบูรณ์ไปแล้วร่างของเคก็แน่นิ่งจนสงบไร้การเคลื่อนไหวใดๆต่อไปทว่าสายตากับจ้องมองไปยังทุกคนบอกเป็นัยว่า ให้กลับไปได้แล้ว
จบ.
สำหรับตอนที่ 1 นี้ไรท์ได้ทำการรีไรต์ทั้งตอนใหม่ทั้งหมดเลยนะครับเพราะเป็นิยายที่ไรท์ได้แต่งไว้นานแล้วพอตอนนี้กลับมาดูก็เลยเกิดความไม่สมเหตุสมผลมากมายสำหรับตอนอื่นไรท์ก็อยากจะมารีไรต์แต่ก็ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไรที่ตั้งใจไว้ก็น่าจะเป็อาทิตย์ละตอนหรือสองตอนครับเพราะต้องลงตอนใหม่ๆด้วย ส่วนเื่ติดหัวใจนับจากนี้ไปประมาณ 50 ตอนไรท์จะไม่เก็บหัวใจนะแต่ที่เห็นติดอยู่ก่อน 50 ตอนนี้ก็รู้ได้เลยว่าไรท์ติดเอาไว้ตั้งนานแล้ว(ไม่รู้ว่าแก้ได้หรือเปล่า?)
ยังก็ขอบคุณสำหรับการติดตามและมาอ่านนิยายของไรท์กันนะครับถ้ามีอะไรไม่ดีก็บอกกันได้นะครับแต่่แรกๆก็ทนอ่านความไม่สมเหตุสมผลของไรท์ไปก่อนนะเดี๋ยวหลังๆไรท์คิดว่าก็น่าจะสนุกขึ้นเองจากตอนใหม่ๆที่ไรท์เขียนในตอนปัจจุบัน