9 1-2
ตอนที่16 ถึงคราวจากลา
ฮ่าวกั๋วฉิงลูบท้ายทอยติดประหม่าเล็กน้อย พร้อมเอ่ยถามยิ้มๆว่า
“คุณคือสหายซูใช่มั้ยล่ะครับ? ก็คุณเป็ว่าที่ภรรยาของลูกพี่เซิ่งเต๋าอันไม่ใช่เหรอ?”
เซิ่งเต๋าอันนี่เอง~
ซูหนี่กุมจับหน้าอกพร้อมถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“ฮ่าฮ่า…จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”
ซูหนี่กระแอมไอแห้งอยู่สามสามครั้ง ก่อนจะพยักหน้าอย่างว่องไว
แลเห็นท่าทางใสซื่อไร้พิษภัยของเธอ ฮ่าวกั๋วฉิงก็หัวเราะเสียงเบา
“เซิ่งเต๋าอันเป็ลูกพี่ผมเองครับ ก่อนจะกลับกองทัพไป เขาได้ฝากฝังให้ผมคอยช่วยดูแลคุณแทนน่ะครับ เห็นว่าครั้งนี้เขาจะรายงานเื่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคุณให้ผู้บัญชาการทราบโดยตรง เพราะฉะนั้น พี่สะใภ้หมดห่วงได้เลยครับ”
รายงาน?
ซูหนี่ใสุดขีด!
เดี๋ยวก่อนนะ ถ้านำเื่ของเขากับเธอไปรายงานจริงๆ ในภายภาคหน้า หากเซิ่งเต๋าอัน ดาวร้ายประจำนิยายเื่นี้เกิดชะตาขาดขึ้นมา ไม่ใช่ว่าตัวเธอจะต้องติดร่างแหซวยไปด้วยหรอกเหรอ?!
เซิ่งเต๋าอันเป็ทหารนี่นา เธอมองข้ามเื่สำคัญขนาดนี้ไปได้ยังไงกัน?!
ดูท่าหลายสิ่งหลายอย่างที่เคยวางแผนไว้ เธอคงจะคิดตื้นเขินจนเกินไป
ฮ่าวกั๋วฉิงลดศีรษะทายทักเธออีกครั้งด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย จากนั้นจึงรีบพูดขึ้นว่า
“พี่สะใภ้ ไว้ค่อยคุยกันหลังเลิกงานนะครับ ผมต้องขอตัวไปจัดการเื่ต่างๆในสถานีตำรวจก่อน”
คล้อยหลังที่พูดจบ เขาก็เร่งหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ จัดการเขียนหมายเลขโทรศัพท์ของตน แล้วส่งให้ซูหนี่อย่างรวดเร็ว
“พี่สะใภ้ นี่เป็เบอร์โทรศัพท์ของผมเองครับ รับไว้สิ ลูกพี่ของผมกลับไปศูนย์ใหญ่ครั้งนี้ดูท่าจะงานยุ่งน่าดู คงติดต่อเขาไม่ได้อีกพักใหญ่เลยล่ะ ถ้าระหว่างนี้้าความช่วยเหลืออะไร ผมจะคอยเป็ธุระจัดการให้แทนเองนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ คนสำคัญของลูกพี่เซิ่งก็คือคนสำคัญของผมเช่นกัน”
ซูหนี่รับไว้ไม่ขอเกรงใจ อีกทั้งยังเอ่ยขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ
แม้จะเพิ่งพบเจอกันครั้งแรก แต่ซูหนี่ก็สามารถพูดได้เต็มปากว่า ผู้ชายคนนี้มีนิสัยซื่อตรงรักพี่รักน้อง และค่อนข้างเข้ากับเธอได้ง่ายทีเดียว
แม้ว่าพรุ่งนี้เธอจะต้องเดินทางออกจากหมู่บ้านหยุนเฉิงแล้ว แต่ที่นี่ก็ยังมีทั้งนางเอกทั้งคนสกุลกู่อยู่กันครบถ้วน การจะมีสายลับสักคนอยู่ที่นี่ คอยเฝ้าจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของคนเ่าั้ให้ย่อมดีกว่าเห็นๆ
เ้าของร่างเดิมไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์ใดๆกับผู้คนในหยุนเฉิงเลย ฉะนั้น การจะปั้นให้ฮ่าวกั๋วฉิงมาเป็สายให้กับเธอจึงไม่ใช่เื่ยากเย็นอะไร
“รบกวนสหายฮ่าวแล้ว กลับไปทำงานต่อเถอะค่ะ ฉันเองก็ต้องกลับบ้านแล้วเหมือนกัน”
หลังจากพูดจบ เธอก็ยกเท้าก้าวฉับเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ฮ่าวกั๋วฉิงเฝ้ามองแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจากไป ลอบพยักหน้ากับตัวเองอย่างเงียบๆ รูปร่างหน้าตาของเธอคนนี้นับว่าไม่เลว ถึงแม้ตอนนี้จะดูซูบผอมไปซะหน่อย แต่ถ้าหันมาดูแลตัวเองขึ้นอีกสักนิด รับรองได้เลยว่า เื่ความสวยนั้นกระทั่งกู่หวานหวานก็ยังเทียบเธอคนนี้ไม่ติด! สมแล้วที่จะมาเป็ภรรยาในอนาคตของลูกพี่เซิ่ง
ติดอยู่เพียงอย่างเดียว เนื้อแท้ของผู้หญิงคนนี้เป็อย่างไรกันแน่?
วีรกรรมของคนสกุลกู่ทั้งสามที่ทำลงไปในวันนี้ มันยังไม่ชัดเจนพอสำหรับเขาอีกเหรอ?
นับว่ายังดีที่เธอคนนี้เป็เพียงลูกบุญธรรมของตระกูลนั่น แต่จะดีอย่างที่ลูกพี่เซิ่งพูดไว้จริงๆน่ะเหรอ?
แต่ก็เอาเถอะ เบอร์โทรศัพท์ก็ให้ไปแล้ว มีอะไรเธอคงจะโทรติดต่อมาเองล่ะ เขาหวังว่าจะใช้โอกาสนี้ช่วยลูกพี่เซิ่งสำรวจหญิงสาวคนนี้อีกแรง ว่าเธอคนนี้แท้จริงแล้วมีอุปนิสัยอย่างไรกันแน่
ลูกพี่เซิ่งกำลังอยู่ใน่เวลายากลำบากครั้งใหญ่ของชีวิต ในฐานะลูกพี่กับลูกน้อง เขาย่อมเต็มใจยื่นมือช่วยเหลืออย่างสุดกำลังเป็ธรรมดา
ครุ่นคิดกับตัวเองอยู่พักใหญ่ ฮ่าวกั๋วฉิงจึงค่อยหันหลังกลับเข้าไปในสถานีตำรวจ
กู่หวานหวานกับพี่หลงยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่า คนหนึ่งแค่เดินผ่านไปซื้อไข่แถวนั้น ส่วนอีกคนก็มาซื้อน้ำปลาให้เมีย สุดท้ายมีแต่คำให้การบ่ายเบี่ยง ต่างคนต่างไม่ยอมรับในความผิดของตัวเอง
อีกด้านหนึ่ง
เมื่อซูหนี่กลับมาถึงบ้าน เธอก็เห็นกู่กัวเฉิงกำลังนั่งเอาโทรศัพท์จ่อหูไม่ห่าง ด้วยสภาพสีหน้าเคร่งเครียดอย่างมาก เขากำลังรอคอยเสียงเชื่อมต่อปลายสายอย่างใจจดใจจ่อ
ข้างเคียงไม่ห่างกัน หลัวจุนฮวาก็เอาแต่แหกปากโวยวาย สักแต่จะระบายอารมณ์ไร้สาระแก่นสารของตนออกมา นั่นยิ่งทำให้อีกคนที่นั่งข้างๆมีสีหน้ามืดทมิฬมากขึ้นไปใหญ่
ซูหนี่ปรายตามองอยู่สองสามที ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปที่ห้องใต้หลังคาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ทันใดนั้นเอง หลัวจุนฮวาก็เงยหน้าขึ้นตวาดด่าเสียงดังไล่หลัง
“นังเด็กเวร! หวานหวานน้องสาวของแกจะติดคุกติดตารางอยู่แล้ว! แกยังจะตีหน้าเซ่อเดินขึ้นห้องนอนทำเป็ทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้! ทำไมกันนะ ทำไมกัน! ทำไมถึงไม่เป็แกที่ติดคุกแทนลูกสาวของฉัน! คนสันดานชั่วช้าอย่างแกสมควรที่จะอยู่ในนั้นมากกว่าอีก!!”
กู่กัวเฉิงสุดจะทนแล้วเช่นกัน กลอกตาพร้อมหันไปตวาดใส่คนเป็ภรรยาด้วยท่าทางเ็า
“หนวกหู! เมื่อไหร่แกจะหุบปากซะที!!”
นังเมียหน้าโง่บัดซบนี่มันขยะชัดๆ! วันๆนอกจากจะแหกปากด่าคนอื่นแล้ว ก็หาประโยชน์อะไรไม่ได้สักอย่าง! ยิ่งในสถานการณ์ของครอบครัวตอนนี้ ที่กำลังถูกเพ่งเล็งทั้งจากทางตำรวจและทหารแบบนี้ แทนที่จะรู้จักระมัดระวังตัวให้มากขึ้น นังเมียหน้าโง่ของเขากลับยิ่งปากหมาส่งเสียเห่าหอนไม่มีหยุดหย่อน!
หากวันหนึ่งเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา เขาจะเล่นงานนังนี่ให้ตายเลยคอยดู!
แต่ถึงกระนั้น เมื่อเห็นซูหนี่หนีหายขึ้นบันไดไป กู่กัวเฉิงก็ลอบกัดฟัดกรอดครุ่นนึกกับตัวเองพร้อมความคิดสุดชั่วร้าย ‘หึ ส่วนแกก็อีกคน ทำตัวอวดเก่งดีนักนะ จัดการปัญหาตรงนี้เสร็จเมื่อไหร่ แกเตรียมเป็รายต่อไปได้เลย! เดี๋ยวฉันจะสงเคราะห์ให้แกได้ไปเจอหน้าพ่อแม่ตัวเองในนรก!’
ซูหนี่ไม่อยากจะมีส่วนข้องเกี่ยวใดๆกับครอบครัวสกุลกู่อีกต่อไป ที่น่ากังวลก็คือ ยิ่งเธอยังอยู่ร่วมกับคนพวกนี้นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสี่ยงเป็อันตรายถึงชีวิตมากขึ้นเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เอง เธอจึงเอาแต่เก็บตัวอยู่ภายในห้องใต้หลังคาตลอดทั้งคืน และไม่กลับลงมาอีกเลย
ถึงเวลารับประทานอาหาร เธอนำของว่างภายในห้วงมิติพื้นที่ออกมากินแก้หิว และดื่มน้ำพุแห่งจิติญญาไปไปพลางๆด้วยความเอร็ดอร่อย
กระทั่งเช้าของวันรุ่งขึ้น
ซูหนี่นั่งสอดแนมสังเกตสังเกตการณ์อยู่ที่ขั้นบันไดบนสุด แอบฟังข่าวคราวการเคลื่อนไหวอย่างเงียบงัน
กู่กัวเฉิงออกไปสูดอากาศบริสุทธ์ยามเช้าข้างนอก เพื่อตั้งหลักหาทางช่วยเหลือลูกสาวตัวเองต่อไป
เพราะท้ายสุดแล้ว กู่หวานหวานก็คือลูกสาวที่เชิดหน้าชูตาของเขา และเธอก็ยังเป็หนึ่งในหมากตัวสำคัญบนกระดานแผนการของเขาในอนาคตด้วย ดังนั้น เขาจะมาเสียเธอไปในตอนนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!
ตัดมาที่หลัวจุนฮวา แม้เธอจะไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่สุดท้ายก็ถูกผู้เป็สามีบังคับให้ออกไปทำงานตามปกติั้แ่เช้าเช่นกัน
นั่นเท่ากับว่า ภายในบ้านตอนนี้โล่งปลอดโปร่งปราศจากคนคุม! ซูหนี่ถึงกับยิ้มหวาน กวาดข้าวของทั้งหมดที่มีในห้องครัวจนสะอาดเอี่ยม ภายในห้วงมิติพื้นที่ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยถาดไข่ไก่ นม แป้งและน้ำตาล ซ้อนทับจัดเรียงเป็ชั้นๆอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย กระทั่งเกลือแกงสักถุงยังไม่เหลือติดครัวไว้ให้ใช้
หลังจากกวาดข้าวของภายในห้องครัวจนเกลี้ยงแล้ว เป้าหมายต่อไปของซูหนี่ก็คือห้องนอนของกู่กัวเฉิง หยุดยืนที่หน้าประตูเล็กน้อย รอยยิ้มกว้างฉีกปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาว
แต่ทว่า ยังไม่ทันได้หมุนลูกบิดเปิดเข้าไปด้านในแต่อย่างใด เธอก็พลันต้องชะงักฝีเท้าหยุดทุกการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน