ตอนที่ 10 : รอยนิ้วมือปลอม
รุ่งเช้าของวันที่สอง อากาศในหมู่บ้านยังเย็นจัดจนไอขาวลอยออกมาทุกครั้งที่หายใจ
หลินซูเหยาลืมตาตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง
เธอเข้าไปในห้างตามกิจวัตร อาบน้ำ เปลี่ยนผ้าพันแผล กินโจ๊กร้อนกับไข่ต้มครึ่งฟอง ก่อนกินยาตามเวลา
อาการาเ็ดีขึ้นกว่าวันก่อน แต่ร่างกายยังอ่อนแรง หากเดินไกลเกินไปคงเหนื่อยง่าย
วันนี้เธอจึงเลือกสวมเสื้อผ้าตัวเดิมที่ซีดเก่า เพียงซักให้สะอาดและตากแห้งในห้างเมื่อคืน
ไม่มีเหตุผลต้องทำให้ตัวเองดูแข็งแรงกว่าความจริง
...
สำนักงานกองการผลิตตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน เป็อาคารดินชั้นเดียว หลังคากระเบื้องสีหม่น ด้านหน้ามีเสาธงและกระดานประกาศซึ่งเต็มไปด้วยตารางคะแนนแรงงานประจำเดือน
ชาวบ้านหลายคนกำลังต่อแถวส่งรายชื่องานของวัน
เมื่อเห็นหลินซูเหยาเดินเข้ามา บทสนทนาหลายวงก็เงียบลง
บางคนมองเธอด้วยความเห็นใจ
บางคนรีบหลบสายตา
ไม่มีใครเดินเข้ามาทัก
เธอทำเหมือนไม่รับรู้ เดินตรงไปยังโต๊ะไม้ยาวด้านใน
ชายวัยสี่สิบกว่าเงยหน้าจากสมุดบัญชี
"มีธุระอะไร"
หลินซูเหยาหยุดอยู่หน้าโต๊ะ ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ
"สหายคะ ฉันอยากตรวจดูบัญชีเสบียงของตัวเองค่ะ"
อีกฝ่ายชะงัก
"ตรวจทำไม"
"ฉันป่วยมาหลายเดือน จำไม่ได้ว่ายังเหลือสิทธิ์รับอะไรบ้าง พอจะช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ"
คำตอบเรียบง่ายจนไม่มีพิรุธ
ชายคนนั้นมองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดึงสมุดปกแข็งเล่มหนาออกมาจากชั้น
เขาพลิกหน้ากระดาษทีละหน้า
ปลายนิ้วหยุดลงที่ชื่อหนึ่ง
"หลิน...ซูเหยา..."
เขาไล่สายตาตามบรรทัด ก่อนพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
"รับไปแล้วนี่..."
หลินซูเหยาทำเป็ไม่ได้ยิน
"คะ"
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น
"เมื่อวานมีคนมารับข้าวกับคูปองของเธอไปแล้ว"
หลินซูเหยานิ่งไป
เมื่อวาน...
เมื่อวานหลินต้าจวงมัวแต่มาหาเธอเื่หนังสือยกบ้าน
แปลว่า ก่อนหน้านั้นเขาเพิ่งมาที่นี่
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงงุนงง
"แต่เมื่อวานฉันไม่ได้มานี่คะ"
เ้าหน้าที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนก้มกลับไปดูสมุดอีกครั้ง
"อืม...ใช่ ไม่ใช่เธอ"
เขาพูดออกมาตามสัญชาตญาณ
"มีคนรับแทน"
หลินซูเหยากำชายเสื้อไว้เบา ๆ
เธอไม่ได้รีบถามชื่อ
แต่ถามเหมือนคนที่กำลังพยายามทำความเข้าใจ
"รับแทนได้ด้วยหรือคะ"
"ถ้าเป็ญาติหรือคนในครอบครัว..."
เ้าหน้าที่ตอบไปตามสัญชาตญาณ ก่อนชะงัก เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดมากเกินไป
หลินซูเหยาจึงถามต่ออย่างระมัดระวัง
"ถ้าอย่างนั้น...ช่วยให้ฉันดูได้ไหมคะว่าใครเป็คนรับ"
เ้าหน้าที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อเห็นว่าเธอเพียง้าตรวจดูรายการเสบียงของตนเอง ไม่ได้แสดงท่าทีจะโวยวาย เขาจึงหมุนสมุดมาทางเธอเล็กน้อย
หลินซูเหยาก้มลงมอง
บรรทัดนั้นเขียนชื่อ หลินซูเหยา
ด้านหลังเป็รายการข้าว คูปองผ้า และน้ำมัน
ส่วนช่องล่างสุด...
มีรอยนิ้วมือสีแดงประทับอยู่
หลินซูเหยาค่อย ๆ ยกมือของตัวเองขึ้นเทียบโดยไม่ให้ใครสังเกต
แม้ไม่ต้องวัด
เธอก็มองออกทันที
นิ้วโป้งของเ้าของรอยประทับ
ใหญ่กว่าของเธออย่างเห็นได้ชัด
ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย
แต่ใหญ่จนแทบเป็ไปไม่ได้ที่จะเป็นิ้วของเด็กสาวอายุสิบเจ็ดปี
หัวใจเต้นแรงขึ้น
ข้อสงสัยเมื่อคืน
กำลังค่อย ๆ กลายเป็หลักฐาน
เธอสูดลมหายใจ ก่อนเอ่ยเบา ๆ
"สหายคะ..."
"รอยนิ้วมือนี้..."
"เป็ของใครคะ"
คราวนี้สีหน้าของเ้าหน้าที่เปลี่ยนทันที
เขารีบปิดสมุดดัง ปัง
สีหน้าซึ่งเคยผ่อนคลายเมื่อครู่แข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขามองซ้ายมองขวา ราวกับกลัวว่าจะมีใครได้ยินบทสนทนานี้ ก่อนลดเสียงลง
"หนู..."
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง คล้ายกำลังชั่งใจว่าควรพูดต่อหรือไม่
สุดท้ายก็ถอนหายใจเบา ๆ
"เื่ของบ้านหลิน... อย่ายุ่งให้มากนักเลย"
หลินซูเหยาไม่ได้ตอบ
เธอเพียงมองสมุดบัญชีที่ถูกปิดไว้แน่น
เมื่อครู่มันยังเปิดอยู่
แต่ทันทีที่คำถามแตะไปถึงรอยนิ้วมือ
มันก็ถูกปิดลงทันที
เธอค่อย ๆ เงยหน้ามองเ้าหน้าที่ตรงหน้า
อีกฝ่ายไม่ได้แสดงท่าทีเป็ศัตรู
ตรงกันข้าม...
น้ำเสียงเมื่อครู่คล้ายคำเตือนมากกว่าคำขู่
ราวกับกำลังบอกเธอว่า
ยิ่งรู้มาก ก็ยิ่งอันตราย
หลินซูเหยาเม้มริมฝีปาก ก่อนพยักหน้ารับเบา ๆ
"ขอบคุณค่ะ"
เธอไม่ได้ถามอะไรต่อ
แต่ในใจกลับได้คำตอบแล้ว
ในเมื่อทุกคนพยายามไม่ให้เธอเห็นสมุดเล่มนั้น...
ก็แปลว่า
สิ่งที่ถูกซ่อนไว้ ไม่ใช่แค่รอยนิ้วมือเพียงรอยเดียว