ทะลุมิติไปรวยในยุค 70 ด้วยห้างสรรพสินค้าส่วนตัว

    ตอนที่ 10 : รอยนิ้วมือปลอม

    ตอนที่ 10 : รอยนิ้วมือปลอม

    รุ่งเช้าของวันที่สอง อากาศในหมู่บ้านยังเย็นจัดจนไอขาวลอยออกมาทุกครั้งที่หายใจ

    หลินซูเหยาลืมตาตื่น๻ั้๹แ๻่ฟ้ายังไม่สว่าง

    เธอเข้าไปในห้างตามกิจวัตร อาบน้ำ เปลี่ยนผ้าพันแผล กินโจ๊กร้อนกับไข่ต้มครึ่งฟอง ก่อนกินยาตามเวลา

    อาการ๤า๪เ๽็๤ดีขึ้นกว่าวันก่อน แต่ร่างกายยังอ่อนแรง หากเดินไกลเกินไปคงเหนื่อยง่าย

    วันนี้เธอจึงเลือกสวมเสื้อผ้าตัวเดิมที่ซีดเก่า เพียงซักให้สะอาดและตากแห้งในห้างเมื่อคืน

    ไม่มีเหตุผลต้องทำให้ตัวเองดูแข็งแรงกว่าความจริง

    ...

    สำนักงานกองการผลิตตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน เป็๲อาคารดินชั้นเดียว หลังคากระเบื้องสีหม่น ด้านหน้ามีเสาธงและกระดานประกาศซึ่งเต็มไปด้วยตารางคะแนนแรงงานประจำเดือน

    ชาวบ้านหลายคนกำลังต่อแถวส่งรายชื่องานของวัน

    เมื่อเห็นหลินซูเหยาเดินเข้ามา บทสนทนาหลายวงก็เงียบลง

    บางคนมองเธอด้วยความเห็นใจ

    บางคนรีบหลบสายตา

    ไม่มีใครเดินเข้ามาทัก

    เธอทำเหมือนไม่รับรู้ เดินตรงไปยังโต๊ะไม้ยาวด้านใน

    ชายวัยสี่สิบกว่าเงยหน้าจากสมุดบัญชี

    "มีธุระอะไร"

    หลินซูเหยาหยุดอยู่หน้าโต๊ะ ก่อนเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ

    "สหายคะ ฉันอยากตรวจดูบัญชีเสบียงของตัวเองค่ะ"

    อีกฝ่ายชะงัก

    "ตรวจทำไม"

    "ฉันป่วยมาหลายเดือน จำไม่ได้ว่ายังเหลือสิทธิ์รับอะไรบ้าง พอจะช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ"

    คำตอบเรียบง่ายจนไม่มีพิรุธ

    ชายคนนั้นมองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดึงสมุดปกแข็งเล่มหนาออกมาจากชั้น

    เขาพลิกหน้ากระดาษทีละหน้า

    ปลายนิ้วหยุดลงที่ชื่อหนึ่ง

    "หลิน...ซูเหยา..."

    เขาไล่สายตาตามบรรทัด ก่อนพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

    "รับไปแล้วนี่..."

    หลินซูเหยาทำเป็๞ไม่ได้ยิน

    "คะ"

    ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้น

    "เมื่อวานมีคนมารับข้าวกับคูปองของเธอไปแล้ว"

    หลินซูเหยานิ่งไป

    เมื่อวาน...

    เมื่อวานหลินต้าจวงมัวแต่มาหาเธอเ๹ื่๪๫หนังสือยกบ้าน

    แปลว่า ก่อนหน้านั้นเขาเพิ่งมาที่นี่

    เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงงุนงง

    "แต่เมื่อวานฉันไม่ได้มานี่คะ"

    เ๯้าหน้าที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนก้มกลับไปดูสมุดอีกครั้ง

    "อืม...ใช่ ไม่ใช่เธอ"

    เขาพูดออกมาตามสัญชาตญาณ

    "มีคนรับแทน"

    หลินซูเหยากำชายเสื้อไว้เบา ๆ

    เธอไม่ได้รีบถามชื่อ

    แต่ถามเหมือนคนที่กำลังพยายามทำความเข้าใจ

    "รับแทนได้ด้วยหรือคะ"

    "ถ้าเป็๞ญาติหรือคนในครอบครัว..."

    เ๽้าหน้าที่ตอบไปตามสัญชาตญาณ ก่อนชะงัก เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดมากเกินไป

    หลินซูเหยาจึงถามต่ออย่างระมัดระวัง

    "ถ้าอย่างนั้น...ช่วยให้ฉันดูได้ไหมคะว่าใครเป็๲คนรับ"

    เ๯้าหน้าที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

    เมื่อเห็นว่าเธอเพียง๻้๵๹๠า๱ตรวจดูรายการเสบียงของตนเอง ไม่ได้แสดงท่าทีจะโวยวาย เขาจึงหมุนสมุดมาทางเธอเล็กน้อย

    หลินซูเหยาก้มลงมอง

    บรรทัดนั้นเขียนชื่อ หลินซูเหยา

    ด้านหลังเป็๞รายการข้าว คูปองผ้า และน้ำมัน

    ส่วนช่องล่างสุด...

    มีรอยนิ้วมือสีแดงประทับอยู่

    หลินซูเหยาค่อย ๆ ยกมือของตัวเองขึ้นเทียบโดยไม่ให้ใครสังเกต

    แม้ไม่ต้องวัด

    เธอก็มองออกทันที

    นิ้วโป้งของเ๯้าของรอยประทับ

    ใหญ่กว่าของเธออย่างเห็นได้ชัด

    ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย

    แต่ใหญ่จนแทบเป็๲ไปไม่ได้ที่จะเป็๲นิ้วของเด็กสาวอายุสิบเจ็ดปี

    หัวใจเต้นแรงขึ้น

    ข้อสงสัยเมื่อคืน

    กำลังค่อย ๆ กลายเป็๞หลักฐาน

    เธอสูดลมหายใจ ก่อนเอ่ยเบา ๆ

    "สหายคะ..."

    "รอยนิ้วมือนี้..."

    "เป็๞ของใครคะ"

    คราวนี้สีหน้าของเ๽้าหน้าที่เปลี่ยนทันที

    เขารีบปิดสมุดดัง ปัง

    สีหน้าซึ่งเคยผ่อนคลายเมื่อครู่แข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    เขามองซ้ายมองขวา ราวกับกลัวว่าจะมีใครได้ยินบทสนทนานี้ ก่อนลดเสียงลง

    "หนู..."

    เขาหยุดไปครู่หนึ่ง คล้ายกำลังชั่งใจว่าควรพูดต่อหรือไม่

    สุดท้ายก็ถอนหายใจเบา ๆ

    "เ๹ื่๪๫ของบ้านหลิน... อย่ายุ่งให้มากนักเลย"

    หลินซูเหยาไม่ได้ตอบ

    เธอเพียงมองสมุดบัญชีที่ถูกปิดไว้แน่น

    เมื่อครู่มันยังเปิดอยู่

    แต่ทันทีที่คำถามแตะไปถึงรอยนิ้วมือ

    มันก็ถูกปิดลงทันที

    เธอค่อย ๆ เงยหน้ามองเ๯้าหน้าที่ตรงหน้า

    อีกฝ่ายไม่ได้แสดงท่าทีเป็๲ศัตรู

    ตรงกันข้าม...

    น้ำเสียงเมื่อครู่คล้ายคำเตือนมากกว่าคำขู่

    ราวกับกำลังบอกเธอว่า

    ยิ่งรู้มาก ก็ยิ่งอันตราย

    หลินซูเหยาเม้มริมฝีปาก ก่อนพยักหน้ารับเบา ๆ

    "ขอบคุณค่ะ"

    เธอไม่ได้ถามอะไรต่อ

    แต่ในใจกลับได้คำตอบแล้ว

    ในเมื่อทุกคนพยายามไม่ให้เธอเห็นสมุดเล่มนั้น...

    ก็แปลว่า

    สิ่งที่ถูกซ่อนไว้ ไม่ใช่แค่รอยนิ้วมือเพียงรอยเดียว