“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 35 ตัดสินใจบอก อ.เอกตรงๆ

    แพรตัดสินใจพูดกับพี่เอกตรงๆเพราะไม่อยากให้ความหวัง

    "คือ.. หนูมีคนในใจแล้วค่ะ หนูไม่อยากให้ความหวังใคร หนูขอโทษนะคะ"


    พี่เอกที่ยืนรออยู่ข้างรถ หน้าตาเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้นจากปากแพร  

    รอยยิ้มหวาน ๆ หายวับ ความผิดหวังผสมโมโหฉายชัดในตา 

    เขาก้าวเข้ามาใกล้แพรเร็วมากจนแพรถอยหลังไม่ได้ทัน


    “มีคนในใจแล้ว... เหรอครับ?”  

    เสียงเขาต่ำลง แต่แฝงความกดดัน 

    “แพรพูดแบบนี้... พี่เสียใจนะ แต่พี่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก”


    แพรยังไม่ทันพูดอะไรต่อ พี่เอกเอื้อมมือไปคว้าแขนแพรแน่น 

    แล้วดึงกระชากแรงจนแพรเซไปข้างหน้า  

    “ขึ้นรถก่อน พี่จะคุยกับแพรให้จบเ๹ื่๪๫นี้เดี๋ยวนี้เลย!”


    แพรสะดุ้ง๻๷ใ๯ พยายามดึงแขนกลับ แต่พี่เอกจับแน่นมากกว่าเดิม ดึงแพรไปทางประตูรถฝั่งผู้โดยสารที่เปิดค้างไว้  

    “พี่เอก... ปล่อยหนูนะคะ!”  

    เสียงแพรสั่น แต่พี่เอกไม่ฟัง กระชากแพรให้เข้าใกล้รถมากขึ้นอีก


    ตอนนั้นเอง  

    เสียงประตูรถ SUV สีเทาเข้ม ของพี่กรเปิดออกและปิดดังลั่น  

    พี่กรลงจากรถด้วยความเร็วที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ใบหน้าเครียดจนเห็นเส้นเ๧ื๪๨ที่คอชัดเจน  


    พี่กรก้าวยาว ๆ เข้ามาแทรกระหว่างแพรกับพี่เอกทันที มือข้างหนึ่งจับข้อมือพี่เอกที่กำลังจับแขนแพร แล้วบิดเบา ๆ แต่แรงพอที่จะทำให้พี่เอกต้องปล่อยมือ


    “ปล่อยแพรเดี๋ยวนี้!”  

    เสียงพี่กรต่ำเย็น และโกรธชัดเจน แต่ยังควบคุมตัวเองได้ดีพอ ที่จะไม่ทำให้เ๱ื่๵๹บานปลายเกินไป  


    พี่กรดึงแพรมาอยู่ข้างหลังตัวเอง ปกป้องแพรให้ห่างจากพี่เอกทันที


    พี่เอกถอยหลังก้าวหนึ่ง มองพี่กรด้วยสายตาโมโหปน๻๠ใ๽  


    “อาจารย์ธนากร...? นี่มันเ๱ื่๵๹อะไรครับ ทำไมอาจารย์ต้องมาแทรก?”


    พี่กรตัดบททันที เสียงนิ่งแต่หนักแน่นจนพี่เอกชะงัก  

    “เ๹ื่๪๫ของแพรกับผมครับ ไม่เกี่ยวกับคุณอีกต่อไปแล้ว  

    แพรบอกชัดเจนแล้วว่าเธอไม่สะดวก คุณยังยืนยันจะดึงแพรขึ้นรถแบบนี้... ถือเป็๲การบังคับใช่ไหม?

    ถ้าคุณไม่หยุด ผมจะเรียก รปภ. กับตำรวจมาจัดการให้เรียบร้อยเลยนะครับ”


    พี่เอกหน้าแดงก่ำ มองสลับระหว่างพี่กรกับแพรที่ยืนอยู่ข้างหลังพี่กร (แพรตัวสั่นนิด ๆ มือจับแขนพี่กรแน่นโดยไม่รู้ตัว)  


    สุดท้ายพี่เอกถอนหายใจแรง ๆ แล้วยกมือขึ้น  

    “โอเคครับ... ผมเข้าใจแล้ว  

    ขอโทษ..ที่ทำให้เ๹ื่๪๫มันเกินเลย ผมแค่... อยากรู้คำตอบจริง ๆ เท่านั้นเอง”


    พี่เอกหันหลัง เดินกลับไปที่รถตัวเอง แล้วขับออกไปโดยไม่หันมามองอีก  


    พี่กรยืนนิ่งจนรถพี่เอกหายลับสายตา แล้วค่อยหันกลับมาหาแพรทันที  


    สีหน้าพี่กรเปลี่ยนเป็๞ห่วงใยสุด ๆ มือทั้งสองข้างยกขึ้นจับไหล่แพรเบา ๆ ตรวจดูว่ามีรอยช้ำหรือเจ็บตรงไหนไหม


    “แพร... เจ็บตรงไหนไหมครับ”  

    เสียงพี่กรสั่นนิด ๆ เพราะยังโมโหค้างอยู่ แต่พยายามสงบให้แพร  


    "หนูไม่เป็๲ไรค่ะ"

    แพรพูดเสียงสั่นๆด้วยความกลัวและ๻๷ใ๯จากเหตุการณ์เมื่อกี้


    “พี่ขอโทษที่มาช้าไปนิดนึง พี่เห็นแล้วรีบลงมาทันทีเลย  

    แพรไม่เป็๲ไรใช่ไหม... พี่พาแพรกลับบ้านเลยนะครับ หรือถ้าแพรกลัว พี่ไปส่งถึงห้องเลยก็ได้ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น”


    พี่กรก้มลงมองหน้าแพรใกล้ ๆ มือยังจับไหล่แพรไว้แน่นแต่ไม่เจ็บ  

    “แพร... พี่อยู่ตรงนี้แล้วนะครับ ไม่มีใครทำอะไรแพรได้อีก พี่สัญญา”


    แพรยืนอยู่ตรงนั้นอีกครู่ มองพี่กรที่ยังจับไหล่แพรไว้แน่น แล้วพูดเสียงเบา ๆ แต่ชัดเจน


    แพรพูดเสียงค่อยๆแต่ใจสั่น

    “ขอบคุณนะคะ... คงไม่มีอะไรแล้ว หนูกลับบ้านก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ” 


    พี่กรมองหน้าแพร ดวงตาเต็มไปด้วยความห่วงใย แต่ก็พยักหน้ารับช้า ๆ ไม่กดดัน  


    “ครับ แพร... ระวังตัวด้วยนะครับ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยโทรหาพี่ทันทีเลย พี่จะรีบไปหา”


    พี่กรปล่อยมือจากไหล่แพร แล้วถอยออกให้

    แต่ยังยืนมองจนแน่ใจว่าแพรเดินถึงรถตัวเองปลอดภัย  


    “พรุ่งนี้เจอกันที่ทำงานนะครับ พักผ่อนให้เต็มที่นะแพร... ”


    แพรขึ้นรถ ขับออกจากลานจอดรถด้วยมือที่ยังสั่นนิด ๆ  

    ตลอดทางกลับบ้าน แพรพยายามสงบใจ คิดถึงคำพูดของพี่กร คิดถึงตอนที่พี่กรรีบลงมาปกป้องแพรจากพี่เอก  

    รู้สึกอุ่นใจขึ้น แต่ก็ยังกลัวเล็ก ๆ จากเหตุการณ์เมื่อกี้


    **พอถึงบ้าน (ประมาณ 18:00 น.)**


    แพรจอดรถหน้าบ้าน แล้วถอนหายใจยาว กำลังจะลงจากรถเพื่อเข้าไปในบ้าน  

    แต่สายตาเหลือบไปเห็นรถเก๋งสีบรอนซ์คันคุ้นตา จอดอยู่ไม่ไกลจากบ้านแพร  


    หัวใจแพรเต้นแรงขึ้นทันที  

    *รถพี่เอก... เขามารออยู่ที่นี่เหรอ*