แพรตัดสินใจพูดกับพี่เอกตรงๆเพราะไม่อยากให้ความหวัง
"คือ.. หนูมีคนในใจแล้วค่ะ หนูไม่อยากให้ความหวังใคร หนูขอโทษนะคะ"
พี่เอกที่ยืนรออยู่ข้างรถ หน้าตาเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้นจากปากแพร
รอยยิ้มหวาน ๆ หายวับ ความผิดหวังผสมโมโหฉายชัดในตา
เขาก้าวเข้ามาใกล้แพรเร็วมากจนแพรถอยหลังไม่ได้ทัน
“มีคนในใจแล้ว... เหรอครับ?”
เสียงเขาต่ำลง แต่แฝงความกดดัน
“แพรพูดแบบนี้... พี่เสียใจนะ แต่พี่ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก”
แพรยังไม่ทันพูดอะไรต่อ พี่เอกเอื้อมมือไปคว้าแขนแพรแน่น
แล้วดึงกระชากแรงจนแพรเซไปข้างหน้า
“ขึ้นรถก่อน พี่จะคุยกับแพรให้จบเื่นี้เดี๋ยวนี้เลย!”
แพรสะดุ้งใ พยายามดึงแขนกลับ แต่พี่เอกจับแน่นมากกว่าเดิม ดึงแพรไปทางประตูรถฝั่งผู้โดยสารที่เปิดค้างไว้
“พี่เอก... ปล่อยหนูนะคะ!”
เสียงแพรสั่น แต่พี่เอกไม่ฟัง กระชากแพรให้เข้าใกล้รถมากขึ้นอีก
ตอนนั้นเอง
เสียงประตูรถ SUV สีเทาเข้ม ของพี่กรเปิดออกและปิดดังลั่น
พี่กรลงจากรถด้วยความเร็วที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ใบหน้าเครียดจนเห็นเส้นเืที่คอชัดเจน
พี่กรก้าวยาว ๆ เข้ามาแทรกระหว่างแพรกับพี่เอกทันที มือข้างหนึ่งจับข้อมือพี่เอกที่กำลังจับแขนแพร แล้วบิดเบา ๆ แต่แรงพอที่จะทำให้พี่เอกต้องปล่อยมือ
“ปล่อยแพรเดี๋ยวนี้!”
เสียงพี่กรต่ำเย็น และโกรธชัดเจน แต่ยังควบคุมตัวเองได้ดีพอ ที่จะไม่ทำให้เื่บานปลายเกินไป
พี่กรดึงแพรมาอยู่ข้างหลังตัวเอง ปกป้องแพรให้ห่างจากพี่เอกทันที
พี่เอกถอยหลังก้าวหนึ่ง มองพี่กรด้วยสายตาโมโหปนใ
“อาจารย์ธนากร...? นี่มันเื่อะไรครับ ทำไมอาจารย์ต้องมาแทรก?”
พี่กรตัดบททันที เสียงนิ่งแต่หนักแน่นจนพี่เอกชะงัก
“เื่ของแพรกับผมครับ ไม่เกี่ยวกับคุณอีกต่อไปแล้ว
แพรบอกชัดเจนแล้วว่าเธอไม่สะดวก คุณยังยืนยันจะดึงแพรขึ้นรถแบบนี้... ถือเป็การบังคับใช่ไหม?
ถ้าคุณไม่หยุด ผมจะเรียก รปภ. กับตำรวจมาจัดการให้เรียบร้อยเลยนะครับ”
พี่เอกหน้าแดงก่ำ มองสลับระหว่างพี่กรกับแพรที่ยืนอยู่ข้างหลังพี่กร (แพรตัวสั่นนิด ๆ มือจับแขนพี่กรแน่นโดยไม่รู้ตัว)
สุดท้ายพี่เอกถอนหายใจแรง ๆ แล้วยกมือขึ้น
“โอเคครับ... ผมเข้าใจแล้ว
ขอโทษ..ที่ทำให้เื่มันเกินเลย ผมแค่... อยากรู้คำตอบจริง ๆ เท่านั้นเอง”
พี่เอกหันหลัง เดินกลับไปที่รถตัวเอง แล้วขับออกไปโดยไม่หันมามองอีก
พี่กรยืนนิ่งจนรถพี่เอกหายลับสายตา แล้วค่อยหันกลับมาหาแพรทันที
สีหน้าพี่กรเปลี่ยนเป็ห่วงใยสุด ๆ มือทั้งสองข้างยกขึ้นจับไหล่แพรเบา ๆ ตรวจดูว่ามีรอยช้ำหรือเจ็บตรงไหนไหม
“แพร... เจ็บตรงไหนไหมครับ”
เสียงพี่กรสั่นนิด ๆ เพราะยังโมโหค้างอยู่ แต่พยายามสงบให้แพร
"หนูไม่เป็ไรค่ะ"
แพรพูดเสียงสั่นๆด้วยความกลัวและใจากเหตุการณ์เมื่อกี้
“พี่ขอโทษที่มาช้าไปนิดนึง พี่เห็นแล้วรีบลงมาทันทีเลย
แพรไม่เป็ไรใช่ไหม... พี่พาแพรกลับบ้านเลยนะครับ หรือถ้าแพรกลัว พี่ไปส่งถึงห้องเลยก็ได้ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น”
พี่กรก้มลงมองหน้าแพรใกล้ ๆ มือยังจับไหล่แพรไว้แน่นแต่ไม่เจ็บ
“แพร... พี่อยู่ตรงนี้แล้วนะครับ ไม่มีใครทำอะไรแพรได้อีก พี่สัญญา”
แพรยืนอยู่ตรงนั้นอีกครู่ มองพี่กรที่ยังจับไหล่แพรไว้แน่น แล้วพูดเสียงเบา ๆ แต่ชัดเจน
แพรพูดเสียงค่อยๆแต่ใจสั่น
“ขอบคุณนะคะ... คงไม่มีอะไรแล้ว หนูกลับบ้านก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”
พี่กรมองหน้าแพร ดวงตาเต็มไปด้วยความห่วงใย แต่ก็พยักหน้ารับช้า ๆ ไม่กดดัน
“ครับ แพร... ระวังตัวด้วยนะครับ ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยโทรหาพี่ทันทีเลย พี่จะรีบไปหา”
พี่กรปล่อยมือจากไหล่แพร แล้วถอยออกให้
แต่ยังยืนมองจนแน่ใจว่าแพรเดินถึงรถตัวเองปลอดภัย
“พรุ่งนี้เจอกันที่ทำงานนะครับ พักผ่อนให้เต็มที่นะแพร... ”
แพรขึ้นรถ ขับออกจากลานจอดรถด้วยมือที่ยังสั่นนิด ๆ
ตลอดทางกลับบ้าน แพรพยายามสงบใจ คิดถึงคำพูดของพี่กร คิดถึงตอนที่พี่กรรีบลงมาปกป้องแพรจากพี่เอก
รู้สึกอุ่นใจขึ้น แต่ก็ยังกลัวเล็ก ๆ จากเหตุการณ์เมื่อกี้
**พอถึงบ้าน (ประมาณ 18:00 น.)**
แพรจอดรถหน้าบ้าน แล้วถอนหายใจยาว กำลังจะลงจากรถเพื่อเข้าไปในบ้าน
แต่สายตาเหลือบไปเห็นรถเก๋งสีบรอนซ์คันคุ้นตา จอดอยู่ไม่ไกลจากบ้านแพร
หัวใจแพรเต้นแรงขึ้นทันที
*รถพี่เอก... เขามารออยู่ที่นี่เหรอ*